ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 588 กิจการเลี้ยงกระต่าย
บทที่ 588 กิจการเลี้ยงกระต่าย
คนเป็นแม่จะมีสักกี่คนที่เต็มใจให้ลูกของตัวเองตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ?
เย่อวี๋หรานเข้าใจแล้วว่าพ่อเฒ่าจูและแม่เฒ่าจูมาหานางเพราะเหตุใด นางรู้สึกอ่อนอกอ่อนใจอยู่บ้าง “ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านคิดอะไรอยู่เจ้าคะ ขาดลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของพวกท่านไปคนเดียว ดาวเคราะห์โลกดวงนี้ก็จะโคจรต่อไปไม่ได้เลยงั้นหรือ?”
นางไม่เชื่อหรอกว่าขาดจูเอ้อร์เม่ยไปคนเดียว เฉียนเสี่ยวซินก็จะไม่มีปัญญาดูแลที่นาของครอบครัว
นางคิดว่าพอไม่มีเหล่าเฉียนกับเฉียนซินเป็นตัวถ่วง เฉียนเสี่ยวซินอาจมีอิสระกว่าเดิมเสียอีก
“อะไรนะ?” แม่เฒ่าจูอึ้งไปอย่างไม่เข้าใจ “ดาวเคราะห์โลกอะไรกัน? โคจรอะไรรึ?”
เย่อวี๋หรานจึงระลึกได้ว่าคนสมัยนี้ยังไม่มีแนวคิดเรื่อง ‘ดาวเคราะห์โลก’ ทั้งยังไม่เข้าใจว่าสิ่งใดคือการโคจรรอบดวงอาทิตย์และการโคจรรอบตัวเอง
ในทัศนะของคนโบราณ โลกมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม ขณะที่ท้องฟ้ามีลักษณะครึ่งทรงกลมและครอบแผ่นดินเอาไว้เหมือนฝาครอบ เรียกว่าทฤษฏี ‘ฟ้ากลมแผ่นดินเหลี่ยม’
“ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ เอาเป็นว่าข้าหมายความว่าพวกท่านกังวลเรื่องคนอื่นให้น้อยลงหน่อย อายุมากแล้ว ปล่อยวางเสียบ้าง ใช้ชีวิตไปอย่างสบายใจก็พอแล้ว ลูกหลานย่อมมีวาสนาของตนเอง เรื่องที่ควรคิดมากพวกเขาย่อมจะหาวิธีจัดการเอง ไม่จำเป็นต้องให้พวกท่านที่อายุปูนนี้แล้วคอยเดินตามอยู่ข้างหลัง” เย่อวี๋หรานกล่าว
“แต่ข้าได้ยินว่า…” แม่เฒ่าจูยังไม่ยอมเลิกรา “เป็นไปได้ว่าปีนี้หมู่บ้านสกุลจูของพวกเราจะไม่จับมือกับหมู่บ้านเฉียนเฉวียน”
ขณะพูดยังพยายามสังเกตสีหน้าของเย่อวี๋หราน
เย่อวี๋หรานเลิกคิ้ว “ไปฟังใครพูดมาเจ้าคะ?”
“เจ้าไม่ต้องสนใจว่าข้าไปฟังใครพูดมา เอาเป็นว่ามีคนพูด ข้าจึงอยากรู้ว่าตกลงแล้วมีเรื่องเช่นนี้หรือไม่” แม่เฒ่าจูย่อมไม่พูดออกมาอยู่แล้ว เพราะนางรู้ว่าหญิงปากสว่างจงใจมาหานางโดยหลีกเลี่ยงผู้คน คงมีเจตนายุแยงตะแคงรั่วเป็นแน่แท้
แต่อีกฝ่ายก็พูดไม่ผิด เจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสของหมู่บ้านอื่น ๆ ล้วนมาหมู่บ้านสกุลจูแล้ว มีเพียงฝั่งหมู่บ้านเฉียนเฉวียนที่ยังคงไร้ความเคลื่อนไหว
หากไม่ใช่เพราะสะใภ้ใหญ่ไปพูดอะไรไว้ คนของหมู่บ้านเฉียนเฉวียนจะโง่งั้นหรือ เรื่องใหญ่ปานนี้ยังไม่รู้จักมาอีก?
“เรื่องนี้ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรเจ้าคะ? นี่เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโส ต้องไปถามพวกเขา” เย่อวี๋หรานตอบ “ถ้าพวกท่านไม่วางใจก็ไปถามท่านเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสสิเจ้าคะ”
“ไปหาเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโส? เจ้าจะให้พวกข้าไปจริง ๆ?” แม่เฒ่าจูถามยืนยัน สีหน้าฉายแววหยั่งเชิงชัดเจน
“ใช่แล้ว ไปเถอะเจ้าค่ะ!” เย่อวี๋หรานพยายามใจเย็นแล้วบอกให้ผู้เฒ่าทั้งสองจากไป
กล่าวตามตรง นางไม่สนใจเลยว่าหมู่บ้านเฉียนเฉวียนจะมาเข้าร่วมกับหมู่บ้านสกุลจูหรือไม่ ถึงอย่างไรเรื่องนี้ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อแผนการใหญ่ของนาง
ส่วนจูเอ้อร์เม่ย นั่นก็ช่วยไม่ได้ ถึงอย่างไรก็ยังเป็นน้องสาวร่วมสายเลือดของจูเหล่าโถว น้องสามีของเจ้าของร่างเดิม เย่อวี๋หรานจะไม่สนใจเลยก็คงไม่ดี
แต่ลองเปลี่ยนเป็นคนอื่นสิ หึหึ…
ขอโทษด้วย นางคร้านจะสิ้นเปลืองจิตใจ
ส่วนเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสจะปวดหัวเพราะการไปเยือนของพ่อเฒ่าจูและแม่เฒ่าจูหรือไม่ นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่นางสนใจแล้ว
นางจัดการเรื่องในเรือนเสร็จก็ไปยังเรือนข้างเคียง
คราวก่อนกานอี้เซียนเอากระต่ายมาให้หลายตัว เย่อวี๋หรานก็ส่งต่อให้หลิ่วซื่อเลี้ยงไปก่อนโดยไม่ได้คิดอะไรมาก
คิดไม่ถึงว่าเจ้ากระต่ายน้อยจะแพร่พันธุ์เก่งขนาดนี้ ผ่านไปไม่กี่เดือน ลูก ๆ ของพวกมันก็ตั้งท้องเสียแล้ว
ถึงตอนที่ครอบครัวเริ่มรับประทานเนื้อกระต่าย เย่อวี๋หรานค่อยสังเกตว่า
สวรรค์ช่วย! กระต่ายจะคลอดลูกเก่งเกินไปแล้วกระมัง?!
กระต่ายลูกดกเช่นนี้ ถ้าอย่างนั้นก็สามารถ…
ชั่วพริบตานั้น เย่อวี๋หรานก็บังเกิดความคิดเพาะพันธุ์กระต่าย
ในสังคมสมัยใหม่ เมืองใหญ่ ๆ ก็มักจะมีฟาร์มสัตว์ไม่ใช่หรือ?
ทั้งหมู ไก่ เป็ด กระต่าย ขอเพียงเป็นเนื้อสัตว์ที่คนชอบกินก็ไม่มีสัตว์ชนิดไหนที่พวกเขาเพาะพันธุ์ไม่ได้
พื้นที่ในบ้านมีจำกัด ตอนนี้หมูกับไก่ยังเพาะพันธุ์ไม่ไหว แต่สามารถเริ่มจากกระต่ายได้
ไม่จำเป็นต้องมากมาย สักสิบถึงยี่สิบตัว เก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปก่อน
รอจนหลิ่วซื่อฝึกฝนจนชำนาญแล้วค่อยขยับขยายพื้นที่ ไม่แน่ว่าอาจทำศูนย์เพาะเลี้ยงปศุสัตว์สักแห่งขึ้นมาในหมู่บ้านสกุลจูก็เป็นได้
บังเกิดความคิดมิสู้ลงมือทำจริง เย่อวี๋หรานจึงตรงไปยังกรงกระต่ายที่หลิ่วซื่อดูแลอยู่ทันที
หลิ่วซื่อเห็นแม่สามีมาหากะทันหันก็ใจเต้นระทึก “ท่านแม่…”
นางรีบไปยืนต่อหน้าเย่อวี๋หราน สังเกตสีหน้าแม่สามี ขณะเดียวกันก็ว้าวุ่นใจ
ช่วงนี้ ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดไปกระมัง?
หลิ่วซื่อก็แปลกจริง ๆ ยากนักกว่าแม่สามีจะสนใจนางสักครั้ง ปฏิกิริยาแรกของนางกลับเป็นเช่นนี้
ความสนใจของเย่อวี๋หรานไม่ได้อยู่ที่อีกฝ่าย ดังนั้นจึงไม่ได้สังเกต นางเดินไปรอบ ๆ กรงกระต่ายอยู่หลายรอบ ทั้งยังถามอะไรไปหลายอย่าง
หลิ่วซื่อตอบไปทีละคำถาม ทั้งยังบอกเย่อวี๋หรานว่าวิธีเลี้ยงดูและให้อาหารไปสอบถามจากใครมาบ้าง ท่าทางเหมือนกลัวเย่อวี๋หรานจะมาหาข้อจับผิดอย่างไรอย่างนั้น
“ไม่เลว เลี้ยงได้ดีมาก!”
เย่อวี๋หรานมองกระต่ายที่กระโดดโลดเต้นอยู่ในนั้น ไม่พบว่าจะมีปัญหาตรงไหน
หลิ่วซื่อจิตใจละเอียดอ่อน พบว่าเมื่อเลี้ยงกระต่ายหลายตัวในคอกเดียวกันแล้วมักจะทะเลาะกันเองจึงหากรงสำหรับแต่ละตัว จับพวกมันแยกกันอยู่
กรงกระต่ายทำความสะอาดดียิ่ง หญ้าที่กองสุมอยู่ในนั้นก็ตากจนแห้ง น้ำก็ใสจนสามารถมองเห็นก้นถ้วย
ไม่ว่าจะเป็นกระต่ายตัวสีดำ เทาหรือขาวก็ล้วนได้รับการทำความสะอาดอย่างเอาใจใส่ ขนนุ่มฟู สีขนมันเงา
เย่อวี๋หรานแค่เห็นก็ทราบว่าเจ้าตัวเล็กพวกนี้ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี
“พวกมันคลอดลูกกันทุกกี่เดือน?”
“อย่างเร็วสามสี่เดือน อย่างช้าครึ่งปีเจ้าค่ะ…”
ตอนที่เริ่มเลี้ยง หลิ่วซื่อกลัวว่าแม่สามีจะถามจึงลอบสังเกตไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้วจึงจำได้ขึ้นใจ
แม่กระต่ายตั้งท้องราวหนึ่งเดือนก็สามารถคลอดลูกกระต่ายได้แล้ว
ช่วงเวลาหย่านมคือราว ๆ สองเดือน
หรือก็หมายความว่า หากต้องการทำเวลาสักหน่อย แม่กระต่ายใช้เวลาตั้งท้องหนึ่งเดือน ให้นมลูกกระต่ายสองเดือน โดยทั่วไปใช้เวลาสามเดือนก็เสร็จสิ้นแล้ว
แน่นอนว่านี่คือกรณีในอุดมคติ
เป็นไปได้เหมือนกันที่แม่กระต่ายจะไม่ท้องเสียที หรือให้นมลูกกระต่ายนานกว่านั้น
แต่เป็นเรื่องจริงที่กระต่ายคลอดลูกเก่งมาก ตั้งท้องครั้งหนึ่งสามารถออกลูกได้หกถึงสิบตัว ต่อให้ทั้งปีตั้งท้องสองหรือสามรอบก็ให้ลูกกระต่ายได้ยี่สิบถึงสามสิบตัวแล้ว
หากต้องการเพียงรับประทานเนื้อ ระยะเวลาเติบโตของกระต่ายก็ไม่ได้นานมาก
หากเร็วหน่อย สามสี่เดือนก็รับประทานได้แล้ว ติดตรงที่ขนาดยังเล็ก ถ้าต้องการตัวใหญ่กว่านั้นก็ต้องรอจนถึงครึ่งปี
กระต่ายที่หลิ่วซื่อเลี้ยงเหล่านี้ กานอี้เซียนเป็นคนนำมาให้ ผ่านมาได้ไม่นานก็มียี่สิบถึงสามสิบตัวแล้ว
ขนาดใหญ่เล็กแตกต่างกันไป
ลำพังกระต่ายพวกนี้ ทุกตัวมีกรงของตัวเอง หลิ่วซื่อให้น้ำให้อาหารและทำความสะอาดอยู่ทุกวัน เท่านี้ก็ยุ่งจนหัวหมุน
ยังดีที่ในเรือนมีเด็กมาก เห็นผู้ใหญ่ทำงานหนักก็จะวิ่งเข้ามาช่วยเหลือ ย่อมมีเรื่องที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรงสามารถช่วยเหลือได้
ยกตัวอย่างเช่นให้อาหารกระต่าย ขอเพียงหลิ่วซื่อเตรียมหญ้าเลี้ยงกระต่ายเอาไว้ล่วงหน้า เด็กน้อยสามคนอย่างหลี่ว์ต้ายา หลี่ว์เอ้อร์ยา และหลี่ว์ซานยาก็สามารถทำได้
เด็กน้อยพอได้ให้อาหารกระต่ายนานเข้าก็มักจะรู้สึกผูกพันได้ง่าย
ด้วยเหตุนี้ เมื่อกระต่ายตัวแรกถูกจับไปเชือด พวกนางก็ร้องไห้จนน้ำมูกน้ำตาไหล “ฮือ ๆๆ…กระต่ายน้อยของข้า พวกมันน่าสงสารนัก”
แน่นอนว่าร้องไห้ก็ส่วนร้องไห้ พอถึงตอนกินเนื้อกระต่าย พวกนางก็ยังกินอย่างเอร็ดอร่อย
ถึงตอนนั้น พวกนางคล้ายจะลืมไปแล้วว่าพวกตนเป็นคนเลี้ยงกระต่ายตัวนั้นมาจนโต
ทั้ง ๆ ที่เพิ่งได้รับคำชื่นชมจากแม่สามี แต่เมื่อหลิ่วซื่อพบว่าแม่สามีถามคำถามมากมาย นอกจากจะไม่รู้สึกสบายใจแล้ว ยังกระวนกระวายใจยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
จบกัน จบกัน ต้องเป็นเพราะข้าทำอะไรผิดไปแน่ ๆ แม่สามีถึงมาจับผิด!
ดูสิ ถามละเอียดขนาดนั้น
ข้าทำอะไรผิดไปกันนะ ทำไมข้าถึงคิดไม่ออก…
เย่อวี๋หรานไม่ได้รู้เลยว่าชั่วเวลาประเดี๋ยวเดียวเท่านั้น หลิ่วซื่อก็เริ่มขุดคุ้ยความผิดในอดีตของตัวเองออกมาเสียแล้ว
ถ้าเป็นคนอื่นคงไปจับผิดความผิดของคนอื่น แต่หลิ่วซื่อกลับมักจับผิดตัวเองอยู่ร่ำไป
เฮ้อ…ไม่รู้ว่านางใช้ชีวิตผ่านมาได้อย่างไร
ดูถูกตัวเองเกินไปแล้ว!
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
O4YEJYH7
เจอโค๊ดแล้วอย่าเพิ่งเมินเฉย โค๊ดนี้สามารถนำมากรอกเพื่อรับเหรียญได้ที่เว็บไซต์ Enjoybook
ไปที่โปรไฟล์ >> รหัสแลกรับ >> ใส่โค๊ดที่ได้ (ตัวพิมพ์ใหญ่)
ลุ้นรับเหรียญสูงสุด 100 เหรียญ ตั้งแต่วันนี้ – 30 ตุลาคม
ด่วน! ใครใช้โค๊ดก่อน ได้เหรียญก่อนนะ