ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 597 หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์คิดจะทำอะไร ใครจะขวางได้
บทที่ 597 หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์คิดจะทำอะไร ใครจะขวางได้
ภรรยาของเฉียนเสี่ยวซินอยากหารือกับสามีของตนเองก่อนที่เขาจะกลับเข้าเรือน
สาเหตุที่ไม่ถามจูเอ้อร์เม่ยแต่ถามเย่อวี๋หราน เพราะนางทราบว่าในที่นี้ใครใหญ่ที่สุด!
ไม่อย่างนั้น คนที่มาพูดเรื่องแยกเรือนก็คงไม่ใช่เย่อวี๋หรานแล้ว
“เจ้าจะรีบทำไม? พวกเด็ก ๆ เพิ่งออกไป…”
จูเอ้อร์เม่ยยังพูดไม่จบก็ถูกเย่อวี๋หรานพูดแทรกขึ้นมาว่า “อืม เจ้าไปเถอะ”
ภรรยาของเฉียนเสี่ยวซินยอมเสี่ยงกับการถูกแม่สามีตี รีบหมุนกายจากไปทันที
“พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านให้นางไปทำไมเจ้าคะ? มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะไม่รู้ว่านางออกไปทำไม…” จูเอ้อร์เม่ยร้อนใจจึงย้ำว่า “พวกเด็ก ๆ เพิ่งออกไป ถึงจะไปตามคนก็คงไม่ต้องไปเร็วถึงเพียงนั้น”
“เจ้าร้อนใจไปทำไม? ดื่มน้ำไปเถอะ” เย่อวี๋หรานเหลือบตาขึ้นเล็กน้อย ไฉนเลยจะไม่รู้ว่านี่เป็นเรื่องราวใด
แต่นางอยากให้โอกาสภรรยาของเฉียนเสี่ยวซินสักครั้ง
เป็นแม่คนเหมือนกัน ย่อมไม่มีใครไม่รักลูกของตัวเอง แต่จูเอ้อร์เม่ยรักเพียงลูกชาย แต่ไม่รักลูกสะใภ้
ทว่าลูกสะใภ้กลับไม่เหมือนกัน นางเต็มใจต่อสู้เพื่อครอบครัวน้อย ๆ ของตนเอง
“แต่…” จูเอ้อร์เม่ยอยากพูดอะไร แต่เห็นสีหน้าของเย่อวี๋หรานแล้วก็ได้แต่ยกจอกน้ำขึ้นมาจิบอย่างไม่พอใจ
หลังจากดื่มน้ำแล้ว นางจึงกล่าวว่า “ข้าดื่มแล้ว ตอนนี้พูดได้แล้วกระมัง?”
จูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นหมดคำจะพูด: พี่สะใภ้ใหญ่พูดแบบนั้นเพราะอยากให้ท่านหุบปากเจ้าค่ะ พี่สามี!
เอาเถอะ พี่สามีกับพี่สะใภ้ใหญ่ไม่ใช่คู่มือของพวกนาง จูซานเสิ่นและจูซื่อเสิ่นจึงทำตัวเป็นกำแพงประกอบฉากต่อไปเงียบ ๆ
จูเอ้อร์เม่ยพูดอะไรออกมามากมาย สรุปได้ว่า นางตำหนิที่เย่อวี๋หรานไม่ยอมให้นางขัดขวางลูกสะใภ้ ลูกสะใภ้ออกไปคราวนี้คงต้องไปนัดแนะกันมาเป็นแน่แท้
เย่อวี๋หราน “…”
นัดแนะกันมาอะไรกัน?
คิดว่าทุกคนเพิ่งออกมาจากคุกเหมือนเจ้าหรือไร?
นางตัดบทจูเอ้อร์เม่ยอย่างรำคาญใจ “ข้าเข้าใจสิ่งที่เจ้าพูด แต่ข้าถามเจ้าหน่อยเถอะ นั่นเป็นลูกสะใภ้ของเจ้าหรือเป็นศัตรูของเจ้ากันแน่?”
“ก็ต้องเป็นลูกสะใภ้ของข้าอยู่แล้วสิเจ้าคะ ทำไมหรือ?”
“ในเมื่อเป็นลูกสะใภ้ของเจ้า แล้วทำไมเจ้าต้องป้องกันนางขนาดนี้ด้วย? หัวใจคนเราเป็นก้อนเนื้อ แต่เจ้ากลับทำราวกับหัวใจของนางหลอมจากเหล็ก นางควรกตัญญูต่อเจ้าไหม?”
จูเอ้อร์เม่ยกล่าวอย่างมั่นอกมั่นใจ “นางเป็นลูกสะใภ้ของข้าก็ต้องกตัญญูต่อข้าสิ ถ้านางกล้าไม่กตัญญูต่อข้า ข้านี่แหละจะตีนางให้ตาย”
“เฮอะเฮอะ!” เย่อวี๋หรานแค่นหัวเราะ “เจ้าคิดว่าลูกสะใภ้ใจร้ายที่บีบให้แม่สามีตายล้วนเป็นเรื่องแต่งหรือไร?”
จูเอ้อร์เม่ยพูดไม่ออก
เพราะนางคิดถึงพี่สะใภ้ใหญ่ ซึ่งก็คือเย่อวี๋หราน
แม้ว่าจนถึงตอนนี้ เย่อวี๋หรานไม่ได้บีบให้มารดาของนางตาย แต่ปีนั้นตอนที่พี่สะใภ้ใหญ่อาละวาดจะแยกเรือนให้ได้ ก็แทบทำให้มารดาของนางโมโหจนกระอักเลือดออกมาแล้ว
หากพูดถึงลูกสะใภ้ใจร้าย พี่สะใภ้ใหญ่ของนางก็คือหนึ่งในนั้น
“หัวใจของคนเราเป็นก้อนเนื้อ ลูกสะใภ้สองคนนั้นของเจ้าก็ไม่ได้เนรคุณเหมือนลูกชายคนโตของเจ้า ขอเพียงเจ้าลืมตาข้างหนึ่งปิดตาข้างหนึ่ง รอจนเจ้าแก่ตัวไปเคลื่อนไหวไม่สะดวกแล้ว พวกนางยังจะไม่กตัญญูต่อเจ้า?”
“พวกนางไม่กล้าหรอก!” จูเอ้อร์เม่ยแค่นเสียงเย็นอย่างหยิ่งยโส ไม่คิดสักนิดว่าลูกสะใภ้สองคนนั้นจะหลุดพ้นไปจากเงื้อมมือของนางได้
ในสายตาของนาง นางไม่มีอะไรที่สู้เย่อวี๋หรานไม่ได้ ก็แค่โชคร้ายกว่าสักหน่อย ได้แต่งให้สามีแย่ ๆ และไม่ได้ออกลูกเก่งเหมือนพี่สะใภ้เท่านั้นแหละ ไม่อย่างนั้น…
ฮึฮึ!
ก็แค่ลูกสะใภ้เท่านั้น ต่อให้มีมากกว่านี้นางก็จัดการได้
เย่อวี๋หรานเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายแล้วก็คร้านจะพูดต่อ
ถึงอย่างไรในสายตาของนาง เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
……
เฉียนเสี่ยวซินกำลังช่วยทำงานให้คนอื่น ค่าตอบแทนคือข้าวสารหนึ่งชาม อาจดูเหมือนน้อยนิด แต่ถ้ากินอย่างประหยัด เติมผักอย่างอื่นลงไปด้วย ก็พอให้ทั้งบ้านกินได้สองมื้อแล้ว
เขากำลังตั้งใจทำงาน เห็นพวกลูกชายของตนเองวิ่งมาแต่ไกล ยังนึกว่าพวกเขามาเล่นกันเสียอีก จึงตำหนิพวกเขาไปหลายคำ
พวกลูกชายน้อยใจอยู่บ้าง รีบชี้แจงเหตุผล
“ท่านป้าใหญ่มาแล้ว?!”
เฉียนเสี่ยวซินอึ้งไป
เนื่องจากเย่อวี๋หรานตัดขาดกับครอบครัวของพ่อเฒ่าจูและแม่เฒ่าจูไปนานแล้ว พวกเขาจึงไม่ค่อยได้ไปมาหาสู่กับทางนั้น มีเพียงช่วงสองปีหลังมานี้ที่เริ่มกลับมาไปมาหาสู่กัน พวกเขาจึงได้ฟื้นฟูความสัมพันธ์กับท่านป้า
มารดาถูกปลด บิดาและพี่ชายของเขาไปหาเรื่องท่านป้า สุดท้ายก็เข้าคุกไป
หากจะบอกว่าเขาโทษท่านป้าก็คงไม่ใช่ เขารู้ดีว่าบิดาและพี่ชายของตนเองมีนิสัยอย่างไร เพียงแต่รู้สึกเศร้าใจเท่านั้น
เฮ้อ…
ทำไมท่านพ่อกับท่านพี่ถึงทำเรื่องพรรค์นั้นออกมาได้นะ?
เฉียนเสี่ยวซินรู้สึกละอายใจ รู้สึกว่าไม่มีหน้าจะไปพบผู้คน
แต่ถึงจะเป็นเช่นนี้ สิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมายของเขาก็คือ ครอบครัวของท่านป้ากลับไม่พาลโกรธเขา ตอนที่หมู่บ้านเฉียนเฉวียนไปหาที่เรือนยังกล่าวถึงเขาอีกด้วย
“ได้ แต่ข้ามีเงื่อนไขหนึ่งข้อ เฉียนเสี่ยวซินต้องอยู่ในกลุ่มแรก”
วาจาประโยคเดียวก็กำหนดฐานะของครอบครัวเฉียนเสี่ยวซินในหมู่บ้านเฉียนเฉวียนได้แล้ว
บิดากับพี่ชายของเขาทำเรื่องต่ำช้าจนพวกเขากลายเป็นคนที่ทั้งหมู่บ้านรังเกียจ ทุกคนล้วนมองมาจากไกล ๆ คิดแต่จะถอยหนีหลีกห่าง
ตอนนี้กลับเปลี่ยนไปแล้ว ตั้งแต่ทราบว่าครอบครัวท่านป้ายังให้ความสำคัญกับหลานชายอย่างเขา ทุกคนก็แห่กันมาเอาอกเอาใจเขาเสียยกใหญ่
กระทั่งงานของครอบครัวผู้อาวุโสเสี่ยวหลี่ ผู้อาวุโสเสี่ยวหลี่ยังมาเชิญเขาไปช่วยเหลือด้วยตนเอง หากเป็นคนอื่นคงแค่ให้กินข้าวมื้อเดียวเท่านั้น แต่เมื่อเขาไป กลับได้รับข้าวสารหนึ่งชามกลับมาด้วย
เฉียนเสี่ยวซินไม่ได้โง่ ฝ่ายตรงข้ามให้ข้าวสารชามนี้มาด้วย จะเห็นแก่หน้าใครถ้าไม่ใช่ท่านป้าของเขา?
“ขอรับ ท่านป้ามาแยกเรือน นางยังเชิญเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสมาด้วย”
เฉียนเสี่ยวซิน “…”
เหตุใดจึงอยากแยกเรือนกะทันหันเช่นนี้?
ครั้นถามลูกชาย ลูกชายก็บอกไม่รู้เรื่อง เขาจึงได้แต่ไปบอกกล่าวต่อผู้อาวุโสเสี่ยวหลี่
ผู้อาวุโสเสี่ยวหลี่ได้ยินว่าเป็นเรื่องนี้ก็บอกให้เขาพักงานไว้ก่อน ไปหาท่านป้าของเขาก่อนแล้วค่อยว่ากันใหม่
“แม่เจ้าเล็ก ฝากดูก่อนนะ ข้าไปเรือนเสี่ยวซินเดี๋ยวก็กลับมา”
ภรรยาของผู้อาวุโสเสี่ยวหลี่ตอบรับ “อื้ม เจ้าไปเถอะ ข้าจะเฝ้าไว้ให้”
แล้วหันมากล่าวกับเฉียนเสี่ยวซินว่า “เสี่ยวซิน เจ้าไปจัดการธุระของเจ้าก่อนเถอะ เรียบร้อยแล้วค่อยกลับมา เรื่องของพวกข้าไม่รีบ พรุ่งนี้มะรืนนี้ค่อยทำต่อก็ได้”
“ขอรับ!” เฉียนเสี่ยวซินรับคำอย่างหม่นหมอง จูงมือเด็กน้อยสองคนเดินตามหลังผู้อาวุโสเสี่ยวหลี่ออกไป
เพิ่งไปได้ไม่ไกลก็พบกับภรรยาของตนที่วิ่งมาอย่างรีบร้อน
“เสี่ยวซิน ลูกบอกเจ้าหรือยัง ท่านป้ามาหา บอกว่าจะให้ท่านแม่แยกเรือนกับท่านพ่อ” ภรรยาของเฉียนเสี่ยวซินไม่มีแก่ใจจะสนใจผู้อาวุโสเสี่ยวหลี่ที่อยู่ข้าง ๆ นางกล่าวอย่างรีบร้อนว่า “เจ้าอย่ารับคำเด็ดขาดเลยนะ ถ้าท่านแม่แยกเรือนออกไป พวกเราจะทำอย่างไร?”
“ข้าจะทำอะไรได้?” เฉียนเสี่ยวซินกลุ้มใจ
“หัวเด็ดตีนขาดก็ห้ามตกลงน่ะสิ ถึงแม้ท่านพ่อกับพี่ใหญ่จะเข้าคุกไปแล้ว แต่พวกเขาก็จะต้องออกมาสักวัน มีท่านแม่อยู่ด้วยก็ยังดี แต่ถ้าท่านแม่แยกเรือนออกไป พวกเราก็ไม่เหลือทางรอดแล้ว…” พูดไปพูดมา ภรรยาของเฉียนเสี่ยวซินก็เริ่มตาแดงก่ำ “พวกเราน่ะไม่เป็นไรหรอก ลำบากนิดหน่อยก็ไม่นับเป็นอย่างไร แต่พวกเรายังมีลูกนะ ข้าสงสารลูก ๆ…”
คำว่า ‘สงสารลูก ๆ’ จี้จุดอ่อนในใจเฉียนเสี่ยวซิน เขารับปากว่า “เจ้าวางใจ ข้าไม่มีทางเห็นด้วยเรื่องแยกเรือนแน่”
ผู้อาวุโสเสี่ยวหลี่ที่ได้ยินเต็มหู “…”
แม้เขาจะเห็นใจสามีภรรยาคู่นี้ แต่กล่าวตามตรงนะ หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์คิดจะทำอะไร ใครจะขวางได้?
อย่าว่าแต่เฉียนเสี่ยวซินสองสามีภรรยาไม่เห็นด้วย ต่อให้จูเอ้อร์เม่ยไม่เห็นด้วย เพื่อผลประโยชน์ของหมู่บ้านแล้ว เกรงว่าผู้อาวุโสหลายคนก็คงจะกดดันให้พวกเขาเห็นด้วยอยู่ดีกระมัง?