ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 601 เห็นใจอยู่บ้าง
บทที่ 601 เห็นใจอยู่บ้าง
ภรรยาของเฉียนเสี่ยวซินก้มหน้าลงต่ำกว่าเดิม ไม่กล้าพูดอะไรอีก
เย่อวี๋หรานเหลือบตามองจูเอ้อร์เม่ย “เจ้าพูดให้น้อยลงหน่อยไม่ได้เลยรึ?”
“พี่สะใภ้ใหญ่ ข้าก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่เจ้าคะ…” จูเอ้อร์เม่ยรู้สึกว่าไม่ยุติธรรม
นางเห็นว่าพี่สะใภ้ใหญ่เป็นห่วงภรรยาของเฉียนซิน จึงแสดงความห่วงใยตามไปด้วยก็เท่านั้น แบบนี้ผิดด้วยหรือ?
เย่อวี๋หรานยื่นมือออกไปแตะหน้าผากของภรรยาเฉียนซิน จากนั้นก็จับชีพจรให้นาง
“พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านจับชีพจรเป็นด้วยหรือเจ้าคะ?” จูเอ้อร์เม่ยค่อนข้างประหลาดใจ
รู้จักพี่สะใภ้ใหญ่มานาน นางกลับไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน
“ไม่เป็น” เย่อวี๋หรานตอบสั้น ๆ
ใครว่าต้องจับชีพจรเป็นถึงจะจับได้กันเล่า?
นางเพียงรู้ว่าหัวใจคนปกติเต้นกี่ครั้งในหนึ่งนาที ลองนับดูแล้วนำมาเปรียบเทียบกันอย่างหยาบ ๆ เพื่อพิจารณาอาการของภรรยาเฉียนซินก็เท่านั้นเอง
ถึงจะไม่รู้ว่าแม่นหรือไม่แม่น แต่ถ้ากระทั่งนางยังสัมผัสได้ว่าอาการไม่ดี อย่างนั้นก็คงจะไม่ดีจริง ๆ แล้ว
นางมาเพื่อแยกเรือนนะ ไม่ได้มาทำให้ใครตาย!
“แล้วท่านจับไปทำไม?” จูเอ้อร์เม่ยหมดหวัง
“เงียบ” เย่อวี๋หรานเริ่มหมดความอดทน
ครั้นนับในใจเสร็จแล้ว เย่อวี๋หรานก็ปล่อยมือ
จูเอ้อร์เม่ยเดินเข้ามาหาอย่างไม่ยอมตายใจ “พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านจับชีพจรแล้วพอจะดูอะไรออกไหมเจ้าคะ?”
“ข้าไม่ใช่หมอเสียหน่อย ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร? อย่างมากก็บอกได้แค่ว่านางยังไม่มีอันตรายชั่วคราวเท่านั้นแหละ…” เย่อวี๋หรานกล้าพูดเพียงว่าชั่วคราว ผู้ใดจะไปรู้ว่าจะเกิดเหตุเปลี่ยนแปลงภายหลังหรือเปล่า?
จูเอ้อร์เม่ยไม่ได้คิดมากเช่นนั้น พี่สะใภ้ใหญ่บอกว่าภรรยาของเฉียนซินไม่เป็นไร อย่างนั้นก็ต้องไม่เป็นไร
นางจึงวางใจได้เสียที “ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ถ้าเด็กพวกนั้นไม่มีแม่แล้ว ข้าก็ต้องเลี้ยงอีกน่ะสิ ข้าเลี้ยงตัวเองยังไม่ไหวแล้วจะไปเลี้ยงเด็กหลายคนนั้นได้อย่างไร”
ความจริงแล้วเด็กในครอบครัวจูเอ้อร์เม่ยไม่ได้มากมายอะไรเลย
เฉียนซินมีลูกสามคน เฉียนเสี่ยวซินก็มีลูกสามคนเช่นกัน ยุติธรรมยิ่งนัก
นางด่าแต่ปาก หากในใจก็ไม่ได้อยากให้ลูกสะใภ้คนโตเป็นอะไรไป
ขณะที่กำลังคุยกันอยู่ คนบนเตียงก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา
“พี่สะใภ้ใหญ่ นางฟื้นแล้วเจ้าค่ะ” พอจูเอ้อร์เม่ยเห็นว่าภรรยาของเฉียนซินได้สติแล้ว ความอ่อนโยนในน้ำเสียงก็หายวับ แปรเปลี่ยนเป็นความไม่พอใจ “ข้าว่าแล้วเชียว ถ้านางอยากตายจริง ๆ จะชนกำแพงต่อหน้าคนมากมายแบบนั้นทำไม? ถ้าจะตายก็ควรหลีกเลี่ยงผู้คน แอบไปกระโดดแม่น้ำคนเดียวโน่น…”
ภรรยาของเฉียนซินน้อยเนื้อต่ำใจ ไม่ทันพูดอะไรน้ำตาก็ไหลออกมาเสียแล้ว
แม้เย่อวี๋หรานจะเห็นใจอีกฝ่าย แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับวิธีการของนาง
แค่คิดดูก็เข้าใจได้ เป็นแม่คนแท้ ๆ เจ้ากลับไม่พยายามเลี้ยงลูกชายลูกสาวด้วยตนเอง เอะอะก็ร้องไห้ คิดแต่จะอ้อนวอนขอความเมตตาจากคนอื่น คิดอะไรอยู่?
เอาแค่การชนกำแพงเมื่อครู่นี้เป็นตัวอย่าง นับตั้งแต่เย่อวี๋หรานย้อนยุคมาจนถึงตอนนี้ก็ไม่ได้เจอเป็นครั้งแรก แต่ก็ไม่มีใครทำได้ชวนเวทนาเท่าภรรยาของเฉียนซินเลยสักคน คนอื่นจะชนกำแพงยังรู้จักส่งเสียงโวยวาย ดึงดูดความสนใจของทุกคนแล้วพุ่งชนต่อหน้าต่อตาคนอื่น แต่นี่กลับประเสริฐนัก หลบอยู่ข้างหลังทุกคน พุ่งชนกำแพงโดยไม่ส่งเสียง
เคราะห์ดีที่มีคนเห็นเข้า ไม่อย่างนั้น…
คงต้องตายโดยไร้ประโยชน์แล้ว!
คิดว่าคนมากมายในหมู่บ้านเฉียนเฉวียนจะมีใครเห็นแก่ความตายของเจ้า แล้วก้าวออกมาเรียกร้องความยุติธรรมให้อย่างนั้นรึ?
ฝันหวานเกินไปแล้ว เย่อวี๋หรานไม่ต้องเดาก็ทราบว่าเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสเหล่านั้นคงจะคิดหาวิธีการมากลบเกลื่อนเรื่องนี้ ปล่อยให้ผ่านไปทั้งอย่างนี้
รอจนเหล่าเฉียนและเฉียนซินสองพ่อลูกออกมาจากคุก ทุกประการก็สายเกินไป
ส่วนลูกชายลูกสาวของเจ้า หึหึ เด็กน้อยแบบนั้น นอกจากร้องไห้ที่สูญเสียมารดาไปยังจะทำอะไรได้อีก? ไม่แน่ว่าแค่มีคนมากล่อมไม่กี่คำก็คงไม่รู้แล้วว่ามารดาของพวกตนตายอย่างไร
ภรรยาของเฉียนซินตั้งใจจะใช้ความตายของตนเองมาลงโทษใคร? ลงโทษตัวนางเองงั้นหรือ?
จูเอ้อร์เม่ยด่าทอไปยกใหญ่ เย่อวี๋หรานรู้ว่าอีกฝ่ายทำเกินไปแต่ก็คร้านจะห้ามปราม จึงปล่อยให้ด่าต่อไป ใครบางคนจะได้ไม่คิดว่าตนเองใช้การฆ่าตัวตายมาข่มขู่ทุกคนได้สำเร็จ
ครั้นเห็นว่าพอสมควรแล้ว นางจึงเอ่ยขึ้นอย่างแช่มช้า “หลานสะใภ้ แม่สามีของเจ้าอาจพูดจาไม่น่าฟังไปบ้าง แต่นั่นก็เพราะว่าเป็นห่วงเจ้า”
“ไม่อย่างนั้น ข้างนอกนั่นมีคนกระโดดน้ำฆ่าตัวตายเพราะใช้ชีวิตต่อไปไม่ไหวตั้งมากมาย ทำไมแม่สามีของเจ้าจึงไม่ไปสนใจ? ก็เพราะเจ้าเป็นลูกสะใภ้ของนาง นางจึงใส่ใจน่ะสิ”
……
เอาเถอะ เย่อวี๋หรานยอมรับว่าตนเองพูดจาได้ปลอมเกินไปแล้ว
ถ้านางมีแม่สามีแบบจูเอ้อร์เม่ยคงทะเลาะแตกหักกันไปนานแล้ว
แต่คนเรามักจะพิจารณาจากมุมมองที่ตนเองได้รับผลประโยชน์อยู่แล้ว
ตอนนี้ภรรยาของเฉียนซินยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับนาง นางได้แต่ทำในสิ่งที่ขัดต่อมโนธรรมของตนเอง กล่าววาจาที่ไม่ชวนฟังออกมา
นางคล้ายจะสัมผัสได้ถึงความสิ้นหวังของภรรยาเฉียนซิน สุดท้ายก็ทำใจลงมือรุนแรงไม่ลง จึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “อะแฮ่ม! แน่นอน ข้าเข้าใจได้ว่าทำไมเจ้าถึงชนกำแพง เจ้าคงคิดว่าแม่สามีพาน้องสะใภ้แยกเรือนออกไป ทิ้งเจ้ากับลูก ๆ เอาไว้ คงใช้ชีวิตต่อไปไม่ไหวสินะ?”
วาจานี้กระทบจิตใจของภรรยาเฉียนซิน นางหันมามองเย่อวี๋หรานด้วยความพลุ่งพล่านใจ ถึงขั้นอยากคว้าแขนเสื้อของอีกฝ่ายเอาไว้
แม้จะคว้าได้เพียงความว่างเปล่า แต่นางก็พูดออกมาว่า “ท่านป้า ข้าลำบากยิ่งนัก…”
“ยุคสมัยนี้ใครบ้างไม่ลำบาก? ใครบ้างไม่ต้องดิ้นรนเพื่อให้มีกินอิ่มท้องและได้สวมเสื้อผ้าอุ่น ๆ?” เย่อวี๋หรานกล่าวต่อไป “เจ้าช่างโง่งมจริง ๆ มองเห็นแค่ว่าแม่สามีพาน้องสะใภ้ของเจ้าแยกเรือนออกไป แต่กลับมองไม่เห็นข้อดีของการแยกเรือน ข้ารู้ว่าเจ้าอาจไม่เชื่อ แต่เจ้าฟังข้าพูดจนจบก็จะเข้าใจเอง”
เย่อวี๋หรานยังบอกให้จูเอ้อร์เม่ยและภรรยาของเฉียนเสี่ยวซินเข้ามาใกล้ ๆ ให้พวกนางมาฟังพร้อมกัน
“ข้าแยกพวกเจ้าออกจากกัน ไม่ได้ทำไปเพราะหวังให้ครอบครัวนี้แตกแยก แต่ทำไปเพื่อให้พวกเจ้ามีชีวิตที่ดีกว่าเดิม”
“ถ้าพูดอย่างไม่น่าฟังหน่อยก็คือ เหล่าเฉียนกับเฉียนซินไร้ประโยชน์แล้ว ถ้าพวกเจ้าทุกคนยังผูกติดกับพวกเขาต่อไปก็อย่าหวังเลยว่าจะได้มีชีวิตที่ดี ต้องแยกออกมาเท่านั้น ตัดใจอย่างเด็ดขาด ผลักเหล่าเฉียนและเฉียนซินไปอยู่อีกฝั่งหนึ่ง แม่สามีของเจ้าจึงจะสามารถพาครอบครัวน้องสะใภ้ไปมีชีวิตที่ดีกว่าเดิมได้”
“ส่วนเจ้านั้นช่วยไม่ได้ ผู้ใดให้เจ้าเป็นเมียเฉียนซินกันเล่า ถึงจะแยกเรือนอย่างไรก็ไม่อาจกันสามีของเจ้าออกไป แล้วให้เจ้าไปอยู่กับน้องสะใภ้นี่นา”
……
ภรรยาของเฉียนซินหลั่งน้ำตาอย่างเงียบ ๆ
ที่แท้ ท่านป้าก็คำนึงถึงนาง แต่นางเป็นภรรยาของเฉียนซิน พวกเขาเองก็จนปัญญา
“ข้าถามเจ้าสักคำ ถ้าแม่สามีของเจ้าไม่พาครอบครัวน้องสะใภ้แยกออกไป และมีพ่อสามีกับสามีของเจ้าเป็นตัวถ่วงไปตลอด พวกเขาจะมีโอกาสได้มีชีวิตที่ดีกว่าเดิมไหม?” เย่อวี๋หรานถาม
ภรรยาของเฉียนซินกัดริมฝีปาก ไม่กล้าพูดออกมา
อยู่กับพ่อลูกคู่นั้น ใครจะไปมีชีวิตที่ดีได้?
ถ้าเลือกได้ ใครจะเต็มใจอยู่กับพวกเขา นางเองก็ยังไม่อยากอยู่กับพวกเขาเลย
“ในเมื่อเจ้าไม่พูดอะไร ข้าก็จะถือว่าเจ้ายอมรับแล้วนะ” เย่อวี๋หรานกล่าวต่อไป “แม่สามีของเจ้าถูกพ่อสามีปลดไปแล้ว กล่าวได้ว่าไม่ใช่คนสกุลเฉียนอีกต่อไป ถ้าไม่ใช่เพราะแม่สามีของเจ้าตัดใจจากเสี่ยวซินและหลาน ๆ ไม่ได้ นางจะอยู่ที่หมู่บ้านสกุลจู ใช้ชีวิตอย่างเสรีตามใจนางต่อไปก็ได้ เจ้าว่าถูกไหม?”
ภรรยาเฉียนซิน “…”
ดูเหมือนจะจริงเช่นนั้น
“แต่ทำไมแม่สามีของเจ้าถึงกลับมา? ไม่เพียงเท่านั้น พอกลับมาแล้วยังพาพวกเสี่ยวซินแยกเรือนออกไปอีกต่างหาก?” เย่อวี๋หรานถามคำถามชี้นำ นางไม่ได้ละเลยภรรยาของเฉียนเสี่ยวซิน แต่กลับหันมากล่าวว่า “เมียเสี่ยวซิน เจ้าคงสงสัยเหมือนกันใช่ไหม?”
ในฐานะผู้ได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ ภรรยาของเฉียนเสี่ยวซินไม่กล้าแสดงความยินดีจนออกนอกหน้า เพียงก้มหน้าตอบรับเสียงเบา “เจ้าค่ะ”