ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 609 แม่สามีจอมลำเอียง
บทที่ 609 แม่สามีจอมลำเอียง
จูซานมีท่าทางครุ่นคิด “มิน่าล่ะ ตอนที่อาจารย์เสินทำพู่กันจึงระวังเรื่องน้ำหนักยิ่งนัก ตั้งแต่เบาไปถึงหนัก แบ่งตามน้ำหนักหลายระดับ ตอนนั้นข้ายังสงสัยว่าพู่กันด้ามเดียวก็พอแล้ว ทำไมต้องทำตั้งมากมาย น้ำหนักยังไม่เท่ากันอีกต่างหาก แบบนี้มิเท่ากับสิ้นเปลืองหรอกหรือ ที่แท้ก็มีเหตุผลอยู่เบื้องหลังนี่เอง”
“พู่กันด้ามที่น้ำหนักเบาใช้สำหรับปรับตัวให้เกิดความคุ้นเคย ส่วนด้ามที่น้ำหนักมากจึงจะนำมาใช้ฝึกคัดอักษร” เย่อวี๋หรานพยักหน้า “อาจารย์เสินช่างทุ่มเทเพื่อจูชีจริง ๆ แม้แต่เลือกพู่กันยังใส่ใจถึงเพียงนี้”
แล้วบอกให้จูชี ต้าเป่า และเอ้อร์เป่าปฏิบัติต่ออาจารย์เสินด้วยความเคารพมากกว่าเดิม
หัวใจคนประกอบขึ้นจากเลือดเนื้อ ผู้อื่นจริงใจต่อพวกเขา พวกเขาก็ย่อมตอบแทนด้วยความจริงใจ ไม่อย่างนั้น เมื่อเวลาผ่านไป ผู้อื่นก็คงหมดใจ ไม่ปฏิบัติต่อพวกเขาดุจเดิมอีก
เมื่อหิมะแรกโปรยปรายลงมา เทศกาลปีใหม่ก็ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
จูซื่อเสิ่นมาหาเย่อวี๋หรานถึงสองครั้งสองคราด้วยความยินดีปรีดา ที่แท้จูซื่อหู่ลูกชายนางนั้นในที่สุดก็ได้หมั้นหมายเสียที
“ยินดีกับเจ้าด้วย ในที่สุดก็สมปรารถนาแล้ว ต่อไปก็วางใจได้เสียที” เย่อวี๋หรานส่งสิ่งของให้พร้อมรอยยิ้ม “ก่อนหน้านี้ข้าก็บอกแล้ว เรื่องบุพเพวาสนาจะรีบร้อนไม่ได้ เมื่อถึงเวลาย่อมจะมาเอง เจ้าร้อนใจไปก็ไร้ประโยชน์ เจ้าดูสิ เพิ่งผ่านมาได้ไม่เท่าไหร่ก็ได้หมั้นหมายแล้วไม่ใช่หรือ?”
จูซื่อเสิ่นแย้มยิ้มเอ่ยว่า “ฮ่า ๆๆ…จริงด้วย ตอนแรกข้าน่าจะฟังพี่สะใภ้ใหญ่ กังวลไปเปล่า ๆ เสียแล้ว พี่สะใภ้ใหญ่ ข้าไปก่อนนะเจ้าคะ จัดการธุระเสร็จแล้ว ข้าค่อยมาหาท่านใหม่”
“อื้ม ข้างนอกหิมะตกแล้ว เดินทางระมัดระวังด้วย”
เย่อวี๋หรานตามมาส่งคนถึงหน้าเรือน
นางเดินกลับเข้ามาในเรือน คนในครอบครัวนั่งล้อมกองไฟอยู่ในห้องโถง
ช่วงนี้หิมะตก ไม่อาจออกไปข้างนอก แต่อย่าคิดว่าพอเป็นเช่นนี้ พวกเขาจะได้อยู่ว่าง
สำหรับชาวไร่ชาวนาที่ขยันขันแข็ง พวกเขาย่อมจะหาเรื่องมาทำได้ตลอดเวลา พวกผู้หญิงเย็บเสื้อผ้า เย็บพื้นรองเท้า ทำอาหาร ส่วนพวกผู้ชายก็ฟั่นเชือก สานตะกร้า แม้แต่เด็กน้อยอย่างซานเป่าและซื่อเป่าก็มีเรื่องให้ทำ
พวกเขาสองคนนั่งอยู่ที่โต๊ะข้าง ๆ ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าที่กำลังฝึกคัดอักษร
เทียบกับต้าเป่าและเอ้อร์เป่าที่ตอนนี้คัดลายมือได้สวยงามยิ่งแล้ว ลายมือของซานเป่าและซื่อเป่าแลดูยุ่งเหยิงไม่เป็นระเบียบอย่างเห็นได้ชัด กระดานทรายถูกพวกเขายึดถือเป็นกระดานวาดภาพ ขีดเขียนไปพร้อมกับหัวเราะคิกคัก
ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าอายุยังน้อย ยังไม่ต้องสอบเคอจวี่ การบ้านจึงมีไม่มาก คนที่งานหนักที่สุดตอนนี้ก็คือจูชี
ทุกวันนอกจากต้องฝึกคัดลายมือแล้ว ยังต้องทำการบ้านที่อาจารย์เสินมอบหมายเพิ่มเติมให้เขาอีกด้วย
ความจำดีมิสู้น้ำหมึกที่ซีดจาง*[1] แม้จูชีจะมีพรสวรรค์ผ่านตาไม่ลืมเลือน แต่อาจารย์เสินไม่อยากให้เขาใช้พรสวรรค์สิ้นเปลืองเกินไป จึงให้เขาคัดออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรอีกรอบจากความทรงจำหลังจากท่องจำบทเรียนได้แล้ว
เช่นนี้ นอกจากเขาจะได้ฝึกคัดลายมือ ยังสามารถนำสิ่งที่เขาคัดมารวมเล่ม ส่งต่อให้คนอื่นใช้ศึกษาได้อีกด้วย
ด้วยฐานะของสกุลจูในตอนนี้ แม้จะสามารถทำห้องเดี่ยวให้จูชีได้ แต่ถ่านมีราคาแพง ไม่อาจให้เขาใช้งานเพียงคนเดียว
นอกจากนี้ ถ้าในห้องมีเพียงเขาคนเดียวก็ยังเย็นอยู่ดี
ด้วยเหตุนี้ เย่อวี๋หรานจึงให้หลิ่วซื่อทำสิ่งที่มีลักษณะเหมือนที่ครอบหูให้จูชีและพวกเด็ก ๆ
เจ้าสิ่งนี้หน้าตาคล้ายหูฟังขนปุยแบบครอบศีรษะ แต่ตรงหูจะหนากว่าหน่อย จะได้ช่วยกั้นเสียงได้บ้างไม่มากก็น้อย
นั่งอยู่รอบกองไฟ หลิ่วซื่อและคนอื่น ๆ ไม่กล้าส่งเสียงดังเกินไป กลัวว่าจะรบกวนการเรียนของพวกเด็ก ๆ
เสียงพูดคุยของพวกเขายังดังไม่สู้เสียงอันซุกซนของซานเป่าและซื่อเป่า
ขณะที่หลิ่วซื่อทำงานอยู่ ก็จะเหลือบมองใบหน้าจริงจังของลูกชายเป็นระยะ ในใจมีความอบอุ่นขุมหนึ่งวาบผ่าน
ดูสิ นี่คือลูกชายของนาง ช่างตั้งใจเรียนปานไหน!
ความภาคภูมิใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของนางก็คือลูกชายสองคนนี้
ย้อนนึกถึงตอนที่พวกเขายังเล็ก แม่สามีเคยรังเกียจว่านางไม่คลอดลูกสาว ใช้ไม้กวาดไล่ตีลูกชายสองคนของนาง นางบังเกิดความรู้สึกเหมือนอยู่คนละโลกกันอย่างไรอย่างนั้น
เรื่องแบบนั้นเคยเกิดขึ้นด้วยหรือ?
รู้สึกเหมือนไม่ใช่เรื่องจริงอย่างนั้นแหละ!
ทันใดนั้นก็มีเสียงอาเจียนแห้ง ๆ ดังมาจากข้าง ๆ
“เป็นอะไรไปหรือ พี่สะใภ้รอง?” หลี่ซื่อนั่งอยู่ใกล้ที่สุด นางหยุดงานในมือมาช่วยลูบหลังให้หลิวซื่อ ทั้งยังถามอย่างเป็นห่วง
“แหวะ…” หลิวซื่อส่ายศีรษะ “ไม่รู้เหมือนกัน อยู่ดี ๆ ก็รู้สึกไม่สบาย คลื่นไส้ยิ่งนัก”
เย่อวี๋หรานมองไปรอบห้องอย่างตื่นตัว ตรวจสอบว่าไม่ได้ปิดประตูไว้จนสนิท สามารถมองเห็นเสื่อที่แขวนไว้ข้างนอกได้อย่างชัดเจน นางค่อยผ่อนลมหายใจออกมา
คนยุคนี้ยังไม่รู้จักภาวะคาร์บอนมอนอกไซด์เป็นพิษ*[2]
พวกเขาเพียงทราบว่าต้องก่อกองไฟ ปิดห้องให้สนิท แล้วห่อตัวด้วยผ้าห่ม จึงจะทำให้ร่างกายอบอุ่น
โชคดีที่บ้านเรือนสมัยนี้ไม่ได้ปิดกั้นช่องทางถ่ายเทอากาศไปเสียหมด บ้านคนจนมักจะมีช่องโหว่ตรงนั้นตรงนี้ วิธีสร้างความอบอุ่นเช่นนี้ไม่รู้ว่าจะทำให้คนเสียชีวิตมากมายเพียงใด
สำหรับคนส่วนใหญ่ พวกเขาไม่มีกำลังพอจะใช้ถ่านเงินที่คนรวยนิยมใช้ ถ่านที่พวกเขาใช้ล้วนเป็นถ่านที่เผากันเองทั้งสิ้น
เวลาจะเผาแต่ละครั้งก็มักใช้ท่อนไม้ขนาดค่อนข้างใหญ่
เมื่อท่อนไม้ถูกเผาจนทั่วแล้วแต่ยังไม่กลายเป็นขี้เถ้าก็ใช้อ่างดินเผาคว่ำทับเอาไว้เพื่อตัดออกซิเจน เพียงเท่านี้ก็ได้ถ่านแบบที่เรียบง่ายที่สุดสำหรับใช้งานแล้ว
ถ่านประเภทนี้คุณภาพแย่หน่อยก็จริง แต่สำหรับคนจนก็ถือว่าเป็นของดีมากแล้ว
ถ้าไม่ได้จริง ๆ ก็ขุดหลุมตรงหน้าเตา จุดไฟเผาฟืน
หลังจากเย่อวี๋หรานมาแล้ว ความเป็นอยู่ของสกุลจูก็ค่อย ๆ ดีขึ้น จึงมีแก่ใจเตรียมถ่านแบบนี้เอาไว้ใช้งาน
ปกติก็ใช้อย่างจำกัดจำเขี่ย ถ้ามีแขกมาเยือนจึงจะนำออกมาใช้ แต่ปีนี้ไม่เหมือนกัน ปีนี้ในบ้านมีคนเรียนหนังสือ นอกจากนี้ ปีหน้าจูชีก็จะสอบแล้ว การรับรองความอบอุ่นของเขากลายเป็นภารกิจที่สำคัญที่สุด
ดังนั้นนอกจากสกุลจูจะเตรียมถ่านทำเองเอาไว้ใช้งาน ยังเจียดเงินออกมาซื้อถ่านใหม่กับคนขายถ่านมาจำนวนหนึ่งอีกด้วย
ถ่านที่ซื้อมาใช้งานได้ดีกว่าถ่านที่เผากันเอง ทั้งเผาไหม้ได้นานและยังให้ความอบอุ่นได้ดี
เมื่ออากาศในห้องอบอุ่นขึ้นมาแล้วก็ช่าง…
“เจ้าว่า ข้าอาจมีข่าวดีหรือเปล่า?” ใบหน้าเขินอายของหลิวซื่อดึงเย่อวี๋หรานกลับมาจากภวังค์
นางหันหน้าไปมองก็เห็นหลิวซื่อกำลังใช้หางตามองมาทางตนอยู่ ซึ่งหมายความว่า หลิวซื่อไม่ได้พูดให้หลี่ซื่อฟัง แต่กำลังพูดให้นางฟังต่างหาก
“หา?” หลี่ซื่อไม่ได้คิดมาถึงเรื่องนี้ เพราะตอนที่นางตั้งครรภ์ไม่ได้มีอาการชัดเจนขนาดนี้
กล่าวได้ว่ากินนอนได้ตามปกติ จนกระทั่งหน้าท้องเริ่มนูนขึ้น เจริญอาหารกว่าเดิม นางจึงเริ่มสงสัยว่า ข้าคงไม่ได้ท้องหรอกนะ?!
พอไปตรวจดูก็พบว่าตั้งครรภ์ดังคาด
“อะไรกัน เจ้าก็เคยมีลูก มีประสบการณ์แล้วนี่นา…” หลิวซื่อผลักแขนหลี่ซื่ออย่างคาดหวัง
“เอ่อ…”
หลี่ซื่อยังไม่ทันได้ตอบ เย่อวี๋หรานก็กล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา “นางไม่ใช่หมอเสียหน่อย เจ้าจะถามนางทำไม? หรือนางมีวาจาประกาศิต บอกว่าเจ้าท้องก็ท้องจริง ๆ?”
หลิวซื่อพูดไม่ออก ฉับพลันนั้นก็รู้สึกไม่พอใจ
อะไรกัน? แม่สามีคิดว่านางโกหก ไม่ได้ท้องอย่างนั้นหรือ?
นางตั้งครรภ์ก็เป็นหลานของแม่สามีเหมือนกันนะ แม่สามีมาทำอย่างนี้ได้อย่างไร?
แม่สามีลำเอียงเกินไปแล้ว ปกติหลี่ซื่อว่าอย่างไรก็ว่าอย่างนั้น พอเปลี่ยนมาเป็นนางพูด ทำไมแม่สามีถึงมีท่าทีแบบนี้ด้วย?
ยังมาพูดว่าตัวเองไม่ลำเอียงอีก ลำเอียงถึงขนาดนี้ หากไม่เรียกว่าลำเอียงแล้วจะเรียกว่าอะไร?
[1] ความจำดีมิสู้น้ำหมึกที่ซีดจาง (好记性不如烂笔头) หมายถึง การเขียนบันทึกย่อมช่วยเตือนความจำได้ดีกว่าการจดจำเอาไว้ในใจ
[2] ภาวะคาร์บอนมอนอกไซด์เป็นพิษ เกิดจากการหายใจเอาก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ที่เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ในสถานที่ที่อากาศไม่ถ่ายเทเข้าไป ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ สับสน อาเจียน หายใจลำบาก หน้ามืด หมดสติและเสียชีวิต