ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 613 แม่ไก่ที่ออกไข่ไม่ได้
บทที่ 613 แม่ไก่ที่ออกไข่ไม่ได้
“อะไรนะ?! เจ้าท้องแล้วจริง ๆ?!” เมื่อจูเอ้อร์ได้ยินข่าวนี้ก็แทบไม่อยากเชื่อ
เขาจับจ้องหน้าท้องของหลิวซื่อประหนึ่งมองเห็นสิ่งล้ำค่า
หลิวซื่อเชิดคางอย่างได้ใจ แอ่นหน้าท้องที่ตอนนี้ยังดูไม่ออกสักนิด “แน่นอนอยู่แล้ว ท่านหมอพูดแล้ว เจ้าไม่ได้ยินรึ? หูมีไว้ประดับเฉย ๆ หรือไร?”
จูเอ้อร์เข้าไปเดินวนรอบหลิวซื่อด้วยความยินดีปรีดา ไม่มีแก่ใจไปสนเรื่องอื่นอีก
“เจ้าท้องจริง ๆ?”
“สวรรค์ ในที่สุดข้าก็จะได้เป็นพ่อคนแล้ว เจ้าได้ยินไหม?”
“ฮ่าฮ่าฮ่า…ข้าจะได้เป็นพ่อคนแล้ว!”
……
จูเอ้อร์เดินวนรอบหลิวซื่อ แต่ไม่กล้าแตะต้องนางแม้แต่น้อย ราวกับว่าทันใดนั้นหลิวซื่อก็กลายเป็นเครื่องเคลือบดินเผาอันแสนเปราะบาง เพียงกระทบถูกก็จะบุบสลาย
เย่อวี๋หรานเห็นท่าทางของจูเอ้อร์ก็ทราบว่าในเวลาอย่างนี้หากจะให้เขาไปส่งท่านหมอชาวบ้านด้วยตนเองออกจะไม่เหมาะสม นางจึงขานเรียกจูอู่
ปกติแล้วจูต้าสนิทสนมกับจูเอ้อร์มากที่สุด เขาย่อมจะดีใจแทนน้องรอง เจ้าตัวตบไหล่อีกฝ่ายแล้วกล่าวว่า “ยินดีด้วย น้องรอง ในที่สุดเจ้าก็จะได้เป็นพ่อคนแล้วนะ!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า…ใช่แล้ว ข้าจะได้เป็นพ่อคนแล้ว! ดูซิใครยังจะกล้าพูดว่าข้ามีลูกไม่ได้อีก…” จูเอ้อร์ดีใจมากเกินไปจนกล่าวออกมาด้วยความพลุ่งพล่าน
ทุกคนหัวเราะครืน
หลี่ซื่อสะกิดหลิ่วซื่อเบา ๆ แล้วกล่าวว่า “ตอนนี้พี่สะใภ้รองสมหวังแล้ว ต่อไปคงได้ใจหนักแน่นอนเลยเจ้าค่ะ”
นางเพียงพูดหยอกเย้าเท่านั้น
หลิ่วซื่อยิ้มเล็กน้อย แต่ไม่ได้พูดตอบ
หลินซื่อเห็นแล้วก็ไม่รู้ว่าอิจฉาหรือริษยากันแน่
แม้แต่พี่สะใภ้รองก็มีลูกแล้ว ต่อไปในบ้านนี้ก็เหลือแค่นางคนเดียวที่ยังไม่มีลูก
เรื่องนี้ดูท่าจะจัดการยากเสียแล้ว!
หลินซื่อสับสนขึ้นมาอีกครา ตกลงแล้วข้าควรท้องหรือไม่ท้องดีนะ?
นางไม่อยากเป็นสะใภ้สกุลจูเพียงคนเดียวที่ยังไม่มีลูก แต่ครอบครัวพี่สะใภ้คนอื่นไม่ต้องเลี้ยงดูน้องสาวหลานสาวหลายคนเหมือนนางนี่นา
เฮ้อ…
ถ้าพี่สะใภ้รองมีลูกช้ากว่านี้สักหลายปีก็ดีน่ะสิ
นางไม่ได้มีเจตนาอื่นแอบแฝง แต่แค่ไม่อยากเป็นคนเดียวที่ยังไม่มีลูกในครอบครัวสกุลจู
แต่นางคล้ายจะลืมไปว่า หลิวซื่อแต่งเข้าสกุลจูมานานหลายปีแล้ว ดีที่แม่สามีอย่างเย่อวี๋หรานเป็นคนที่ย้อนยุคมา ไม่รีบร้อน มิเช่นนั้นหากเปลี่ยนเป็นแม่สามีคนอื่น…
ยกตัวอย่างเช่นในสายตาเจ้าของร่างคนเก่า หลิวซื่อก็คือแม่ไก่ที่ออกไข่ไม่ได้อย่างไม่ต้องสงสัย
การตั้งครรภ์นับเป็นข่าวดี แต่ถึงอย่างไรหลิวซื่อก็เพิ่งตั้งครรภ์ได้ไม่นาน ตามธรรมเนียมของยุคสมัยนี้ย่อมจะยังไม่ป่าวประกาศออกไป
นอกจากคนใกล้ชิดเพียงไม่กี่คน โดยทั่วไปแล้วจะรอให้นางท้องโตจนกระทั่งมีคนสังเกตเห็น จึงจะคล้อยตามโอกาสบอกกล่าวออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ
แต่หลิวซื่อรอไม่ไหว นางอยากบอกทุกคนให้รับรู้ทั่วกันว่า ข้าก็มีลูกได้เหมือนกันนะ ห้ามพวกเจ้าแอบไปพูดกันลับหลังว่าข้าเป็นแม่ไก่ที่ไม่รู้จักออกไข่
หลิวซื่อไม่โง่ คำซุบซิบนินทาเหล่านั้น ถึงจะไม่ได้พูดออกมาต่อหน้านาง แต่นางย่อมจะเคยได้ยินมาไม่มากก็น้อย
ตอนนั้นนางได้แต่ข่มกลั้นโทสะเอาไว้ แค้นใจจนอยากเสกเด็กเข้าท้องตัวเองให้ได้เสียเดี๋ยวนั้น
กระทั่งมารดาบังเกิดเกล้าของนางยังคิดว่านางอาจมีลูกไม่ได้ จึงเที่ยวไปหาตำรับยาให้กำเนิดบุตร
ตอนนี้ในที่สุดก็ตั้งครรภ์เสียที หลิวซื่อยังจะนั่งติดที่ได้อย่างไร หากไม่ใช่เพราะวันนี้เป็นวันข้ามปี นางก็อยากกลับบ้านเดิมไปแจ้งให้ทุกคนทราบเสียตั้งแต่ตอนนี้เลยทีเดียว
แต่ตอนนี้ยังไปไม่ได้ หรือนางควรไปเจรจากับพี่สะใภ้ใหญ่ สลับให้ตนเองได้กลับบ้านเดิมเป็นคนแรกดีไหมนะ?
หลิวซื่อตรงไปหาหลิ่วซื่อทันที บอกว่านางอยากแลกวันกลับบ้านเดิมกับอีกฝ่าย
“เรื่องนี้…ไม่ดีกระมัง?” หลิ่วซื่อได้ยินแล้วก็รู้สึกว่าไม่ถูกธรรมเนียม แต่ไม่รู้จะแย้งอย่างไร
นางเป็นสะใภ้ใหญ่ วันกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมจึงอยู่อันดับแรก ถ้าน้องสะใภ้รองแลกไปแล้วลือกันออกไป คนข้างนอกจะต้องคิดว่านางทำอะไรลงไปเป็นแน่
สกุลหลิ่วค่อนข้างอนุรักษ์นิยม หลิ่วซื่อสามารถจินตนาการได้เลยว่าถ้านางกลับไปช้ากว่าเดิมหนึ่งวันแล้วจะได้รับโทษอย่างไรที่บ้านเดิม
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะเจ้าคะ? พวกเราตกลงกันตามนี้ก็แล้วกัน” หลิวซื่อไม่สนใจว่าพี่สะใภ้ใหญ่จะตกลงหรือไม่ นางประคองหน้าท้องที่ยังคงไร้เค้าลางแต่อย่างใดออกไปจากครัว
“เจ้าจะไปไหน? พวกเราจะต้องทำอาหารกันแล้วนะ…” หลิ่วซื่ออยากเตือนว่าวันนี้คนที่รับผิดชอบทำอาหารเย็นคือพวกนางสองคน
ความจริงแล้วเมื่อเช้านี้ ทุกคนล้วนทำงานอยู่ในครัว แต่ถึงตอนที่ท่านหมอมาที่เรือนจึงพักไว้ก่อนชั่วคราว
ยามนี้หมอชาวบ้านจากไปแล้วก็ย่อมต้องกลับมาทำงาน
หลี่ซื่อกับหลินซื่อกำลังทำงานอย่างอื่น อีกสักพักจึงจะกลับมา หน้าที่ทำอาหารจึงเป็นของพวกนางสองคน
หลิ่วซื่อเข้าใจว่าหลิวซื่อมาตอนนี้เพื่อช่วยงาน ที่ไหนได้…
หลิวซื่อไม่แม้แต่จะหันหน้ากลับมา
หลิ่วซื่อยืนถือทัพพีอยู่ที่เดิม รู้สึกอึดอัดกลัดกลุ้ม
งานในครัวมีตั้งมากมาย คงไม่ได้จะให้นางทำคนเดียวหรอกนะ?
นางกลัวว่าตนเองทำคนเดียวแล้วอาจไม่เสร็จ
ความกังวลนี้ไม่ได้ไร้เหตุผลเสียทีเดียว ผ่านไปครู่หนึ่ง หลี่ซื่อกับหลินซื่อก็กลับมาจากล้างผัก พบว่าหม้อในครัวเพิ่งจะเริ่มร้อน แม้แต่ข้าวก็ยังหุงไม่สุก
“พี่สะใภ้ใหญ่ เกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ? ช่วงที่พวกข้าออกไปก็น่าจะเริ่มทำอาหารไปแล้วนี่นา?” หลี่ซื่อถาม
หลิ่วซื่อเติมฟืนเข้าไปในเตา กล่าวอย่างอมทุกข์ว่า “มีข้าคนเดียว ต้องเตรียมของหลายอย่างก็เลยยังไม่เสร็จ”
“หา? พี่สะใภ้รองเล่า? พี่สะใภ้รองต้องช่วยท่านทำไม่ใช่หรือเจ้าคะ?” หลินซื่อสงสัย
วันข้ามปีเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการแสดงฝีมือของเหล่าลูกสะใภ้ พวกนางจะพลาดไปได้อย่างไร จึงไล่พวกเด็กสาวออกไปจากห้องครัว ให้พวกนางไปผิงไฟในห้องโถง
ต้องทำงานมาทั้งปี เด็กสาวที่ยังไม่ออกเรือนเพิ่งจะได้ผ่อนคลายจริง ๆ ก็ช่วงไม่กี่วันนี้เอง พวกนางย่อมเต็มใจอยู่แล้ว
แต่ถึงจูปาเม่ย หลินซานเม่ย และหลินซื่อเม่ยจะไม่ได้เข้าครัวทว่าก็ไม่ได้อยู่ว่าง พวกนางจับกลุ่มกันทำงานเย็บปัก ถักสร้อยข้อมือ และคอยดูแลบรรดาน้องชายหรือหลานชาย เวลาผ่านไปอย่างคึกคักเพลิดเพลิน
สกุลจูมีคนมาก อาหารที่ต้องทำจึงมากตาม ลูกสะใภ้ทั้งสี่จำเป็นต้องแบ่งงานกันทำ
เดิมทีนึกว่าแบ่งงานกันอย่างดีแล้ว แต่กลับพบว่าเวลาอาหารเย็นถูกเลื่อนออกไป เกิดความผิดพลาดอะไรขึ้น?
ปกติแล้วมื้อเย็นของวันข้ามปีจะเริ่มรับประทานกันตอนบ่าย ไม่ใช่ตอนเย็น
ทุกคนรับประทานอาหารเย็นกันแต่เนิ่น ๆ เพราะหลังจากนั้นยังต้องไปเยี่ยมเยือนญาติมิตร
หลิ่วซื่อก้มหน้าตอบ “ไม่รู้”
“พี่สะใภ้รองก็จริง ๆ เลย ทุกคนยุ่งกันจะแย่อยู่แล้ว นางหายไปไหน?” หลินซื่อพลันไม่พอใจ นางพร่ำพูด “ประเดี๋ยวพวกอาสะใภ้สามกับอาสะใภ้สี่ก็จะมากินข้าวด้วยกันแล้ว ถ้าพวกเขามาเห็นว่าพวกเรายังไม่พร้อมสักอย่าง ไม่เสียหน้าเอาหรือ? ถึงตอนนั้นท่านแม่ต้องโมโหแน่ ๆ…”
นางร้อนใจอยู่บ้าง เพราะกลัวว่าเย่อวี๋หรานจะพาลโกรธมาถึงตนเอง
สถานการณ์ของนางในสกุลจูตอนนี้ก็ลำบากอยู่แล้ว ต้องระมัดระวังไปเสียทุกอย่าง กลัวว่าแม่สามีจะจับจุดอ่อนของนางได้
ถ้าแค่อย่างสองอย่างย่อมไม่เป็นไร แต่ถ้ามากกว่านั้น แล้วเกิดวันไหนแม่สามีมาคิดบัญชีกับนาง นางก็ถึงคราวซวยแล้วน่ะสิ?
ก่อนนี้ยังมีพี่สะใภ้รองบังหน้า ตอนนี้พี่สะใภ้รองตั้งครรภ์แล้ว นางจึงโผล่ขึ้นมาแทน
หลินซื่อพลันรู้สึกเหมือนมีกระบี่เล่มหนึ่งแขวนอยู่เหนือศีรษะตนเอง และอาจตกลงมาเมื่อไหร่ก็ได้
หลินซื่อกล่าวโทษหลิวซื่ออยู่ตรงนั้น แม้หลิ่วซื่อจะไม่พูดอะไรออกมา แต่ในใจก็เห็นด้วย ทั้งยังรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย
เพราะนางไม่กล้าพูด แต่มีคนกล้าพูดนี่นา
เผือกร้อนในมือ ในที่สุดก็โยนทิ้งไปได้แล้ว
แม้หลิ่วซื่ออยากปัดความรับผิดชอบ แต่ความคิดของนางเรียบง่ายอย่างยิ่ง ข้าไม่เข้าไปยุ่งกับเรื่องอะไรทั้งนั้น ข้าแค่อยากใช้ชีวิตอย่างสงบ รอจนลูกชายทั้งสองของข้าได้ดีแล้ว ก็ถือว่าข้าอดทนจนผ่านไปได้เสียที…
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
8992E4WV
เจอโค๊ดแล้วอย่าเพิ่งเมินเฉย โค๊ดนี้สามารถนำมากรอกเพื่อรับเหรียญได้ที่เว็บไซต์ Enjoybook
ไปที่โปรไฟล์ >> รหัสแลกรับ >> ใส่โค๊ดที่ได้ (ตัวพิมพ์ใหญ่)
ลุ้นรับเหรียญสูงสุด 100 เหรียญ ตั้งแต่วันนี้ – 30 ตุลาคม
ด่วน! ใครใช้โค๊ดก่อน ได้เหรียญก่อนนะ