ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 628 ท่านอย่ามองข้าแบบนั้นสิ
บทที่ 628 ท่านอย่ามองข้าแบบนั้นสิ
เหวินเหรินซานนึกยินดี ทว่าเขาไม่ได้ตอบกลับมาตรง ๆ แต่ถามหยั่งเชิงว่า “เจ้าถามแบบนี้หมายความว่าอย่างไร? ข้าเป็นผู้ชายนะ จะไปมีความคิดอะไรกับแม่นางที่ยังไม่ออกเรือนคนหนึ่งได้? คำพูดแบบนี้ถ้าลือกันออกไป จะมิทำชื่อเสียงคนเขาเสียหายเอาเรอะ?”
จูอู่พินิจสีหน้าของเหวินเหรินซาน รอยยิ้มขยายกว้างกว่าเดิม “โอ้โห…ท่านรู้ด้วยว่าจะทำให้ชื่อเสียงคนเขาเสียหาย? แล้วเมื่อครู่นี้คืออะไรกัน? อาหญิงหลี่คุยอยู่กับแม่ข้า ท่านกลับพยายามจะเข้าไปมีส่วนร่วมให้ได้…ท่านคิดว่าพวกข้าที่อยู่ข้าง ๆ ตาบอดงั้นรึ? ท่านพูดออกมาให้ชัด ๆ ดีกว่า พวกข้าจะได้ไปสอบถามความเห็นของทางสกุลหลี่ได้ถูก”
“ชัดเจนขนาดนั้นเชียว?” เหวินเหรินซานกระดากอายอยู่บ้าง เขานึกว่าตนเองเก็บงำได้ดีแล้วเสียอีก
จูอู่ยิ้มขณะชนไหล่อีกฝ่ายเบา ๆ “เหอะ ๆๆ…มีอะไรน่าอาย? หญิงงามพร้อมเป็นที่หมายปองของวิญญูชน ก็เป็นเรื่องธรรมดานี่นา? ท่านมีบุญคุณช่วยชีวิตครอบครัวพวกข้า แค่บอกแม่ข้าเอาไว้ก็พอ แม่ข้าจะได้ช่วยเป็นแม่สื่อให้พวกท่าน…”
คนข้างนอกพูดคุยสัพยอก คนในห้องก็สนทนากันไปได้พอสมควรแล้ว
หลังจากเหวินเหรินซานกับจูอู่ออกไปแล้ว มารดาของหลี่ฉินก็เอ่ยปากกับเย่อวี๋หรานว่า “เด็กคนนี้ไม่เลวเลย ไม่รู้ว่าแม่นางน้อยคนไหนมีวาสนาได้แต่งให้เขา”
เย่อวี๋หรานหัวเราะเบา ๆ “เหรินซานเป็นเด็กดีคนหนึ่ง ตอนนั้นข้าถูกคนใส่ร้ายจนต้องเข้าไปอยู่ในคุกก็ได้เขานี่แหละคอยดูแลให้ความช่วยเหลือ ข้าถึงไม่ได้รับความลำบากตอนอยู่ในนั้น”
นางทำเป็นชมเชยเหวินเหรินซานเหมือนไม่ตั้งใจ
มารดาของหลี่ฉินยิ่งฟังก็ยิ่งชอบใจ ถ้าไม่ติดที่ว่ารอบด้านยังมีพวกเด็ก ๆ นั่งอยู่ด้วย นางคงออกปากตรง ๆ ไปแล้ว
เย่อวี๋หรานเตือนสติว่า “เจ้าชอบคนเดียวไม่พอหรอกนะ คนที่จะออกเรือนไปใช้ชีวิตกับเขาคือลูกสาวของเจ้า เรื่องนี้ต้องถามความคิดเห็นของหลี่ฉินด้วย”
“ถามนางทำไม? นางเป็นเด็กเป็นเล็กจะไปเข้าใจอะไร? คำสั่งของบิดามารดา คำทาบทามของแม่สื่อ พวกเราผู้ใหญ่ตัดสินใจกันเองก็พอแล้ว”
เย่อวี๋หรานส่ายหน้ายิ้ม ๆ “พอฉินยาโถวมาแล้ว เจ้าก็ถามนางเถอะ”
พวกนางไม่ได้ถามหลี่ฉินต่อหน้าพวกเด็ก ๆ แต่รั้งตัวหลี่ฉินเอาไว้ข้างนอก
เย่อวี๋หรานไม่ได้บอกว่าเป็นความคิดของตนเอง เพียงบอกว่ามารดาของนางต้องตาเด็กหนุ่มที่มาอวยพรปีใหม่คนหนึ่ง ถามว่านางคิดเห็นอย่างไร
ถ้านางไม่ถือสา จะได้ใช้โอกาสนี้จัดการให้พวกนางสองคนได้พบหน้ากันแล้วค่อยว่ากันอีกที
หลี่ฉินนึกถึงคนที่เพิ่งได้พบเมื่อครู่ ใบหน้าก็พลันแดงก่ำ “เรื่องนี้…เรื่องนี้ยกให้ท่านแม่กับแม่บุญธรรมตัดสินใจเจ้าค่ะ”
มารดาของหลี่ฉินเอ่ยด้วยความปีติยินดี “เห็นไหม ข้าบอกแล้วว่าเรื่องนี้ไม่มีปัญหา”
ท่าทางที่เด็กหนุ่มคนนั้นจ้องมองลูกสาวของตนเอง มารดาของหลี่ฉินได้เห็นกับตาตัวเองแล้ว
เหวินเหรินซานคิดไม่ถึงเลยว่าก่อนจากไป เขาจะมีโอกาสได้พบหน้าหลี่ฉินอีกครั้งหนึ่ง
หากบอกว่าครั้งก่อนคือ ‘การพบกันโดยบังเอิญ’ เช่นนั้นครั้งนี้ก็เป็นการอนุญาตกลาย ๆ ของผู้อาวุโสในครอบครัวแล้ว
หนุ่มสาวทั้งสองได้พบกันอีกครั้งที่ท้ายเรือนของสกุลจู
เหวินเหรินซานมองนางด้วยดวงตาเป็นประกาย
ดวงหน้าของหลี่ฉินแดงจัด “ท่าน…ท่านอย่าเอาแต่จ้องข้าแบบนั้นสิ…”
เหวินเหรินซานยิ้มกว้าง “ข้าไม่มองเจ้าแล้วจะมองใคร? ที่นี่มีเพียงข้ากับเจ้า”
หลี่ฉินก้มหน้าลงต่ำกว่าเดิม
“ข้ารู้ว่าแม่เจ้าให้เจ้ามา แล้วเจ้าล่ะ? คิดอย่างไร?”
หลี่ฉินเขินอายเกินกว่าจะพูด
เหวินเหรินซานเอ่ยว่า “ที่นี่มีแค่พวกเราสองคน ไม่ต้องอายหรอก เจ้าว่ามาเถอะ เจ้าคิดอย่างไรกับข้า?”
“มีใครเขาถามกันแบบนี้บ้าง?” หลี่ฉินพึมพำ
“ข้าก็เป็นคนแบบนี้แหละ” เหวินเหรินซานยิ้มกว้างกว่าเดิม “ข้าเป็นคนไม่อ้อมค้อม ได้เจอแม่นางที่ชอบพอก็จะรุกไปตรง ๆ ไม่มีทางรอให้นางแต่งให้คนอื่นก่อนค่อยมาเสียใจทีหลังหรอกนะ”
ขณะที่ฝ่ายหนึ่งเขินอาย อีกฝ่ายกลับยิ่งใจกล้ากว่าเดิม
เหวินเหรินซานรู้สึกว่า ตนเองชักจะขวัญกล้าเทียมฟ้าขึ้นไปทุกที
“จริง ๆ นะ! ข้าพูดความจริง ข้าต้องตาเจ้าตั้งแต่แรกเห็น”
“เจ้าน่ารักมาก ข้าไม่เคยเจอแม่นางคนไหนน่ารักเท่าเจ้ามาก่อน”
“ข้าทำมาหากินอะไร แม่บุญธรรมคงบอกเจ้าแล้วกระมัง? ข้าเป็นเจ้าหน้าที่ในที่ว่าการ มักได้ไปที่นั่นที่นี่ในตำบลอยู่บ่อย ๆ ไม่มีเรื่องไหนที่ข้าไม่รู้”
“ถ้าพูดอย่างหน้าไม่อายสักหน่อย จะได้เจอลูกสาวในเรือนชาวบ้านก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่ไม่มีแม่นางคนไหนทำให้ข้าใจเต้นแรงได้เหมือนเจ้าสักคน”
……
หลี่ฉินคิดไม่ถึงเลยว่าเหวินเหรินซานจะขวัญกล้าปานนี้ เพิ่งเจอหน้ากันครั้งแรกก็กล้าพูดจาแบบนี้ออกมาแล้ว
ใบหน้าของนางแดงจนไม่รู้จะแดงอย่างไร หลี่ฉินแทบอยากขุดหลุมฝังตนเองเสียเดี๋ยวนั้น
“ท่าน…ท่านรังแกคนอื่น!”
หลี่ฉินตำหนิเขาด้วยความสะเทิ้นอาย
“ข้ารังแกคนที่ไหน? ข้าไม่ได้แตะต้องตัวเจ้า ยืนคุยกันอยู่ห่าง ๆ ขนาดนี้แล้ว…” เหวินเหรินซานตีหน้าบริสุทธิ์ “เจ้าดูเอาเถอะว่าพวกเรายืนห่างกันขนาดไหน? ระหว่างพวกเราสามารถให้คนคนหนึ่งมายืนอยู่ตรงกลางได้สบาย ๆ เลยนะ”
“ข้าไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้” หลี่ฉินขยี้เท้าทั้งใบหน้าแดงก่ำ “ท่านรู้อยู่แก่ใจชัด ๆ ยังจะพูดแบบนี้อีก ท่านหน้าไม่อายเกินไปแล้ว!”
“ข้าพูดอะไร เจ้าก็พูดออกมาสิ เจ้าต้องพูดออกมา ข้าไม่รู้หรอกนะว่าข้าพูดอะไรผิด…” เหวินเหรินซานกล่าว “ถ้าเจ้าไม่ยอมพูดออกมาเสียที ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองพูดอะไรผิด? แม่นางหลี่ พวกเราเพิ่งเจอหน้ากันคราแรก เจ้าจะมาใส่ร้ายกันแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ?”
“ข้าเปล่า”
“เปล่าอะไร เจ้าพูดออกมาสิ”
หลี่ฉินจ้องเขาอย่างโมโห นางพูดว่า “ท่านคงเคยพูดแบบนี้กับผู้หญิงมามากมายหลายคนแล้วสินะ? ถึงได้พูดคล่องเสียขนาดนั้น”
“ฮ่า ๆๆ…นี่เจ้าหึงอยู่งั้นรึ?” เหวินเหรินซานหัวเราะ
“ข้าไม่พูดกับท่านแล้ว” หลี่ฉินหมุนกายหนีอย่างโมโห ไม่สนใจเขาอีก
เหวินเหรินซานอ้อมไปขวางหน้านาง แล้วกล่าวว่า “เจ้าเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่เคยพูดจาแบบนี้ ถ้าไม่ได้มาเจอเจ้า ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าข้าเป็นคนแบบนี้…”
คำพูดไม่กี่คำก็แสดงให้เห็นถึงความบริสุทธิ์ใจของตนเอง
หลี่ฉินรู้เช่นกันว่าในสายตาของเขา นางเป็นคนพิเศษ
ไม่มีผู้หญิงคนไหนสามารถมองข้ามการให้เกียรติเช่นนี้ ทุกคนล้วนหวังว่าตนเองจะเป็นคนพิเศษในสายตาคนรัก ไม่มีใครสามารถแทนที่ได้
ทั้ง ๆ ที่ประหม่าอย่างยิ่ง ทว่าในใจหลี่ฉินกลับรู้สึกยินดีอย่างห้ามไม่อยู่
จริงหรือ?
เขาชอบนางขนาดนี้เลย?!
แต่พวกเราเพิ่งจะเจอหน้ากันเองนะ…
ชั่วขณะนั้น หลี่ฉินรู้สึกสับสนยิ่งนัก
นางหวังว่าสิ่งที่อีกฝ่ายพูดมาจะเป็นความจริง แต่ก็กลัวว่าเขาเพียงแค่หลอกลวงตนเองเช่นกัน
การพบหน้าภายใต้สายตาของผู้อาวุโสครานี้กินระยะเวลาสั้น ๆ แต่ในช่วงเวลาเท่านี้ เหวินเหรินซานก็ได้ทิ้งความประทับใจที่ลึกล้ำเอาไว้ในใจหลี่ฉิน
เมื่อมารดาของหลี่ฉินสอบถามความเห็นของนาง นางเพียงแต่ก้มศีรษะลงด้วยความเขินอาย “เรื่องนี้แล้วแต่ท่านแม่กับแม่บุญธรรมจะเห็นชอบเจ้าค่ะ”
มารดาของหลี่ฉินนึกยินดี รีบแจ้งข่าวต่อเย่อวี๋หรานทันที
เย่อวี๋หรานยิ้มบาง ๆ สีหน้าสงบนิ่ง “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ก็นับว่าเป็นเรื่องดี อีกไม่กี่วันข้าจะได้เข้าตำบลพอดี จะได้ไปเจรจาเรื่องนี้กับพ่อแม่ของเหรินซานเสียเลย”
“แต่เรื่องที่ไม่น่าฟังยังคงต้องพูดไว้ล่วงหน้า” กล่าวถึงตรงนี้ เย่อวี๋หรานเว้นช่วงไปเล็กน้อยจึงพูดต่อไป “เรื่องนี้จะสำเร็จหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเห็นของพวกเจ้าฝ่ายเดียว แต่ยังต้องสอบถามความเห็นของสกุลเหวินด้วย”
ความยินดีในใจของมารดาหลี่ฉินลดทอนลงไป “ข้ารู้ เรื่องการดูตัวต้องดูความเห็นของสองครอบครัว ถึงแม้ฝ่ายหนึ่งจะยินดี แต่ก็คงไร้ประโยชน์ถ้าอีกฝ่ายไม่ยินดี เฮ้อ…พวกเขาอาศัยอยู่ในตำบล ฐานะก็ดีอย่างนั้น ข้าเกรงว่าเรื่องนี้คงจะเป็นไปได้ยาก…”