ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 627 ต้องตาต้องใจ
บทที่ 627 ต้องตาต้องใจ
“ค่าแม่สื่อไม่ต้องหรอกเจ้าค่ะ เรื่องนี้จะสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าหลี่ฉินกับเขาถูกใจกันหรือไม่ต่างหากล่ะเจ้าคะ” หลี่ซื่อเล่าสถานการณ์ทางด้านเหวินเหรินซานออกมาโดยไม่ปิดบัง
นางพูดได้หรือว่าวันนี้เหวินเหรินซานมาได้อย่างประจวบเหมาะพอดิบพอดี เป็นการจัดการของแม่สามีนาง?
เรื่องนี้ตอนแรกนางไม่รู้เรื่อง แต่ก็ต้องมีใครสักคนช่วยให้เหวินเหรินซานกับหลี่ฉินได้มาพบกันไม่ใช่หรือ?
หลี่ซื่อที่ไหวพริบดีจึงถูกเลือกให้มารับหน้าที่นี้
แต่หลี่ซื่อคิดไม่ถึงเลยว่านางยังไม่ได้ชักนำให้หลี่ฉินไปพบกับเหวินเหรินซานโดยบังเอิญ มารดาของหลี่ฉินกลับเห็นเหวินเหรินซานเสียก่อน ทั้งยังถูกใจตั้งแต่แรกเห็น
ครั้นมารดาของหลี่ฉินได้ยินว่าเหวินเหรินซานเป็นเจ้าหน้าที่ในที่ว่าการก็ลังเลขึ้นมา “คุณสมบัติดีขนาดนี้เชียว? อยู่ในตำบลและยังเป็นเจ้าหน้าที่อีก…ออกจะดีเกินไป เกรงว่าฉินยาโถวของพวกเราคงอาจเอื้อมไม่ถึงแล้ว”
“เฮ้อ…คนหนุ่มดี ๆ แบบนี้ หน้าตาก็ดี น่าเสียดายจริง ๆ!”
……
นางมีสีหน้าเสียอกเสียดาย ถ้าเด็กคนนี้ไม่ใช่คนในตำบลจะดีเพียงใดนะ?
หลี่ซื่อเพียงแต่ยิ้ม ไม่ได้พูดอะไร
ถึงแม้แม่สามีจะมีเจตนา แต่เรื่องบางอย่างสามารถกระทำได้ ทว่าไม่อาจพูดออกมา
หากหลี่ฉินกับเหวินเหรินซานถูกใจกัน เช่นนั้นก็ไม่มีปัญหา พูดออกมาแล้วก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ถ้าไม่ถูกใจกัน เรื่องนี้จะได้ลอยหายไปกับสายลม ผ่านไปทั้งอย่างนี้
เวลานั้น หลี่ฉินกับเหวินเหรินซานไม่รู้เรื่องอะไรเลยสักนิด
ลมหนาวพัดนำไอเย็นมาทักทายผู้คน
หลี่ฉินรับคำสั่งจากเย่อวี๋หรานให้มาขอของสิ่งหนึ่งกับหลี่ซื่อที่เรือนหลังเก่า นางสวมเสื้อคลุมขนกระต่ายที่จูปาเม่ยให้ยืมแล้วเดินมาอย่างเร่งร้อน
แม้ว่าในฐานะคนมาเป็นแขก ถูกเจ้าบ้านใช้งานเช่นนี้ถือว่าเป็นเรื่องแปลก แต่หลี่ฉินก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
ถึงอย่างไรนางก็เป็นลูกสาวบุญธรรมของเย่อวี๋หราน คนเป็นมารดาจะใช้งานลูกสาวของตนเองก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือ?
นางเคยฟังมารดาวิเคราะห์ให้ฟังแล้ว ทราบว่าขาใหญ่ของเย่อวี๋หรานมีความสำคัญปานใด จึงเต็มอกเต็มใจเอาใจมารดาบุญธรรมผู้นี้
แต่นางไม่คิดไม่ฝันเลยว่า เรื่องดีงามที่มารดาบุญธรรมบอกว่าจะชดเชยให้จะมาถึงไวปานนี้
ครั้นนางพุ่งตัวเข้าไปในประตูก็ชนเข้ากับแผ่นอกของชายผู้หนึ่งกะทันหัน ทั้งร่างพลันแข็งทื่อ
ข้าคงไม่ได้ชนสามีของพี่สะใภ้ใหญ่หรอกนะ?!
แย่แล้ว ข้าเป็นเด็กสาวที่ยังไม่ออกเรือนนะ!
ขณะที่เหวินเหรินซานได้ยินพี่น้องสกุลจูบอกว่าเย่อวี๋หรานอยู่ที่เรือนข้าง ๆ กำลังจะไปทักทายเพื่ออวยพรปีใหม่ แต่ปรากฏว่า…
เพิ่งจะก้าวเท้าออกมาพ้นประตูห้องโถงใหญ่ ทันใดนั้นก็มีศีรษะเล็ก ๆ พุ่งเข้ามาชนหน้าอก
เมื่อนางแหงนศีรษะที่ประดับดอกไม้ผ้าขึ้นมา เผยให้เห็นใบหน้าเล็กเท่าฝ่ามือ ดวงหน้าแดงระเรื่อแลดูงดงามเป็นพิเศษภายใต้การขับเน้นของดอกไม้ผ้าบนศีรษะ
ตึกตัก
ตึกตัก
ตึกตัก
ทันใดนั้น เหวินเหรินซานพลันได้ยินเสียงหัวใจของตนเองเต้นแรงอย่างไม่เอาไหน
แม่นางผู้นี้เป็นคนบ้านไหนกัน?
คงไม่ใช่ลูกสาวของจูต้าเหนียงหรอกนะ?
ช่างงดงามยิ่งนัก!
เหวินเหรินซานไม่คิดว่าหลี่ฉินจะเป็นลูกสะใภ้ของเย่อวี๋หราน เพราะผู้หญิงที่ออกเรือนแล้วกับคนที่ยังไม่ออกเรือนนั้นเกล้าผมไม่เหมือนกัน แค่เห็นก็ทราบได้ทันที
“ขออภัยเจ้าค่ะ!”
มารดาบุญธรรมมีลูกชายหลายคน มีแค่จูชีที่ยังเรียนหนังสือและยังไม่แต่งงาน ยามกะทันหันหลี่ฉินดูไม่ออกว่าเขาคือลูกชายคนไหน
นางไม่กล้ามองนานนัก รีบขอโทษขอโพยแล้วหลบไปยืนข้าง ๆ
“ไม่เป็นไร! เจ้าเป็นลูกสาวของจูต้าเหนียง?” เหวินเหรินซานถามขณะจ้องมองนาง
หลี่ฉินเงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจ “ท่านไม่ใช่ลูกชายของแม่บุญธรรม?!”
“ออกไปสิ ท่านยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นทำไม?” จูอู่เดินตามหลังเหวินเหรินซาน ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงสงสัยว่าเขาเดินมาถึงประตูแล้วทำไมยังไม่ออกไปอีก?
จนกระทั่งเขาเดินมาถึงหน้าประตู เห็นหลี่ฉินที่ยืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าเล็ก ๆ แดงก่ำ แล้วมองสายตาที่ไม่อาจควบคุมได้ของเหวินเหรินซาน ทันใดนั้นก็คล้ายจะเข้าใจอะไรขึ้นมา
ช้าก่อน สองคนนี้คงไม่ได้ต้องตากันหรอกนะ?
อีกด้านหนึ่ง หลี่ซื่อกับมารดาของหลี่ฉินยืนมองฉากนี้ห่างออกไปไม่ไกล
ล้วนเป็นคนเคยอาบน้ำร้อนมาก่อน ไฉนเลยจะมองความหวั่นไหวของคนทั้งสองไม่ออก
มารดาของหลี่ฉินนึกยินดี: นี่เขาชอบพอลูกสาวของนางใช่ไหมนะ?
จูอู่ยิ้มออกมา บังเกิดความคิดอยากช่วยหนุ่มสาวคู่นี้ให้สมหวัง จึงทุบกำปั้นใส่อกเหวินเหรินซาน “เฮ้ ๆๆ ระวังหน่อย นางเป็นลูกสาวบุญธรรมของแม่ข้า ยังไม่มีคู่หมั้นเลยนะ ท่านมาจ้องคนเขาแบบนี้ ต่อไปนางจะดูตัวได้อย่างไร? ไป ๆๆ ท่านจะไปหาแม่ข้าไม่ใช่รึ เดี๋ยวข้านำทางให้เอง…”
ว่าแล้วก็ลากเหวินเหรินซานจากไป แต่นัยแฝงในคำพูดนั้นชัดเจนยิ่ง
เลิกจ้องได้แล้ว คนโง่ นั่นคือลูกสาวบุญธรรมของแม่ข้านะ ถ้าท่านต้องตาต้องใจก็รีบไปหาแม่ข้าสิ
ตอนนี้นางยังไม่มีคู่หมั้น ท่านยังมีโอกาสนะ
ลงมือเร็วหน่อย
“รู้แล้ว ๆ…” เหวินเหรินซานยิ้มจนแก้มปริด้วยความดีอกดีใจ
ถูกจูอู่ลากออกไปแบบนั้นก็ยังไม่วายหันกลับมามองหลี่ฉิน
ช่างสมดังคำกล่าวว่าสายตาคนรักเห็นซีซือ*[1] ยิ่งพิศก็ยิ่งงามจับตาจริง ๆ
หลี่ซื่อกลอกตาตลบหนึ่งแล้วพูดออกมาเสียงดัง “อาหญิงหลี่ ท่านกำลังตามหาฉินยาโถวอยู่ใช่ไหมเจ้าคะ? ท่านวางใจเถอะเจ้าค่ะ นางเป็นลูกสาวบุญธรรมของแม่สามีข้า แม่สามีข้าต้องดีต่อนางอยู่แล้ว นางอยู่กับแม่สามีของข้านี่เองเจ้าค่ะ ข้าจะพาท่านไปหานางเดี๋ยวนี้…”
ครั้นได้ยินคำว่า ‘ลูกสาวบุญธรรม’ เหวินเหรินซานก็หันมามองอย่างไม่อาจควบคุม
มารดาของหลี่ฉินตอบสนองรวดเร็ว เห็นหลี่ซื่อกล่าวเช่นนั้นก็เอ่ยว่า “ข้ารู้ว่าแม่สามีของเจ้าเอ็นดูลูกสาวบุญธรรม ข้าไม่วางใจเสียที่ไหนกัน? ก็แค่ไม่ได้เจอแม่สามีของเจ้ามานานแล้ว อยากมานั่งคุยสัพเพเหระด้วยก็เท่านั้น”
“ไปกันเถอะเจ้าค่ะ แม่ข้านั่งผิงไฟอยู่ที่เรือนหลังใหม่นี่เอง”
“ดี เช่นนั้นก็รบกวนเจ้านำทางหน่อย พวกเราไปเรือนหลังใหม่กันเถอะ”
……
เหวินเหรินซานกับหลี่ฉินได้พบหน้ากันอย่างเป็นธรรมชาติยิ่งนัก
คนที่สามารถเป็นเจ้าหน้าที่ในที่ว่าการอำเภอได้ เหวินเหรินซานจะโง่อย่างนั้นหรือ?
เขาเดาได้ทันทีว่าอีกฝ่ายคือมารดาแท้ ๆ ของหลี่ฉิน
นี่คือว่าที่แม่ยายของเขาเชียวนะ ต้องสร้างความประทับใจที่ดีเอาไว้
เหวินเหรินซานพลันยืดหลังตั้งตรง
ในเมื่อพบหน้ากันแล้วก็ต้องสนทนากันสักหลายคำ
มารดาของหลี่ฉินยิ้มแย้มมองเหวินเหรินซาน ทำทีเป็นถามคนสกุลจูอย่างประหลาดใจประหนึ่งได้พบกันโดยบังเอิญว่า นี่คือใคร?
พ่อหนุ่มคนนี้หน้าตาไม่เลว แค่เห็นก็ทำให้คนนึกเอ็นดู
เหวินเหรินซานที่ได้รับคำชมเชยลอบยินดี หลังจากแนะนำตัวเองแล้ว ยังเล่าสถานการณ์ภายในครอบครัวออกมาคร่าว ๆ
รอจนมาถึงเบื้องหน้าเย่อวี๋หราน สองฝ่ายก็สลับกันแนะนำตัวเสร็จเรียบร้อย
หลี่ซื่อแอบทำมือส่งสัญญาณให้เย่อวี๋หราน: ท่านแม่ เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ!
เย่อวี๋หรานเลิกคิ้ว ยิ้มออกมาด้วยความยินดี
เมื่อมารดาของหลี่ฉินกับเหวินเหรินซานเข้ามาพร้อมกัน นางเห็นใบหน้ายิ้มแย้มของพวกเขาก็พอจะเข้าใจอะไร ๆ ได้แล้ว
นางพูดจากับเหวินเหรินซานไม่กี่ประโยคก็บอกให้เขาออกไปโดยให้จูอู่ตามไปส่งเช่นเดิม
ยามนั้น จูอู่ก็รู้ข่าวจากหลี่ซื่อแล้ว “จริงหรือ บังเอิญขนาดนั้นเชียว?”
“บังเอิญจริง ๆ นั่นแหละ พอท่านแม่มีเจตนาเช่นนี้ สวรรค์ก็ช่วยส่งเสริมให้พวกเขาได้มาเจอกันพอดี อีกเดี๋ยวตอนออกไปส่ง เจ้าช่วยตีเหล็กตอนที่ยังร้อน เท่านี้ความจริงก็อยู่ไม่ไกลแล้ว” หลี่ซื่อยิ้ม
“วางใจได้ ข้าจะจัดการเรื่องนี้เอง รับรองว่าจะไม่ทำให้ท่านแม่ผิดหวัง”
……
เหวินเหรินซานออกจะเสียดายอยู่บ้าง เดิมทีคิดว่าจะรั้งอยู่ข้างในให้นานกว่านี้ คิดไม่ถึงว่าจูต้าเหนียงจะไล่เขาออกมาไวปานนี้
หรือเขาแสดงออกได้ไม่ดีพอ จูต้าเหนียงจึงไม่ประทับใจ?
ยังดีที่จูต้าเหนียงบอกว่าอีกไม่กี่วันจูชีก็จะกลับไปที่สำนักศึกษา นางก็จะเข้าตำบลมาด้วยเช่นกัน
เหวินเหรินซานคิดไว้ว่าจะกลับไปบอกคนที่บ้าน ให้มารดาของเขาช่วยพูดให้ ดูว่าจะสามารถหมั้นหมายกันได้หรือเปล่า
ผู้ใดจะคาดว่าพอเขาออกมาได้ จูอู่ก็ลากเขาไปข้าง ๆ กระซิบถามว่า “ขอถามอะไรท่านหน่อยสิ ท่านตอบมาตามความจริงนะ ท่านคิดว่าลูกสาวบุญธรรมของแม่ข้าเป็นอย่างไร?”
[1] สายตาคนรักเห็นซีซือ (情人眼里出西施) หมายถึง เพราะในใจมีอีกฝ่าย ไม่ว่ารูปโฉมภายนอกของคนรักเป็นอย่างไรก็มีแต่จะรู้สึกว่างดงาม