ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 641 เขาโกงข้อสอบ
บทที่ 641 เขาโกงข้อสอบ
มีคนมองไปทางอวี้หงซิ่นนายอำเภอของตำบลอี้คังอย่างอดใจไม่ไหว
“ใต้เท้า ท่านคิดว่าเรื่องนี้…”
สีหน้าของอวี้หงซิ่นไม่ดีนัก หากเรื่องนี้เป็นความจริง อย่าว่าแต่เขาที่หนีไม่พ้น ขุนนางทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสอบครั้งนี้ก็ไม่อาจปัดความรับผิดชอบได้เช่นกัน
เขากวาดสายตามองทุกคนบริเวณนั้นอย่างเย็นชาแล้วพูดว่า “เฮอะ! ข้าคิด? ข้าจะคิดว่าอะไรรึ? ข้าว่าเรื่องนี้คือปั้นน้ำเป็นตัว เหลวไหลทั้งเพ”
“พวกเจ้าเข้าใจว่าข้าตกจากหลังม้าแล้วพวกเจ้าจะมีจุดจบที่ดีอย่างนั้นรึ?”
“ยืนบื้ออยู่ทำไม รีบไปพาคนมาพบข้าเดี๋ยวนี้”
……
“ขอรับ!” ผู้ใต้บังคับบัญชาตกอกตกใจ รีบร้อนออกไปตามคน
แต่พวกเขาก็ยังคงเคลื่อนไหวช้าไปหนึ่งก้าวอยู่ดี เพราะเรื่องนี้ได้แพร่กระจายออกไปแล้ว ทั้งยังดึงดูดความสนใจของคนจำนวนมาก
ครั้นนายอำเภออวี้หงซิ่นได้ยินข่าวนี้ก็โมโหจัด กวาดถ้วยชาบนโต๊ะตกลงบนพื้นในคราวเดียว
เพล้ง!
เขาเดือดดาลยิ่งนัก เพราะเขาแจ้งแก่ใจดีว่า ถ้าเรื่องนี้ไม่มีใครคอยเติมเชื้อเพลิงอยู่เบื้องหลังก็ไม่มีทางแพร่กระจายออกไปเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็วเช่นนี้
“ใคร? มันเป็นใคร?” นายอำเภออวี้หงซิ่นยากจะงับโทสะ “กล้ามางัดข้อกับข้าแบบนี้ อย่าให้ข้ารู้นะว่าใคร ไม่อย่างนั้น…”
ผู้ใต้บังคับบัญชาหลายคนก้มหน้าลงต่ำ ไม่กล้าเงยขึ้นมาสักคน
“เปิดศาล” ไม่ว่าจะเป็นใคร แม้นายอำเภออวี้หงซิ่นจะไม่อยากเปิดศาลเพียงไหนก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป
เมื่อมีคนให้ความสนใจก็ย่อมต้องมอบคำอธิบายแก่สาธารณชน
ไม่อย่างนั้น ถ้ามีจดหมายร้องเรียนส่งไปถึงขุนนางตำแหน่งสูงกว่าตน หมวกขุนนางนี้เขาก็ไม่ต้องคิดว่าจะได้สวมต่อไปอีกแล้ว
แม้พวกขุนนางในเมืองหลวงจะไม่เห็นตำแหน่งนายอำเภอในสถานที่เล็ก ๆ อย่างตำบลอี้คังอยู่ในสายตา แต่คนอื่นเล่า? คนมากมายจับจ้องเก้าอี้ของเขาอยู่ อยากให้เขาหลุดออกมา ตนเองจะได้มานั่งแทน
การสอบเสี้ยนซื่อเป็นการสอบเล็ก ๆ ตำบลอี้คังก็ยากจนปานนั้น ย่อมไม่อาจจัดงานเลี้ยงฉลองได้ อาจารย์เสินและพวกลูกศิษย์จึงคิดว่าพอเข้าพบนายอำเภอเสร็จแล้วก็จะเดินทางกลับทันที มิคาดว่าเพิ่งเก็บสัมภาระเสร็จ ก็มีเจ้าหน้าที่มาเรียกตัวพวกเขาไปขึ้นศาล
จูซานหัวไวยิ่งนัก รีบยัดเงินให้อีกฝ่าย “พวกท่านรับไปดื่มน้ำชาเถอะ อุตส่าห์ลำบากลำบนมาหาถึงที่”
เจ้าหน้าที่ผู้นั้นเขย่าดูเล็กน้อย นึกรังเกียจว่าน้อยเกินไป แต่เขาก็ทราบว่าในกลุ่มคนตรงหน้ามีคนสอบได้ที่หนึ่งของอำเภออยู่ด้วย
แม้จะมีคนฟ้องร้องว่าเขาโกงข้อสอบ แต่เรื่องนี้ยังไม่ได้รับการตัดสิน
ในเมื่อยังไม่ตัดสิน อย่างนั้นจะเป็นเรื่องจริงหรือเท็จก็ยังไม่อาจบอกได้
ถ้าเกิดว่าเป็นเรื่องเท็จ ตนเองกลับล่วงเกินอีกฝ่ายไปแล้ว นั่นมิเท่ากับทำเรื่องโง่หรอกหรือ?
ดังนั้น โดยทั่วไปแล้วถ้ายังไม่ได้ข่าวสารที่แน่นอน เจ้าหน้าที่ก็จะไม่ล่วงเกินผู้ต้องหาง่าย ๆ
พวกเขาไม่ได้โง่เสียหน่อย สามารถอยู่ในสายอาชีพนี้มาได้นานขนาดนี้ก็ย่อมจะมี ‘ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง’ อยู่แล้ว
แม้เจ้าหน้าที่จะไม่ได้พูดอะไร แต่จูซานเป็นใครกัน เขาเข้าใจสีหน้าของอีกฝ่ายได้ในทันที จึงล้วงเงินออกมายัดให้อีก ทั้งยังหาข้ออ้างให้ดิบดี “อากาศหนาวขนาดนี้ พวกท่านยังต้องเดินทางมาด้วยตนเอง ลำบากแล้ว นี่คือค่าคลายหนาวให้พวกท่าน…”
เจ้าหน้าที่เห็นเขารู้ธรรมเนียมเช่นนี้ก็พอใจยิ่ง จึงตัดสินใจว่าจะบอกข่าวที่ได้รู้ให้อีกฝ่ายโดยไม่ปิดบัง
“พวกข้าบอกไว้ก่อนเลยนะว่าพวกข้าไม่ได้บอกอะไรพวกเจ้าทั้งนั้น พวกเจ้าไปได้ยินมาเอง” เจ้าหน้าที่กล่าวก่อนที่จะบอกออกมา
“ย่อมเป็นเช่นนั้น” จูซานพยักหน้าติดต่อกัน
จากนั้นก็เห็นเจ้าพนักงานผู้นั้นหันหน้ากลับไป ไม่คุยกับพวกเขาอีก
พวกเสินกวงจี้งุนงงไปหมด ยังเข้าใจว่าเจ้าพนักงานรับเงินไปแล้วแต่กลับไม่ยอมบอก จากนั้นก็ได้ยินเขากับอีกคนคุยกัน
“เจ้าว่านี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมพอสอบเสี้ยนซื่อทีไรเป็นต้องมีคนสร้างปัญหาอยู่เรื่อยเลยนะ?”
“นั่นน่ะสิ” คนผู้นั้นรับสิ่งของที่คนแรกส่งมาให้ ก่อนจะยิ้มแล้วพูดว่า “คดีทุจริตแบบนี้ ใคร ๆ ก็ทำกันได้อย่างนั้นเรอะ?”
“จะสนไปทำไมว่าเขาเป็นใคร ไม่ใช่เรื่องที่พวกเราจะไปสืบได้เสียหน่อย แต่ได้ยินมาว่าท่านนายอำเภอโมโหเป็นฟืนเป็นไฟเชียวล่ะ”
“ไม่โกรธก็แปลกแล้ว การสอบเสี้ยนซื่อกลายเป็นเสียอย่างนี้ ถ้าจัดการได้ไม่ดี ใครก็ไม่มีจุดจบที่ดีทั้งนั้น”
……
ทั้ง ๆ ที่กำลังบอกว่าเป็นเรื่องอะไร แต่เจ้าหน้าที่เหล่านั้นกลับทำเหมือนพูดคุยสัพเพเหระกันอย่างนั้น
จูซานเข้าใจได้ในทันที นึกเลื่อมใสในใจ: ไม่เสียทีที่เป็นเจ้าหน้าที่ในตำบลอี้คัง ต่างออกไปจริง ๆ ด้วย!
ดูเอาเถอะ แค่วิธีบอกข่าวก็กลอกกลิ้งเจนจัดขนาดนั้น
คนเขาไม่ได้บอกเจ้าโดยตรง แต่กำลังคุยเล่นกันอยู่ ถ้ามีใครนำความไปฟ้อง พวกเขาก็สามารถปัดความรับผิดชอบได้อย่างหมดจด…พวกตนแค่คุยสัพเพเหระกัน จะไปรู้ได้อย่างไรว่ามีคนแอบฟังอยู่?
“อาจารย์เสิน เรื่องนี้ทำอย่างไรดีขอรับ?”
ได้ยินว่าจูชีถูกคนใส่ร้ายว่าทุจริตในการสอบ จูซานก็พลันร้อนใจ
จูชีมีความสามารถอย่างไร เขาจะไม่รู้เชียวหรือ?
สอบได้ที่หนึ่งก็อยู่เหนือความคาดหมายของทุกคนแล้ว แต่กลับ…
แต่กลับถูกคนร้องเรียนเนี่ยนะ?!
จบกัน จบกัน ความสามารถของจูชีกลายเป็นข้อแคลงใจของคนอื่นไปเสียแล้ว
คนอื่น ๆ ก็มีสีหน้ากังวลใจเช่นกัน
อาจารย์เสินยกมือขึ้นมาเป็นเชิงบอกให้ทุกคนอยู่ในความสงบ แล้วกล่าวว่า “ไม่เป็นไร นายอำเภออวี้เป็นขุนนางที่ดี เขาจะต้องจัดการเรื่องนี้อย่างเป็นกลางแน่นอน อีกอย่าง ซุ่นเต๋อเป็นคนอย่างไร พวกเจ้าไม่รู้เลยหรือ? พวกเจ้าคิดว่าคนทึ่ม ๆ ซื่อ ๆ อย่างเขาจะทำเรื่องแบบนี้ออกมาได้?”
จูซานพูดว่า “ไม่มีทางอยู่แล้วขอรับ ข้ากล้ารับประกันให้เจ้าเจ็ด เขาไม่มีทางทำเรื่องทุจริตการสอบแน่นอน ทำได้ก็คือทำได้ ทำไม่ได้ก็คือทำไม่ได้ เขาใช้เล่ห์เหลี่ยมเป็นเสียที่ไหน ถ้าเป็นอย่างนั้นท่านแม่คงไม่ต้องให้ข้ามาคอยดูแลเขาแล้ว”
“ท่านพ่อ ข้าเชื่อในตัวศิษย์พี่ซุ่นเต๋อขอรับ” เสินกวงจี้จับมือจูชีเอาไว้ เชิดหน้าพูดว่า “ข้าอยู่กับศิษย์พี่ซุ่นเต๋อตลอดเวลา เขาอ่านตำราเล่มไหน ทำโจทย์อะไรบ้าง ข้ารู้ดียิ่งนัก ข้อสอบในการสอบเสี้ยนซื่อรอบนี้เลือกมาจากตำราพวกนั้นทั้งสิ้น ย่อมไม่ใช่เรื่องยากสำหรับศิษย์พี่ซุ่นเต๋ออยู่แล้ว”
ตอนที่พวกเขาไปถึงศาล นายอำเภออวี้หงซิ่นก็บอกให้นำตัวผู้ร้องเรียนไปรับโทษโบยและถามไถ่ความเป็นมาเรียบร้อยแล้ว
คนผู้นี้กระดูกแข็งทีเดียว หลังจากถูกโบยแล้วยังสามารถท่องเนื้อความในหนังสือร้องเรียนออกมาได้อย่างครบถ้วน
นอกศาล คนที่มาชมความครึกครื้นพูดคุยกันจ้อกแจ้กจอแจ
“อะไรนะ?! คนที่สอบได้ที่หนึ่งผู้นั้นโกงข้อสอบหรือเนี่ย?!”
“สวรรค์! ร้ายกาจนี่นา!”
“ข้านึกแล้ว จะมีคนเก่งกาจกว่าคุณชายเยี่ยนได้อย่างไร สอบได้ที่หนึ่งแบบนี้ก็เพราะทุจริตในการสอบนี่เอง”
“เร็วเข้า รีบเอาข่าวดีไปแจ้งคุณชายเยี่ยน เขาอาจดีใจจนตบรางวัลให้สักหนึ่งหรือสองตำลึงก็ได้”
……
เด็กน้อยที่หัวไวคนหนึ่งผละไปจากที่ว่าการแล้วตรงไปที่เรือนตระกูลเยี่ยนทันที
ขณะนั้น เยี่ยนเหออันกำลังให้อาหารปลาอยู่ในสวนด้านหลัง
เกิดในตระกูลใหญ่ของตำบลอี้คัง คนในตระกูลต่างก็ตั้งความหวังไว้กับเขา เขายังเรียนหนังสือเก่ง ผู้อาวุโสในครอบครัวจึงเอ็นดูและให้ความสำคัญกับเขาอย่างมาก
หากใครเลยจะคิดว่า กลับมีวันที่เขาต้องล้มไม่เป็นท่าเพียงเพราะการสอบเสี้ยนซื่อเพียงครั้งเดียว?
เยี่ยนเหออันรู้สึกคับข้องใจยิ่งนัก
คนอื่นสอบผ่านรอบนี้ คนในบ้านมีแต่จะดีใจ เขากลับดีเหลือเกิน แค่เพราะสอบไม่ได้ที่หนึ่งของเสี้ยนซื่อกลับต้องถูกคนในบ้านผลักไส
“ข้ายังนึกว่าพี่ใหญ่จะร้ายกาจกว่านี้เสียอีก ที่แท้ก็แค่นี้เอง”
“นั่นน่ะสิ เป็นถึงคุณชายเยี่ยนแท้ ๆ แต่กลับสอบไม่ได้ที่หนึ่ง ถูกคนไร้ชื่อไร้นามคนเดียวแย่งตำแหน่งไปได้ น่าขายหน้าจริง ๆ!”
“น้องสาว ไม่ต้องไปสนใจเขา เขาก็แค่คนที่ดีแต่เปลือกเท่านั้นแหละ ไปกันเถอะ พี่รองจะพาเจ้าไปเล่น”
……
บรรดาพี่สาวน้องสาวซึ่งเป็นญาติฝั่งมารดาที่ยามปกติชอบมาเข้าใกล้เขา ยามนี้กลับพากันหลีกลี้หนีห่าง
จนเยี่ยนเหออันเริ่มจะสงสัย: ข้าทำอะไรผิดไปหรือเปล่านะ?
“คุณชาย มีข่าวดีขอรับ ข่าวดีมาก ๆ” ทันใดนั้น อาเฮย บ่าวรับใช้คนสนิทของเขาก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหา
“คุณชาย คนที่แย่งที่หนึ่งไปจากท่านคนนั้น เขาโกงข้อสอบขอรับ!”