ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 654 เกิดเรื่องกับสำนักศึกษาสกุลไป๋แล้ว
บทที่ 654 เกิดเรื่องกับสำนักศึกษาสกุลไป๋แล้ว
คุณพระคุณเจ้าช่วย คนที่นั่งบนเกวียนของเจ้าเด็กนั่นคือซิ่วไฉจริง ๆ หรือเนี่ย?!
เมื่อครู่ได้ยินคนจากเกวียนคันนั้นคุยโวว่าหมู่บ้านพวกเขามีคนได้เป็นซิ่วไฉ พวกเขายังไม่เชื่อ
แต่ตอนนี้มีคนตอบรับอีกเสียง ทั้งยังขึ้นไปบนเกวียนแล้วอีกต่างหาก…
จวบจนเกวียนเทียมวัวจากหมู่บ้านสกุลจูจากไป คนบนเกวียนเทียมวัวคันที่เหลือล้วนมองตามไปด้วยความอิจฉา
ประการแรกคืออิจฉาที่หมู่บ้านพวกเขามีคนได้เป็นซิ่วไฉ ประการต่อมาคืออิจฉาที่เกวียนเทียมวัวคันนั้นจะ ‘รวย’ แล้ว…จะไม่รวยได้อย่างไร เกวียนของพวกเขามีคนเป็นซิ่วไฉเคยนั่งเชียวนะ ใครบ้างจะไม่อยากสัมผัสไอมงคล จัดงานมงคลแล้วจะไม่อยากเชิญไปสักหน่อย?
เชิญหนึ่งครั้งก็เป็นเงินเหมือนกันนะ
ใครบางคนคิดขึ้นมาได้ว่าหมู่บ้านข้าง ๆ ก็เหมือนจะมีคนเรียนหนังสือคนหนึ่งเหมือนกัน จึงหันมาถามว่า “นี่ เหล่าจิน บัณฑิตหมู่บ้านเจ้าคนนั้นสอบผ่านหรือยัง?”
เหล่าจินที่อยากเป็นแค่กำแพงประกอบฉาก “…”
เขาขยับบั้นท้ายออกไป ไม่อยากสนใจพวกเขา
แต่คนพวกนั้นกลับไม่คิดจะปล่อยเขาไป ทั้งยังขยับตามมาอีก
“นี่ ข้าพูดกับเจ้าอยู่นะ ตกลงแล้วสอบผ่านหรือไม่ผ่าน?” มีคนขยับเข้ามาชนไหล่เขา “หมู่บ้านสกุลจูของพวกเขาส่งคนไปเรียนแค่ไม่กี่ปีก็สอบซิ่วไฉได้แล้ว คนจากหมู่บ้านพวกเจ้าเหมือนจะเรียนมาหลายปีแล้วไม่ใช่รึ?”
“ข้าจะไปรู้รึ?” เหล่าจินกล่าวเสียงห้วน “ไม่ใช่ลูกชายข้าสักหน่อย สอบผ่านหรือไม่ผ่านแล้วเกี่ยวอันใดกับข้า?”
“จะพูดแบบนั้นก็ไม่ได้หรอกนะ อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ต่อให้ไม่ใช่คนที่มีชื่ออยู่ในลำดับวงศ์ตระกูลเล่มเดียวกันก็ต้องมีความเกี่ยวพันเชิงเครือญาติกันบ้างนั่นแหละ ย่อมจะได้รับอานิสงส์ไปด้วยไม่มากก็น้อย” คนผู้นั้นออกจะไม่รู้การควรไม่ควร หรืออีกนัยหนึ่งก็คือเขามีเจตนาทำเช่นนั้น กล่าวด้วยสีหน้าเคลือบแคลงว่า “คงไม่ใช่ว่าคนจากหมู่บ้านเจ้าสอบไม่ผ่านอีกแล้วหรอกนะ?”
เหล่าจินรู้สึกเสียหน้า: รู้แล้วยังจะมาพูดอีก น่ารำคาญจริง!
ไม่เพียงแต่สอบไม่ผ่านเท่านั้น เขายังได้รู้ข่าวร้ายกว่านั้นมาด้วย…ปีนี้สำนักศึกษาสกุลไป๋เกิดเรื่องแล้ว
เรื่องราวเป็นมาอย่างไร เขาก็ไม่รู้แน่ชัด แต่เขาไปเห็นอาจารย์จากสำนักศึกษาสกุลไป๋ผู้นั้นขึ้นรถม้าไปอย่างรีบร้อน ได้ยินว่าลูกศิษย์ที่ไปสอบเคอจวี่ที่ตำบลอี้คังถูกจับเข้าคุก
ตอนที่เขาทราบข่าวนี้จากท่านป้าที่มาซื้อผักให้สกุลไป๋ก็ต้องตกตะลึง
อะไรนะ เข้าคุกไปแล้ว?!
ตึกตัก!
ตึกตัก!
เขารีบมาขึ้นเกวียนเทียมวัวกลับหมู่บ้านด้วยความร้อนใจ ตั้งใจว่าจะนำข่าวนี้ไปบอกเจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสโดยไว
พูดกันว่าสำนักศึกษาสกุลไป๋เป็นสำนักศึกษาที่ดีที่สุดในตำบลอันจิ่วไม่ใช่หรือ กระทั่งลูกหลานขุนนางยังร่ำเรียนอยู่ที่นั่น แต่สุดท้าย…
สุดท้ายกลับเกิดปัญหาขึ้นเสียได้ แล้วคนจากหมู่บ้านเขาที่ไปเรียนที่นั่นจะทำอย่างไร?
ทุกคนในหมู่บ้านของเขาช่วยกันออกเงินเพื่อส่งคนผู้นั้นเรียนหนังสือเชียวนะ
พอคิดว่าเงินที่ตนเองออกไปอาจต้องละลายไปกับสายน้ำ เหล่าจินยิ่งอารมณ์ไม่ดีกว่าเดิม
อีกด้านหนึ่ง เกวียนเทียมวัวของหมู่บ้านสกุลจูเดินทางกลับไปถึงหมู่บ้านด้วยความเบิกบานใจ
“นายท่านซิ่วไฉกลับมาแล้ว!”
ยังไม่ทันเข้าหมู่บ้าน เสียงร้องตะโกนก็นำไปก่อนแล้ว
หมู่บ้านสกุลจูพลันเปลี่ยนเป็นมีชีวิตชีวาขึ้นมาราวกับปลาได้น้ำ
“อะไรนะ?! นายท่านซิ่วไฉกลับมาแล้ว?”
“เร็วเข้า รีบหน่อย นายท่านซิ่วไฉกลับมาแล้ว”
……
ทุกคนมุ่งหน้าตรงมายังทางเข้าหมู่บ้าน กลัวว่าหากตนเองชักช้าไปหนึ่งก้าว นายท่านซิ่วไฉก็จะตามคนอื่นไปเสียก่อน
“ระวัง ๆ นายท่านซิ่วไฉ ระวังดี ๆ นะ!” หญิงปากสว่างว่องไวเป็นที่สุดแล้ว ทั้ง ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องให้นางเฝ้าทางเข้าหมู่บ้าน แต่นางอยู่ว่างไม่มีอะไรทำจึงมักจะเตร็ดเตร่มาทางนี้
นางจึงเห็นพวกเขามาถึงและตรงเข้าไปหาก่อนใคร
ยิ้มกว้างขนาดนั้น ราวกับดอกเบญจมาศก็ไม่ปาน
จูซานและจูชีล้วนตกใจต่อความกระตือรือร้นของนาง “ท่าน…ท่านอา…”
ถึงอย่างไรก็เป็นผู้อาวุโส พวกเขาจึงทักทายไปคำหนึ่ง
“อื้ม!” หญิงปากสว่างตอบรับเสียงดัง ช่วยพวกเขาถือข้าวของอย่างกระตือรือร้นกว่าเดิม
แต่จูชีจะกล้าให้นางถือได้อย่างไร เขารีบกอดสิ่งของเอาไว้แน่น “ไม่เป็นไรขอรับ ข้าถือเองไหว!”
จูซานเดินมาบังอยู่หน้าน้องชายของตน ยิ้มแย้มพูดว่า “นี่เป็นของรักของน้องเจ็ด ให้เขาถือเองเถอะขอรับ ถ้าท่านอาอยากช่วยถือจริง ๆ เช่นนั้น…”
เขาหันกลับไปมองบนเกวียน
“เช่นนั้นท่านช่วยพวกข้าถือห่อผ้าห่อนั้นก็แล้วกัน” จูซานกล่าวพลางชี้ไปยังห่อผ้าขนาดค่อนข้างใหญ่ใบหนึ่ง
สีหน้าของหญิงปากสว่างพลันแข็งทื่อ
แต่เมื่อมองสีหน้าที่คล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มของจูซานก็ดูเหมือนจะกำลังพูดว่า ‘เป็นไรไป ไม่อยากช่วยแล้ว?’
นางกัดฟันพูดว่า “ได้ ข้าจะช่วยเจ้าถือ!”
หากในใจกลับบริภาษจูซานไปต่าง ๆ นานา
คนสอบซิ่วไฉได้ไม่ใช่เจ้าเสียหน่อย ได้อกได้ใจอะไรนักหนา?
ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าเป็นพี่ชายของเจ้าทึ่มนั่น ข้าก็ไม่อยากจะสนเจ้านักหรอก
ทว่าแม้ในใจจะไม่พอใจอย่างไร แต่ที่ควรถือก็ยังต้องถือ
พอถือในมือแล้วค่อยทราบว่าห่อผ้านั้นขนาดใหญ่ก็จริง แต่น้ำหนักไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
นางใช้มือจับดู ดูเหมือนว่าจะเป็นผ้าห่ม
ผ่านไปครู่เดียว จูซานกับจูชีก็ถูกคนล้อมเอาไว้อีกแล้ว หญิงปากสว่างที่กำลังถือห่อผ้าอยู่พลันถูกเบียดออกไปข้างนอก
นางโมโหยิ่ง: ข้าช่วยถือของแล้วนะ ยังไม่หลีกทางให้อีก!
จูเหล่าโถวได้ยินว่านายท่านซิ่วไฉกลับมาแล้ว ยังจะนั่งนิ่งอยู่ได้เสียที่ไหน รีบลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอกทันที
คนทั้งหลายแห่เข้ามาห้อมล้อมแสดงความยินดีกับเขา บอกว่าเขามีลูกชายที่สอบเป็นซิ่วไฉ นับว่าเป็นเกียรติยศของวงศ์ตระกูลโดยแท้
จูเหล่าโถวยิ้มกว้างจนแก้มแทบฉีก แลดูภูมิอกภูมิใจยิ่งนัก “ไม่หรอก ไม่หรอก เขาก็แค่โชคดี โชคดีน่ะ ฮ่า ๆๆๆ…”
จูปาเม่ยก็อยู่เฉยไม่ไหวเช่นกัน จูงมือซานเป่าและซื่อเป่า พร้อมกับพาต้าเป่าและเอ้อร์เป่าออกไปจากเรือน ตามไปข้างหลังจูเหล่าโถว
หลี่ว์ต้ายา หลี่ว์เอ้อร์ยา และหลี่ว์ซานยาก็อยากตามออกไปเช่นกัน แต่ถูกหลินซานเม่ยกับหลินซื่อเม่ยคว้ามือเอาไว้ แล้วส่ายศีรษะเบา ๆ
หลี่ว์ซานยาอายุน้อยที่สุดจึงเก็บงำสีหน้าไว้ไม่อยู่ “ทำไมพวกเขาไปได้ แต่พวกข้าไปไม่ได้เล่า?”
หลินซานเม่ยรีบปิดปากอีกฝ่ายเอาไว้แล้วมองซ้ายแลขวา
ภายในลานเรือน พวกผู้ใหญ่กำลังทำงานกันอยู่ ไม่มีใครสนใจทางนี้
นางค่อยผ่อนลมหายใจออกมา แล้วพาน้องสาวกับหลานสาวทั้งสามคนเดินไปยังบริเวณปลอดผู้คน
“เพราะพวกเราไม่เหมือนกับพวกเขา” หลินซานเม่ยค้อมกายลงกล่าวอย่างอ่อนโยนยิ่งนัก “พวกเราไม่ได้แซ่จู เข้าใจไหม?”
หลี่ว์ซานยาไม่เข้าใจ นางไม่ได้แซ่จูแล้วทำไมถึงออกไปร่วมความครึกครื้นด้วยไม่ได้
ตอนนี้นางก็อาศัยอยู่ในเรือนสกุลจูแท้ ๆ ไม่ใช่หรือ?
หลินซื่อเม่ยถอนหายใจออกมา ดึงตัวหลี่ว์ต้ายาและหลี่ว์เอ้อร์ยาเข้ามาหา แล้วถามว่า “ยังจำได้ไหมว่าพวกเรามาอยู่ในเรือนสกุลจูได้อย่างไร?”
ผู้ใดว่าความจำของเด็กไม่ดี?
หลี่ว์ต้ายา หลี่ว์เอ้อร์ยา และหลี่ว์ซานยาพลันขอบตาแดงเรื่อ
มาได้อย่างไรหรือ ก็เพราะบิดามารดาไม่ต้องการพวกนางอีกแล้ว ดังนั้น…
หลินซื่อเม่ยลูบศีรษะของพวกนางพลางพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นก็จำไว้ ห้ามลืมเด็ดขาด ถ้าไม่ได้สกุลจู ตอนนี้พวกเราจะไปอยู่ที่ใดแล้วก็ไม่รู้ สกุลจูรับพวกเราเอาไว้ ให้ที่อยู่อาศัยกับพวกเรา ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่มีเกียรติที่สุดของพวกเขา พวกเราอย่าไปบังเบียดพวกเขาเลย ให้พวกเขาส่องประกายนานขึ้นอีกนิดเถอะนะ…”
ประเดี๋ยวจะต้องไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษกันแล้ว คนที่มาสกุลจูมีแต่จะมากขึ้นเรื่อย ๆ
ปกติแล้วพวกนางอาศัยอยู่ในเรือนสกุลจู ไม่มีใครมาเห็น นินทานิดหน่อยก็ปล่อยผ่านไปแล้ว
ตอนนี้คนมาก ปากก็มากตาม ผู้ใดจะไปรู้ว่าถ้ามีใครมาเห็นพวกนางแล้วจะไม่นึกอิจฉา กล่าวคำพูดที่ไม่น่าฟังออกมา?
ในเวลาแบบนี้พวกนางไม่แสดงตัวออกไปต่างหากจึงจะเป็นการแสดงความเคารพสูงสุดต่อสกุลจู
ขณะที่หลินซานเม่ยกับหลินซื่อเม่ยกำลังปลอบโยนหลานสาวทั้งสาม พวกจูเหล่าโถวกับจูปาเม่ยก็มองเห็นเงาร่างของจูซานกับจูชีแล้ว
จูเหล่าโถวมีท่าทางตื่นเต้นอย่างมาก สาวเท้าเร็ว ๆ ออกไปข้างหน้า ถามด้วยความดีอกดีใจว่า “เจ้าเจ็ด ได้ยินว่าเจ้าสอบเป็นซิ่วไฉได้แล้วรึ?”
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
36QFS1M3
เจอโค๊ดแล้วอย่าเพิ่งเมินเฉย โค๊ดนี้สามารถนำมากรอกเพื่อรับเหรียญได้ที่เว็บไซต์ Enjoybook
ไปที่โปรไฟล์ >> รหัสแลกรับ >> ใส่โค๊ดที่ได้ (ตัวพิมพ์ใหญ่)
ลุ้นรับเหรียญสูงสุด 100 เหรียญ ตั้งแต่วันนี้ – 30 ตุลาคม
ด่วน! ใครใช้โค๊ดก่อน ได้เหรียญก่อนนะ