ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 659 ภรรยาของเขาช่างปากแข็งจริง ๆ
บทที่ 659 ภรรยาของเขาช่างปากแข็งจริง ๆ
ฟังจนถึงตอนท้าย ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่พวกหลินซานเม่ยกับหลินซื่อเม่ยมานั่งทำงานอยู่ในเรือนและฟังไปด้วย
เย่อวี๋หรานเน้นย้ำมาตลอดว่า ‘พ่อค้าไม่อาจสอบเคอจวี่’ เป็นเรื่องหนักหนาปานไหน ความยิ่งใหญ่ของครอบครัวหนึ่งเริ่มต้นจากการสอบรับราชการเป็นขุนนาง ไม่ใช่การค้าขาย
นางไม่ได้จะบอกว่าวันหน้าคนสกุลจูทุกคนล้วนไม่อาจค้าขาย แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน เรื่องนี้ไม่อาจอนุญาตได้โดยเด็ดขาด
หากวันใดวันหนึ่ง มีใครได้เป็นขุนนาง ค่อยให้ผู้อาวุโสเลือกคนที่เชื่อถือได้แยกสาขาออกไป…
ถึงตอนนั้นก็ยังไม่สาย
มีอำนาจมีคนหนุนหลัง เจ้าย่อมมีอำนาจต่อรอง แต่ถ้าเจ้ายังเป็นคนตัวเล็ก ๆ รากฐานไม่หนักแน่น นอกจากหวงแหนขนปีกของตนเองแล้ว เจ้าก็ไม่มีสิทธิ์เลือกอื่นใด
เมื่อสนทนากันเช่นนี้ เวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
รอจนเย่อวี๋หรานรู้สึกตัว ฟ้าก็มืดแล้ว
“เอาล่ะ ไม่พูดแล้ว ทุกคนกลับไปนอนเถอะ พรุ่งนี้ยังต้องทำงานต่อ”
ส่วนว่าลูกสะใภ้ ลูกสาว และพวกเด็กสาวเหล่านั้นจะคิดอย่างไร เย่อวี๋หรานไม่รู้ ถึงอย่างไรนางก็พูดไปหมดแล้ว แต่ในอนาคตพวกนางจะตัดสินใจเลือกอย่างไร สุดท้ายแล้วผู้ที่จะแบกรับผลลัพธ์จากการเลือกนั้นก็คือตัวพวกนางเอง
ตราบใดที่ชีวิตนี้ไม่นึกเสียใจ ไม่ว่าจะเลือกทางสายไหนย่อมได้ทั้งนั้น
จูปาเม่ยตามเย่อวี๋หรานกลับไปพักผ่อนที่เรือนหลังใหม่
นางหมกมุ่นครุ่นคิดมาตลอดทาง พบว่าไม่ว่าจะเลือกตระกูลใหญ่แบบไหน ชีวิตก็ดูเหมือนจะไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิด
“ท่านแม่ ท่านว่าข้าควรออกเรือนให้ตระกูลแบบไหนดีเจ้าคะ?”
เย่อวี๋หรานยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้ “ไม่ใช่ชีวิตข้าเสียหน่อย เจ้าถามข้าแล้วมีประโยชน์อะไร? ตัวเลือกของข้าคือแต่งให้พ่อพวกเจ้า จากนั้นก็คลอดพวกเจ้าออกมา ใช้ชีวิตอย่างสงบเรียบง่าย”
จูปาเม่ยกังขา “ท่านแม่ เมื่อก่อนท่านบอกว่าถ้าคุณชายคนนั้นเลือกท่าน ท่านก็คงไม่แต่งให้ท่านพ่อแล้วไม่ใช่หรือเจ้าคะ?”
“อาจจะกระมัง แต่ถ้าคุณชายคนนั้นเลือกข้า ข้าก็คงไม่มีพวกเจ้าแล้ว”
“ทำไมเจ้าคะ?”
“เพราะในตระกูลใหญ่ คนที่ตายง่ายที่สุดก็คือพวกเด็ก ๆ อย่างไรเล่า”
จูปาเม่ยงุนงงกว่าเดิม
แต่เย่อวี๋หรานไม่ได้พูดต่อ เพียงบอกให้นางกลับห้องไปนอนแต่เนิ่น ๆ
“ท่านแม่…” จูปาเม่ยออดอ้อน อยากให้เย่อวี๋หรานพูดต่อ
“ไม่ได้!” เย่อวี๋หรานส่ายหน้า “ตอนนี้ดึกมากแล้ว เจ้าเข้านอนเร็วหน่อย พอเจ้าโตกว่านี้เดี๋ยวก็จะเข้าใจเอง”
จูปาเม่ยมุ่ยปาก ไม่ใคร่ชอบใจนัก “โตกว่านี้ ๆ…ผู้ใหญ่อย่างพวกท่านก็ชอบใช้แต่คำพูดแบบนี้มาหลอกลวงเด็ก ๆ!”
ตัดพ้อก็ส่วนตัดพ้อ แต่นางยังคงกลับเข้าห้องไปอย่างเชื่อฟัง
เดิมทีเย่อวี๋หรานตั้งใจจะตรงกลับห้องตนเอง แต่นึกขึ้นมาได้ว่าวันนี้จูเหล่าโถวดื่มไปมากขนาดนั้นก็รู้สึกไม่วางใจ จึงแวะไปดูที่ห้องเขาสักหน่อย
แต่พอไปเห็นแล้วเย่อวี๋หรานก็มีอันต้องสะดุ้งตกใจ เพราะจูเหล่าโถวไม่รู้ว่าลงมานอนบนพื้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ศีรษะบวมเป่ง เลือดสดไหลนอง
“ปาเม่ย! รีบไปเรียกคนจากเรือนข้าง ๆ เร็วเข้า พ่อเจ้าล้ม!”
“อะไรนะเจ้าคะ?!”
จูปาเม่ยเพิ่งจะเข้าไปในห้อง ได้ยินเสียงร้องของมารดาก็ต้องตกใจ รีบวิ่งไปเรือนข้าง ๆ ทันที
จูต้ากับจูเอ้อร์หลับเป็นตาย จูซาน จูซื่อ และจูอู่ถูกเสียงดังปลุกให้ตื่นขึ้น รีบร้อนมาทางนี้ทันที
เย่อวี๋หรานจุดตะเกียงน้ำมันมองหาบาดแผลบนร่างจูเหล่าโถว แล้วหาผ้าสะอาดมากดเอาไว้
เห็นพวกลูกชายมากันแล้วก็ให้พวกเขาถอดไม้กระดานออกจากบนเตียง แล้วหามคนไปที่เรือนหมอชาวบ้านในคืนนั้น
วุ่นวายกันตลอดทั้งคืน
เรื่องน่ายินดีเรื่องเดียวก็คือ โชคดีที่หมอชาวบ้านไม่ใช่คนชอบดื่ม สติยังแจ่มใสดี จึงสามารถช่วยจัดการบาดแผลให้จูเหล่าโถวได้ ไม่อย่างนั้น…
ตั้งแต่ต้นจนจบ จูเหล่าโถวไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใด ๆ ทั้งสิ้น หลับลึกราวกับหมูตายอย่างไรอย่างนั้น
เย่อวี๋หรานไม่แน่ใจว่าตกลงแล้วเขาหลับไปหรือสลบไปกันแน่
จูเหล่าโถวหลับยาวจนถึงตอนเที่ยง
พอเขาตื่นขึ้นมา ทุกคนล้วนถอนหายใจอย่างโล่งอก
เฮ้อ…ตกใจหมด ยังดีที่ไม่เป็นไร ไม่อย่างนั้นก็แย่แล้ว!
จะไม่แย่ได้อย่างไร จูชีเพิ่งจะได้เป็นซิ่วไฉ จูเหล่าโถวก็มาตกเตียงตายเพราะดื่มสุรามากเกินไป
เรื่องแบบนี้ถ้าลือกันออกไป สกุลจูยังจะออกไปพบหน้าใครได้อีก?
กลัวก็แต่มีคนคิดร้ายใส่ความว่า จูชีมีดวงปิตุฆาต แบบนั้นก็แย่แล้ว
“ซี้ด…” จูเหล่าโถวสูดลมหายใจเข้าลึก เอื้อมมือไปสัมผัสหน้าผากตนเองโดยสัญชาตญาณ “ทำไมหัวข้าถึงเจ็บอย่างนี้?”
“ท่านพ่อ ท่านอย่าจับดีกว่าขอรับ หัวท่านเพิ่งจะได้เปลี่ยนยาเมื่อครู่นี้เอง” จูอู่หาวแล้วเข้ามาห้าม
จูเหล่าโถวงุนงง “ทำไมเจ้ามาอยู่ในห้องข้าได้?”
จูอู่มีสีหน้าตัดพ้อ “ท่านพ่อ ข้าผลัดเวรกับพี่สามพี่สี่เฝ้าท่านมาทั้งคืนแล้ว เมื่อวานท่านดื่มเยอะเกินไป ตกลงมาจากบนเตียง ถ้าไม่ใช่เพราะท่านแม่มาเห็นทันท่วงที ป่านนี้ไม่รู้ว่าท่านจะเสียเลือดจนกลายเป็นอย่างไรไปแล้ว…”
“ข้าตกเตียง?” จูเหล่าโถวประหลาดใจ “ข้าตกลงมาได้อย่างไร? พวกเจ้าประคองข้ากลับมาแล้วก็ไม่จัดให้ข้านอนดี ๆ หน่อย?”
เขายังตำหนิจูอู่อีกหลายประโยค คิดว่าพวกลูกชายไม่ได้ดูแลเขาให้ดี
ถ้าดูแลดี ๆ เขาจะตกเตียงได้อย่างไร?
จูอู่รู้สึกว่าตนเองถูกปรักปรำ “ท่านไม่ได้ล้มตอนที่พวกข้าประคองท่านกลับมา พวกข้าพาท่านมาส่งถึงห้องอย่างปลอดภัย จัดให้ท่านนอนบนเตียงดี ๆ แล้ว แต่ปรากฏว่าท่านแม่นั่งคุยที่เรือนพวกข้าประเดี๋ยวเดียว พอกลับมาก็เห็นท่านนอนอยู่บนพื้น…”
“แม่เจ้า…เป็นคนมาเจอ?” จูเหล่าโถวจับประเด็นสำคัญเอาไว้ได้
จูอู่ไม่ได้สังเกตสีหน้าของบิดา เขาตอบรับว่า “ขอรับ ท่านแม่เป็นคนมาพบ จากนั้นก็บอกให้ปาเม่ยมาเรียกพวกข้า แบกท่านไปที่เรือนหมอชาวบ้านตอนกลางคืน ปลุกท่านหมอตื่นมากลางดึกกลางดื่น ทั้งล้างแผล พันแผล ต้มยาให้ท่าน…ท่านแม่บอกว่าต้องให้ซองแดงหนา ๆ กับเขาเป็นการแสดงความขอบคุณ”
จูเหล่าโถวนึกยินดี ‘หมายความว่า แท้จริงแล้วภรรยายังใส่ใจไยดีเขาอยู่ใช่ไหม?’
เขานึกอยู่แล้ว ภรรยาแต่งให้เขามานานหลายปีแล้ว ไม่เป็นห่วงเขาแล้วจะให้เป็นห่วงใคร?
ปากแข็งจริง ๆ ปากบอกว่ารังเกียจเขา แต่พอเกิดเรื่องขึ้นมาก็ยังเป็นห่วงเขาอยู่ไม่ใช่รึ?
ผู้หญิงนี่น้า ปากไม่ตรงกับใจอะไรปานนี้!
เย่อวี๋หราน “…”
นางเป็นห่วงเพราะเห็นแก่ความเป็นมนุษย์ด้วยกันหรอก จูเหล่าโถวจะคิดมากเกินไปหรือเปล่า?
แต่ไม่ว่านางจะอธิบายอย่างไร จูเหล่าโถวก็ยังไม่เชื่อ เขาเชื่อแค่ว่า…ทั้งสองแยกห้องนอนกันแล้ว ก่อนจะเข้านอนเย่อวี๋หรานยังอุตส่าห์แวะมาดู จะต้องเป็นเพราะในใจยังมีเขาอยู่แน่นอน
ถ้าในใจไม่มีเขาอยู่เลย แล้วจะแอบมาเมียงมองเขาทำไมกัน?
“เจ้าคิดมากเกินไปแล้ว!”
“ไม่หรอก ข้าไม่ได้คิดมาก เจ้าอย่าเอาแต่ไม่ยอมรับอยู่เลย เป็นผัวแก่เมียเฒ่ากันแล้ว ไม่จำเป็นหรอก…” จูเหล่าโถวกล่าวอย่างหน้าหนา
เย่อวี๋หรานรู้สึกระคายสายตา จึงหมุนกายออกมาจากห้อง
“เอ๊ะ เจ้าจะไปไหน? เจ้าก็บอกมาสิว่าเมื่อไหร่จะให้ข้าย้ายกลับไปนอนด้วยกัน?”
จูเหล่าโถวพูดเสียงดังจนคนในเรือนได้ยินกันหมด
แต่หลี่ซื่อกับจูปาเม่ยไม่สะดวกใจจะเงยหน้าขึ้นมอง เพียงแอบมองสีหน้าของเย่อวี๋หรานเล็กน้อยตอนที่นางเดินออกมา
จูปาเม่ยคิดในใจ ‘ท่านพ่อคิดจะคืนดีกับท่านแม่งั้นหรือ?’
เย่อวี๋หรานจะยอมคืนดีกับจูเหล่าโถวหรือไม่ กล่าวตามตรงแล้วจูปาเม่ยก็ไม่กล้านำไปพูดกับใครจริง ๆ
มารดาตนเองเป็นคนอย่างไร ทุกคนล้วนรู้ดี นางไม่กล้ากระตุกหนวดแม่เสือหรอกนะ
จูเหล่าโถวได้รับบาดเจ็บ อายุก็มากแล้ว ย่อมไม่อาจลงมาจากเตียงได้ เป็นเหตุให้พ่อเฒ่าจูกับแม่เฒ่าจูเป็นห่วงไม่วาย เทียวมาถามไถ่อาการอยู่หลายรอบ
ไม่รู้ว่าไปได้ยินจูเหล่าโถวพูดอะไรมาหรืออย่างไร ผู้เฒ่าทั้งสองจึงพยายามเลือกถ้อยคำดี ๆ มาพูดกับเย่อวี๋หราน อยากช่วยให้คนทั้งคู่กลับมาคืนดีกัน