ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 664 อาเล็ก พวกข้ามาอุ่นที่นอนให้ท่านขอรับ
บทที่ 664 อาเล็ก พวกข้ามาอุ่นที่นอนให้ท่านขอรับ
“ถ้า…” จูอู่ถูกถามจนชะงักไป จากนั้นจึงกล่าวว่า “ถ้าเจ้าเจ็ดโชคดีเล่า?”
“เจ้าเชื่อว่าจะมีขนมยัดไส้ตกลงมาจากฟ้า เจ้าเจ็ดจะโชคดีไปได้ตลอดอย่างนั้นรึ?” จูซานมองค้อนใส่อีกฝ่าย “เอาล่ะ กลับไปนอนเถอะ เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องคิดมากหรอก ท่านแม่จะจัดการเอง”
“ท่านแม่บอกให้เจ้าเจ็ดคิดเองไม่ใช่หรือ?”
“เจ้าโง่เรอะ? เจ้าเจ็ดไม่เคยใคร่ครวญเรื่องพวกนี้มาก่อน ให้เขาพิจารณาเองเป็นหนแรก ท่านแม่ก็จะปล่อยไปโดยไม่สนใจ?” จูซานตีหัวน้องชายเบา ๆ พลางพูดว่า “ทุกเรื่องย่อมมีลำดับขั้นตอน ค่อยเป็นค่อยไปเข้าใจไหม?”
จูอู่พลันโล่งอก “ถ้าอย่างนั้นข้าก็วางใจแล้ว ข้าเข้านอนก่อนล่ะ พี่สาม ท่านก็เข้านอนเร็ว ๆ นะขอรับ”
พูดจบก็กลับไปพักผ่อนอย่างเบิกบานใจ
แต่กลับเป็นจูซานที่นั่งคิดอะไรบนเตียงอยู่เป็นนาน
ตอนที่จูต้ามาถึงเรือนหลังใหม่ จูชีกำลังพาต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าเตรียมตัวเข้านอน
เดิมทีเด็กน้อยทั้งสองมีห้องนอนของตัวเองแล้ว แต่เพราะอากาศในฤดูหนาวนั้นหนาวเย็นเกินไป พวกเขาสองคนจึงวิ่งมาขอนอนเบียดด้วยกันกับจูชี
“อาเล็ก พวกข้ามาอุ่นที่นอนให้ท่านขอรับ”
ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่ากระโดดขึ้นเตียงไปพร้อมกับรอยยิ้มร่าเริง
พวกเขาสามคนไปเรียนหนังสือนอกบ้านด้วยกันย่อมสนิทกันมากกว่าคนอื่น จูชีย่อมอยากอยู่ด้วยกันกับพวกเขาอยู่แล้ว คนทั้งสามจึงเล่นกันอย่างสนุกสนาน
เย่อวี๋หรานร้องข้ามห้องมาประโยคหนึ่ง พวกเขาจึงค่อยทำตัวเรียบร้อย ซุกตัวเข้าไปในผ้าห่ม
เวลานั้น จูต้าก็มาหาพอดี “พวกเจ้ายังไม่นอน?”
“ท่านพ่อ ทำไมท่านถึงมาได้ขอรับ?” ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าเห็นบิดาของตนเองก็ดีอกดีใจ
แต่พวกเขายังคงพูดว่า “ท่านมารับพวกข้าไปนอนด้วยหรือขอรับ? ถ้าอย่างนั้นพวกข้าไม่ไปนะ วันนี้พวกข้าอยากนอนกับอาเล็ก”
“พวกเจ้านอนเถอะ ข้ามาหาอาเล็กของพวกเจ้าต่างหาก” จูต้าว่าแล้วก็หันมาทางจูชี “เจ้าเจ็ด ให้พวกเด็ก ๆ นอนเถอะ พวกเราออกไปคุยกันข้างนอกดีกว่า”
“อ้อ!” จูชีขานรับอย่างเชื่องช้าแล้วเดินตามหลังพี่ใหญ่ออกไปจากห้อง
เด็ก ๆ มองอาเล็กเดินตามบิดาของตนออกไป
เอ้อร์เป่าสงสัยยิ่งนัก “ท่านพี่ ท่านพ่อมาหาอาเล็กมีเรื่องอะไรกันนะ?”
“ไม่รู้สิ ไม่อย่างนั้น…” ต้าเป่ากลอกตาแล้วกล่าวอย่างซุกซนว่า “พวกเราแอบตามไปดีไหม?”
“แบบนี้ไม่ดีหรอกมั้ง…” ถึงปากจะพูดไปเช่นนั้น แต่ใบหน้าของเอ้อร์เป่ากลับฉายความคิดอีกอย่าง…ดีสิ!
เด็กน้อยทั้งสองลงมาจากเตียงโดยไม่พูดไม่จา สวมเสื้อคลุมตัวนอกกับรองเท้าแล้ววิ่งออกไป
ข้างนอกห้องในเรือนหลังใหม่ จูต้าสังเกตห้องของเย่อวี๋หรานอย่างระมัดระวัง กลัวว่ามารดาของตนจะเดินออกมา
แต่กลับไม่ได้สังเกตเห็นหางน้อย ๆ สองข้างที่ตามพวกตนมาด้วย
“พี่ใหญ่ ท่านอยากคุยอะไรกับข้าหรือขอรับ?” จูชีถาม
“เกี่ยวกับเรื่องเรียนน่ะ” จูต้ากล่าวออกมาตรง ๆ ไม่อ้อมค้อม “เจ้าคิดว่าจะเอาอย่างไร?”
“ข้ายังไม่ได้คิดให้ดีเลย” จูชีตอบตามความจริง
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็เริ่มคิดเสียตั้งแต่ตอนนี้ เจ้าต้องคิดให้ดีนะ ถ้าเจ้าจะไปเรียนที่โจวเสวีย พี่สามก็ต้องตามเจ้าไปด้วย ถึงตอนนั้นใครจะได้ไปดูแลต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าก็ยังไม่รู้”
เมื่อก่อนรู้สึกว่างานดี ๆ เช่นนี้ถูกจูซานแย่งไป ตนเองเป็นฝ่ายเสียเปรียบ…ลูกชายของเขาแท้ ๆ เขากลับไม่ได้ไปดูแล แต่ให้คนอื่นไปดูแล
มาถึงตอนนี้ เป็นไปได้ว่าจูซานอาจไม่ได้ดูแลลูกชายทั้งสองของตัวเองอีกแล้ว จูต้ากลับนึกกังวลขึ้นมา
เรื่องนี้จะทำอย่างไรดีเล่า?
ถ้าเจ้าเจ็ดไปเรียนที่โจวเสวีย แล้วใครจะดูแลต้าเป่ากับเอ้อร์เป่า?
คงไม่ใช่ว่าจะให้ข้าไปหรอกนะ?
จูต้ารู้สึกหวั่นใจอยู่บ้าง เขาคิดว่าตนเองเพาะปลูกยังพอไหว แต่จะให้ไปดูแลลูกชายสองคนเรียนหนังสือ เกรงว่าคงไม่ไหว
เขาเรียนหนังสือไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ จะไปดูแลต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าได้อย่างไร?
“แล้วจะทำอย่างไรขอรับ?” จูชีถาม
“อย่างนั้นก็ไม่ต้องไปแล้ว อยู่ที่นี่แหละ” จูต้าตอบ “โจวเสวียอยู่ไกลขนาดนั้น ค่าเล่าเรียนยังแพงอีกต่างหาก ถึงจะไปเรียนที่นั่นแต่ก็ไม่แน่ว่าจะสอบผ่าน ทำไมต้องไปด้วย? ไม่สู้รั้งอยู่เสียที่นี่ เป็นซิ่วไฉแบบนี้ต่อไปนี่แหละ เป็นซิ่วไฉก็ดีแล้วนี่นา หมู่บ้านสกุลจูของพวกเรายังไม่เคยมีซิ่วไฉมาก่อนเลยนะ”
“เจ้าดูสิว่าคนในหมู่บ้านดีต่อเจ้าปานไหน ทั้งออกเงินทั้งออกแรง เพื่อจะทำป้ายเชิดชูเกียรติคุณให้เจ้า”
“เท่านี้ก็พอแล้ว! คนเราไม่อาจโลภมากเกินไป พวกเราเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา มีได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น อย่าไปคาดหวังมากกว่านี้เลย”
……
จูต้าโน้มน้าวด้วยความหวังว่าจูชีจะสามารถยอมรับความเป็นจริงได้โดยเร็ว อย่าดึงดันทำเรื่องไร้ประโยชน์ต่อไป
จูชีอดจะรู้สึกแย่ไม่ได้
ถึงเขาจะสมองช้าไปสักนิด แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีความคิดเห็นของตัวเองเอาเสียเลย
แต่ยามปกติไม่จำเป็นต้องให้เขาใช้สมอง เขาจึงคิดน้อยหน่อย
ต่อให้เป็นคนสมองช้าแค่ไหน ครั้นถูกคนใกล้ชิดที่ตนเองใส่ใจมา ‘ดูเบา’ เช่นนี้ ในใจย่อมรู้สึกไม่ดีเป็นธรรมดา
คนอื่นดูถูกเขาก็แล้วไปเถอะ แต่ทำไมพี่ใหญ่ถึงได้ดูถูกเขาเหมือนกันเล่า?
“พี่ใหญ่…ท่านคิดว่าข้าสอบเป็นจวี่เหรินไม่ได้หรือขอรับ?” จูชีถามอย่างเศร้าสร้อย
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับว่าข้าคิดหรือไม่คิด แต่ความจริงเป็นเช่นนี้ เอาล่ะ เจ้าลองกลับไปคิดดูเถอะ ดึกมากแล้ว ข้าจะกลับไปพักผ่อนแล้ว”
จูชีที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังยืนอยู่ในเรือนตามลำพังอย่างหดหู่
ขณะที่ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าซึ่งมาได้ยินคำพูดเหล่านั้นรู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่ง
ต้าเป่ารั้งไว้ไม่ทัน เอ้อร์เป่าก็กระโดดออกไปอย่างไม่พอใจแล้ว
“อาเล็ก อย่าไปฟังท่านพ่อข้าพูดจาเหลวไหล อาเล็กเก่งกาจปานนั้น จะสอบไม่ผ่านได้อย่างไรกัน? อาเล็กจะต้องสอบผ่านแน่นอนอยู่แล้ว” เอ้อร์เป่าวิ่งมาถึงตรงหน้าจูชีและพูดให้กำลังใจ
จูชีที่กำลังหดหู่ใจ พอเห็นพวกเขาก็พูดว่า “ทำไมพวกเจ้ายังไม่นอน?”
แต่กลับไม่ได้ตระหนักว่าเด็กน้อยทั้งสองแอบฟังเขากับพี่ใหญ่คุยกันเมื่อครู่นี้
“ปัดโธ่ อาเล็ก ท่านอย่าเพิ่งสนใจเรื่องนี้ คำพูดไร้สาระของท่านพ่อเมื่อครู่นี้พวกข้าได้ยินหมดแล้ว อาเล็ก ข้าพูดจริงนะขอรับ ข้ากับพี่ใหญ่อยู่ข้างท่าน!” เอ้อร์เป่ามีสีหน้าเด็ดเดี่ยว “ถ้าไม่เชื่อ ท่านลองถามพี่ใหญ่ดูก็ได้”
ต้าเป่าที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมลับและไม่อยากออกมาได้ถูกเปิดโปงเสียแล้ว
ต้าเป่าเดินออกมาจากที่ซ่อนด้วยสีหน้าจนใจ “เจ้าก็จริง ๆ เล้ย เจ้าพูดถึงแค่ตัวเองก็พอแล้ว มาพาดพิงข้าด้วยทำไม?”
“หรือว่าท่านไม่ได้คิดแบบนี้?” เอ้อร์เป่าทำหน้าไม่พอใจ
“พูดกับเจ้าไม่รู้เรื่องแล้ว” ต้าเป่าฉลาดพอที่จะไม่ทะเลาะกับน้องชายของตัวเองต่อหน้าจูชี
เขาเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าจูชี แล้วต่อยหมัดใส่ท้องอีกฝ่ายไปตรง ๆ
จูชีไร้การป้องกันจึงถูกต่อยจนถอยหลังไปก้าวหนึ่ง “เจ้าต่อยข้าทำไม?”
“ต่อยท่านนั่นแหละ อาเล็ก ท่านโง่หรือเปล่า? ขนาดเด็กอย่างพวกข้ายังรู้เลยว่าถ้าไปเรียนที่โจวเสวีย อาเล็กก็จะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ มากมาย แล้วทำไมจะไม่ไปเล่า?” ต้าเป่าพูด “ต้องไปอยู่แล้วสิ”
“แต่…” จูชีลังเล “แต่พ่อพวกเจ้าบอกว่า ถ้าข้าไปแล้ว พวกเจ้าก็ไม่อาจตามข้าไปเรียนที่โจวเสวีย ไม่มีใครดูแลพวกเจ้า”
“โธ่เอ๊ย อาเล็ก ในบ้านมีคนตั้งเยอะตั้งแยะ จะหาคนไปดูแลพวกข้าไม่ได้เลยหรือ? อีกอย่าง พวกข้าสองคนก็ไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วนะขอรับ” ต้าเป่าตระหนักได้ว่าตนเองพูดได้ไม่ค่อยถูกเท่าไหร่ จึงกระแอมเบา ๆ “แค่ก ๆ ข้าหมายความว่า พวกข้าไม่ใช่เด็กน้อยที่ไม่เข้าใจอะไรเลยอย่างซานเป่ากับซื่อเป่าเสียหน่อย พวกข้าสามารถดูแลตัวเองได้ ใช่ไหม เอ้อร์เป่า?”