ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 674 ต้าเป่าล้มหัวทิ่ม
บทที่ 674 ต้าเป่าล้มหัวทิ่ม
น่าเสียดายที่หลิ่วซื่อไม่รับฟังอะไรทั้งนั้น ไม่รอให้ต้าเป่าพูดจบก็ร้องขึ้นตัดบทเขาว่า “เจ้าเด็กโง่ เกวียนเทียมวัวนั่งสบายเสียที่ไหน? ถนนขรุขระอย่างนั้น เกวียนโคลงเคลงไปมา จะสบายสู้พักอยู่ในตำบลได้อย่างไร?”
“แต่ข้าคิดว่าอยู่ที่บ้านดีกว่านะขอรับ” คำอธิบายของต้าเป่าค่อนข้างจืดจาง เขาพูดได้หรือว่าอาหารของบ้านอาจารย์เสินไม่อร่อยเท่าที่บ้าน?
กล่าวตามตรง อาหารของที่นั่นจะอร่อยหรือไม่อร่อยไม่ได้เกี่ยวกับคนเขาสักเท่าไหร่ แต่ต้องดูว่าเจ้าจ่ายค่าอาหารราคานั้นไหวหรือไม่ต่างหาก
ฐานะของสกุลจูเป็นเช่นนี้ ส่วนมากแล้วอาหารมักจะนำมาเอง
บางครั้งถ้าไม่อยากไปกิน จูซานก็ต้องเป็นคนทำ
ฝีมือของจูซานย่อมไม่อร่อยเท่ารสมือของพวกผู้หญิงที่บ้านอยู่แล้ว แต่เมื่อรับประทานร่วมกับน้ำพริกแบบต่าง ๆ ที่เตรียมมาด้วยก็เรียกได้ว่าเป็นมื้ออร่อยอยู่เหมือนกัน
เทียบกับคนอื่นที่ได้รับประทานโจ๊กคู่กับผักดอง พวกเขามักจะได้กินของจำพวกน้ำพริก ก๋วยเตี๋ยวเส้นมันเทศกับปลาแห้งอยู่บ่อย ๆ อาหารการกินดีกว่ามากมายนัก
“ที่บ้านดีกว่าอะไรกัน ข้าบอกแล้วอย่างไรเล่าว่าอยู่ในตำบลสบายกว่า!” หลิ่วซื่อตวาดเสียงดัง เสียงแหลมขึ้นจนถึงขั้นบาดหูโดยไม่รู้ตัว
ต้าเป่าตัวสั่น นึกอยากหลบไปห่าง ๆ
เผชิญหน้ากับมารดาที่แลดูบ้าคลั่งโดยไร้สาเหตุเช่นนี้ ในใจเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
เพราะเขาพบว่ามารดาของเขาไม่รับฟังคำพูดของคนอื่นเลยสักนิด เอาแต่คิดว่าตอนอาเล็กได้อยู่หอพัก เขาก็ต้องได้อยู่หอพัก แต่กลับไม่พิจารณาสถานการณ์โดยละเอียด
ร้องไห้ถึงตอนท้าย หลิ่วซื่อยังขอร้องให้ต้าเป่าไปบอกกับเย่อวี๋หรานด้วยตัวเองว่า เขาอยากอยู่หอพักและอยากให้มารดาไปอยู่ด้วย
ต้าเป่า “…”
แต่ข้ารู้สึกว่าอยู่ที่บ้านสบายกว่าจริง ๆ นะขอรับ!
“เจ้าได้ยินหรือยัง?” หลิ่วซื่อถามเสียงแหลม “ข้าเป็นแม่ของเจ้านะ ถ้าเจ้ากล้าไม่เชื่อฟังข้า ข้าจะตีเจ้า!”
“ท่านแม่ ท่านอย่าเพิ่งวู่วาม ท่านใจเย็นก่อนขอรับ…” ต้าเป่ายื่นมือออกไป ตั้งใจว่าจะไปลูบหลังให้หลิ่วซื่อ แต่กลับถูกนางตีทีหนึ่ง
เพียะ!
เสียงดังก้อง มือใหญ่หยาบกร้านตีลงบนหลังมือของต้าเป่าเต็มแรง มือน้อย ๆ แดงขึ้นทันใด
ต้าเป่าตกใจจนนิ่งอึ้ง เพราะเขาคิดไม่ถึงเลยว่ามารดาจะลงไม้ลงมือกับเขา
“ท่านแม่…”
“อย่ามาพูดกับข้า เรื่องนี้ไม่มีอะไรให้ต้องพูดกันอีก เจ้าต้องทำตามที่ข้าพูด ไม่อย่างนั้นข้าก็ไม่มีลูกชายอย่างเจ้า” หลิ่วซื่อที่ไม่อาจระบายกับคนอื่นจึงนำความโกรธเกรี้ยวทั้งหมดของตนเองไปลงกับต้าเป่า
ต้าเป่าสูดหายใจเข้าลึก ขณะที่เศร้าใจอยู่นั้นก็นึกยินดีอยู่บ้าง: โชคดีที่น้องรองไม่ได้ออกมาห้องสุขาเป็นเพื่อนเขา ไม่อย่างนั้น…
“ได้ยินแล้วใช่ไหม?” หลิ่วซื่อเห็นเขาไม่พูดไม่จาจึงตะคอกออกมาอีก
“ได้ยินขอรับ” ต้าเป่าตอบเสียงเซื่องซึม
ไม่อาจสื่อสารไปถึงมารดาของตนเองได้เช่นนี้ ทำให้เขาสะเทือนใจอย่างแท้จริง
ต้าเป่ามองว่ามารดาเป็นมารดาที่ดีมาก ๆ มาตลอด ตอนที่คนอื่นรังแกเขากับน้องชาย มารดาก็มักจะปกป้องพวกเขาเอาไว้ข้างหลังเสมอ ทว่า…
แต่เขาคิดไม่ถึงว่าวันหนึ่ง มารดาจะเปลี่ยนไปเป็นคนที่เขาไม่รู้จัก
“ได้ยินแล้วก็ดี เจ้าพูดออกมาให้ข้าฟังสักรอบซิ อีกหน่อยต้องไปพูดกับย่าเจ้าว่าอย่างไร?” คราวนี้ หลิ่วซื่อนับว่าได้เรียนรู้มาแล้ว ไม่ต้องการให้เกิดกรณีแบบหลี่ซื่ออีก
รับปากว่าจะไปถ่ายทอดคำพูดให้ สุดท้ายไม่รู้ว่าไปพูดแบบไหน
นางสงสัยว่า สาเหตุที่แม่สามีไม่อยากเข้ามายุ่งเช่นนี้ เป็นเพราะหลี่ซื่อแอบยุยง
ต้าเป่าคิดไม่ถึงว่ายังมีเรื่องต่อจากนั้นจึงอึ้งไป: เรื่องแบบนี้จะให้พูดอย่างไร?
“เจ้าได้เรียนหนังสือมาแล้วนี่ ทำไมแค่ไปถ่ายทอดคำพูดแค่นี้ก็ทำไม่เป็น?” หลิ่วซื่อไม่ได้สงสัยแม้แต่น้อยว่าลูกชายไม่อยากให้ความร่วมมือ เพียงรู้สึกว่าเขาเรียนไปเสียเปล่า นึกว่าจะฉลาดขึ้นเสียอีก กลายเป็นว่ายังโง่อยู่เหมือนเดิม
นางพูดทวนประโยคเดิมออกมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงรังเกียจ สอนต้าเป่าว่าต้องพูดอย่างไร
คำพูดเหล่านั้นไม่พูดออกมาก็ยังดี แต่พอพูดออกมาแล้ว ต้าเป่ายิ่งหนักใจกว่าเดิม เพราะเขาพบว่า…นอกจากมารดาของเขาจะไร้เหตุผลแล้ว ยังคิดจะทำตัวพาลอย่างหน้าด้าน ๆ อีกด้วย
แต่มารดาของเขากลับไม่อยากทำอย่างนั้นด้วยตัวเอง แต่บังคับให้เขาเป็นคนไปทำต่อหน้าท่านย่า
ต้าเป่านึกถึงความรู้สึกตอนไม้กวาดหวดบั้นท้ายแล้วก็รู้สึกเจ็บขึ้นมา
ปีนั้น ตอนที่ท่านย่าไล่ตีเขากับน้องรองก็ไม่เคยยั้งมือด้วยความใจอ่อนมาก่อน
ถึงช่วงสองปีหลังมานี้ความสัมพันธ์จะกลมเกลียวขึ้นมาแล้ว แต่เขาก็ยังคงจำเรื่องเหล่านั้นได้อย่างชัดเจน
“ท่านแม่ นี่…ไม่ค่อยดีกระมัง?” เขาเอ่ยขึ้นช้า ๆ “ถ้าท่านย่าไม่เห็นด้วย ข้ายังต้องลงไปนอนชักดิ้นชักงอบนพื้น ร้องไห้อ้อนวอนท่านย่าด้วยหรือขอรับ?”
“ทำไมจะไม่ได้? เจ้ายังเป็นเด็กอยู่ไม่ใช่รึ?” หลิ่วซื่อกล่าวเสียงแข็ง “เด็กบ้านอื่นพอไม่ได้ของที่อยากได้ก็ทำแบบนี้กันทั้งนั้น”
“ท่านพูดมาไม่ผิด แต่ว่าท่านแม่ คนที่พวกเขาต้องเจอไม่ใช่ย่าของข้านี่นา” ต้าเป่าสังเกตสีหน้าของหลิ่วซื่อพลางเตือนสตินางว่า “ท่านแม่ ท่านลืมไปแล้วหรือ ปีนั้นท่านย่าไม่เคยยั้งมือให้ข้ากับน้องรองมาก่อนเลยนะขอรับ”
ถ้าจะกล่าวถึงคนที่ยังไม่เคยถูกท่านย่าตีมาก่อน คิดว่าคงมีแค่น้องชายฝาแฝด ซานเป่ากับซื่อเป่าเท่านั้นแหละ
ทันใดนั้น เขาก็อดจะอิจฉาเด็กสองคนนั้นไม่ได้
เย่อวี๋หราน “…”
เปล่า เจ้าเข้าใจผิดแล้ว!
ที่พวกเขาสองคนไม่เคยถูกตี เป็นเพราะตอนพวกเขาเกิดมาก็มาเจอข้า ไม่ใช่ย่าแท้ ๆ ของพวกเจ้าต่างหาก!
ไม่อย่างนั้น เจ้าก็ลองดูสิ
หลิ่วซื่อเงียบไป
เห็นได้ชัดว่านางคิดถึงเรื่องในอดีตเหล่านั้นเหมือนกัน จากนั้นก็คิดถึงซานเป่ากับซื่อเป่าที่ยังไม่เคยถูกคนเป็นย่าตีมาก่อนเช่นเดียวกับต้าเป่า
“หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์คนนี้ ข้าบอกแล้วว่านางลำเอียง พวกเจ้าก็ไม่เชื่อ ตอนนี้รู้แล้วล่ะสิ?”
“เจ้าดูเอาเถอะว่าซานเป่ากับซื่อเป่าโตมาขนาดนี้แล้วเคยถูกย่าพวกเจ้าตีบ้างไหม? มีแค่เด็กไม่ได้เรื่องอย่างพวกเจ้าเท่านั้นแหละที่ถูกย่าเจ้าใช้ไม้กวาดไล่หวดไปทั่วเรือน”
……
กล่าวถึงตอนท้ายชักจะโมโห หลิ่วซื่อจึงยื่นมือออกมาจิ้มหน้าผากของต้าเป่า
เพราะออกแรงมาก ศีรษะของต้าเป่าจึงโยกเอียงไปข้าง ๆ
หลิ่วซื่อคล้ายจะไม่ได้สังเกตเห็นจุดนี้ ยังคงตำหนิตัดพ้อที่เย่อวี๋หรานลำเอียงต่อไป แทบจะลำเอียงไปถึงกระดูกดำอยู่แล้ว
ใครได้มาเจอแม่สามีจอมลำเอียงเหมือนนางก็คงต้องโชคร้ายไปแปดชาติ!
เพราะเป็นผู้อาวุโส วาจานี้ต้าเป่าไม่กล้ารับ ทำเพียงรับฟังอย่างเดียว
เขายังเล็กก็จริง แต่หลายปีก่อนที่บ้านยังยากจน เรื่องที่ท่านย่ามักหาเรื่องมารดาของเขา เขายังจำได้ดี แต่ในสายตาของเขา เรื่องเหล่านั้นล้วนผ่านไปแล้ว
อาจารย์เสินก็เคยพูดไว้ว่า ผู้เยาว์ไม่พึงวิพากษ์วิจารณ์ความผิดของผู้อาวุโส
เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ให้ผ่านไป ตอนนี้ที่บ้านมีความเป็นอยู่ดีขึ้นแล้ว ท่านย่าก็ไม่เป็นเหมือนเดิมอีก ไม่จำเป็นต้องไปฟื้นฝอยหาตะเข็บ
ทว่าน่าเสียดาย นี่เป็นเพียงความคิดของเขาฝ่ายเดียว สำหรับมารดาของเขาแล้ว นี่เป็นเรื่องที่ไม่อาจปล่อยให้ผ่านไปได้ง่าย ๆ
“เจ้าได้ยินไหม ต่อไปเจ้าต้องขยันหมั่นเพียร ต้องสอบเป็นซิ่วไฉกลับมาให้ข้าให้ได้”
“ไม่ ไม่ใช่แค่ซิ่วไฉ เจ้าต้องร้ายกาจยิ่งกว่าอาเล็กของเจ้า ต้องสอบให้ได้จวี่เหริน เอาชนะอาเล็กของเจ้าให้ได้”
“เฮอะ! ข้าจะคอยดูว่าถึงเวลานั้นพวกเขาจะทำหน้าแบบไหน”
……
ตอนเริ่มแรกเพียงแต่ตัดพ้อต่อว่า กล่าวมาถึงตอนท้ายกลับเต็มไปด้วยความเกลียดชัง ท่าทางโกรธเกรี้ยว บังคับให้ต้าเป่ารับปากว่าจะต้องสอบเป็นขุนนางใหญ่โตเพื่อนางให้ได้ ทำให้นางมีหน้ามีตา อย่าให้นางต้องทนลำบากมาเสียเปล่า
ชีวิตนี้นางไม่ร้องขอสิ่งอื่น นางมีลูกชายคือเขากับเอ้อร์เป่าสองคน จึงขอแค่ให้พวกเขามีอนาคตที่ดี
แน่นอน ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่ามีอนาคตที่ดี ไม่ได้เกี่ยวข้องอันใดกับสกุลจู แต่เป็นเพราะนางคลอด ‘อภิชาตบุตร’ ออกมาสองคนต่างหาก
ต้าเป่าถูกจิ้มขมับจนเอียงล้มหัวทิ่ม
ไม่รู้ว่าเขาโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ หน้าผากของเขาไปกระแทกกับหินก้อนหนึ่งเข้าพอดี เลือดสด ๆ ไหลหยดลงมา