ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 681 เย็บด้วยเข็ม
บทที่ 681 เย็บด้วยเข็ม
“ร้องทำไม? ออกไปอยู่เงียบ ๆ ข้างนอกเสีย ข้างในกำลังผ่าตัดอยู่!”
เย่อวี๋หรานตะคอกเสียงเบา ทำให้ในห้องเงียบลงในทันใด
ความจริงนางก็ว้าวุ่นใจเช่นกัน
เบื้องหน้าคือต้าเป่าที่ถูกเย็บแผล นางนั่งอยู่บนโต๊ะยาว กดแขนและต้นขาของเขาเอาไว้ ควบคุมไว้ทุกการกระทำ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ
ในยามนี้เมื่อเสียงร้องไห้ของหลิ่วซื่อดังขึ้นอีกครา ความอดทนอันดีของนางถูกลูกสะใภ้ผู้นี้ทำให้หมดแรงแล้ว
ต่อให้นางจะไม่รู้ว่าเรื่องบาดแผลของต้าเป่าเกี่ยวข้องอะไรกับหลิ่วซื่อ แต่พูดตามจริงแล้วลูกของตัวเองกลายเป็นเช่นนี้ หลิ่วซื่อผู้เป็นแม่กลับไม่ยืนหยัดแม้แต่น้อยเพื่อเป็นที่พึ่งพิงให้กับลูกชายของตน กลับกันเหตุใดยังถ่วงแข้งถ่วงขาเช่นนี้เล่า?
ก่อนหน้านี้ยังคิดอยากสั่งสอนหลิ่วซื่อเสียหน่อย แต่ในยามนี้ดูท่าแล้ว…
เหอเหอ!
นางมีเรี่ยวแรงเช่นนั้น ไม่สู้เอาไปเลี้ยงดูลูกและหลานให้ดี และเลือก ‘หลานสะใภ้’ ที่สนับสนุนต้าเป่าได้สักคนจะดีกว่ากระมัง
นายหญิงของตระกูลไม่จำเป็นต้องเป็นสะใภ้ใหญ่ เปลี่ยนเป็นหลานสะใภ้คนโตก็ย่อมได้
ใบหน้าของต้าเป่าถูกคลุมปิดเอาไว้ ป้องกันไม่ให้เขาเห็นการกระทำของท่านหมอไป๋หลี่น้อยจากหางตา
หงจิ่วเป็นลูกมือของท่านหมอไป๋หลี่น้อยไปก็พูดคุยกับต้าเป่าไปด้วย พูดทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในโรงหมอ
ไม่ว่าจะเด็กน้อยคนไหนที่ไม่ยอมดื่มยา หากเขาไปยุ่งวุ่นวายกับกล่องยาของอาจารย์ก็จะถูกอาจารย์ลงโทษ
“เจ้าไม่รู้หรอกว่าการนั่งยอง ๆ ช่างน่าเวทนานัก ยังต้องเอาน้ำใส่ถ้วยไปไว้บนหัว จากนั้นถ้วยก็ค่อย ๆ ลื่นลงมา”
“ขาก็ปวดมาก พอผ่านไปครึ่งก้านธูป ข้าก็รู้สึกราวกับว่าเสียขาทั้งสองข้างไปแล้ว”
……
หงจิ่วไม่กล้าทำให้ต้าเป่าหัวเราะ จึงทำได้เพียงพูดเสียงเบาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
ความจริงต้าเป่ารู้สึกไม่ค่อยดีแม้ว่าจะมียาทาอยู่บนหน้าผาก แต่ผลของยาชาก็ไม่ได้ดีเท่าที่คิดไว้ มันไม่ได้ทำให้เขาเสียการรับรู้ความรู้สึกทั้งหมดไป เพียงแต่ไม่ทำให้เจ็บถึงเพียงนั้น…ถึงจะเจ็บแต่ก็ยังรู้สึกทนได้
ราวกับถูกบางสิ่งทิ่มเข้าเนื้อ อีกทั้งสิ่งที่เจาะเข้ามายังรู้สึกได้อีกด้วย!
เขาคิดว่าทั้งชีวิตนี้เขาคงไม่มีทางลืมมันแน่
“ยังเหลืออีกหนึ่งเข็ม”
ยามที่ท่านหมอไป๋หลี่น้อยพูดคำพูดนี้ ต้าเป่าก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
ค่อยยังชั่ว เหลืออีกเพียงเข็มเดียว!
เหลืออีกเพียงเข็มเดียว ทว่าเวลากลับดูยาวนานถึงเพียงนี้ราวกับหยุดนิ่ง
ต้าเป่ารอคอยเข็มนี้ทิ่มลงมาอย่างช้า ๆ ความรู้สึกของเข็มที่ทิ่มลงไปในเนื้อยาวนานยิ่ง…
เหตุใดจึงยังไม่จบเล่า?
“เรียบร้อย!”
เมื่อคำว่า ‘เรียบร้อย’ ของท่านหมอไป๋หลี่น้อยถูกพูดออกมา ต้าเป่าก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
จากนั้นท่านหมอไป๋หลี่น้อยก็ใส่ยาให้เขาเรียบร้อย และเอายาทาที่ต้องใช้ในอนาคตให้เย่อวี๋หราน โดยกำชับว่าต้องระมัดระวัง
“บาดแผลจะหายดีในไม่กี่วัน เมื่อถึงตอนนั้นจะรู้สึกคันเล็กน้อย แน่นอนว่าต้องระวังอย่าให้เด็กไปเกา”
“และอย่าให้บาดแผลโดนน้ำด้วย”
……
เย่อวี๋หรานพยักหน้า…จดจำไว้ในใจและแสดงความขอบคุณ
เมื่อออกมาจากห้อง หลิ่วซื่อที่เห็นต้าเป่าก็รีบพุ่งเข้าไป
“ต้าเป่า…”
นางก้าวยาว ๆ ไปเบื้องหน้า ดึงต้าเป่าเข้ามามองสำรวจขึ้นลง
ราวกับในช่วงเวลานั้นมีคนเอาต้าเป่าไปทำอะไรบางอย่าง
เพราะต้าเป่าหาใช่เด็กไม่รู้ความ ท่านหมอไป๋หลี่น้อยจึงไม่ได้พันแผลให้เขา รอยเย็บหลายเข็มบนหน้าผากสามารถมองเห็นได้อย่างรวดเร็ว
หลิ่วซื่อเห็นแล้วก็รู้สึกเจ็บปวดทั้งยังโกรธเกรี้ยว
เหตุใดแม่สามีจึงเห็นแก่ตัวเช่นนี้?
ไม่ใช่ว่ามันเป็นเพียงแค่การสอบขุนนางระดับเคอจวี่หรือ ไม่ใช่ว่าก็แค่การเป็นขุนนางหรือ เหตุใดเพียงเพื่อสิ่งเหล่านั้นจึงไม่สนใจไยดีลูกของนาง?
แน่นอนว่าเป็นเพราะไม่ใช่ลูกตัวเองจึงไม่เจ็บปวด!
“ท่านแม่ ข้าไม่เป็นไรขอรับ!” ต้าเป่าปลอบโยน “ไม่เป็นไรแล้วขอรับ ท่านหมอบอกว่าตราบใดที่ใช้ยาทาอย่างเคร่งครัดก็ไม่เป็นไรแล้วขอรับ”
แต่การปลอบโยนของเขากลับไม่ได้เข้าไปในใจของหลิ่วซื่อ มันกลับยิ่งทำให้นางเศร้าใจ
เย่อวี๋หรานเพียงมองอีกฝ่ายอย่างเย็นชาคราหนึ่ง และส่งห่อยาให้หลี่ซื่อ
นางหมุนกายกล่าวขอบคุณท่านหมอไป๋หลี่น้อยอีกครา และพาคนทั้งกลุ่มออกไปจากโรงหมอ
หลังจากพวกเขาไปแล้ว หงจิ่วที่ยืนอยู่ข้างกายท่านหมอไป๋หลี่น้อยก็ถามขึ้นมา “ท่านอาจารย์ขอรับ คนที่ท่านบอกคือจูต้าเหนียงผู้นี้ใช่หรือไม่ขอรับ?”
ท่านหมอไป๋หลี่น้อยพยักหน้าเบา ๆ “อืม!”
“เช่นนั้นข้าก็เข้าใจแล้วขอรับ”
“เจ้าไม่จำเป็นต้องทำอันใด เจ้าก็ไปมาหาสู่กับต้าเป่าได้ตามปกติ มีมิตรมากมายดีกว่ามีศัตรูมากขึ้นอีกคน”
“ขอรับท่านอาจารย์”
……
เกรงว่าแม้แต่เย่อวี๋หรานก็ยังคาดไม่ถึงว่า นางเพียงเปิดเผย ‘ความรู้’ ของหญิงชนบทเล็กน้อย จะทำให้ดึงดูดความสนใจของผู้อื่นรวดเร็วถึงเพียงนี้
คนของหมู่บ้านสกุลจูนั้นคิดว่านางมี ‘สายตา’ เช่นนี้ เพราะเคยเป็นคนของตระกูลที่ร่ำรวยมาก่อน
น่าเสียดายที่นางถูกสกุลไป๋หลี่ที่มีสายตาเฉียบแหลมพบเข้า
เดิมทีพวกเขาก็มาจากสกุลใหญ่ จะไม่เข้าใจพวกคนสกุลใหญ่ได้อย่างไร?
สกุลใหญ่ที่ไหนจะมีความสามารถเช่นนี้ ผ่านไปไม่กี่ปีจะสามารถเลี้ยงดูหญิงชนบทผู้หนึ่งได้เช่นนี้เลยหรือ?
พวกเขาไม่คิดจะทำอันใด เพียงแต่ไม่หวังให้มีเรื่องไม่คาดฝันอันใดเกิดขึ้น
ยามที่กลับไป กลุ่มของเย่อวี๋หรานยังนั่งเกวียน
คนขับคือหลานชายคนโตของบ้านเจ้าหน้าที่ทางการ ยามที่มาก็รู้ว่าพวกเขามาทำอันใด จึงรออยู่ที่หน้าประตูตำบลอันจิ่วมาโดยตลอด
เมื่อเห็นผ้าสีขาวที่พันบนหัวของต้าเป่าถูกเอาออกแล้ว และได้รับการทายาแล้วก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก “จูต้าเหนียง ต้าเป่าไม่เป็นไรแล้วใช่หรือไม่ขอรับ? ไม่มีปัญหาแล้วใช่หรือไม่?”
“ไม่เป็นไรแล้ว แค่แผลเล็กน้อย กลับไปดูแลให้ดีและอย่าให้แผลโดนน้ำก็พอ” เย่อวี๋หรานเผยน้ำเสียงผ่อนคลายแต่กลับไม่ได้พูดถึงเรื่องค่ารักษา
หลานชายคนโตของเจ้าหน้าที่ทางการกล่าวเพียงว่า “ไม่เป็นไรก็ดีแล้วขอรับ หากท่านหมอบอกว่าแค่ดูแลก็เรียบร้อยเช่นนั้น ก็แน่นอนว่าแค่ดูแลให้ดีก็พอ”
ทั้งยังยิ้มและพูดกับต้าเป่าว่า “ต้าเป่าคงได้ยินแล้วกระมัง กลับไปก็ต้องเคร่งครัดสักหน่อย อย่าเป็นเหมือนพวกเด็กในหมู่บ้านที่กระแทกตรงนู้นชนตรงนี้ พวกเขาล้วนเป็นเด็กชนบท จะชนนู่นนี่หน่อยก็ไม่เป็นไร แต่เจ้าไม่เหมือนกัน ในอนาคตเจ้าต้องเรียนหนังสือไปเป็นข้าราชการ”
“อื้ม ข้าเข้าใจแล้วขอรับ ในอนาคตข้าจะระมัดระวังขอรับ” ต้าเป่ายิ้มตอบรับโดยไม่ได้บอกว่าบาดแผลของเขาไม่ได้เกิดจากตัวเขาเอง
เย่อวี๋หรานให้จูปาเม่ยเอายาไปไว้ในห้องของนาง นางยังอธิบายกับต้าเป่าว่าต้องไปหานางเพื่อทายาวันละสามครั้ง
“เจ้าอย่าล้างหน้าเอง มาหาย่าแล้วย่าจะช่วยเจ้าล้าง เข้าใจหรือไม่?” เย่อวี๋หรานกลัวว่าต้าเป่าจะไม่สบายใจ จึงอธิบายความสำคัญของเรื่องนี้ “หากไม่ระวังจนแผลโดนน้ำ จะทำให้บาดแผลทิ้งรอยแผลเป็นได้ง่าย และยานี้จะเสียเปล่า หากเดินไปเก้าสิบเก้าก้าวแล้ว จะมาพลาดก้าวสุดท้ายไม่ได้”
ต้าเป่าพยักหน้าอย่างว่าง่าย “ข้าเข้าใจแล้วขอรับท่านย่า”
คนอื่นในสกุลจูก็รู้เรื่องที่ต้าเป่าได้รับบาดเจ็บจึงต้องไปหาหมอที่ตำบล
จูเหล่าโถวพึมพำ “เด็กคนนี้จริง ๆ เลย โตถึงเพียงนี้แล้วก็ยังไม่รู้ความ ก็รู้ดีว่าหากเป็นแผลเป็นจะไม่สามารถสอบขุนนางระดับเคอจวี่ ยังจะทำอะไรไม่ระวังอีก!”
“ได้ยินหรือไม่ต้าเป่า ภายหลังต้องระวังหน่อย!”
“ทุกคนล้วนดูแลเจ้า เจ้าก็ต้องพยายามหน่อย!”
……
คิดไปคิดมาเขายังไม่รู้ว่าค่ารักษาของต้าเป่าคือเท่าใด หากรู้เข้า เกรงว่าคงจะบ่นอีกครา
เขาไม่รู้ แต่เรื่องเงินหลายร้อยตำลึง จูต้ากลับรู้อย่างรวดเร็ว เพราะเมื่อหลิ่วซื่อกลับมาก็ไม่รอให้เขาถาม นางเอาเรื่องในวันนี้ไปเล่าให้เขาฟังทันที
ยกเว้นเรื่องที่บาดแผลบนหน้าผากของต้าเป่าเกิดจากนางเอง