ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 685 รู้สึกเหมือนตนเองทำอะไรพลาดไป
บทที่ 685 รู้สึกเหมือนตนเองทำอะไรพลาดไป
ถึงแม้ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าจะไม่โชคดีเหมือนจูชีที่สอบครั้งแรกก็ได้ที่หนึ่งของเสี้ยนซื่อ คว้าตำแหน่งซิ่วไฉมาครอง
แต่ด้วยสติปัญญาของพวกเขา ไปเป็นอาจารย์สอนหนังสือในสำนักศึกษาของอาจารย์เสิน หรือเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีในตำบลอันจิ่วก็ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด
ถ้าภัตตาคารที่มารดาไปเปิดร่วมกับคนอื่นไปได้สวย ไม่แน่ว่าวันหน้าอาจต้องให้ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่ามาช่วย
ที่ท่านแม่พูดว่าไม่เคยคิดจะให้ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่ากลับมาแบ่งมรดกที่ดินไม่กี่หมู่นั้นของที่บ้านและกลับมาเป็นชาวนา ที่จริงแล้วก็มีเหตุผลเช่นกัน
ทว่าน่าเสียดาย…
บิดากับพี่สะใภ้น้องสะใภ้ทั้งหลายสายตาแคบสั้น เอาแต่จับจ้องเงินไม่กี่ร้อยตำลึงตรงหน้า แต่กลับไม่เคยพิจารณาถึงสิ่งที่ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าจะนำมาให้ครอบครัวในอนาคต
มารดาของเขาจึงใช้แผนซ้อนแผน อาศัยโอกาสนี้ให้ทุกคนลงนามในข้อตกลง ป้องกันมิให้วันหน้าเมื่อต้าเป่ากับเอ้อร์เป่ามีอนาคตสดใสแล้วจะมีคนไปเกาะเป็นภาระ ที่จริงก็ดีอยู่เหมือนกัน
เนื่องจากจูซานบอกกล่าวเอาไว้แล้ว จูซื่อกับจูอู่จึงไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อการตัดสินใจของเย่อวี๋หรานมากนัก ทั้งยังช่วยจับตามองจูชี ป้องกันไม่ให้จูชีที่ยังไม่เข้าใจสถานการณ์ทำลายเรื่องดี ๆ ของมารดาไปเพราะความหุนหันพลันแล่น
ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเอ่ยปากขึ้นก่อน ข้อตกลงที่มาอย่างไร้วี่แววนี้จึงได้ออกจากเตาสด ๆ ร้อน ๆ ด้วยประการฉะนี้
หลี่ซื่อเอ่ยปากหยั่งเชิงมาว่า “ท่านแม่ ข้อตกลงอะไรกันเจ้าคะ มีคนในครอบครัวที่ไหนทำของแบบนี้กัน รู้สึกว่ามันแปลก ๆ อยู่นะเจ้าคะ…”
เย่อวี๋หรานที่เอ็นดูอีกฝ่ายมาแต่ไหนแต่ไรกลับไม่มีสีหน้าดี ๆ ให้นางแม้แต่น้อย ทั้งยังกล่าวอย่างเย็นชาว่า “เจ้าก็รู้ด้วยว่าเป็นคนครอบครัวเดียวกัน แล้วทำไมเจ้าไม่ออกปากเสนอให้ทุกคนช่วยกันออกค่ารักษาให้ต้าเป่าเล่า?”
หลี่ซื่อสงบปากสงบคำทันที
เป้าหมายยิ่งใหญ่ที่สุดของนางก็คือเก็บเงินปลูกเรือนหลังใหม่และย้ายออกไปอยู่กันเองให้ได้ก่อนที่ซานเป่ากับซื่อเป่าจะโตเป็นผู้ใหญ่นะ
ถ้าเข้าไปช่วยแบ่งเบาภาระเช่นนั้น จะได้สร้างเรือนหลังใหม่เมื่อไหร่กันเล่า?
นี่เป็นเพียงข้อแรก ข้อสอง นางไม่ได้มีอำนาจตัดสินใจแทนครอบครัวพี่น้องสะใภ้คนอื่นหรอกนะ
ด้วยนิสัยของพี่สะใภ้รอง ถ้านางกล้ารับคำ หลังจบเรื่องอีกฝ่ายจะต้องมาคิดบัญชีกับนางแน่นอน
เย่อวี๋หรานให้จูชีไปเอาพู่กันและหมึกมาเขียนข้อตกลงเสียเดี๋ยวนั้น บอกให้ทุกคนลงนามและประทับนิ้วมือเอาไว้
ได้รับการอบรมสั่งสอนมานานปานนี้ นอกจากจูเหล่าโถว กระทั่งซานเป่ากับซื่อเป่าที่ยังเล็กอยู่ก็เขียนชื่อเต็มของตัวเองได้แล้ว
ทว่าเมื่อจูต้ากับหลิ่วซื่อถูกขานเรียก ทั้งสองก็ต้องชะงักไป “ท่านแม่ ทำไมพวกข้าต้องลงนามด้วยล่ะขอรับ?”
เย่อวี๋หรานกล่าวอย่างเฉยเมย “ใครออกเงินก็ไม่ต้องลงนาม พวกเจ้าจะออกเงินไหม? กระปุกละหนึ่งร้อยตำลึง พอดีเลย พวกเราสามารถแบ่งกันออกคนละครึ่ง”
จูต้ากับหลิ่วซื่อ “…”
ปัญหาคือตกลงแล้วจะได้ใช้กระปุกเดียวหรือสองกระปุก พวกเขาก็ไม่อาจรู้ได้เลยนี่นา
“ท่านแม่ ท่านคงไม่ได้จะให้พวกข้าตัดญาติกันใช่ไหมเจ้าคะ?” หลิ่วซื่อค่อนข้างกังวลใจ เอ่ยถามขึ้นมาอย่างขลาด ๆ “ต้าเป่าเป็นลูกชายของข้านะ ข้า…”
เพราะเงินค่ารักษาแค่นี้ แม่สามีคงไม่ได้คิดจะแย่งลูกชายไปจากนางหรอกนะ?
“ก็แค่ข้อตกลงฉบับเดียว คิดไปไกลถึงขั้นตัดญาติได้อย่างไร?”
เย่อวี๋หรานประหลาดใจอยู่บ้าง ไม่เข้าใจเลยว่าสะใภ้ใหญ่ผู้นี้คิดอะไรอยู่
“แล้ว…แล้วทำไมพวกข้าต้องลงนามอะไรแบบนี้ด้วยล่ะเจ้าคะ?”
หลิ่วซื่อถามเสียงเบา
เย่อวี๋หรานปรายตามอง “เจ้ายังกล้าถาม?”
หลิ่วซื่อหดคอ
ไม่ใช่ว่านางกล้าถาม แต่เป็นเพราะแม่สามีใจคอลึกซึ้งเกินไป นางหยั่งไม่ถึงต่างหากเล่า
รู้สึกทะแม่ง ๆ คล้ายกับว่า หากตนไม่ถามให้ชัดเจนตั้งแต่ตอนนี้ วันหน้าก็จะเคราะห์ร้ายอย่างไรอย่างนั้น
“ลูกชายของเจ้า เจ้ายังทำใจจ่ายค่ารักษาให้เขาไม่ได้ คิดว่าต่อให้เขาเป็นชาวนาไปทั้งชีวิตก็ไม่เห็นจะแย่ตรงไหน” เย่อวี๋หรานกล่าว “ตอนนี้ข้าออกเงินค่ารักษาให้เขาแล้ว ถ้าเขามีอนาคตขึ้นมา พวกเจ้าก็จะได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์โดยไม่ต้องลงแรงน่ะสิ? คนเป็นย่าอย่างข้ารู้สึกไม่ดีเท่าไหร่ จึงอยากให้พวกเจ้าลงนามในข้อตกลงเสียแต่ตอนนี้ ถ้าเขาไปได้ไม่ไกล สมควรเลี้ยงดูพวกเจ้าอย่างไรก็ทำเช่นนั้น ข้าไม่สน แต่ถ้าเขามีอนาคตที่ดีขึ้นมา แล้วพวกเจ้ายังกล้าไปเรียกร้องนั่นนี่จากเขา ข้อตกลงนี้ก็จะบังเกิดผล”
กล่าวให้ชัดไปเลยก็คือ เย่อวี๋หรานไม่เชื่อใจหลิ่วซื่อ
รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ไร้เหตุผล มองอะไรไม่ทะลุปรุโปร่ง ตนเองมีตาแต่ไร้แววก็ช่างเถอะ แต่ยังชอบไปเป็นตัวถ่วงของคนอื่น
นางเป็นแม่สามี สามารถข่มหลิ่วซื่อเอาไว้ได้ แต่ลูกสะใภ้ที่ต้าเป่าจะแต่งเข้าเรือนมาในอนาคตเล่า?
ต่อให้หลานสะใภ้ผู้นั้นจะร้ายกาจแค่ไหน แต่คำว่า ‘กตัญญู’ คำเดียวก็สามารถกดทับนางเอาไว้จนขยับตัวไม่ได้แล้ว
แต่ถ้าในมือมีข้อตกลงนี้อยู่ก็จะไม่เป็นอย่างนั้น…คนเป็นลูกชายกับลูกสะใภ้สามารถกตัญญูต่อผู้อาวุโส แต่ถ้าผู้อาวุโสขาดวุฒิภาวะ ก็สามารถยกข้อตกลงนี้มาปฏิเสธข้อเรียกร้องที่ไร้เหตุผลของผู้อาวุโสได้
หลิ่วซื่อฟังไม่ค่อยเข้าใจนัก ออกจะสับสนอยู่บ้าง แม่สามีไม่ได้จะให้ลูกชายตัดขาดจากนาง ทั้งไม่ได้จะห้ามไม่ให้ลูกชายเลี้ยงดูนางยามแก่เฒ่า ตกลงแล้วหมายความว่าอย่างไรกันแน่?
แต่เมื่อยืนยันแล้วว่าลูกชายยังคงเป็นลูกของนาง นางก็วางใจได้เสียที รู้สึกว่าตนเองไม่มีอะไรให้ต้องกังวลอีกแล้ว จึงประทับนิ้วมือลงไป
เพราะในสายตาของนางแล้ว ตราบใดที่ลูกชายยังเป็นลูกของนาง วันหน้ายังจะไม่ ‘เชื่อฟัง’ นางอีกหรือ?
ในขณะที่ความคิดของจูต้าเรียบง่ายยิ่งนัก: มารดาของเขาไม่มีทางทำร้ายเขา!
ทุกคนล้วนลงนามกันหมด มีแต่ครอบครัวของเขาที่ไม่ลงนาม คาดว่าคงทำให้มารดาวางตัวลำบาก จึงให้ทุกคนลงนามกันหมดอย่างเท่าเทียมกัน
ลูกชายยังคงเป็นลูกชายของพวกเขา ยังจะต้องกลัวอะไรอีก?
ครั้นลงนามเรียบร้อย เย่อวี๋หรานจึงเป่าให้แห้งแล้วพับเก็บไว้อย่างพออกพอใจ
“อย่าโทษว่าข้าที่เป็นแม่เรื่องมากเกินไปเลย พี่น้องแท้ ๆ ยังต้องคิดบัญชีให้ชัดเจน นับประสาอะไรกับพวกเจ้าที่ส่วนใหญ่แล้วเป็นอาของต้าเป่าเอ้อร์เป่า” เย่อวี๋หรานกล่าว “พวกเราก็ตกลงกันตั้งแต่ตอนนี้ ถ้าวันหน้าเกิดความขัดแย้งขึ้นอีก ล้วงข้อตกลงฉบับนี้ออกมาก็ใช้ได้แล้ว”
“เอาล่ะ ข้อตกลงก็ลงนามเรียบร้อยแล้ว คำพูดก็พูดไปหมดแล้ว ทุกคนควรทำอะไรก็แยกย้ายไปทำเถอะ”
“ต้าเป่า เอ้อร์เป่า คืนนี้พวกเจ้ามานอนกับย่า”
……
เห็นท่าทางเช่นนั้นของแม่สามี หลิวซื่อ หลี่ซื่อ และหลินซื่อรู้สึกเหมือนตนเองทำอะไรพลาดไป
แต่ครั้นไปเจรจากับสามีตนเอง พวกเขาไม่ได้สับสนเหมือนพวกนางก็จริง แต่กลับแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ
ไม่ต้องบอกก็ทราบว่าจูเอ้อร์ไม่เข้าใจอย่างแท้จริง
พอหลิวซื่อเอ่ยขึ้น เขาก็กล่าวอย่างรำคาญใจ “ยังมีอะไรให้พูดกันอีก? เจ้าก็พูดเองนี่ กระปุกละหนึ่งร้อยตำลึงแพงเกินไป ถ้ามีเงินขนาดนั้น เจ้าคงให้อู๋เป่ากินเนื้อทุกมื้อได้แล้ว”
อู๋เป่าก็คือลูกในท้องของหลิวซื่อ
หากนับตามลำดับอาวุโส ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง ลูกของนางอยู่อันดับห้าพอดี จึงมีชื่อเล่นว่า ‘อู๋เป่า’*[1]
“ข้ากลัวว่าจะเสียเปรียบนี่นา เจ้าเคยเห็นท่านแม่ทำการค้าที่ขาดทุนด้วยหรือ?” หลิวซื่อไม่ได้สงสัยว่าต้าเป่าจะสอบไม่ได้ แต่ในสายตานาง การที่จะสามารถสอบได้แบบจูชีนั้นยังคงไกลเกินเอื้อม
ถึงตอนนั้นถ้าต้าเป่าสอบได้แล้วมาเปิดสำนักศึกษา เขาจะไม่ช่วยสอนหนังสือให้เด็ก ๆ ในสกุลจูของตัวเองเชียวหรือ?
ต่อให้ต้าเป่าไม่เต็มใจ เจ้าเจ็ดยังจะไม่ช่วย?
ตอนแรกที่ส่งเจ้าเจ็ดเข้าสำนักศึกษาก็ตกลงกันเรียบร้อยแล้วนะ
อีกอย่าง วันหน้าอู๋เป่าของนางก็จะไปเรียนหนังสือเหมือนกัน ถ้าต้าเป่าสามารถได้ดิบได้ดี อู๋เป่าก็ต้องทำได้ไม่ด้อยไปกว่านั้น
อู๋เป่าในท้องนางที่ยังตัวเล็กเท่าผลสาลี่ “…”
ขอบคุณนะท่านแม่ ท่านช่างประเมินลูกของท่านไว้สูงส่งจริง ๆ!
ท่านก็ไม่คิดเสียบ้างว่า ตนเองมีศักยภาพแค่ไหน!
มังกรให้กำเนิดมังกร หงส์ให้กำเนิดหงส์ ลูกหนูเกิดมาก็สามารถขุดหลุมได้น่ะ เข้าใจไหม?
จูเอ้อร์ออกจะไม่พอใจ “ถ้าเจ้ากลัวเสียเปรียบ แล้วเจ้าไปพูดแบบนั้นทำไม? คนที่ไม่ยอมออกเงินก็คือเจ้า ประทับนิ้วมือแล้วกลัวเสียเปรียบก็คือเจ้า เจ้าจะเอาอย่างไรกันแน่?”
ถ้าไม่ได้เห็นแก่ที่ผู้หญิงคนนี้กำลังตั้งครรภ์อยู่ เขาก็ไม่อยากจะสนใจนางเลยจริง ๆ
พล่ามไร้สาระอยู่ได้ทั้งวัน ถ้าว่างมากขนาดนั้น เอาแรงมาเย็บเสื้อผ้าให้ลูกน้อยเสียยังจะดีกว่า
[1] อู่ (五) แปลว่า ห้า เป่า (宝) แปลว่า สมบัติ อู่ กับ เป่า มีเสียงวรรณยุกต์สามทั้งคู่ ตามกฎไวยากรณ์จีน เสียงวรรณยุกต์สามเมื่อนำมาต่อกันจะผันเป็น อู๋เป่า