ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 714 เตรียมดินก่อนปักดำ
บทที่ 714 เตรียมดินก่อนปักดำ
หลินซานเม่ยกับหลินซื่อเม่ยมีสีหน้ายินดี แต่ก็ไม่ลืมกำชับจูปาเม่ยว่าอย่าบอกว่าพวกนางเป็นฝ่ายพูดถึงก่อนเป็นอันขาด เพราะกลัวจูต้าเหนียงจะเข้าใจว่าหลินซานเม่ยร้อนใจอยากออกเรือนแล้ว
ในยุคนี้มีแต่ผู้อาวุโสที่ร้อนใจอยากตบแต่งลูกสาว แต่ไม่มีลูกสาวที่ร้อนใจอยากออกเรือนหรอกนะ
เรื่องนี้ถ้าได้ลือออกไป ชื่อเสียงของหลินซานเม่ยก็จะไม่น่าฟังแล้ว
จูปาเม่ยพยักหน้า “ข้าเข้าใจ เรื่องนี้พวกเจ้าวางใจเถอะ ข้าไม่เอาไปพูดเหลวไหลแน่นอน ข้าไม่ใช่เด็กน้อยสามขวบเสียหน่อย!”
หากเป็นจูปาเม่ยในอดีต เกรงว่าคงไม่ใส่ใจเรื่องพวกนี้ หรือกระทั่งหาเรื่องโดยไร้เหตุผล แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว หลังจากได้รับการอบรมสั่งสอนจากเย่อวี๋หรานมานานเพียงนี้ นางก็กลายเป็นเด็กสาวที่เข้าใจเหตุผลและรู้จักสำรวมจิตใจ
และก็เพราะเหตุนี้ หลินซานเม่ยกับหลินซื่อเม่ยจึงกล้าพูดกับนางอย่างเปิดอก ไม่อย่างนั้น…
เมื่อเอ้อร์เป่ามาถึงท้ายเรือนก็เห็นว่ามารดากำลังกระชากแขนพี่ชายอยู่ เขาใจหายวาบ
“ท่านแม่!…”
เขาร้องเสียงแหลมแล้วกระโดดเข้าไปขั้นกลางระหว่างพี่ชายกับมารดาทันที
หลิ่วซื่อถูกเสียงร้องของเขาทำให้ตกใจ “ไอ้หยา เจ้าทำอะไรของเจ้า? ตกใจหมด! เจ้าอยากตายงั้นเรอะ…”
“ท่านแม่ ท่านมีเรื่องอะไรกับพี่ใหญ่หรือขอรับ?” เอ้อร์เป่ามีเจตนาปกป้องอย่างเห็นได้ชัด เหมือนกระรอกตัวน้อยที่ปกป้องของกินของตัวเองอย่างไรอย่างนั้น จับจ้องมารดาด้วยสายตาระวังระไว
หลิ่วซื่อยังไม่ทันได้พูดอะไร จูชี ซานเป่า และซื่อเป่าก็วิ่งมาถึง
“พี่สะใภ้ใหญ่” จูชีแสดงคารวะอย่างมีมารยาท
“ท่านป้า” ซานเป่ากับซื่อเป่าทำท่าคารวะเลียนแบบจูชี
คำด่าของหลิ่วซื่อหยุดชะงักอยู่ในลำคอ จะพ่นออกมาก็ไม่ได้ จะกลืนก็ไม่ลง
“พวกเจ้าก็อยู่ด้วยหรือ…” หลิ่วซื่อมองจูชีด้วยสีหน้าพิพักพิพ่วน
ลูกรักของแม่สามี ทั้งยังเป็นซิ่วไฉอีกต่างหาก กล่าวตามตรง นางย่อมไม่กล้าไม่สำรวมท่าที
ต้าเป่าเห็นอย่างนั้นก็รู้สึกว่าหนังศีรษะชาวาบด้วยความกลัวว่าจะเกิดเรื่อง จึงโพล่งขึ้นมาว่า “อาเจ็ด ท่านมาหาข้าใช่ไหมขอรับ? ท่านหาตำราไม่เจออีกแล้วสินะ? ไม่เป็นไร ข้ารู้ว่าอยู่ที่ไหน ข้าไปหาให้ท่านเอง…”
แล้วหันมาบอกลาหลิ่วซื่อ บอกว่าจะไปช่วยจูชีหาตำรา
จูชีงุนงง “ไม่…”
ยังไม่ทันพูดจบก็ต้องเงียบไปเพราะสายตาของต้าเป่า
เอ้อร์เป่า ซานเป่า และซื่อเป่า: ไม่ใช่แบบนี้นี่ พวกข้ามาหาพี่ใหญ่ไม่ใช่หรือ?
แม้ในส่วนลึกของจิตใจจะเต็มไปด้วยความสงสัย แต่เห็นการกระทำของต้าเป่าแล้วก็ได้แต่เงียบเอาไว้
ต้าเป่าจึงพาเด็กน้อยทั้งหลายจากไปทั้งอย่างนี้
หลิ่วซื่อที่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม “…”
รู้สึกเหมือนมีบางอย่างไม่ถูกต้อง แต่ก็ไม่รู้ว่าไม่ถูกต้องตรงไหน
ช้าก่อน ข้ามาหาต้าเป่าทำไมนะ?
หลังจากการหมั้นหมายของเหวินเหรินซานกับหลี่ฉิน และหลิวเจี้ยนถงกับเสินอิงอวี่ ก็เข้าสู่เดือนห้าที่หมู่บ้านสกุลจูง่วนอยู่กับการทำนาอีกครั้ง
แมกไม้เขียวชอุ่มร่มรื่น ทิวาคิมหันต์ยาวนาน เงาอาคารสะท้อนในสายชล
สายลมพัดม่านพลิ้วดุจวงคลื่น กุหลาบบานกรุ่นกลิ่นหอมกำจาย
ยามนั้นต้นกล้าในแปลงเพาะชำโตจนสูงกว่าระดับเข่าของผู้ใหญ่เสียอีก ถึงช่วงเวลาของการปักดำแล้ว
ก่อนจะเริ่มปักดำ ย่อมต้องเตรียมนาน้ำที่จะนำกล้ามาลงให้พร้อมเสียก่อน
“จูต้าเหนียง นาน้ำนี่ไถไปแล้วไม่ใช่รึ ทำไมยังต้องไถอีกเล่า?”
ทุกคนจำได้ดีว่าตอนแรกที่ทำแปลงเพาะชำ เย่อวี๋หรานก็ให้พวกตนไถนาไปแล้วหลายรอบ
เย่อวี๋หรานยิ้มแล้วกล่าวว่า “ตอนนั้นไถแล้วก็จริง แต่ก็ไถกันอย่างหยาบ ๆ ตอนนี้จะเอากล้ามาลงดินแล้วก็ต้องไถอย่างละเอียดกันเสียก่อน พวกท่านไม่เห็นหรือว่าคันไถที่พวกข้าใช้รอบนี้ต่างจากรอบที่แล้ว?”
ทุกคนย่อมสังเกตเห็นอยู่แล้วแต่ยังไม่ทันได้ถาม
“จริงด้วย จูต้าเหนียง พวกข้ากำลังจะถามอยู่แล้วเชียวว่าของพวกนี้มีไว้ทำอะไร? หน้าตาไม่ค่อยเหมือนคันไถเท่าไหร่เลยนะ”
ก่อนหน้านี้เป็นคันไถก้านโค้ง รอบนี้เย่อวี๋หรานเอาเครื่องมือขนาดใหญ่มาด้วยสองชนิด
“อันนี้คือคราดกระดาน*[1] หลังจากใช้คันไถก้านโค้งไถนาเสร็จแล้วก็ใช้คราดกระดานไถอีกรอบ ทำแบบนี้สามารถป้องกันไม่ให้ในดินหลงเหลือก้อนดินขนาดใหญ่”
“ส่วนอันนี้คือคราดฟันปลา*[2] ช่วยให้ไถนาได้ละเอียดมากขึ้น”
“พวกท่านอย่าเพิ่งร้อนใจ ประเดี๋ยวพอจูต้าใช้งานเสร็จแล้วทุกท่านก็จะเข้าใจประโยชน์ของมันเอง”
……
เย่อวี๋หรานยิ้ม บอกให้ทุกคนคอยสังเกตการณ์ก่อนแล้วก็จะเข้าใจเอง
แน่นอนว่าหลังจากใช้คราดกระดานกับคราดฟันปลาไถนาเสร็จแล้ว ย่อมจะให้ผลลัพธ์ที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ประหยัดเวลาไปได้เกือบครึ่ง
จูต้าสะบัดแส้ตีวัวเร่งให้มันเดินไปข้างหน้า คราดกระดานก็กวาดดินก้อนใหญ่ให้แตกออกเป็นก้อนเล็ก เมื่อเปลี่ยนไปใช้คราดฟันปลา ดินก้อนเล็กเหล่านั้นก็กลายเป็นดินเม็ดละเอียด
“โอ้โห! เจ้านี่ใช้งานได้ดีจริง ๆ!”
“จูต้าเหนียง ท่านคิดค้นของใหม่ ๆ ออกมาอีกแล้วรึ? เจ้านี่ใช้ดี สะดวกมาก!”
“ฮ่า ๆๆ…คราวนี้พวกเราคงประหยัดแรงได้มากทีเดียว จูต้าเหนียง ท่านร้ายกาจจริง ๆ!”
……
คราวก่อนเป็นคันไถนาก้านโค้ง คิดไม่ถึงว่าผ่านไปได้ไม่เท่าไหร่ คนเขาก็คิดค้นสิ่งของใหม่ ๆ ออกมาได้อีกแล้ว
ของพวกนี้ดูเหมือนต้องแบกไปแบกมาค่อนข้างยุ่งยาก แต่เมื่อนำไปไถนากลับใช้งานได้ดีมาก
ยามนั้นช่างไม้ไฉก็ยืนอยู่ในกลุ่มผู้คนด้วยเช่นกัน เขายิ้มจนตาหยีพลางพูดว่า “ข้าเป็นคนทำเจ้านี่เอง!”
“ฮ่า ๆๆ…ถ้าจูต้าเหนียงไม่บอกท่าน ท่านจะทำเป็นอย่างนั้นรึ?” ทุกคนหัวเราะ ถึงจะพูดไปอย่างนั้น แต่ก็ไม่ลืมถามช่างไม้ไฉว่าเขามีคราดกระดานกับคราดฟันปลาให้เช่าหรือไม่
ของพวกนี้ทุกบ้านล้วนต้องได้ใช้งาน ถ้าต้องซื้อกันทุกครัวเรือนก็คงไม่ไหว แต่ถ้า ‘เช่า’ ย่อมไม่มีปัญหา
รอจนฐานะที่บ้านอำนวยกว่านี้ พวกเขาค่อยพิจารณาเรื่องที่จะ ‘ซื้อ’
ช่างไม้ไฉกล่าวว่า “สบายใจได้ จูต้าเหนียงให้ข้าทำเผื่อเอาไว้แล้ว ข้าบอกกล่าวไว้กับเจ้าหน้าที่กับผู้อาวุโสของหมู่บ้านพวกเจ้าแล้ว พวกเจ้าไปลงชื่อกับพวกเขาก็พอ”
“ช่างไม้ไฉช่างมีน้ำใจนัก ขอบใจนะ!”
“สมแล้วที่เป็นจูต้าเหนียง คิดอะไรได้รอบคอบจริง ๆ”
“รีบไปลงชื่อไว้เร็วเข้า ถ้าชักช้าอาจต้องรั้งท้ายแล้วนะ”
……
เมื่อทุกคนรู้เรื่องก็รีบไปลงชื่อกับเจ้าหน้าที่และผู้อาวุโส
ขณะลงชื่อให้ทุกคนอยู่ เจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสก็ยังไม่ลืมแจ้งว่า สามวันหลังจากนี้ให้ไปรวมตัวกันที่แปลงเพาะชำของสกุลจู จูต้าเหนียงจะสอนวิธีปักดำ
การปักดำต่างจากการเพาะกล้า ตอนเพาะกล้าจำเป็นต้องให้ทุกคนมาดูการสาธิต ด้วยกลัวว่าจะทำเสียหายเพราะยังไร้ประสบการณ์ แต่การปักดำเพียงต้องรู้วิธีการ ขอแค่ไม่คลาดเคลื่อนจากวิธีการมากนัก ตามหลักแล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร ไม่จำเป็นต้องให้ทุกคนมาดู
ถึงเวลานั้น แค่บอกวิธีการต่อพวกเขา พวกเขาก็สามารถกลับไปทดลองทำด้วยตนเองได้แล้ว
สามวันหลังจากนั้น ที่แปลงเพาะชำ
คนที่ทราบข่าวมายืนล้อมอยู่รอบแปลงเพาะชำตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อรอดูสาธิตการปักดำ
“จูต้าเหนียง ต้องโตขนาดนี้ก่อนถึงจะใช้ได้ใช่ไหม?”
ใครบางคนนั่งยอง ๆ บนขอบแปลงเพาะชำแล้วพินิจอย่างละเอียด พยายามเปรียบเทียบขนาดต้นกล้าของตนเองกับของอีกฝ่าย
เย่อวี๋หรานไม่ได้ห้ามพวกเขา เพียงยิ้มแย้มพลางชี้ให้ทุกคนสังเกตใบของต้นกล้าอย่างละเอียด “อืม ขนาดเท่านี้แหละ พวกท่านสังเกตดูตรงนี้”
“เห็นไหม ถ้านับสองใบเป็นหนึ่งคู่ ตอนนี้ก็มีสามคู่แล้ว”
……
คนทั้งหลายมองตามมือของนาง แล้วนับใบของต้นกล้า จากนั้นก็ผงกศีรษะเบา ๆ
“นอกจากนี้ ตอนดึงต้นกล้าจะต้องระวังให้ดี ต้องจับตรงนี้เท่านั้น” เย่อวี๋หรานสาธิตวิธีถอนต้นกล้าในแปลงเพาะชำให้ทุกคน “จับให้แน่นแล้วดึงขึ้นมา…”
ดินในแปลงเพาะชำนิ่มร่วน เมื่อดึงเช่นนั้น รากของมันก็หลุดออกมาตามแรงของเย่อวี๋หราน ยังมีดินเปียกชุ่มติดออกมาด้วย
“จำไว้ให้ดีว่าต้องจับตรงนี้เท่านั้น อย่าสูงเกินหรือต่ำเกินไป”
“ถ้าสูงไปอาจหักได้”
[1] คราดกระดาน (耙) ช่วยให้ดินก้อนใหญ่แตกตัวออกเป็นก้อนเล็ก ๆ
[2] คราดฟันปลา (耖) ช่วยให้ดินก้อนเล็ก ๆ แตกตัวออกละเอียดกว่าเดิม