ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 731 ท่านแม่ลำเอียงแล้ว
บทที่ 731 ท่านแม่ลำเอียงแล้ว
“ข้ารู้ ข้าเองก็บอกเรื่องนี้กับพี่ใหญ่ไปแล้วไม่ใช่หรือ?” แม้เขาจะพูดคุยเรื่องนี้แล้ว ทว่ายังซาบซึ้งใจกับความห่วงใยของภรรยาที่มีต่อพ่อของตน เขาปลาบปลื้มใจไม่น้อย
หมายความว่าอย่างไรกัน?
ภรรยาของเขาถือว่านางเป็นส่วนหนึ่งของสกุลจูแล้วอย่างไรเล่า
มีสามีคนไหนไม่ต้องการให้ภรรยาเห็นพ่อแม่สามีไม่ต่างจากพ่อแม่ของนางบ้าง
หลินซื่อเองก็พูดคุยเรื่องนี้กับจูอู่เช่นกัน ทว่านางบอกเพียงว่าสังเกตเห็น ไม่ได้เอ่ยอะไรไปมากกว่านี้
“จริงหรือ? ถ้าอย่างนั้นข้าจะไปถามดูพรุ่งนี้” จูอู่เกรงว่านางจะเผลอทำเรื่องไม่เหมาะทั้งที่มีเจตนาดีจึงเอ่ยปราม “เจ้าห้ามไปพูดเรื่องนี้กับใคร เข้าใจไหม?”
“ข้ารู้น่า” นางตอบ “ข้าไม่แพร่งพรายเรื่องนี้หรอก ช่วงนี้ข้ามีงานล้นมือ จะเอาเวลาที่ไหนไปคุยกับคนอื่นกัน”
นางหันไปเล่าว่าช่วงนี้เย่อวี๋หรานมักสั่งให้พวกนางพรวนดินเพาะปลูก
“ไม่รู้ว่าท่านแม่ไปได้ความคิดมาจากไหน ถึงได้ปลูกผักกับต้นอื่น ๆ มากมายเช่นนี้ หลายวันที่ผ่านมาเราเหนื่อยกันมาก” สิ้นคำ นางก็ซบลงในอ้อมแขนสามี
เมื่อเห็นเช่นนั้นจูอู่ก็ลุกขึ้นลูบหลังนาง “ท่านแม่มีความคิดบรรเจิด เพียงทำตามและค่อย ๆ เรียนรู้ไป เมื่อทำเป็นกิจวัตรแล้วไม่มีทางเป็นสิ่งไม่ดี ดูอาหารการกินของครอบครัวเราสิ ล้วนแล้วแต่เป็นความคิดของท่านแม่ทั้งนั้นไม่ใช่หรือ?”
“ข้ายังไม่ได้ต่อว่าอะไร เพียงแค่รู้สึกเหนื่อยเท่านั้นเอง”
“ถ้าเจ้าเหนื่อยก็ไม่ต้องกินพริกพวกนั้น ดีไหม?”
“ได้อย่างไรกัน” นางหันขวับไปบอก “อย่างอื่นยังขาดได้ แต่จะขาดพริกไม่ได้ ไม่กี่ปีที่ผ่านมามันทำให้อาหารอร่อยขึ้นมากจนเราไม่กินอาหารที่อื่นเลย ท่านไม่คิดอย่างนั้นหรือ ไม่ว่าจะเป็นอาหารจานไหน ขอเพียงใส่พริกลงไปก็อร่อยขึ้นมาทันตา”
“ฮ่า ๆๆ” เขาขบขันกับท่าทีตะกละตะกลามนั้นพลางบีบจมูกนาง “แล้วเจ้ายังจะพูดอย่างนั้นอยู่อีกหรือ ท่านแม่ริเริ่มทำเรื่องพวกนี้ก็เพราะหวังว่าเราจะมีรายได้มากขึ้นและใช้ชีวิตสุขสบายไม่ใช่หรือ ต่อให้ต้องทำงานหนักก็นับว่าคุ้มค่า”
หลินซื่อลดเสียงแผ่ว “ข้ารู้ เพียงแค่คิดว่ามันไม่ยุติธรรม พี่สะใภ้รองอุ้มท้องอยู่ นางท้องแก่แล้วจึงทำงานหนักไม่ได้ ข้าเข้าใจ แต่ทำไมไม่ให้พี่สะใภ้ใหญ่ช่วยบ้าง?”
“พี่สะใภ้ใหญ่ต้องป้อนอาหารหมูกับกระต่าย เจ้าเคยเห็นนางอยู่ว่างหรือ บางครั้งพี่ใหญ่ยังต้องไปช่วยนางเก็บหญ้ามาป้อนกระต่าย ตั้งแต่ต้นปียันปลายปี พี่สะใภ้ใหญ่เคยว่างเสียที่ไหนกัน”
หลินซื่อท้วงต่อ “แต่นางก็หาเงินได้มาก เงินจากเนื้อกระต่ายจากบ้านพี่สะใภ้สี่ก็เข้ากระเป๋านางหมด ทั้งที่นางวุ่นวายกับท่านแม่จนถูกริบเงิน… บางครั้งท่านแม่ก็ลำเอียงเกินไป”
“ท่านแม่ลำเอียงจริง นางมีลูกชายหลายคน แต่ก็ปล่อยให้ข้าไปกับพี่เป้า นายท่านผู้เฒ่าซุน และพรรคพวก อย่างกับนายช่างแนะนำงานให้… ถ้าเจ้าพูดอย่างนั้น พี่น้องของข้าจะไม่เกลียดข้าตายหรอกหรือ” จูอู่ซบศีรษะบนอกนางพลางเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
หลินซื่อดันหัวเขาทีเล่นทีจริง รอยยิ้มบนใบหน้านางกว้างกว่าเดิม “ในเมื่อเจ้าพูดอย่างนั้น ข้าว่าท่านแม่เองก็คงเห็นแก่เรามาก”
“ท่านแม่ลำเอียง ลำเอียงให้เจ้าเจ็ดร่ำเรียนและสอบซิ่วไฉ ลำเอียงให้พี่สามตามไปเล่าเรียนและยกลูกชายให้พี่สี่เลี้ยงโดยที่เขาไม่ต้องเลี้ยงเอง แต่ยามแก่เฒ่าก็ยังมีลูกคอยดูแล ลำเอียงยกกิจการให้พี่สะใภ้สี่ รายได้ทั้งหมด นางล้วนมีส่วนแบ่ง ลำเอียงยกที่ดินให้พี่ใหญ่กับพี่รองเพาะปลูก…” จูอู่นับดูแล้วเอ่ยต่อ “ดูสิ มีใครที่ท่านแม่ไม่ลำเอียงบ้าง”
“อืม…” หลินซื่อชะงัก นางพูดไม่ออก
จากสิ่งที่เขาเอ่ยมา ดูเหมือนว่าเย่อวี๋หรานจะไม่ได้เข้าข้างใครเป็นพิเศษ
เขาหอมแก้มนางแล้วกล่าวว่า “ท่านแม่จะไม่ลำเอียงได้อย่างไร มือนางก็คือเนื้อหนังของนาง นางจะไม่เจ็บได้อย่างไร สิบนิ้วยาวไม่เท่ากัน ทุกคนต่างมีความถนัดของตน นางไม่อาจมอบสิ่งเดียวกันให้ทุกคนได้ ทำได้เพียงจัดสรรทีละเล็กละน้อย แต่ละสิ่งแตกต่างกัน แต่ก็มั่นใจว่าทุกคนได้ส่วนแบ่ง แทนที่จะสนใจว่าท่านแม่ให้สิ่งใดแก่ใครบ้าง เจ้าควรใส่ใจกับสิ่งที่นางมอบให้มากกว่า ดูว่าผู้อื่นได้แบบนี้บ้างไหม รักษาสิ่งที่นางมอบให้เจ้าให้ดี แล้วเจ้าจะได้ทุกอย่าง”
เมื่อเห็นสีหน้านิ่งอึ้งและคล้ายจะตระหนักได้ของภรรยา เขาก็ภาคภูมิใจขึ้นมาเล็ก ๆ
การได้สอนภรรยาเป็นเรื่องน่าสนุกที่สุดแล้ว!
พักนี้ได้เห็นสาวน้อยผู้นี้ ‘เติบโต’ ขึ้นไม่น้อย นางเข้าใจเรื่องราวต่าง ๆ ได้มากขึ้น!
สตินางไม่ทันกลับมาดีก็ถูกดันตัวให้นอนลงบนเตียง ไม่นานเสื้อผ้าก็ถูกปลดเปลื้องและตกเป็นอาหารอันโอชะของเขา
หลินซื่อ “…”
นางรู้สึกเหมือนถูกสามีกินเสียเต็มคราบ เรี่ยวแรงหดหาย แล้วจะต้านทานได้อย่างไร
เทียบกับการอิงแอบแนบชิดของสองสามีภรรยา ด้านหลี่ซื่อกับสามีเองก็ไม่ด้อยไปกว่ากัน พวกเขาหวานชื่นไม่แพ้ใคร
หญิงสาวนอนซบเขาอยู่ใต้ผ้าห่ม ฝ่ายสามีเบียดแนบหน้าอกนาง ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
“นี่ ข้ามีเรื่องจะบอกเจ้า”
“เรื่องอะไรล่ะ?” จูซื่อลูบมือนางเล่นอย่างเพลิดเพลิน
“เกี่ยวกับท่านพ่อ เจ้าเห็นไหมว่าช่วงนี้เขาดูไม่ค่อยมีชีวิตชีวาเลย เจ้าคิดว่าเขาป่วยหรือเปล่า เราไปตามหมอมาดูอาการดีไหม?” แท้จริงแล้วนางถามเพื่อให้สามีเห็นว่านางใส่ใจเรื่องนี้
“อย่างนั้นหรือ ข้าไม่ได้สังเกตเลย ท่านพ่อก็เป็นอย่างนั้นมาตั้งแต่ขาเจ็บแล้วไม่ใช่หรือ” จูซื่อย้อนนึกดูแล้วก็เห็นว่าปีนี้จูเหล่าโถวไม่ได้ทำไร่นาด้วยซ้ำ
แต่ใช่ว่าจะไม่ลงมือทำเลย เพียงแค่ผิดไปจากปีก่อนที่เป็นคนนำจูต้ากับจูเอ้อร์ทำทุกอย่าง
ปีนี้แกนนำหลักคือจูต้าและจู่เอ้อร์ ส่วนจูเหล่าโถวกลายเป็นเพียง ‘ลูกมือ’
เขา จูซาน และจูอู่ยังทำงานหนักกว่าจูเหล่าโถว
จูซื่อครุ่นคิดก่อนเอ่ยว่า “อาจเพราะอายุมากแล้ว สองปีมานี้ท่านแม่เองก็ไม่ได้ทำงานหนักอีกแล้ว ส่วนใหญ่ก็เป็นหน้าที่ของพวกเจ้าทั้งนั้น”
เขาหมายถึงงานบ้าน มีหลินซื่อเข้ามาแล้วนาน ๆ ครั้งเย่อวี๋หรานจึงจะลงมือทำงานบ้านเอง นางส่งต่อหน้าที่ให้บรรดาลูกสะใภ้
จริงอยู่ที่นางยังคอยดูแลบ้านและต้องรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย ทว่าไม่มีกำลังมาใช้แรงงานอีกต่อไปแล้ว
หลังนางกลับมาจากไร่นา ตรวจการบ้านของจูชี และสอนหนังสือให้หลาน แต่ละวันของนางก็จบลงแล้ว
“ไม่ใช่ ท่านแม่เพียงไม่ได้ซักผ้าและล้างจานแล้ว แต่ยังกระปรี้กระเปร่าอยู่มาก ทุกเช้านางตื่นขึ้นมาเคี่ยวเข็ญให้หลาน ๆ อ่านหนังสือ และยังสอนหนังสือให้เจ้าเจ็ดด้วย งานบ้านส่วนใหญ่ก็เป็นนางที่ออกปากมอบหมายงานให้ทำ… แต่ว่าท่านพ่อไม่เหมือนกัน” หลี่ซื่อถาม “คิดว่าตอนนี้ท่านพ่อมีบทบาทอะไรในครอบครัวบ้างหรือเปล่า?”
จูซื่อเถียงไม่ออก
หากนางไม่เอ่ยปาก เขาคงนึกไม่ถึงเรื่องนี้ ทว่าทันทีที่ได้ฟังคำของนางก็รู้สึกราวกับครอบครัวนี้มีท่านพ่ออยู่ด้วยหรือไม่ก็ไม่ต่างกันนัก
บิดาของเขาผิดจากปู่ย่า ‘เกษียณอายุ’ ข้างบ้านตรงไหน?
“ใช่ไหมเล่า?” นางถามย้ำ “ตอนนี้ท่านพ่ออยู่ว่าง งานที่นาก็ไม่จำเป็นต้องมีเขา งานที่บ้านก็ไม่จำเป็นต้องมีเขา หลานก็ไม่ต้องให้เขาเลี้ยง… ข้าคิดว่าการที่ท่านพ่อว่างเกินไปไม่ใช่เรื่องดี คนอยู่ว่างเกินไปอาจทำให้ฟุ้งซ่านได้ง่าย”
พักนี้จูเหล่าโถวดูห่อเหี่ยว จึงสงสัยว่าเป็นเพราะเขาคิดฟุ้งซ่าน
เรื่องของแม่ม่ายฉินเพิ่งผ่านพ้นไป ก่อนหน้านี้จูเหล่าโถวยังทำงานเป็นปกติ หลังเกิดเรื่องแม่ม่ายฉินขึ้นมา อยู่ ๆ เขากลับทำตัวซังกะตายเสียอย่างนั้น
“เจ้าหมายความว่า… ให้หางานให้ท่านพ่อทำอย่างนั้นหรือ?” เขาคิดไม่ตก “แต่ท่านพ่อจะทำอะไรได้ เขาทำงานในนาไม่ไหวแล้ว”