ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 760 อานุภาพลมข้างหมอน
บทที่ 760 อานุภาพลมข้างหมอน
จูซาน “…”
“เจ้าสามารถเริ่มคิดตั้งแต่ตอนนี้ ค่อย ๆ คิด ข้าไม่รีบ ไม่บังคับเอาคำตอบจากเจ้าในตอนนี้ แต่ต้องบอกก่อนว่าครอบครัวเราไม่มี ‘ลูกสาวที่ออกเรือนไปแล้วก็เหมือนน้ำที่สาดทิ้ง’ แบบนั้นหรอกนะ ตราบใดที่เป็นลูกผู้หญิงสกุลจู ในร่างมีสายเลือดสกุลจูไหลเวียนอยู่ ในร่างลูกของนางมีสายเลือดสกุลจูไหลเวียนอยู่ครึ่งหนึ่ง…ถ้าแม้แต่คนในครอบครัวตัวเองก็ยังปกป้องเอาไว้ไม่ได้ นั่นก็คือพวกไร้ประโยชน์!”
จูซาน “…”
แบบนี้ยังเรียกว่าไม่บังคับอีกหรือ?
ขาดแค่มารดาด่าเขาว่า ‘พวกไร้ประโยชน์’ ตรง ๆ แล้ว!
แต่มารดาก็พูดถูก มีบิดามารดาคนเดียวกันแท้ ๆ ทำไมพอแต่งให้คนอื่นไปแล้วกลับกลายเป็นคนในครอบครัวคนอื่นไปเสียอย่างนั้น?
ก็เหมือนกับการเลี้ยงหมูสักตัวนั่นแหละ หาอาหารหาน้ำให้ ดูแลอย่างดี สุดท้ายยังไม่ได้อะไรสักอย่าง หมูตัวนี้กลับกลายเป็นของคนอื่นไปเสียได้?
หมูตัวหนึ่งยังเป็นเช่นนี้ นับประสาอะไรกับคนผู้หนึ่ง
จูซานคิดว่าเขาต้องใคร่ครวญเรื่องนี้ให้ดี
เย่อวี๋หรานโยนคำถามข้อนั้นให้จูซานแล้วก็ไม่สนใจอีก
แต่ก็ใช่ว่าจะไม่สนใจไปเสียทีเดียว เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นนั้น ตอนนี้จึงยังไม่สนใจชั่วคราว
จนกระทั่งหลังอาหารมื้อค่ำ สะใภ้ใหญ่เฉินค่อยหยิบยกเรื่องจูต้าเหนียงมาคุยกับสามี
นางนอนอยู่บนเตียง พูดเสียงเบาว่า “เจ้าไม่รู้อะไร ตอนนั้นข้ากลัวแทบแย่ เจ้าว่าจูต้าเหนียงพูดจริงหรือไม่จริงกันแน่นะ? นางดูแล้วก็ไม่ได้ดุขนาดนั้นนี่นา?”
เฉินต้าซานไปทำงานข้างนอกมาทั้งวัน ง่วงจนตาจะปิดมาแต่แรก แต่ภรรยากลับเอาแต่พูดนั่นพูดนี่ไม่หยุด เขาจึงตอบเสียงห้วน “คนเขาจะเป็นคนแบบไหนเกี่ยวอันใดกับเจ้า? เจ้าไม่ได้จะไปใช้ชีวิตกับพวกเขาเสียหน่อย”
จากนั้นก็พลิกร่าง คิดแต่จะนอนท่าเดียว
สะใภ้ใหญ่เฉินเห็นอย่างนั้นก็ไม่พอใจ “ข้าไม่ได้ใช้ชีวิตร่วมกับพวกเขาก็จริง แต่พวกเขาก็เช่าเรือนพวกเราอยู่ไม่ใช่หรือ ข้ากังวลว่าถ้าจูต้าเหนียงนิสัยไม่ดีแล้วจะอยู่ร่วมกันยากต่างหากเล่า”
แท้จริงคือนางกังวลว่าหากจูต้าเหนียงเป็นคนอารมณ์ร้าย ตนเองอาจหาเศษหาเลยจากอีกฝ่ายไม่ได้
ได้รับสิ่งของจากทางนั้นมาสองครั้งสองครา ถ้าหลังจากนี้ไม่มีผลประโยชน์ให้กอบโกยอีกแล้ว สะใภ้ใหญ่เฉินจะยอมรับได้อย่างไร
“สนไปไยว่าคนเขาจะอยู่ร่วมกันยากหรือไม่ยาก ขอแค่จ่ายเงินตรงเวลาก็พอแล้ว มีปัญหาก็ไม่มีอะไรต้องกังวลหรอก ยังมีอาเฉินอยู่ทั้งคนนี่นา? ถ้าเขารับมือคนที่ตัวเองแนะนำมาไม่ได้ ต่อไปก็คงไม่มีหน้ามาพบพ่อพวกเราแล้ว” เฉินต้าซานค่อนข้างมั่นใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ทีเดียว
อาเฉินสามารถหยั่งเท้าอยู่ในพรรคซานไห่ได้อย่างมั่นคงก็เพราะมีพี่น้องคนในครอบครัวอย่างพวกเขานี่แหละ…พวกพ้องมาก อิทธิพลก็มากตาม
ถ้าอาเฉินไม่ดูแลครอบครัวพี่น้องอย่างพวกเขาให้ดี คิดหรือว่าอาเฉินจะได้มีหน้ามีตาอย่างทุกวันนี้?
“อีกฝ่ายเป็นถึงซิ่วไฉเชียวนะ” สะใภ้ใหญ่เฉินย่อมไม่บอกสาเหตุที่แท้จริงออกมา แต่หาข้ออ้างมาสักข้อ “เจ้าไม่ได้ฟังตอนที่อาเฉินแนะนำรึ? เขาบอกว่าจะแนะนำซิ่วไฉให้คนหนึ่ง ทั้งยังเหมือนจะมีความสัมพันธ์อันดีกับคุณชายเยี่ยนอีกด้วย…พ่อแม่เจ้ายังคิดจะอาศัยบารมีของพวกเขาเพื่อจะทำให้สถานะของน้องสาวเจ้าในตระกูลซ่งมั่นคงมากขึ้น เจ้าคิดว่าถ้าจูต้าเหนียงไม่ยอมจ่ายค่าเช่า พ่อแม่เจ้าจะกล้าไปทวงไหม?”
เฉินต้าซาน “…”
จริงด้วย เขาลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท!
“นี่ ข้าจะบอกอะไรให้ วันนี้แม่เจ้าไปบ้านซ่งอีกแล้วนะ” สะใภ้ใหญ่เฉินพูดต่อไป
“ไปทำไม?”
สะใภ้ใหญ่เฉินยักไหล่ “ข้าจะไปรู้หรือ? ข้าแค่จะเตือนเจ้าเอาไว้ อย่าคิดว่าเจ้าเป็นพี่ใหญ่ในบ้านแล้วต่อไปบ้านนี้ก็จะตกเป็นของเจ้า ตอนนี้เจ้าทำงานสายตัวแทบขาด ไม่รู้เหมือนกันนะว่าสุดท้ายแล้วใครจะได้ประโยชน์ไป”
เฉินต้าซานได้ยินอย่างนั้นก็พลันไม่พอใจ “เจ้าจะพูดถึงเรื่องนี้อีกทำไม? ไม่มีอะไรก็นอนเร็วหน่อยเถอะ พรุ่งนี้ยังต้องตื่นเช้ามาทำงาน”
“ข้าพูดเรื่องนี้อีกอะไรกัน? ข้าไม่ได้ยกขึ้นมาพูดลอย ๆ นะ เรื่องจริงก็เป็นเช่นนี้ มันเทศแท่งที่จูต้าเหนียงเอามาให้พวกเราเมื่อวานนี้ วันนี้แม่เจ้าเอาไปให้บ้านซ่งหมดแล้ว…”
“เอาไปให้บ้านซ่งแล้ว?” คราวนี้ เฉินต้าซานนอนไม่หลับแล้ว เขาลุกขึ้นมานั่ง ถามด้วยความประหลาดใจ “ของที่เจ้าแอบเอามาให้ข้ากินเมื่อคืนวานน่ะหรือ?”
“อันนั้นนั่นแหละ เจ้าคิดว่าจะเป็นอะไรอีกเล่า? โชคดีที่ข้าเอาไปซ่อนไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นเจ้าคงไม่ได้ชิมแล้ว” สะใภ้ใหญ่เฉินพูด “ตอนนี้เจ้าเข้าใจแล้วใช่ไหมว่าทำไมข้าถึงบ่นให้ท่านแม่อยู่เรื่อย? เจ้าคิดเอาเองเถอะ ถ้าข้าไม่ได้เอาไปซ่อนไว้ก่อน ให้เจ้าได้กินของอร่อยบ้าง เจ้าก็คงจะไม่เชื่อเหมือนกันใช่ไหมว่าแม่เจ้าไม่เอาของอร่อยมาให้เจ้ากินด้วยซ้ำ แต่กลับเอาไปให้บ้านซ่งหมดแล้ว”
นางย้ำว่า “นั่นเป็นของที่คนเขาเอามาให้พวกเราตระกูลเฉิน ข้ารับมาเองกับมือ ข้ายังเอาให้ท่านแม่ต่อหน้าน้องสะใภ้ แม้แต่ท่านพ่อก็ยังได้กิน แต่เจ้าเล่า?”
“ฮึ!”
“อย่าว่าแต่ชิมรสชาติเลย เจ้าเกือบไม่ได้รู้ด้วยซ้ำว่ามีของแบบนี้อยู่”
“ใครจะไปรู้ว่ายามปกติท่านแม่เอาของไปซ่อนโดยที่พวกเราไม่รู้ แล้วแอบเอาไปให้บ้านซ่งอีกตั้งเท่าไหร่?”
……
เฉินต้าซานไม่พูดอะไร
ถ้าเป็นยามปกติ เขาจะต้องคิดว่าภรรยาพูดเหลวไหลแน่นอน
ความสัมพันธ์ระหว่างมารดากับภรรยาของเขาไม่ดีนัก มักทะเลาะกันเพราะเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นประจำ เขาก็ใช่ว่าจะไม่รู้ แต่…มันเทศแท่งพวกนั้น ถ้าไม่ได้ภรรยาเก็บไว้ให้เขาได้ลองชิม เขาก็ไม่รู้เลยว่าในโลกนี้มีของแบบนี้อยู่ด้วย และก็คงไม่รู้เหมือนกันว่าในบ้านเคยมีของแบบนี้อยู่
ชั่วขณะนั้น เฉินต้าซานพลันรู้สึกไม่พอใจขึ้นมา
ถึงจะเป็นมารดาของเขา แต่ถ้ามารดาชอบเอาของในบ้านไปให้คนนอกอยู่เป็นประจำล่ะ?
เขาเป็นลูกชายคนโต วันหน้าก็คงจะได้สืบทอดบ้านหลังนี้ เขาจึงหาเงินตัวเป็นเกลียว เพราะคิดไว้ว่าเมื่อบิดามารดาชราแล้ว ทำอะไรไม่ไหว เขาจะได้สามารถดูแลบุพการีได้เป็นอย่างดี
เขาเชื่อว่าสิ่งที่เขาเอาให้มารดาเหล่านั้น มารดาคงจะเก็บไว้อย่างดี สุดท้ายของเหล่านั้นก็จะกลับคืนมาหาเขา
แต่ตอนนี้…
เฉินต้าซานสงสัย ถ้ามารดาแอบเอาของในบ้านไปให้พวกตระกูลซ่ง ความลำบากทั้งหมดทั้งมวลของเขาจะมิถือว่าสูญเปล่าหรอกหรือ?
“ท่านแม่…มักจะเอาของไปให้บ้านซ่งบ่อย ๆ?” เฉินต้าซานถาม
สะใภ้ใหญ่เฉินเห็นว่าอีกฝ่ายหวั่นไหวเพราะคำพูดของตัวเองแล้วก็ลอบดีใจ ‘มารดาของนางพูดถูกจริงด้วย สิ่งที่มีอานุภาพที่สุดก็คือลมข้างหมอน ครั้งเดียวไม่สำเร็จ ก็พูดสองครั้ง สามครั้ง…พูดมากแล้วก็จะสำเร็จไปเอง’
เห็นไหมว่าได้ผลแล้ว?
“เรื่องนี้ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร?” เขาเอนเอียงแล้ว สะใภ้ใหญ่เฉินจึงไม่รีบร้อน แสร้งยักไหล่อย่างจนปัญญา “บ้านนี้ใครเป็นคนตัดสินใจ เจ้าเองก็ใช่ว่าจะไม่รู้นี่? เจ้าหาเงินมาได้เท่าไหร่ เอาให้ท่านแม่ไปเท่าไหร่ เจ้าก็ไม่เคยบอกข้า ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่ามารดาได้เอาเงินของเจ้าไปให้น้องสาวเจ้าหรือไม่? เอาเป็นว่าทุกสามวันสองวัน ถ้าแม่เจ้าไม่ได้ไปหาน้องเจ้า น้องเจ้าก็จะกลับมาเยี่ยมที่บ้าน…เรื่องนี้เจ้าก็รู้อยู่”
เฉินต้าซาน “…”
สองบ้านไปมาหาสู่กันบ่อย ๆ ก็เป็นเรื่องธรรมดาไม่ใช่หรือ?
ตอนนั้น มารดาบอกว่าตระกูลซ่งเป็นตระกูลใหญ่ พวกเขาสามารถใกล้ชิดเอาไว้ได้ก็เป็นเรื่องดี
แต่เรื่องดียังไม่ทันบังเกิดผล ครอบครัวตัวเองกลับถูกอีกฝ่ายมาเอาเปรียบอย่างนี้ เกรงว่าคงไม่ค่อยดีเท่าไหร่กระมัง?