ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 767 โมโหสุดระงับ
บทที่ 767 โมโหสุดระงับ
เฉินเสิ่นโมโห ตวาดว่า “เจ้านี่มากเรื่องจริง! ข้าก็บอกแล้วว่าข้าจำไม่ได้ก็คือจำไม่ได้ เจ้ายังจะนับให้ได้ จะนับอย่างไร? นางคนสารเลว เจ้ารังเกียจว่าข้าแก่แล้ว อยากไล่ข้าไปให้พ้น ฉกชิงอำนาจไปจากข้า ขึ้นมาชูคอบนตำแหน่งข้าเสียเองใช่ไหม? ข้าบอกเจ้าไว้ตรงนี้เลยว่าข้ายังไม่ตาย…”
สะใภ้ใหญ่เฉินที่ถูกด่ารู้สึกว่าตนเองถูกปรักปรำ “ท่านแม่ ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นเลยนะเจ้าคะ ข้าแค่อยากนับให้ชัดเจนว่าเป็นเงินเท่าไหร่ เงินนี้ก็เป็นเฉินต้าซานลูกชายท่านหามาได้ เขาลำบากมาขนาดไหน ท่านก็ใช่ว่าจะไม่รู้ ต้าซานเป็นเสาหลักของบ้าน ถ้าไม่มีเขา ทุกคนคงได้กินลมตะวันตกเฉียงเหนือกันหมดแล้ว…”
พูดไปพูดมาก็บอกว่าในบ้านนี้มีแต่ต้าซานที่หาเงินได้ คนอื่นล้วนต้องให้ต้าซานเลี้ยงดูทั้งนั้น
ขาดเพียงพูดออกมาตรง ๆ ว่าเฉินเสี่ยวซานเป็น ‘พวกไร้ประโยชน์’ เป็นพ่อคนแล้วแท้ ๆ แต่กลับยังต้องให้พี่ชายเลี้ยงดู
แม้นี่จะเป็นความจริง ทุกคนรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร แต่นี่เป็นครั้งแรกที่นางพูดออกมาต่อหน้าเฉินหลิ่งและเฉินเสิ่น
สีหน้าของเฉินหลิ่งกับเฉินเสิ่นเปลี่ยนเป็นปั้นยาก
“ท่านจะพูดอะไรกันแน่? ให้พี่ข้าเลี้ยงดูอะไรกัน?” เฉินเสี่ยวซานพูดทั้งใบหน้าเขียวคล้ำ “พี่ข้าเลี้ยงดูข้าตอนไหน? ข้าเคยขอเงินจากที่บ้านโดยไม่ทำงานด้วยเรอะ? พี่สะใภ้ ท่านพูดจาล้ำเส้นเกินไปแล้ว…”
ผู้ชายคนไหนถูกผู้หญิงคนหนึ่งพูดถึงเช่นนี้ก็คงยากจะรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ได้
นับประสาอะไรกับเฉินเสี่ยวซานที่ใช่ว่าจะหาเงินไม่ได้ แต่เงินเหล่านั้นต้องเอาเข้ากองกลางของที่บ้านทั้งหมด เขาจึงไม่อยากลำบากขนาดนั้นก็เท่านั้นเอง
ถึงจะหามาได้ก็ไม่ใช่เงินของเขา แล้วจะต้องลำบากไปทำไม?
แต่ถ้าจะพูดว่าเขาหาเงินไม่ได้เลยก็ไม่ใช่เรื่องจริง ไม่อย่างนั้นเงินส่วนตัวที่เขาแอบเก็บเอาไว้พวกนั้นมาจากไหนกันเล่า?
“เงินสองตำลึงที่ข้าเอากลับมาให้ที่บ้านตอนนั้นไม่ใช่เงินหรือไร?”
เขาถึงขั้นบอกจำนวนเงินและวันที่ได้อย่างชัดเจน เงินที่หากลับมาให้ที่บ้านเป็นจำนวนน้อยหน่อยก็จริง แต่ก็ใช่ว่าจะหาไม่ได้เลย
สะใภ้ใหญ่เฉินถูกตอกกลับจนพูดอะไรไม่ออก นางอยากอธิบายว่านางไม่ได้หมายความอย่างนั้น นางแค่อยากบอกว่าเฉินต้าซานทำงานหาเงินมาอย่างยากลำบาก เงินที่หายไปจะต้องนับให้ชัดเจน ไม่อย่างนั้นเขาก็คงต้องเหนื่อยเปล่าแล้ว
“เฮอะ!” เฉินเสี่ยวซานแค่นเสียง เขากล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นท่านก็ต้องพูดให้ชัด ๆ จะได้ไม่ทำให้คนที่ไม่รู้เรื่องเข้าใจผิดว่าข้าเป็นพวกเกาะคนอื่นกิน”
สะใภ้ใหญ่เฉินลอบบ่นในใจ ‘หาเงินกลับมาให้ที่บ้านได้แค่สองตำลึงยังมีหน้ามาพูดอีก? พี่เจ้าหาเงินกลับบ้านมาสิบตำลึงทุกเดือน เคยเห็นเขาโอ้อวดบ้างไหม?’
เงินสองตำลึงนั้นก็แค่พอซื้อเนื้อไม่กี่ครั้งเท่านั้นแหละ ไม่พอให้ซื้อข้าวสารอาหารแห้ง หรือจ่ายสินน้ำใจให้คนอื่นเลยด้วยซ้ำ
“เจ้ารู้ว่าต้าซานหาเงินมาไม่ง่าย ข้าที่เป็นแม่ยังจะไม่รู้เชียวหรือ?”
“เจ้าพูดจาแบบนี้ คิดจะบอกว่าแม่อย่างข้าไม่รู้จักเป็นห่วงลูกชายของตัวเองสินะ?”
……
ไฉนเลยเฉินเสิ่นจะกล้าพูดเรื่องเงินให้ชัดเจน นางจึงจับจ้องความผิดของสะใภ้ใหญ่เฉิน กุมเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
แล้วหันไปเรียกเฉินต้าซาน บอกให้เขาพูดเองว่า มารดาอย่างนางเคยทำผิดต่อลูกชายอย่างเขาตอนไหน ถ้าเขาคิดว่ามารดาคนนี้เป็นภาระ ไม่ต้องการมารดาอย่างนางอีกแล้ว ก็ให้พูดออกมาตามตรง นางจะได้ไม่อยู่ให้เป็นที่ขัดหูขัดตาคนอื่นอีก…
เฉินเสิ่นพูดเช่นนี้ ปัญหาก็ยิ่งหนักหน่วงกว่าเดิม เพราะความหมายในวาจาก็คือบอกว่าเฉินต้าซาน ‘อกตัญญู’ อย่างเห็นได้ชัด
ในยุคสมัยนี้ ‘อกตัญญู’ เป็นความผิดร้ายแรง เฉินต้าซานไม่กล้ายอมรับโดยเด็ดขาด
“ท่านแม่ ท่านพูดเช่นนี้ได้อย่างไรขอรับ? ลูกเคยพูดแบบนั้นตอนไหน…” เฉินต้าซานรีบอธิบายอย่างร้อนใจ
แต่เฉินเสิ่นกลับตัดบทเขาโดยไม่รอให้เขาพูดจบ “เจ้าไม่ได้พูด แต่เมียเจ้าเป็นคนพูดนี่ นางพูดก็เท่ากับเจ้าพูดไม่ใช่รึ? ภรรยาสามารถตัดสินใจแทนคนเป็นสามีได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน คำพูดของภรรยาก็เท่ากับความคิดของสามีไม่ใช่หรือไร?”
“ท่านแม่…” เฉินต้าซานไม่รู้จะอธิบายอย่างไร อารามร้อนใจจึงหันกลับมาตบหน้าภรรยาของเขา
เพียะ!
สะใภ้ใหญ่เฉินกุมใบหน้าของตัวเองเอาไว้ ทั้งเสียใจและน้อยใจ “ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ท่านแม่…”
“เจ้ายังจะพูดอีก!” เฉินต้าซานถลึงตาใส่นางอย่างดุร้าย
สะใภ้ใหญ่เฉินน้อยใจจนตาแดงก่ำ ชั่วขณะนั้นไม่กล้าพูดอะไรอีกแล้ว กลัวว่าตนเองพูดอะไรผิดไปก็จะถูกตบอีกฝ่ามือ
“ท่านแม่ พวกผู้หญิงเป็นอย่างไรท่านก็รู้นี่ขอรับ ก็พูดไร้สาระไปเรื่อยนั่นแหละ พูดไปได้ทุกเรื่อง ท่านแม่ก็รู้จักนางดี ยังจะถือสาจริงจังไปทำไม…” ตบภรรยาตัวเองเสร็จแล้ว เฉินต้าซานก็หันกลับมาพูดกับมารดา
วาจาพวกนี้พูดกันแค่ในบ้านก็พอแล้ว ถ้าได้ลือออกไปข้างนอก เขาจะไปพบผู้คนได้อย่างไร?
น่าเสียดายที่เฉินเสิ่นซึ่งแต่ไหนแต่ไรมาพูดคุยด้วยง่าย ยามนี้กลับไม่ยอมเข้าใจเหตุผล นางยืนกรานให้เฉินต้าซานมอบคำอธิบายให้ตัวเอง ไม่อย่างนั้นเรื่องนี้ก็ไม่มีทางจบ
เฉินต้าซานอัดอั้นยิ่งนัก สุดท้ายก็อดกลั้นโทสะไม่ไหว หันไปตบภรรยาอีกฉาด
เพียะ!!
สะใภ้ใหญ่เฉินทั้งน้อยเนื้อต่ำใจและอับอาย ยากจะยอมรับได้ “เจ้ามาตีข้าอีกทำไม? ไม่ใช่ความผิดของข้านะ…”
เฉินต้าซานตะคอกใส่นาง “ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้า แม่ข้าจะโกรธขนาดนี้งั้นเรอะ?”
เฉินเสิ่นแสร้งทำท่าจะเป็นลม ดึงแขนสะใภ้รองเฉินเอาไว้ ร่างเอนเอียงจะล้มลง
สะใภ้รองเฉินจะกล้าปล่อยให้แม่สามีล้มลงไปได้อย่างไร รีบใช้ร่างกายตัวเองประคองเอาไว้
“ท่านแม่ ท่านแม่ ท่านเป็นอะไรไป? ท่านแม่”
นางร้องอย่างตกใจ แสดงให้เห็นถึงความเป็นห่วงและความบริสุทธิ์ของตัวเอง…นางไม่ได้เป็นคนทำให้ท่านแม่โมโหจนล้มพับลงไปนะ ท่านแม่ล้มลงไปเอง
“เจ้าดูซิว่าเจ้าทำให้แม่ข้าโมโหจนเป็นอะไรไปแล้ว?” เฉินต้าซานเห็นเฉินเสิ่นเป็นอย่างนั้นก็โมโหกว่าเดิม กระชากสะใภ้ใหญ่เฉินไปถึงตรงหน้าเฉินเสิ่น
สะใภ้ใหญ่เฉินถูกกระชากอย่างรุนแรงจนเกือบสะดุดล้ม นางร่ำร้องว่า “ไม่เกี่ยวกับข้านะ ข้าไม่ได้แตะต้องท่านแม่ด้วยซ้ำ”
“ท่านไม่ได้แตะต้องก็จริง แต่พี่สะใภ้เจ้าคะ เมื่อครู่ท่านเป็นคนพูดให้ท่านแม่โมโหเองนี่นา” สะใภ้รองเฉินไม่ต้องการให้เรื่องลุกลามมาถึงตัวเองจึงรีบพูดขึ้นมา
พูดเป็นเล่น ถึงแม้ว่าแม่สามีจะล้มลงมาทางนาง แต่นางไม่ได้เป็นคนทำให้แม่สามีเป็นลมนะ!
ถ้าจะมีคนที่ต้องรับผิดชอบ คนคนนั้นก็คือพี่สะใภ้!
“เจ้ายังจะพูดอีก!”
เพียะ!!
เฉินต้าซานฟาดฝ่ามือใส่หน้าภรรยาอีกครั้ง
เวลาเพียงไม่นานก็ตบไปแล้วถึงสามครั้ง แต่ละครั้งเขาไม่ออมแรงเลยสักนิด ใช้แรงอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
เพราะในสายตาของเขา มีเพียงต้องทุ่มแรงออกไปเต็มที่จึงจะพิสูจน์ให้มารดาเห็นถึงความจริงใจและความกตัญญูของเขา
เขาตบคนอย่างปลอดโปร่ง น่าเสียดายที่ในหัวสะใภ้เฉินมีเพียงเสียงวิ้ง ๆ เนิ่นนานก็ยังไม่ได้สติคืนมา
น่าเสียดายที่ปฏิกิริยาตอบสนองของนาง เมื่ออยู่ในสายตาของเฉินต้าซานกลับเข้าใจว่าเป็นการต่อต้านโดยไร้เสียง
“ข้าบอกให้เจ้าขอโทษท่านแม่ เจ้าได้ยินไหม?”
“เจ้าหูหนวกเรอะ?”
เขาตะคอกเสียงดัง รู้สึกเหมือนศักดิ์ศรีลูกผู้ชายถูกท้าทาย จึงโมโหเดือดดาลกว่าเดิม
เขาผลักสะใภ้ใหญ่เฉินลงกับพื้น กระชากศีรษะของนางแล้วกดลงบนพื้นอย่างรุนแรง
พลั่ก!!
หน้าผากของสะใภ้ใหญ่เฉินกระแทกบนพื้นอิฐเสียงดังสนั่น