ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 786 ย้ายที่พัก
บทที่ 786 ย้ายที่พัก
ความจริงแล้วคนเฝ้าประตูจดจำใบหน้าของอาเย่ได้ แต่ตระกูลเยี่ยนตั้งกฎไว้เช่นนี้ เพียงรู้จักป้ายไม่รู้จักคน เขาเองก็จนปัญญา ได้แต่เหลือบดูแวบหนึ่ง เมื่อยืนยันเรียบร้อยแล้วจึงเปิดประตูใหญ่ปล่อยพวกเขาเข้าไปข้างใน
“อาเย่ ท่านกลับมาได้เสียทีนะ อาโม่ออกมาดูหลายรอบแล้ว” คนเฝ้าเปิดประตูพลางพูดคุยกับอาเย่
เนื่องจากเย่อวี๋หรานไม่สามารถเดินได้ เยี่ยนเหออันจึงกำชับเอาไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้วว่าให้สารถีไปเทียบรถม้าถึงหน้าประตูเรือนรับรองแขก
เมื่อเยี่ยนเหออันได้รับรายงานก็พาพวกอาโม่มายืนคอยตรงหน้าประตู
พอเห็นพวกจูซานก็ร้องสั่งให้บ่าวรับใช้เข้ามาช่วยหามเย่อวี๋หรานเข้าไปในห้อง
เรือนรับรองที่เขาเตรียมเอาไว้ให้กว้างขวางกว่าห้องพักที่พวกเย่อวี๋หรานเช่าก่อนหน้านี้มากมายนัก นอกจากจะจัดสรรให้พักคนละห้อง ทั้งสามคนยังพักอยู่ในเรือนหลังเดียวกัน มีเรื่องอะไรก็สามารถได้ยินความเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายได้ทันที
“จูต้าเหนียง นี่คือซุ่ยเอ๋อ นางรับผิดชอบดูแลท่านโดยเฉพาะ หากมีเรื่องอะไรท่านสามารถเรียกนางได้ตลอดเวลา”
เยี่ยนเหออันละเอียดอ่อนยิ่งนัก ทราบว่าจูซานกับจูชีที่เป็นผู้ชายสองคนมาดูแลเย่อวี๋หรานย่อมไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่ จึงจัดสรรสาวใช้มาให้ด้วยหนึ่งคน
“คารวะจูต้าเหนียงเจ้าค่ะ” สาวใช้ซุ่ยเอ๋อยอบกายแสดงคารวะ
เย่อวี๋หรานบอกให้นางลุกขึ้น กล่าวอย่างเกรงใจว่า “คุณชายเยี่ยน ท่านมีน้ำใจเกินไปแล้ว ยืมเรือนของท่านก็พอแล้ว แต่ท่านยังให้พวกข้ายืมสาวใช้ด้วยคนหนึ่ง รบกวนท่านมากแล้วจริง ๆ”
“ข้ากับซุ่นเต๋อเป็นสหายกัน เรื่องของเขาก็คือเรื่องของข้า จูต้าเหนียง ท่านไม่ต้องเกรงใจ พอใจจะอยู่ถึงเมื่อไหร่ก็ได้ทั้งนั้น”
เยี่ยนเหออันยิ่งพูดเช่นนี้ เย่อวี๋หรานก็ยิ่งเกรงใจกว่าเดิม
ตลกแล้ว คนอื่นคิดเผื่อเจ้าขนาดนี้ เจ้ายังไม่รู้จักซาบซึ้งใจ ต่อไปใครจะเต็มใจช่วยเจ้า?
ตอนที่ออกมาฟ้าก็มืดแล้ว พอวุ่นวายกับเรื่องทั้งหมดนั้นฟ้าก็มืดสนิท
เยี่ยนเหออันไม่ได้รั้งอยู่นาน ให้ป้าเฉินที่เป็นผู้ดูแลจัดมื้อเย็นให้อีกฝ่าย กินข้าวเสร็จแล้วก็พักผ่อนโดยเร็ว มีเรื่องอะไรค่อยว่ากันใหม่ในวันรุ่งขึ้น
เย่อวี๋หรานเพิ่งนอนไปเมื่อตอนกลางวัน ถึงตอนนี้จึงไม่ง่วงนัก แต่จูซานกับจูชีวุ่นวายมาทั้งวันแล้ว เหนื่อยกันมามาก นางจึงไม่ได้พูดอะไรเยอะ เพียงบอกให้พวกเขารีบแยกย้ายไปพักผ่อน
เพียงไม่นาน ภายในห้องก็เหลือแค่นางกับซุ่ยเอ๋อ
“จูต้าเหนียง คืนนี้บ่าวนอนอยู่บนแท่นพักเท้าตรงข้างเตียงนะเจ้าคะ ท่านมีเรื่องอันใดสามารถเรียกบ่าวได้ทุกเมื่อ”
เย่อวี๋หรานได้ยินอย่างนั้นก็กล่าวอย่างเกรงใจ “นอนบนแท่นพักเท้าอะไรกัน พื้นที่เล็ก ๆ แค่นั้น นอนไปก็ไม่สบายตัว ข้างนอกมีตั่งนอนไม่ใช่หรือ? เจ้าไปนอนบนนั้นเถอะ จะได้หลับสบายหน่อย ถ้ามีเรื่องอะไรจริง ๆ ข้าเรียกเจ้า เจ้าก็ได้ยินอยู่ดี…”
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ปกติตอนบ่าวอยู่เวรดึกก็ได้นอนตรงนี้ประจำ อีกอย่างคุณชายกำชับไว้แล้วว่าให้บ่าวปรนนิบัติท่านให้ดี ท่านวางใจได้ บ่าวนอนหลับได้ไม่มีปัญหา ไม่มีตรงไหนไม่สบายเจ้าค่ะ” ว่าแล้ว ซุ่ยเอ๋อก็หอบผ้าห่มมาปูตรงพื้นข้างเตียง
เห็นอีกฝ่ายยืนกรานเช่นนั้น เย่อวี๋หรานจึงไม่พูดอะไรอีก
แม้นางจะหวังดีต่อซุ่ยเอ๋อ แต่จวนของผู้อื่นก็มีกฎระเบียบภายในจวน ถ้านางไปทำลายกฎนั้นอาจเป็นเรื่องร้ายมากกว่าดี
บางครั้ง คนเราก็ต้องเรียนรู้ที่จะ ‘เข้าเมืองตาหลิ่วก็ต้องหลิ่วตาตาม’
แต่ว่ากันตามตรงแล้ว มีคนมาปรนนิบัติเข้านอนเช่นนี้กลับเป็นเรื่องกดดันมากทีเดียว
ช่วงแรกเย่อวี๋หรานถึงกับปัสสาวะไม่ออก แต่คนเราก็เป็นเช่นนี้ กลั้นเอาไว้นานเข้า เรื่องบางอย่างก็ต้องเป็นไปตามธรรมชาติ ประการสำคัญที่สุดก็คือ เมื่อมีครั้งแรกก็จะมีครั้งที่สอง ในไม่ช้าก็กลายเป็นความชินชา
เย่อวี๋หรานหน้าบาง วิธีแก้หนึ่งเดียวที่คิดได้ก็คือพยายามดื่มน้ำให้น้อยที่สุด จะได้ไม่ต้องปลดทุกข์บ่อย ๆ ทั้งรบกวนคนอื่นและลำบากตนเอง
วันรุ่งขึ้น จูซานตื่นเช้าก็ตรงมาเปลี่ยนยาให้เย่อวี๋หราน
เมื่อมีสาวใช้ปรนนิบัติแล้ว เย่อวี๋หรานย่อมไม่เห็นด้วย
จะพูดอย่างไร นางก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง แม้จูซานจะเป็นลูกชายของนาง ทว่าเจ้าของร่างเดิมเป็นผู้ให้กำเนิด จะมากน้อยอย่างไรก็…
จะอธิบายอย่างไรดีเล่า?
รู้สึกทะแม่ง ๆ อยู่บ้าง
ปรนนิบัติเย่อวี๋หรานมาทั้งคืนแล้ว ซุ่ยเอ๋อนับว่าพอจะเข้าใจเย่อวี๋หรานขึ้นมาบ้าง
‘นี่คือท่านยายจากชนบทที่ค่อนข้างขี้อายคนหนึ่ง!’
ตอนที่จูซานถูกไล่ออกไปข้างนอกก็ยังไม่ลืมกำชับรายละเอียดที่หมอไป๋หลี่น้อยบอกเอาไว้แก่ซุ่ยเอ๋อซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เย่อวี๋หรานมีสีหน้ารังเกียจ “พอได้แล้ว รีบออกไปเถอะ แม่นางน้อยอย่างคนเขายังจะอ่อนโยนละเอียดอ่อนสู้ผู้ชายตัวโตอย่างเจ้าไม่ได้อีกงั้นหรือ?”
ซุ่ยเอ๋อลอบอมยิ้ม รับยามาเปลี่ยนให้เย่อวี๋หราน
ระหว่างที่เปลี่ยนยา ข้างนอกยังมีเสียงจูชีดังมา สองพี่น้องพูดคุยอะไรกันอยู่หน้าห้อง
แม้คนที่อยู่ในห้องจะได้ยินไม่ชัดเจนนัก แต่ก็ฟังออกว่าพวกเขาเป็นห่วงมารดามากทีเดียว
เย่อวี๋หรานพูดกับซุ่ยเอ๋อว่า “ข้อดีที่สุดของพวกลูกชายข้าก็คือ ‘กตัญญู’ นี่แหละ เจ้าดูสิ เรื่องแค่นี้ แต่ละคนทำเหมือนกลัวว่าข้าจะเป็นอะไรไปอย่างนั้น”
ซุ่ยเอ๋อยิ้มแล้วกล่าวว่า “จูต้าเหนียง ท่านอย่าได้รังเกียจไปเลยเจ้าค่ะ พวกเขาเป็นห่วงท่าน ลูกชายลูกสาวกตัญญูรู้คุณเป็นวาสนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้วนะเจ้าคะ”
“ฮ่า ๆๆๆ…นั่นก็ถูก ก็แค่บางครั้งนั่นก็กังวลนี่ก็กังวล เรื่องเยอะไปหน่อย ทำให้คนรำคาญใจอยู่บ้าง”
“นี่ก็คือความลำบากของการมีวาสนา คนอื่นอยากจะลำบากเช่นนี้บ้างก็ไม่แน่ว่าจะมีโอกาสหรอกนะเจ้าคะ” ซุ่ยเอ๋อปากหวานยิ่งนัก และเพราะเหตุนี้เอง เยี่ยนเหออันจึงจัดให้นางมาคอยดูแลเย่อวี๋หราน
นางไม่ได้ทำให้เยี่ยนเหออันผิดหวัง ปากหวานทั้งยังยิ้มแย้มแจ่มใส แค่คืนเดียวก็สามารถทำให้เย่อวี๋หรานเบิกบานใจได้
เย่อวี๋หรานชมชอบแม่นางน้อยผู้นี้มากทีเดียว พูดคุยกันได้ถูกคอ บางครั้งก็พูดจาเรื่องนั้นเรื่องนี้ ทำให้รู้สึกคุ้นเคยกันมากขึ้น
นางอยากพักอย่างเป็นสุขก็ต้องซื้อใจคนเอาไว้บ้าง สานสัมพันธ์อันดีกันเอาไว้ไม่ใช่หรือ?
เปลี่ยนยาเสร็จแล้ว เย่อวี๋หรานก็เรียกลูกชายทั้งสองเข้ามา
“ท่านแม่ ท่านเจ็บไหมขอรับ?” จูชีเข้ามาแล้วก็เอ่ยถามอย่างเป็นห่วง
“ไม่ขยับก็ไม่เจ็บแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง เมื่อคืนนี้เจ้าหลับสบายไหม?” เย่อวี๋หรานถามจูชีอย่างห่วงใย
“สบายมากเลยขอรับ แต่เปลี่ยนเตียงปุบปับจึงยังไม่ค่อยชิน” จูชีเกาศีรษะพลางยิ้มอย่างโง่งม
“ท่านแม่ เตียงที่บ้านเหออันกว้างมาก ทั้งหอมทั้งนุ่ม ข้าไม่เคยนอนเตียงที่หลับสบายขนาดนี้มาก่อนเลยขอรับ”
“งั้นหรือ ถ้าเจ้าชอบเตียงแบบนี้ วันหน้าเมื่อครอบครัวเราฐานะอำนวยแล้วค่อยสั่งทำให้เจ้าสักหลัง”
“ดีขอรับ ข้าชอบ…” จูชีไม่คิดสักนิดว่าวันหน้าครอบครัวเขาจะซื้อไม่ไหว จึงบอกสีกับลวดลายที่เขาชอบออกมาทันที
อย่าเห็นว่าเขาเพิ่งเรียนหนังสือมาได้ไม่กี่ปี แต่กลับบ่มเพาะรสนิยมและความพิถีพิถันของปัญญาชนออกมาได้แล้ว ในยามที่สามารถเลือกได้ เรื่องอาหารการกินและความเป็นอยู่ก็มีรายละเอียดพิถีพิถันมากทีเดียว
เย่อวี๋หรานรับฟังพร้อมทั้งอมยิ้ม ผงกศีรษะเป็นระยะ ทั้งยังช่วยออกความคิด “อืม ไม่เลวเลย เรื่องนี้สามารถพิจารณาได้”
สามแม่ลูกกำลังพูดคุยกันอย่างเพลิดเพลิน เสียงอาโม่ก็ดังมาจากในลานเรือน
“ซุ่ยเอ๋อ จูต้าเหนียงตื่นหรือยัง?”
“ตื่นแล้ว คุณชายจูซานกับคุณชายจูชีกำลังคุยกับจูต้าเหนียงอยู่ข้างในเจ้าค่ะ”
……
เย่อวี๋หรานให้จูชีออกไปรับคน
เดิมทีเรื่องแบบนี้สมควรเป็นจูซานออกไปรับหน้า จูชีซื่อบื้อเงอะงะ เหมาะจะไปต้อนรับคนเสียที่ไหน แต่ผู้ใดใช้ให้พวกนางได้รับการเชื้อเชิญจากคุณชายเยี่ยนเพราะได้รับอานิสงส์จากจูชีกันเล่า
นางเชื่อว่าเทียบกับจูซานแล้ว คุณชายเยี่ยนจะต้องอยากพบจูชีมากกว่าเป็นแน่
เมื่อจูชีออกไปแล้วก็ได้ยินน้ำเสียงสดใสของเยี่ยนเหออันดังมาตามคาด “ซุ่นเต๋อ เจ้าตื่นแล้วหรือ แม่เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”