ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 787 ความชอบไม่ใช่ทุกอย่าง
บทที่ 787 ความชอบไม่ใช่ทุกอย่าง
“อื้ม ตื่นแล้ว แม่ข้าก็ตื่นแล้วเหมือนกัน เพิ่งเปลี่ยนยาเสร็จ ข้าถามแล้ว ท่านแม่บอกว่าสบายดี” จูชียิ้มกว้างอย่างดีใจจนเห็นฟันขาว “เหออัน เจ้าตื่นเช้าเหมือนกันเลย”
เยี่ยนเหออันยิ้ม “เจ้าบอกเองนี่นาว่านอนเร็วตื่นเช้าสุขภาพแข็งแรง ข้าก็เรียนรู้มาจากเจ้าน่ะสิ”
“เป็นเรื่องจริง ข้าไม่ได้หลอกเจ้า แม่ข้ามักบอกให้ข้าตื่นเช้า ทั้งยังต้องบริหารร่างกายด้วย…” จูชีถาม “เจ้าทำท่ากายบริหารประสานห้าสัตว์หรือยัง? แม่ข้าบอกว่ามีประโยชน์มาก จึงเจาะจงบอกให้อาจารย์เสินสอนให้ข้า”
“ทำแล้ว”
……
ภายในห้อง เย่อวี๋หรานได้ยินเนื้อหาที่จูชีคุยกับอีกฝ่ายแล้วก็หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก
เจ้าเด็กคนนี้ แม้แต่เรื่องแบบนี้ก็ยังเอาไปพูดกับคนอื่นเนี่ยนะ?
แต่คิดแล้วก็เข้าใจได้ คาดว่าคงเพราะความสัตย์ซื่อเป็นธรรมชาติของจูชีนี่เองที่ทำให้คุณชายเยี่ยนชอบเขาเป็นพิเศษ
เยี่ยนเหออันเข้ามาในห้องแล้วก็แสดงคารวะต่อเย่อวี๋หรานตามมารยาทของผู้เยาว์
เย่อวี๋หรานลอบประทับใจ นางเป็นเพียงหญิงสูงวัยจากชนบทคนหนึ่งเท่านั้นเอง คู่ควรให้ลูกหลานตระกูลใหญ่มาคารวะนางด้วยหรือ? นั่นคงเป็นเพราะอีกฝ่ายให้ความสำคัญกับจูชีสินะ
นอกจากถามไถ่สารทุกข์แล้ว เยี่ยนเหออันยังตั้งใจมารับประทานมื้อเช้ากับพวกเขา
ในฐานะเจ้าบ้าน เขาพยายามต้อนรับคนสกุลจูอย่างเต็มความสามารถ
ความจริงจังเช่นนี้ทำให้สถานะของเขาในจิตใจของเย่อวี๋หรานขยับสูงขึ้นกว่าเดิม…คนผู้นี้ควรค่าแก่การคบหา
ชีวิตนี้เจ้าเจ็ดได้พบกับกัลยาณมิตรเช่นนี้ถือว่าคุ้มค่าแล้ว
เดิมทีนั้นเย่อวี๋หรานอยากปฏิเสธ นางอายุปูนนี้แล้ว ทั้งยังไม่อาจลงจากเตียง กินข้าวกับนางไม่ค่อยสะดวกนัก มิสู้พวกเขาสามคนไปรับประทานด้วยกัน เช่นนี้จึงจะผ่อนคลายมากกว่า
เยี่ยนเหออันกลับพูดว่า “จูต้าเหนียง เมื่อวานนี้คุณชายจูซานกับซุ่นเต๋อยุ่งอยู่กับเรื่องของท่าน เกรงว่าคงไม่มีเวลาไปสอบถามเรื่องพ่อลูกตระกูลเฉิน ข้าคิดว่าจะเล่าให้พวกท่านฟังระหว่างที่กินข้าว พวกท่านจะได้รับทราบเอาไว้”
เย่อวี๋หรานได้ยินเขาพูดเช่นนั้นก็ไม่อาจปฏิเสธได้อีก
ป้าเฉินผู้ดูแลจวนสั่งให้บ่าวรับใช้ยกโต๊ะมาวางตรงหน้าเย่อวี๋หราน โดยตั้งโต๊ะให้ชิดขอบเตียง
สาวใช้ทั้งหลายทยอยยกถาดอาหารนำมาจัดเรียงบนโต๊ะ
เย่อวี๋หรานสังเกตว่า อาหารที่ถูกปากนางล้วนถูกตั้งไว้ตรงหน้านาง โดยพยายามจัดให้อยู่ใกล้นางมากที่สุด ส่วนอาหารที่ถูกปากจูซานกับจูชีก็วางไว้เบื้องหน้าพวกเขา
ซุ่ยเอ๋อรู้หน้าที่ยิ่งนัก มายืนอยู่ริมขอบเตียง คอยช่วยปรนนิบัติเย่อวี๋หรานกินข้าว
“จูต้าเหนียง ท่านอยากกินอะไรเชิญบอกบ่าวมาได้เลยนะเจ้าคะ บ่าวป้อนอาหารเก่งยิ่ง ท่านต้องให้โอกาสบ่าวได้แสดงฝีมือด้วยนะเจ้าคะ”
เย่อวี๋หรานรู้สึกประทับใจต่อความใส่ใจของอีกฝ่ายยิ่งนัก จึงพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นข้าคงต้องรบกวนเจ้าแล้ว”
เยี่ยนเหออันมองสาวใช้ซุ่ยเอ๋ออย่างประหลาดใจแวบหนึ่ง จากนั้นจึงยิ้มแล้วเอ่ยว่า “จูต้าเหนียง เห็นทีซุ่ยเอ๋อคงชอบท่านมาก ปกติแล้วไฉนเลยที่นางจะกล้าพูดจาเช่นนี้”
คิดไม่ถึงว่าแค่ชั่วข้ามคืน สาวใช้ของเขาก็ถูกจูต้าเหนียงพิชิตใจได้แล้ว
ไม่อย่างนั้นก็เหมือนกับที่เขาพูดมา นางไม่มีทางกล้าพูดจาเช่นนี้ออกมาเป็นแน่
ครั้นถูกเยี่ยนเหออันกล่าวถึงเช่นนั้น ซุ่นเอ๋อก็พลันหน้าแดง
เย่อวี๋หรานจับมือของนางเอาไว้พร้อมรอยยิ้ม “นี่ก็คือวาสนา ข้าเห็นเด็กคนนี้แวบแรกก็นึกชอบทันที นางก็ชอบข้าเหมือนกัน ถ้าไม่ใช่เพราะนางเป็นสาวใช้ของท่าน ข้าไม่สะดวกจะแย่งคน ข้ายังคิดจะแย่งนางกลับไปที่บ้านด้วยอยู่เลย”
“ฮ่า ๆๆ…” เยี่ยนเหออันหัวเราะ “ถ้าจูต้าเหนียงชอบนาง ยกให้ท่านเลยก็ยังได้ ตอนนี้ท่านเคลื่อนไหวไม่สะดวก มีนางคอยปรนนิบัติจะได้สะดวกสบายสักหน่อย”
เขาพูดเช่นนี้ย่อมเป็นเพราะคิดว่านี่เป็นเพียงสาวใช้คนหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องเก็บมาใส่ใจ
แต่เมื่อวาจานี้เข้าหูซุ่ยเอ๋อ ความรู้สึกกลับต่างไปสิ้นเชิง
นางอึ้งตะลึง ฉับพลันนั้นก็ว้าวุ่นใจขึ้นมา
ให้นางปรนนิบัติหญิงสูงวัยจากชนบทก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่จะให้นางติดตามอีกฝ่ายไปด้วยกลับเป็นอีกเรื่อง
การปรนนิบัติเป็นคำสั่งของเจ้านาย นางทำได้ดี ไม่เพียงแต่จะทำให้เจ้านายจดจำได้ ขณะเดียวกันก็ยังได้รับรางวัลอีกด้วย แต่ถ้าติดตามจากไปพร้อมกับหญิงชนบทคนหนึ่ง นางนับเป็นอะไร?
ไม่เป็นสาวใช้ในเรือนตระกูลใหญ่ ลดตัวลงไปปรนนิบัติแม่เฒ่าจากชนบทที่ไม่รู้จักคนหนึ่ง ชั่วชีวิตนี้ของนางก็คง…
“คุณชายเยี่ยนล้อเล่นแล้ว นางเก่งกาจปานนี้ ย่อมต้องเป็นคนโปรดของท่าน ข้าไม่กล้าแย่งคนกับท่านหรอกนะ ถ้าข้าต้องการสาวใช้ก็จะให้เจ้าสามบ้านข้าไปติดต่อซื้อเอากับนายหน้า ถึงตอนนั้นคงต้องรบกวนให้ท่านช่วยเลือกคนที่เก่งกาจได้สักครึ่งของซุ่ยเอ๋อ เท่านี้ก็พอแล้ว” เย่อวี๋หรานปฏิเสธอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ได้แสดงความผิดปกติใด ๆ ออกมา
น้ำไหลจากที่สูงลงที่ต่ำ คนปีนป่ายขึ้นที่สูง
สาวใช้ที่อยู่ในเรือนตระกูลใหญ่มาจนเคยชินคนหนึ่งจะยอมรับนางที่เป็นหญิงเฒ่าจากชนบทได้อย่างไร?
เย่อวี๋หรานย่อมไม่คิดว่าแค่ตนเองย้อนยุคมาก็จะมีความพิเศษถึงขั้นนั้น แรกพบหน้าก็สามารถดึงตัวสาวใช้ของคนอื่นจากไปได้ ถ้าอีกฝ่ายมีครอบครัวอยู่ที่นี่ด้วย เช่นนั้นคงกลายเป็นการผูกความแค้นต่อกันแทนเสียแล้ว
“ได้ ถึงตอนนั้นถ้าพวกท่านอยากไปเลือกคนก็บอกกล่าวกับข้า ข้าจะต้องช่วยพวกท่านเลือกแน่นอน” เยี่ยนเหออันได้ยินวาจาของเย่อวี๋หรานก็ทราบว่าตนเองพิจารณาได้ไม่รอบคอบ
เขาคิดว่าแค่ให้สาวใช้ไปคนหนึ่งไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไร แต่ถ้าสาวใช้ไม่เต็มใจไปกับอีกฝ่าย นั่นมิกลายเป็นการสร้างปัญหาให้ครอบครัวสกุลจูหรอกหรือ?
สาวใช้ที่ไปซื้อมาจากข้างนอก หากสกุลจูใช้งานไม่ได้ก็แค่ขายทิ้งไป แต่ถ้าเป็นคนที่เขาส่งไปให้ สกุลจู เกรงว่าจะใช้งานก็คงไม่รู้ว่าควรใช้งานอย่างไร
ใช้งานหนักเกินไปก็กลัวว่าสาวใช้จะมาฟ้องเขาที่เป็นเจ้านายเก่า บอกว่าอีกฝ่ายข่มเหงรังแก ถ้าไม่ใช้งานเสียเลย ที่ได้รับไปก็คงจะไม่ใช่สาวใช้ แต่เป็น ‘บรรพบุรุษ’ คนหนึ่งมากกว่า มิหนำซ้ำยังไม่อาจขายทิ้งได้
เขาอยากผูกมิตรกับจูชีจากใจจริง ไม่หวังให้ในวันหน้าพวกเขาต้องขัดแย้งใจกันเพราะเรื่องนี้
เยี่ยนเหออันพูดต่อไปว่า “ถึงแม้ข้าจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับนายหน้าของที่นี่ แต่คนในเรือนข้าทั้งหมดล้วนได้ป้าเฉินช่วยจัดหามาให้ ให้นางช่วยเป็นคนกลางติดต่อให้พวกท่านก็จะประหยัดแรงไปได้มาก”
“เช่นนั้นก็ดียิ่งแล้ว รอจนเสร็จเรื่องของตระกูลเฉิน คงต้องรบกวนท่านส่งป้าเฉินมาช่วยพวกข้าเลือกคนแล้ว”
ซุ่ยเอ๋อเห็นพวกเขาคลี่คลายเรื่องนี้ได้อย่างรวดเร็วก็นึกโล่งใจ
ตกใจหมด!
ข้านึกว่าจะต้องไปเป็นสาวใช้ในชนบทเสียแล้ว
หลังจากนั้น นางยิ่งปรนนิบัติเย่อวี๋หรานอย่างใส่ใจกว่าเดิม ถ้าจูต้าเหนียงไม่ได้ปฏิเสธไป นางก็คงจะถูกนายน้อยยกให้อีกฝ่ายไปทั้งอย่างนั้น
เรื่องนี้ทำให้นางตระหนักได้ว่า ไม่ว่าตนเองจะเป็นคนโปรดของนายน้อยมากเพียงใด แต่สำหรับนายน้อย นางก็เป็นเพียงสาวใช้คนหนึ่งที่สามารถยกให้คนอื่นได้ตลอดเวลา
หลังจบเรื่อง ป้าเฉินยังมาพูดกับนางอีกรอบ
“ก่อนหน้านี้ก็เคยเตือนเจ้าไปแล้วว่าต่อหน้าเจ้านาย เจ้าอย่าได้สำคัญตัวเองมากเกินไป ตอนนี้เข้าใจแล้วกระมัง?”
“เจ้าค่ะ ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้ว ต่อไปจะไม่ทำอีกแล้ว”
นับแต่นั้นมา นางก็ไม่กล้าทำอะไรเกินขอบเขตอีก
อาศัยช่วงเวลารับประทานอาหาร เยี่ยนเหออันบอกกล่าวข่าวสารทางฝั่งเขาต่อเย่อวี๋หราน จูซาน และจูชี
แท้จริงแล้วเขาทำเช่นนี้เพราะมีเจตนาแอบแฝง ถึงแม้เขาจะชอบจูชีมาก หวังว่าจะสามารถเป็นเพื่อนกับจูชีต่อไป แต่คนในครอบครัวของจูชีเป็นคนอย่างไร ย่อมจะส่งผลกระทบต่อการสานสัมพันธ์กับจูชีต่อไปในวันหน้า
เขาชอบจูชี ไม่ใช่เพราะจูชีสามารถนำผลประโยชน์อันใดมาให้เขา นั่นเป็นความชอบโดยบริสุทธิ์ใจ
แต่ความชอบเช่นนี้ไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง