ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 790 เป็นคำสั่งของหัวหน้าพรรค
บทที่ 790 เป็นคำสั่งของหัวหน้าพรรค
เฟิ่งข่ายเฟิงคิดไม่ถึงเลยว่ามาถึงเวลานี้แล้ว อาเฉินยังกล้าลงมือกับพี่น้องในพรรคอีก จึงไม่ได้ป้องกันเลยแม้แต่น้อย
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงถูกตบเข้าหน้าเข้าอย่างจังจนอึ้งไป
เฟิ่งข่ายเฟิงสัมผัสได้ถึงสายตาที่มองมาก็รู้สึกอับอายอยู่บ้าง
ถูกคนตบต่อหน้าต่อตาลูกน้องมากมายเช่นนี้ เขายังจะวางตัวเป็นหัวโจกต่อหน้าลูกน้องต่อไปได้อย่างไร?
“อาเฉิน ท่านทำแบบนี้หมายความว่าอย่างไร?” เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีของตนเองคืนมา เฟิ่งข่ายเฟิงจำต้องรวบรวมความกล้าคาดคั้นถามอาเฉิน “นี่เป็นคำสั่งของหัวหน้าพรรค ท่านกล้าท้าทายอำนาจหัวหน้าพรรคงั้นหรือ?”
“ข้าจะไปคุยกับหัวหน้าพรรคเอง แต่ว่าเจ้า แล้วก็พวกเจ้า” อาเฉินกวาดสายตามองคนอื่น ๆ แล้วเอ่ยข่มขวัญ “จำเอาไว้ว่าที่นี่คือถิ่นของข้า ใครกล้ามาทำตัวกร่างในถิ่นข้า ข้าจะให้มันผู้นั้นมีแค่ขามาไม่มีขากลับ”
นึกถึงบารมีในยามปกติของอาเฉิน คนอื่น ๆ ยังคงรู้สึกยำเกรงอยู่บ้าง พวกเขาหันมองหน้ากันเลิ่กลั่กแล้วหันไปมองเฟิ่งข่ายเฟิง
ถึงอย่างไรปฏิบัติการนี้ก็เป็นเฟิ่งข่ายเฟิงที่ออกตัวรับภารกิจมาจากหหัวหน้าพรรค มีเรื่องอะไรก็สมควรเป็นเขารับหน้า
แรงกดดันของเฟิ่งข่ายเฟิงทบทวี หนังศีรษะตึงเปรี๊ยะ “ในเมื่ออาเฉินพูดเช่นนั้นก็ไปคุยกับหัวหน้าพรรคเถอะขอรับ พวกข้าจะรอท่านอยู่ที่นี่”
แล้วบอกให้ทุกคนวางของกลับเข้าที่ เฝ้าอยู่ที่นี่อย่างสงบ รอให้อาเฉินไปพบหัวหน้าพรรค กลับมาค่อยว่ากันอีกที
สุดท้ายแล้วไม่ว่าหัวหน้าพรรคหรืออาเฉินที่เป็นฝ่ายชนะ พวกตนเพียงคล้อยตามฝ่ายที่ชนะก็พอแล้ว ไม่ล่วงเกินทั้งสองฝ่าย
อาเฉินถลึงตามองอีกฝ่ายด้วยโทสะคุกรุ่น
พอโมโห ร่างกายก็แบกรับไม่ไหว เซไปก้าวหนึ่ง
“ตาเฒ่า เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” เฉินจ้าวซื่อตกใจ รีบเข้ามาประคองเขา
“ไม่เป็นไร ข้าจะไปหาหัวหน้าพรรคสักรอบ” อาเฉินไม่ต้องการแสดงด้านอ่อนแอของตนเองออกมาจึงปัดมือของเฉินจ้าวซื่อออก ฝืนสังขารกล่าวว่า “เจ้าอยู่ทางนี้ คอยจับตามองพวกเขาเอาไว้ ก่อนที่ข้าจะกลับมา อย่าปล่อยให้พวกเด็กที่ขนยังงอกไม่ครบพวกนี้ก่อความวุ่นวายเป็นอันขาด เข้าใจไหม?”
“ได้ ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าวางใจเถอะ ต่อให้ต้องแลกด้วยสังขารแก่ ๆ ของข้า ข้าก็จะขวางพวกเขาเอาไว้ให้ได้” แม้เฉินจ้าวซื่อจะเป็นห่วงเขาอยู่บ้าง แต่หลายปีนี้นางเชื่อฟังสามีมาจนเคยชินเสียแล้ว จึงทำได้เพียงรับคำ
ตอนออกมาจากเรือน อาเฉินยังข่มขู่เฟิ่งข่ายเฟิงว่า “ก่อนที่ข้าจะกลับมา ถ้าแผ่นกระเบื้องในบ้านข้าหายไปแม้แต่แผ่นเดียว ข้าก็จะถือว่าเจ้าเป็นคนทำ จะให้เจ้าชดใช้คืนสิบเท่า”
“อาเฉิน ท่านล้อเล่นแล้ว ก่อนที่ท่านจะกลับมา พวกข้าจะต้องไม่ก่อความวุ่นวายแน่ ข้ารับรองว่าจะไม่แตะต้องอะไรส่งเดช…” เฟิ่งข่ายเฟิงเห็นอาเฉินมีท่าทางหนักแน่นเช่นนั้นก็ยิ่งสงสัยว่าคราวนี้ตนเองคงเคลื่อนไหวเร็วเกินไปแล้ว
แต่สิ่งที่อาเฉินคิดไม่ถึงก็คือ หลังจากเขาไปถึงพรรคซานไห่แล้วกลับถูกคนขวางเอาไว้ที่หน้าประตู
“เสี่ยวกัว เจ้าทำแบบนี้หมายความว่าอย่างไร?”
เด็กหนุ่มที่อยู่หน้าประตูมีสีหน้าขอโทษขอโพย “อาเฉิน ท่านอย่าทำให้ข้าลำบากใจเลยขอรับ นี่คือคำสั่งของเบื้องบน ไม่ให้ท่านเข้าไป…”
“ทำไมถึงไม่ให้ข้าเข้าไป? ใครเป็นคนสั่ง? หัวหน้าพรรคหรือเกาเหล่าซื่อ (เจ้าสี่แซ่เกา)?” นอกจากเจ้าเฒ่านั่นกับเกาเหล่าซื่อ อาเฉินก็คิดไม่ออกแล้วว่ายังมีใครที่เป็นอริกับตนเองอีก
เสี่ยวกัวยิ้มประจบ ไม่สามารถบอกได้เช่นกันว่าเป็นท่านไหน เอาเป็นว่าเบื้องบนมีคำสั่งลงมาเช่นนี้
“ถอยไป!” อาเฉินชักสีหน้าออกคำสั่ง
“ไม่ได้หรอกขอรับ วันนี้เป็นเวรข้าเฝ้ายาม ถ้าข้าถอยออกไปแล้ว หัวหน้าต้องจัดการข้าแน่…”
เสี่ยวกัวยังพูดไม่จบ อาเฉินก็กล่าวอย่างรำคาญว่า “เขาจัดการเจ้าได้ ข้าจัดการเจ้าไม่ได้งั้นรึ?”
เสี่ยวกัวหดคอ
อาเฉินเดินเข้าไปเตะอีกฝ่าย แล้วผลักให้ออกไป
เสี่ยวกัวไม่กล้าทำร้ายอาเฉิน ได้แต่เดินตามมาอย่างร้อนใจอยู่ข้างหลัง “อาเฉิน เบื้องบนสั่งการมาแล้ว ท่านไม่อาจเข้าไป ท่านเข้าไปไม่ได้จริง ๆ ถ้าท่านเข้าไป ข้าจะถูกตำหนิได้นะขอรับ…”
เมื่อเดินตามอาเฉินเข้าไปถึงข้างใน คาดไม่ถึงว่าข้างในไม่เพียงแต่จะมีหัวหน้าพรรคซานไห่ แต่ยังมีพวกเกาเหล่าซื่ออยู่ด้วย
พวกเขากำลังหารือกันเกี่ยวกับอนาคตของอาเฉิน
หัวหน้าพรรคซานไห่โบกมือเป็นสัญญาณให้เสี่ยวกัวออกไป
เสี่ยวกัวเห็นว่าหน้าที่ของตนเองสิ้นสุดลงแล้วก็รีบวิ่งออกไป
ไอ้หยา มารดามันเถอะ ข้าขวางเอาไว้แล้วนะ แต่อาเฉินบุกเข้ามาเอง ข้าขวางเอาไว้ไม่อยู่
อาเฉินเห็นเช่นนั้นแล้วก็ไม่มีแก่ใจมาทักทายหัวหน้าพรรคซานไห่ ทว่าตรงเข้าไปกระชากเสื้อของเกาเหล่าซื่อ “เกาเหล่าซื่อ เจ้าเป็นคนทำใช่ไหม?”
เกาเหล่าซื่อมีสีหน้าเหมือนถูกปรักปรำ “ข้าทำอะไร? เฉินเหล่าลิ่ว เจ้าอย่ามาใส่ร้ายข้าส่งเดชนะ”
“ถ้าไม่ใช่เจ้าเป็นคนสั่ง เจ้าเด็กเฟิ่งข่ายเฟิงนั่นจะพาคนไปบุกบ้านข้างั้นเรอะ? ทั้งแย่งทั้งทุบทำลายข้าวของ หมายความว่าอย่างไรกันแน่?” อาเฉินกล่าวอย่างเกรี้ยวกราด “ถ้าเจ้าไม่มอบคำอธิบายให้ข้า คอยดูเถอะว่าข้าจะจัดการเจ้าอย่างไร…”
เกาเหล่าซื่อหันมาฟ้องหัวหน้าพรรคซานไห่ “หัวหน้า ท่านอย่าเอาแต่ดูอยู่สิ ท่านก็เห็นว่าเฉินเหล่าลิ่วเป็นบ้าไปแล้ว พอเข้ามาไม่ถามไถ่สักคำก็ตรงมาหาเรื่องข้า…ข้าเป็นคนอย่างไร หัวหน้าพรรคทราบดีกว่าใคร ถึงข้าจะขัดตาเฉินเหล่าลิ่วแค่ไหนก็ไม่มีทางซ้ำเติมคนอื่น สั่งให้เจ้าเด็กเฟิ่งข่ายเฟิงนั่นไปทำลายบ้านคนอื่นหรอกนะ”
“พอเถอะ เฉินเหล่าลิ่วปล่อยมือได้แล้ว” หัวหน้าพรรคซานไห่ตบโต๊ะ กล่าวด้วยน้ำเสียงแหบกระด้าง “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเกาเหล่าซื่อ ข้าเป็นคนสั่งให้เฟิ่งข่ายเฟิงพาคนไปเอง”
อาเฉินประหลาดใจอย่างยิ่ง เขาคลายมือที่กระชากเสื้อของเกาเหล่าซื่อออกแล้วถามอย่างแปลกใจ “อะไรนะ?! เป็นคำสั่งของหัวหน้าพรรค? หัวหน้า ท่านหมายความว่าอย่างไร? หลายปีมานี้ข้าจงรักภักดีต่อพรรคมาโดยตลอด ทุ่มเทไปไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ ตอนนี้ท่านกลับให้พวกเด็ก ๆ ในพรรคไปทุบบ้านข้า…ท่านคิดจะทำให้คนในพรรคหมดศรัทธางั้นหรือ!”
“เจ้าสร้างเรื่องขึ้นเองไม่ใช่เรอะ? เจ้าเป็นถึงคนเก่าคนแก่ของพรรค หรือว่ายังไม่รู้กฎระเบียบภายในพรรค? ก่อเรื่องใหญ่ สร้างปัญหาให้พรรคซานไห่ขนาดนี้ ไม่ให้ทุกคนไประบายโทสะใส่บ้านเจ้า ข้าจะปลอบขวัญกำลังใจของคนมากมายในพรรคได้อย่างไร?”
หัวหน้าพรรคซานไห่กล่าวเช่นนี้ อาเฉินก็เข้าใจแล้วว่าอีกฝ่ายหมายถึงเรื่องไหน เขากล่าวว่า
“หัวหน้าพรรคคงหมายถึงเรื่องที่ข้าช่วยผู้หญิงกับพวกเด็ก ๆ ในครอบครัวพี่น้องเอาไว้กระมัง? อย่าเพิ่งพูดถึงข้า พี่น้องของข้าไปทำอะไรงั้นหรือ เขาเกิดเรื่องแล้วข้ายังไม่อาจช่วยเหลือผู้หญิงกับเด็ก ๆ ในครอบครัวเขา? นี่มัน…นี่มันใช้ได้ที่ไหน? เวลาเกิดเรื่องกับคนในพรรค พวกเราก็ช่วยดูแลผู้หญิงกับลูกหลานในครอบครัวของคนคนนั้นมาตลอดไม่ใช่รึ? ทำไมพอเป็นพี่น้องของข้ากลับช่วยไม่ได้?”
“ไม่ใช่เพราะพอเป็นพี่น้องของเจ้ากลับห้ามช่วย แต่เป็นเพราะพี่น้องของเจ้าทำไม่ถูกต้องเองต่างหาก สร้างเรื่องจนวุ่นวายไปถึงทางการ เกือบจะมีคนตายแล้ว” เกาเหล่าซื่อได้รับสายตาจากหัวหน้าพรรคจึงกล่าวว่า “ตอนนี้ทางการกับโจวเสวียไม่ยอมลงให้ เข้าใจไหม? ยังมีพรรคใหญ่อื่น ๆ มากดดันพวกเราอีก หัวหน้าพรรคก็จนปัญญา”
“ทำไมถึงไม่ยอมลงให้อีก? เรื่องแค่นี้เอง ได้ยินพวกผู้หญิงในครอบครัวพี่น้องข้าคนนั้นบอกว่าพวกเขาทำเงินหาย สงสัยว่าครอบครัวปัญญาชนผู้นั้นขโมยเงินไป ถึงได้มาเอาเรื่อง…” อาเฉินอธิบาย “อีกอย่างก็โทษครอบครัวพี่น้องข้าที่คิดแบบนั้นไม่ได้ พวกเขามาจากบ้านนอก แต่กลับใช้เงินมือเติบ ยังร้ายกาจกว่าครอบครัวพี่น้องข้าเสียอีก เงินของครอบครัวพี่น้องข้ายังมาหายไปพอดี แล้วจะไม่คิดมากได้อย่างไร?”