ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 792 เปลี่ยนท่าที
บทที่ 792 เปลี่ยนท่าที
“ใช่แล้ว ตาเฒ่า” เฉินจ้าวซื่อคว้าแขนเสื้อของอาเฉินเอาไว้ “คนที่ทำร้ายพวกเขาคือครอบครัวเฉินหลิ่ง ไม่เกี่ยวกับพวกเรา ทุกข์มีเจ้าทุกข์ หนี้มีเจ้าหนี้ ถ้าจะมีเรื่องก็ต้องเป็นพวกเขาสิ”
ในไม่ช้า เฉินจ้าวซื่อก็คิดอะไรได้
“หรือว่าเป็นเพราะพวกเราช่วยพวกต้าชวนกับเสี่ยวชวนเอาไว้?”
พอคิดถึงคนที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องใต้ดินของบ้านตัวเอง เฉินจ้าวซื่อก็ยืนนิ่งไม่ไหวอีกต่อไป คว้าท่อนไม้แล้วตรงไปไล่พวกเขาออกไปทันที
เวลานั้น สะใภ้ใหญ่กับสะใภ้รองเฉินจัดแจงทุกอย่างเสร็จแล้ว กำลังพาลูกน้อยเข้านอน
เสียงความเคลื่อนไหวดังมาจากประตูห้องใต้ดิน ทำให้พวกนางรู้สึกตื่นตัว
“พี่สะใภ้ อย่าเพิ่งนอนเจ้าค่ะ” สะใภ้รองเฉินเขย่าปลุกคนข้างกาย
สะใภ้ใหญ่เฉินลืมตาขึ้น “ทำไมรึ?”
ขณะคุยกันอยู่ เฉินจ้าวซื่อก็พาลูกสะใภ้ถืออาวุธพรวดพราดเข้ามาแล้ว
“เจ้าพวกคนสารเลว ยังมีหน้ามานอนอีกเรอะ? ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ!”
“ลุกขึ้น ได้ยินไหม?”
“แต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วไสหัวออกไปซะ”
……
ไม่สนใจว่าเด็กสามคนนั้นจะนอนหลับอยู่หรือไม่ พวกนางสลัดผ้าห่มออกแล้วกระชากตัวพวกเขาขึ้นมาทั้งอย่างนั้น
สะใภ้ใหญ่กับสะใภ้รองเฉินร้องเสียงดังลั่น “จะทำอะไร! ท่านบ้าไปแล้วรึ? มาก่อความวุ่นวายอะไรกลางดึกกลางดื่น?”
“ยังมาถามว่าพวกข้าก่อความวุ่นวายอะไรอีก? พวกข้าถูกพวกเจ้าทำร้ายจนบ้านแทบแตกสาแหรกขาดอยู่รอมร่อ พวกเจ้ากลับมีหน้ามานอนหลับอีกอย่างนั้นเรอะ?”
“บ้านแตกสาแหรกขาดอะไรกัน? สามีของท่านทำให้แม่สามีของพวกข้านอนนิ่งติดเตียงอยู่แบบนั้น พวกข้าก็ไม่ได้ไปคิดบัญชีกับพวกท่าน พวกท่านกลับมาหาเรื่องพวกข้า? ถ้าสามีของพวกข้าออกมาได้ต้องไม่ปล่อยพวกท่านไปแน่”
“ยังหวังให้สามีของพวกเจ้าออกมาอีกงั้นเรอะ ฝันไปเถอะ ชาตินี้ทั้งชาติพวกเขาก็ไม่ได้ออกมาแล้ว”
……
สะใภ้ใหญ่กับสะใภ้รองเฉินได้ยินเฉินจ้าวซื่อกล่าวเช่นนั้นก็พลันโมโห พุ่งเข้าไปตะลุมบอนกับพวกนาง
ผู้หญิงยังจะต่อสู้กันอย่างไรได้อีกเล่า?
ตบหน้ากัน ดึงทึ้งเส้นผมของอีกฝ่าย
ล้วนเป็นวิถีการต่อสู้ของผู้หญิง
“ห้ามตีแม่ข้า!”
เฉินต้าชวน เฉินเสี่ยวชวน และเฉินเจวียนเอ๋อร์เห็นมารดาของตนเองถูกรังแกก็พุ่งเข้ามาช่วยเหลือ
น่าเสียดายที่ฝ่ายเฉินจ้าวซื่อมีคนมากกว่า ทั้งยังมีลูกชายสามคนมาช่วย สุดท้ายจึงควบคุมตัวสะใภ้ใหญ่กับสะใภ้รองเฉินได้สำเร็จ
พวกลูกสะใภ้ของเฉินจ้าวซื่อก็ไม่เกรงใจ ปรี่เข้ามาตบคนเพียะ ๆๆ จนผมเผ้ากระเซอะกระเซิง
หลังระบายโทสะออกมาจนหนำใจแล้วก็ขับไสพวกเฉินเสิ่น ลูกสะใภ้ และหลาน ๆ ออกไปจากเรือน
น่าสงสารก็แต่เฉินเสิ่น ตั้งแต่ล้มไปคราวนั้นก็นอนติดเตียงยังไม่ได้สติคืนมา
ช่วยไม่ได้ ผู้ใดใช้ให้นางเป็นผู้ร้ายหลบหนีกันเล่า อาเฉินสลบไสลไม่ได้สติยังสามารถพบท่านหมอ แต่นางกลับทำไม่ได้
ถูกคนไล่ออกมากลางดึกดื่น ทั้งยังถูกตบตีจนสะบักสะบอม สะใภ้ใหญ่กับสะใภ้รองเฉินกอดลูกน้อยร้องไห้โศกา
ข้างกันนั้น เฉินเสิ่นนอนอยู่บนพื้นอย่างโดดเดี่ยว แม้แต่ผ้าห่มสักผืนก็ยังไม่มี
“ยังจะเอาผ้าห่มอะไรอีก สามีข้าถูกพวกนี้ทำร้ายสาหัสขนาดนี้แล้ว นางไม่หนาวตายหรอก”
เฉินจ้าวซื่อบอกให้ลูกสะใภ้ปิดประตู ส่วนคนข้างนอกจะเป็นหรือตายก็ไม่เกี่ยวอันใดกับนาง
ความกังวลหนึ่งเดียวของนางในตอนนี้ก็คือ…เรื่องของอาเฉินจะทำอย่างไร?
“ฮือ ๆๆ…น้องสะใภ้ ตอนนี้พวกเราจะทำอย่างไรดี?” สะใภ้ใหญ่เฉินกล่าวเสียงสะอื้น “บ้านถูกทางการสั่งปิดไปแล้ว ยังมาถูกคนไล่ออกมาจากห้องใต้ดินอีก ตอนนี้พวกเราจะไปอยู่ที่ไหน?”
“ฮือ ๆๆ…” สะใภ้รองเฉินร้องไห้กล่าวว่า “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ท่านแม่บอกว่าอาเฉินจะช่วยไม่ใช่หรือ? ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ได้เล่า?”
“ใครจะไปรู้? อยู่ดี ๆ ก็มาเปลี่ยนท่าทีแบบนี้ มีเพียงผีสางที่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร” สะใภ้ใหญ่เฉินพูด “เจ้าว่าเป็นเพราะเกิดเรื่องกับอาเฉินหรือเปล่านะ? ก่อนหน้านี้เขาก็สลบไปพร้อมกับท่านแม่นี่นา? ท่านแม่ยังไม่ฟื้น ไม่แน่ว่าอาเฉินก็อาจจะ…”
“ท่านแม่ไม่ได้พบหมอ แต่อาเฉินพบหมอแล้ว ถ้าคนยังไม่ฟื้น อาสะใภ้คงไล่พวกเราออกไปตั้งนานแล้ว ไม่รอมาจนถึงวันนี้หรอก”
สะใภ้ใหญ่เฉินพยายามคาดเดา “ตอนนั้นอาจดูไม่ออก แต่ตอนนี้ดูออกแล้ว ไม่อย่างนั้นเจ้าคิดว่าทำไมอาสะใภ้ถึงโมโหขนาดนี้ จู่ ๆ ก็ไล่พวกเราออกมา?”
สะใภ้รองเฉินคาดเดาเหตุผลไม่ออกเช่นกัน แต่มีเรื่องหนึ่งที่นางแน่ใจ นั่นก็คือนางไม่มีวันพาแม่สามี พี่สะใภ้กับลูกชายของอีกฝ่ายกลับบ้านเดิมของนางแน่นอน…ตัวถ่วงแบบนี้ ถ้าจะไปก็ต้องไปบ้านเดิมของพี่สะใภ้สิ
ด้วยเหตุนี้ สะใภ้รองเฉินจึงยุให้สะใภ้ใหญ่เฉินกลับบ้านเดิมของตัวเอง
สะใภ้ใหญ่เฉินหวั่นไหวอยู่บ้าง แต่ยังคงลังเล “ดึกป่านนี้แล้ว…ถ้าไปคงไม่ดีเท่าไหร่กระมัง?”
“มีอันใดไม่ดีเจ้าคะ? ท่านดูต้าชวนสิ หนาวจนมีสภาพไหนแล้ว?”
สะใภ้ใหญ่เฉินมองไปก็เห็นว่าเด็กสามคนนั้นเบียดตัวเข้าหากันเพื่อแบ่งปันความอบอุ่น
ในใจพลันอ่อนยวบ นางจึงตอบตกลง
น่าเสียดายที่สะใภ้รองเฉินคำนวณไว้ดิบดี แต่กลับคาดการณ์คนในครอบครัวของพี่สะใภ้ผิดไป
คิดไม่ถึงว่าพี่สะใภ้ดูไปแล้วก็เป็นคนเปิดเผยใจกว้าง แต่คนในครอบครัวของนางกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง ชอบคิดเล็กคิดน้อย เอาแต่จ้องจับผิด
พวกนางยังไม่ทันได้ย่างเท้าเข้าไป อีกฝ่ายเห็นว่ายังมีหญิงสูงวัยที่หลับใหลไม่ได้สติมาด้วยก็ไม่พอใจทันที
“แม่สามีเจ้าเป็นอะไรไป?”
“ล้มไปรอบหนึ่ง หลังจากนั้นก็กลายเป็นแบบนี้แล้ว…”
มารดาของสะใภ้ใหญ่เฉินมองทุกคนแล้วก็เรียกสะใภ้ใหญ่เฉินไปคุยด้วยอีกฝั่ง
“เจ้าบอกมาตามตรง ตอนพวกเจ้าออกมาได้เอาเงินมาด้วยไหม?”
“หมายความว่าอะไรเจ้าคะ?” สะใภ้ใหญ่เฉินไม่เข้าใจ
“เจ้าโง่เรอะ พวกเจ้าไปซ่อนตัวทางนั้นทีทางนี้ที แต่กลับไม่พกเงินมาด้วย ต่อไปจะอยู่กันอย่างไร? เจ้าคงไม่ได้ออกมาตัวเปล่าหรอกนะ?” นางมีสีหน้าคาดไม่ถึง คิดไม่ถึงเลยว่าลูกสาวของนางจะทำเรื่องเลอะเลือนเช่นนี้
“ตอนนั้นรีบออกมาเกินไปเจ้าค่ะ…” สะใภ้ใหญ่เฉินพยายามอธิบาย “อีกอย่าง ตอนนั้นแม่สามีของข้าก็ทำเงินเก็บของที่บ้านหายไปแล้ว เพราะเรื่องนี้ถึงได้มีเรื่องกับคนอื่น”
“ไม่จริงน่า พวกเจ้าไม่มีเงินจริง ๆ?! เรื่องนี้คงจัดการยากแล้ว…” น้ำเสียงพลันลังเลขึ้นมา
“อะไรจัดการยากหรือเจ้าคะ?”
“ไม่มีเงินไปติดสินบนน่ะสิ” นางอธิบาย “พวกเจ้าแห่กันมาที่นี่อย่างเปิดเผยขนาดนี้ มีหรือที่เพื่อนบ้านจะไม่เห็น? ถ้าพ่อกับพี่ชายเจ้าไม่เอาเงินไปติดสินบนคนอื่นเอาไว้ พวกเขาจะต้องเอาไปฟ้องแน่ ตอนนี้พรรคต่าง ๆ ออกหมายจับแล้ว บอกว่าใครก็ตามที่พบเห็นพวกเจ้าจะต้องรายงานทันที…จับได้หนึ่งคนมีรางวัลสิบตำลึง”
สะใภ้ใหญ่เฉินใจเต้นระทึก “สิบตำลึง?!”
“ถ้าพวกเจ้าไม่ได้เอาเงินมาก็รีบจากไปเถอะ ข้ากังวลว่าพี่สะใภ้คนนั้นของเจ้า…”
ความนัยในวาจาไม่อาจชัดเจนกว่านี้ได้อีกแล้ว ถ้าพวกสะใภ้ใหญ่เฉินไม่มีเงินมาปิดปากคนอื่น คนอื่นก็จะไปแจ้งเบาะแสพวกนางเพื่อรับเงินรางวัล
แม้มารดาของนางจะสามารถปิดปากคนอื่นไว้ได้ครั้งหนึ่ง แต่ก็ไม่อาจปิดปากคนอื่นได้ตลอดไป มิหนำซ้ำเพื่อนบ้านยังมีมากขนาดนั้น คนอื่นทราบว่าที่นี่คือบ้านเดิมของนาง ไม่แน่ว่าข้างนอกนั้นอาจมีคนมาจับตามองอยู่แล้วก็เป็นได้
สะใภ้ใหญ่เฉินกลับบ้านเดิมมาเวลานี้ไม่ใช่ตัวเลือกที่ฉลาดเอาเสียเลย
จนถึงเวลานี้เอง สะใภ้ใหญ่เฉินค่อยตระหนักถึงความหนักหนาของเรื่องราว…มีแค่สามีพวกนางที่ต้องเข้าคุกที่ไหนกัน แม้แต่พวกนางแม่ลูกก็ยังถูกคนตามจับ
สะใภ้ใหญ่เฉินไม่กล้ารั้งอยู่นาน คุยกับมารดาเสร็จก็รบเร้าคนอื่น ๆ ให้จากไปทันที