ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 795 ตกหลุมพราง
บทที่ 795 ตกหลุมพราง
กลับเป็นสะใภ้รองเฉินเสียอีกที่ระวังตัวอยู่บ้าง
แต่ความสามารถเล็กน้อยของนางไม่อาจเทียบกับป้าเฉินได้เลย ตะล่อมเล็กน้อยก็สามารถสลายความระแวงในใจนางได้แล้ว
เพียงใช้เวลาหนึ่งมื้ออาหาร พวกนางก็ถูกกล่อมขึ้นรถม้าได้สำเร็จ
คาดว่ายามนี้คงใกล้จะถึงประตูศาลาว่าการแล้ว
“นี่ช่าง…” เย่อวี๋หรานไม่รู้จะพูดอย่างไรดี “คิดไม่ถึงเลยว่าเฉินเสิ่นออกจะดูฉลาด แต่ลูกสะใภ้ที่เลือกมากลับไม่เหมือนนางเลย พอนางล้มลงไปก็ไม่มีใครสามารถรับมือสถานการณ์ตรงหน้าได้อีก”
เรื่องนี้นับว่าเคาะระฆังเตือนสติเย่อวี๋หราน…ลูกชายทั้งเจ็ดของนางแต่งงานมีภรรยาไปแล้วสี่คน ถ้าเป็นเหมือนลูกสะใภ้สกุลเฉิน…
ตั้งแต่หลิ่วซื่อ หลิวซื่อ หลี่ซื่อ มาจนถึงหลินซื่อ เย่อวี๋หรานพิจารณาดูแล้วพบว่าต่อให้เป็นหลี่ซื่อที่น่าพึงพอใจที่สุดในตอนนี้ หากโยนมาอยู่ในสภาพแวดล้อมอย่างเมืองผู่โซ่ว เกรงว่าคงมีชะตากรรมถูกกลืนกินสถานเดียว
หลี่ซื่ออาจมีสมองอยู่บ้าง สามารถค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ หาเลี้ยงครอบครัวได้ แต่ชีวิตนี้นางไม่เคยประสบเรื่องใหญ่มาก่อน หากไม่มีคนคิดร้ายต่อนาง นางย่อมสามารถใช้ชีวิตไปได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าต้องมาเผชิญหน้ากับคนอย่างเฉินเสิ่น ประสบกับเรื่องราวเช่นนี้ เกรงว่านางคงสู้ไม่ได้กระทั่งผู้ดูแลเรือนอย่างป้าเฉิน
ซุ่ยเอ๋อยังพูดอะไรอีก ทว่าเย่อวี๋หรานไม่ได้ตั้งใจฟังนัก นางกำลังใคร่ครวญแผนอบรมบรรดาลูกสะใภ้ เผื่อว่าจะสามารถกวดขันพวกนางให้ไปไกลกว่าเดิมได้บ้าง
อีกด้านหนึ่ง สารถีบังคับรถม้าเข้าไปทางประตูหลังของศาลาว่าการแล้ว
มือปราบกลุ่มหนึ่งถือดาบรุดเข้ามาล้อมรถม้าเอาไว้อย่างแน่นหนา ชนิดที่ว่าน้ำหยดเดียวก็ไม่อาจเล็ดลอดออกไปได้
คนที่ท่าทางเป็นผู้นำส่งสัญญาณมือให้สารถี
สารถีพยักหน้า ร้องเข้าไปในรถม้าว่า “ฮูหยินใหญ่เฉิน ฮูหยินรองเฉิน ถึงแล้วขอรับ เชิญลงจากรถม้า”
“หา? ถึงแล้วรึ บอกว่าอยู่ไกลมากไม่ใช่หรือ?” สะใภ้ใหญ่เฉินนั่งอยู่บนรถม้าที่โยกเยกโคลงเคลงจนตาปรือ หาวหวอดทีหนึ่งแล้วผลักปลุกคนอื่น ๆ ก่อนจะเลิกผ้าม่านลงมาจากรถม้า
ทันใดนั้น นางก็มีอันต้องชะงักอยู่กับที่ เพราะนางพบว่า ‘สวรรค์! มือปราบนี่นา?!’
นางยังไม่ทันได้ร้องเตือนออกมา มือปราบคนหนึ่งก็พุ่งเข้ามาปิดปากนางไว้จากข้างหลังแล้วลากตัวออกไป
“อื้อ ๆๆ…” สะใภ้ใหญ่เฉินตกใจยิ่งนัก ไม่เข้าใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้น
ป้าเฉินอะไรนั่นบอกว่าจะส่งพวกนางไปอยู่สุขสบายในเรือนหลังใหญ่ไม่ใช่หรือ ทำไมที่นี่ถึงมีมือปราบเต็มไปหมด?!
สะใภ้รองเฉินลงจากรถม้าตามมา
นางพบชะตากรรมเช่นเดียวกับสะใภ้ใหญ่เฉิน…ถูกคนปิดปากเอาไว้จากข้างหลัง ลากตัวออกไปทันที
จบกัน! พวกนางติดกับแล้ว!
บัดซบ! นางเฒ่าผู้ดูแลคนนั้นหลอกลวงพวกนางหรือนี่!
แต่จะดิ้นรนอย่างไรก็ไร้ประโยชน์ มือปราบมากมายล้อมเอาไว้เช่นนี้ ติดปีกยังยากจะบินหนี
“ปล่อยข้านะ เจ้าพวกคนชั่ว ปล่อยข้า!”
“ท่านแม่ ช่วยด้วย! มีคนร้ายมาจับข้า!”
……
เมื่อเฉินหลิ่งและพวกลูกชายเห็นสะใภ้ใหญ่กับสะใภ้รองเฉินมาปรากฏตัวในคุกก็ตกตะลึงพรึงเพริด
“ทำไมพวกเจ้าถูกจับตัวมาได้?!”
“ท่านพ่อ” สะใภ้ใหญ่เฉินร้องทักพ่อสามี ครั้นมองเห็นเฉินต้าซาน ขอบตาก็พลันแดงก่ำ “ฮือ ๆๆ…”
“เจ้าอย่าร้องได้ไหม? ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้?” เฉินต้าซานร้อนใจ รบเร้าถามว่า “ทำไมถึงมีแค่พวกเจ้า? แม่ข้าล่ะ?”
“ท่านแม่…ท่านแม่สลบไม่ได้สติมาหลายวันแล้ว เมื่อครู่ตอนถูกจับเข้ามา พวกมือปราบพาท่านแม่ไปหาหมอแล้ว”
“อะไรนะ?!” เฉินหลิ่งได้ยินเช่นนั้นก็ร้อนใจ รีบถามว่า “เรื่องเป็นมาอย่างไรกันแน่? เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับแม่พวกเจ้า? ร่างกายนางแข็งแรงดีไม่ใช่รึ เหตุใดจู่ ๆ จึงสลบไม่ได้สติ?”
เรื่องที่เฉินเสิ่นสลบไปเดิมทีก็ไม่เกี่ยวข้องกับพวกนาง สะใภ้ใหญ่กับสะใภ้รองเฉินไม่มีเรื่องให้ต้องกังวลจึงเล่าอย่างตรงไปตรงมา
ไม่เพียงแต่เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเท่านั้น แต่ยังพูดจาให้ร้ายอาเฉิน บอกว่าอีกฝ่ายทำผิดต่อพวกนาง ไล่พวกนางออกมากลางดึกกลางดื่น…
“จะเป็นไปได้อย่างไร?! เฉินเหล่าลิ่วผู้นั้นจะทำเรื่องแบบนี้ออกมาได้อย่างไร?” เฉินหลิ่งยากจะเชื่อได้ลง
“ท่านพ่อ มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ด้วยหรือเจ้าคะ? ข้ารู้ว่าเมื่อก่อนอาเฉินสนิทสนมกับท่าน ทั้งยังเคยออกหน้าให้ท่าน แต่นั่นมันผ่านมากี่ปีแล้ว จิตใจคนเราเปลี่ยนแปลงกันได้…” สะใภ้รองเฉินว่าพลางบอกเป็นนัย “เขาเองก็มีครอบครัว ต้องคิดถึงคนในครอบครัวของตัวเองด้วย”
เฉินหลิ่งพลันพูดอะไรไม่ออก
จริงสิ ทุกคนล้วนมีครอบครัวของตัวเอง แล้วจะไม่มีใจเห็นแก่ตัวได้อย่างไร?
ตอนที่เฉินเหล่าลิ่วสมัครใจไปสร้างเนื้อสร้างตัวกับเขาในปีนั้น พวกเขายังเป็นเพียงคนหนุ่มที่มีแต่ตัว ไม่มีครอบครัว
พริบตาเดียว เวลาหลายปีก็ผ่านไปทั้งอย่างนี้…
ภายในโรงน้ำชาแห่งหนึ่ง จูซานหามุมที่ไม่สะดุดตาคนมุมหนึ่ง ครั้นนั่งลงก็นั่งอยู่ตรงนั้นเป็นครึ่งค่อนวัน
เขากำลังครุ่นคิดว่าถ้าวันนี้ไม่มีข่าวสารใหม่ ๆ เขาก็จะกลับเร็วสักหน่อย
ขณะนั้นเอง มีคนกลุ่มหนึ่งเข้ามาในโรงน้ำชา พอหาที่นั่งได้ก็พูดคุยกันเรื่องครอบครัวเฉินหลิ่ง
แม้ว่าด้วยการควบคุมของค่ายพรรค คนที่รู้เรื่องราวเบื้องหลังมีไม่มาก แต่ข่าวซุบซิบเหล่านี้กลับลือกันหนาหู
ใครบางคนพูดว่า “พวกเจ้าคิดว่าทำไมเฉินหลิ่งถึงถูกจับเข้าคุก? ที่พูดกันว่าเพราะเงินหายไปจึงมีเรื่องกับคนอื่น เรื่องพวกนั้นหลอกลวงทั้งเพ ถึงขั้นจะเอาชีวิตคนอื่น จะเป็นเพราะเงินแค่นั้นจริง ๆ หรือ?”
“แล้วเจ้าคิดว่าเป็นเพราะเรื่องอะไร?”
“ง่ายจะตายไป เฉินหลิ่งเป็นคนพรรคไหน?”
“ก็พรรคซานไห่น่ะสิ”
“ใช่แล้ว พวกเขาทั้งบ้านล้วนเป็นคนพรรคซานไห่ เป็นพวกเกลือกกลั้วอยู่ในค่ายพรรค เรื่องอะไรสามารถทำให้พวกเขาไม่เสียดายชีวิต? จะต้องเป็นเพราะเขารับเงินของใครมาแน่ เอาชีวิตคนอื่นแทนเจ้าของเงิน สุดท้ายจัดการไม่สำเร็จ ถูกจับได้คาหนังคาเขา เข้าใจแล้วหรือยัง?”
……
ใครบางคนพูดว่า “จะต้องเป็นเพราะเรื่องที่เฉินหลิ่งเคยทำมาในอดีตถูกคนตรวจสอบได้ เมื่อก่อนเขาเป็นครูสอนศิลปะป้องกันตัว ครูสอนคนหนึ่งทำไมอยู่ดี ๆ ถึงขาเป๋เสียได้? จะต้องเป็นเพราะทำเรื่องที่ไม่อาจพบผู้คนมาเป็นแน่ แต่ตอนนั้นยังไม่มีใครจับได้จึงรอดตัวไป ได้เงินก้อนใหญ่ พอกลับมาได้ก็สร้างเรือนหลังใหญ่แบบนั้น จากนั้นก็แต่งเมียคลอดลูก…ผู้ใดจะคาดว่าผ่านไปหลายปีแล้วค่อยมาถูกคนจับได้”
ยังมีคนคิดว่าเฉินหลิ่งเข้าไปครั้งนี้เป็นเพราะถูกคนใส่ร้าย เพราะมีคนต้องการลงมือกับพรรคซานไห่
แต่เฉินหลิ่งโชคร้าย กลายเป็นเหยื่อสังเวยของผู้อื่น
ไม่ว่าจะเป็นการคาดเดาอย่างไร ล้วนแต่เป็นเรื่องเก่าเล่าใหม่ในสายตาของจูซาน
แต่แล้วคนกลุ่มนั้นกลับไม่ได้พูดถึงเฉินหลิ่ง แต่พูดขึ้นมาว่า “เจ้ารู้ไหม? พวกลูกสะใภ้กับหลานชายของเฉินหลิ่งถูกจับได้แล้ว”
“ว่ากันว่ายังหาตัวไม่พบไม่ใช่รึ?” คนที่นั่งฝั่งตรงข้ามกับคนผู้นั้นถามอย่างสงสัย
“นั่นคือเมื่อก่อน ข้าหมายถึงตอนนี้ เมื่อครู่ก่อนนี่เอง ตอนข้าเดินผ่านโรงหมอ พวกมือปราบหามเมียเฉินหลิ่งมาหาหมอพอดี ข้าดูแล้วเหมือนว่านางจะได้รับบาดเจ็บสาหัสทีเดียว นอนนิ่งอยู่บนไม้กระดานไม่ตอบสนองเลยสักนิด บนหัวยังพันผ้าเอาไว้ ไม่รู้เหมือนกันว่าถูกพวกมือปราบตีเข้าหรือเปล่า”
“นั่นเป็นไปได้ทีเดียว เฉินหลิ่งมีพี่น้องอยู่ในพรรคคนหนึ่งนี่นา ได้ยินว่าไปได้สวยในพรรคซานไห่ ทั้งยังถูกทางการจับตามองเพราะเรื่องเฉินหลิ่ง พวกมือปราบไปค้นเรือนอยู่เนือง ๆ จุ๊ ๆๆ…ตอนนี้คงเดือดร้อนใจน่าดู”