ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 819 กิจกรรมพิเศษ
บทที่ 819 กิจกรรมพิเศษ
รถเหลือง*[1] เป็นชื่อที่เย่อวี๋หรานตั้ง ภายหลังจูซานรู้สึกว่าชื่อนี้ไม่มีที่ไปที่มาจึงเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ‘รถลาก’
รถที่ใช้คนลากก็คือรถลากไม่ใช่หรือ? เมื่อพูดออกมา ทุกคนล้วนจดจำได้
เย่อวี๋หราน: …ใครว่าไม่มีที่มา? รถลากในชาติที่แล้วของข้าก็เรียกว่า ‘รถเหลือง’
น่าเสียดายที่เรื่องนี้นางไม่อาจเถียงกับจูซาน ไม่อย่างนั้นก็ต้องพูดถึงความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตนี้ของนาง
หัวหน้าพรรคเหลยถิงไม่รู้ว่าเจ้าสิ่งนี้คืออะอไร แต่เขาก็ยังขึ้นไปนั่งตามคำเชื้อเชิญของอู๋เจียงอย่างให้ความร่วมมือ
อู๋เจียงร้องเรียก ‘ต้าลี่’ ที่มีเรี่ยวแรงมากที่สุดในพรรคให้มาลากรถ
สารถีลากรถเหล่านี้ลอบฝึกฝนมาได้สักพักแล้ว พวกเขาถูไม้ถูมืออย่างกระเหี้ยนกระหือรือ
เมื่อต้าลี่ได้ยินคนขานชื่อตนเองก็ตอบรับเสียงดังแล้ววิ่งเหยาะ ๆ ออกมา
อู๋เจียงตบไหล่เขา “ทำดี ๆ ล่ะ เข้าใจไหม?”
“ขอรับ หัวหน้าพรรค”
“อย่าเรียกข้าว่าหัวหน้าพรรค บอกหลายครั้งแล้วทำไมไม่รู้จักจำเสียที? ให้เรียกว่าเถ้าแก่อู๋”
“ขอรับ เถ้าแก่อู๋…” ต้าลี่เกาศีรษะแกรก ๆ หัวเราะอย่างโง่งม “เฮะเฮะ มันรู้สึกแปลก ๆ อยู่บ้างน่ะขอรับ ยังไม่ค่อยชิน”
“เรียกจนชินปากไปแล้วเดี๋ยวก็ดีเอง” อู๋เจียงว่าแล้วก็หันไปแนะนำต้าลี่แก่หัวหน้าพรรคเหลยถิง ประการสำคัญคือ ‘มีเรี่ยวแรงมาก’ (ต้าลี่ หมายถึง แรงเยอะ)
หัวหน้าพรรคเหลยถิงมองต้าลี่แวบหนึ่งก็ไม่ได้พูดอะไรอีก ก็แค่คนตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งเท่านั้น เขาย่อมไม่เก็บมาใส่ใจ
ในพรรคเหลยถิงของเขาขาดแคลนคนแรงเยอะแบบนี้ด้วยหรือ?
“หัวหน้าพรรคเหลยถิง ท่านนั่งดี ๆ นะขอรับ ข้าน้อยจะวิ่งแล้วนะ~” ต้าลี่ก้มหยิบมือจับของรถลากขึ้นมา
เขาเอนตัวไปข้างหน้าแล้วสาวเท้าไปข้างหน้าหลายก้าว รถพ่วงที่บรรทุกหัวหน้าพรรคเหลยถิงอยู่ก็ถูกเขาลากไปข้างหน้า
ฝีเท้าปราดเปรียว แต่ไปข้างหน้าอย่างมั่นคงยิ่ง หัวหน้าพรรคเหลยถิงรู้สึกว่านั่งสบายกว่านั่งเกี้ยวเสียอีก
ประการสำคัญที่สุดก็คือ นั่งเกี้ยวต้องใช้คนหามหลายคน แลดูมีหน้ามีตา แต่จะหามได้ดีหรือไม่ มั่นคงหรือเปล่า จะโยกเยกโคลงเคลงไหม ทั้งหมดทั้งมวลล้วนขึ้นอยู่กับความสามารถของคนหามเกี้ยว
แต่รถลากไม่เหมือนกัน ขอเพียงถนนหนทางในเมืองผู่โซ่วราบเรียบพอ มันก็จะไม่โคลงเคลงเหมือนการนั่งเกี้ยว
ประการเดียวที่ไม่สบายสักเท่าไหร่คงเป็นเรื่องที่ไม่มีเครื่องกำบัง คนมากมายเหลียวมองมาที่ตนเหมือนกำลังมองลิงอย่างไรอย่างนั้น
คนที่มามุงดูเรื่องแปลกมีจำนวนไม่น้อย
“เอ๋? นั่นคืออะไร?”
“นั่นดูเหมือนจะเรียกว่า…รถลาก? พิลึกยิ่ง มันก็คือรถเข็นสามล้อไม่ใช่หรือ?”
“ไม่เหมือนกัน เจ้าเห็นไหม ล้อของมันมีขนาดใหญ่กว่ามาก เอาไว้ให้คนนั่ง”
……
โชคดีที่คนทดลองนั่งไม่ได้มีเขาแค่คนเดียว ข้างหลังยังมีหัวหน้าพรรคสยงอิงกับพรรคต้าเสอ ไม่อย่างนั้นเขาคงนั่งไม่ติดแล้ว
รถลากที่บรรทุกนายท่านทั้งหลายมาหยุดลงตรงหน้าโรงน้ำชาที่นัดหมายกันเอาไว้ล่วงหน้า
อู๋เจียงขึ้นรถลากมาเป็นคนสุดท้าย เขาเป็นเจ้าภาพ ไม่ออกหน้าย่อมเป็นไปไม่ได้
ก่อนจะขึ้นไปนั่ง เขายังถามย้ำว่า “เจ้าแน่ใจนะว่าจะไม่ไป? นี่เป็นโอกาสอันดีที่จะได้รู้จักคนอื่น ๆ เชียวนะ…”
จูซานส่ายหน้า “ข้าไม่ไปดีกว่า ข้ามาจากชนบท ไม่เคยร่วมงานใหญ่แบบนี้ ข้ากลัวว่าถึงตอนนั้นจะไปทำให้ท่านขายหน้า พี่อู๋ เรื่องต่อจากนี้คงต้องฝากท่านแล้ว ขอเพียงหาลูกค้าประจำได้สักสองสามราย กิจการรถลากของพวกเราก็มั่นคงแล้ว”
“ได้ ข้ารู้แล้ว” อู๋เจียงรู้ว่าควรทำอย่างไร
บอกว่าเป็นกิจการรถลาก แต่คนที่ยอมจ่ายเงินนั่งรถลากของพวกเขาเกรงว่าคงมีแต่คนจากค่ายพรรคเหล่านั้น
ระยะทางไม่เท่ากัน ราคาโดยสารต่อครั้งและราคาเหมาจ่ายย่อมต่างกัน ราคาเหมาอาจถูกกว่าบ้าง แต่ก็เป็นแหล่งรายได้ที่แน่นอน
ถ้าเขาต้องการให้กิจการรถลากมั่นคงก็ต้องหาลูกค้าประจำจากค่ายพรรคเหล่านั้นให้ได้เสียก่อน ขอเพียงคนจากค่ายพรรคเหล่านั้นนั่งรถลากของพวกเขาจนเคยชินแล้ว ภายหลังย่อมจะมีรายได้หลั่งไหลเข้ามา
ไม่อย่างนั้นทุ่มเทไปตั้งมากมายแต่กลับไม่มีคนยอมนั่ง ก็เท่ากับว่าเหนื่อยเปล่าแล้ว
หลังจากอู๋เจียงและบรรดาหัวหน้าพรรคทั้งหลายจากไป ที่เหลืออยู่ก็มีเพียงคนจากค่ายพรรคต่าง ๆ และชาวเมืองผู่โซ่วที่มาร่วมชมความครึกครื้น
“วันนี้กิจการรถลากของพรรคซานไห่จัดกิจกรรมพิเศษ ทุกท่านมาลองชมดูทางนี้ได้นะขอรับ~”
“เชิญมาร่วมจับฉลากเสี่ยงโชค รางวัลสมนาคุณมากมาย เพียงจ่ายหนึ่งอีแปะ พวกท่านก็สามารถจับรางวัลได้แล้ว”
“รางวัลชั้นที่หนึ่ง ตั๋วนั่งรถลากหนึ่งเที่ยวโดยไม่มีค่าใช้จ่ายหนึ่งใบ จับได้คนเดียวแต่ใช้ได้ทั้งครอบครัว สามารถใช้งานได้ภายในหนึ่งปี รางวัลชั้นที่สอง เนื้อหมูหนึ่งชั่ง รางวัลชั้นที่สาม…”
……
คนผู้หนึ่งได้ยินก็รู้สึกคันยุบยิบ เขาไม่อยากได้ตั๋วนั่งรถลากอะไรนั่น แต่เนื้อหมูที่เป็นรางวัลชั้นที่สองกับซาลาเปาที่เป็นรางวัลชั้นที่สามกลับไม่เลวเลย จ่ายแค่เหรียญเดียวเท่านั้นเอง เย็นวันนั้นที่บ้านก็จะได้กินอาหารดี ๆ แล้ว
ถึงจะจับไม่ได้ก็ไม่เป็นไร สามารถจับได้ตั๋วสำหรับนั่งรถลากโดยไม่มีค่าใช้จ่ายสักใบก็ดีเหมือนกัน เท่ากับว่าจ่ายเงินหนึ่งเหรียญก็สามารถนั่งรถลากได้หนึ่งครั้งโดยไม่ต้องจ่ายเงิน
“อ๋า อะไรกัน ทำไมถึงเป็น ‘ขอบคุณที่อุดหนุน’ กันเล่า?! นี่มันหมายความว่าอย่างไร?”
“ฮ่า ๆๆ…น้องชาย เจ้าโชคไม่ดีเอาเสียเลย ‘ขอบคุณที่อุดหนุน’ หมายความว่าไม่ได้อะไรเลย ตั๋วแบบนี้มีแค่สิบใบเท่านั้น แต่เจ้ากลับหยิบขึ้นมาได้ ฮ่า ๆๆ…”
“อะไรนะ ข้าซวยขนาดนี้เชียว?!”
“นี่ไม่เรียกว่าซวยหรอก แต่เรียกว่าได้รางวัลต่างหาก ตั๋วนั่งรถลากรอบเดียวต่างหากที่เรียกว่าไม่ได้อะไร แต่เป็นรางวัลปลอบใจ”
“แต่ข้าไม่ได้แม้กระทั่งรางวัลปลอบใจเลยน่ะสิ”
……
อย่าเห็นว่านั่นเป็นเพียงตั๋ว ‘ขอบคุณที่อุดหนุน’ ตั๋วสิบใบนั้นจูซานขอให้เยี่ยนเหออันช่วยเขียนข้อความให้ด้วยตนเอง ข้าง ๆ ยังมีภาพสัตว์ตัวเล็กน่ารักที่จูชีวาดเองกับมือ
ล้วนเป็นภาพสัตว์ตัวเล็ก ๆ หน้าตาน่ารัก ยกตัวอย่างเช่นหมู สุนัข แมว
ตัวอ้วนจ้ำม่ำตาแป๋ว ทั้งที่เป็นลายเส้นเรียบง่าย แต่กลับทำให้คนเห็นแล้วชมชอบอย่างอดใจไม่ไหว
“อ๋า เจ้าจับได้ตั๋ว ‘ขอบคุณที่อุดหนุน’ อย่างนั้นหรือ? พวกเราเปลี่ยนกันดีหรือไม่? ข้าจะใช้ตั๋วนั่งรถลากหนึ่งเที่ยวโดยไม่มีค่าใช้จ่ายสองใบมาแลกกับเจ้า”
“เจ้าจะเอาอันนี้ไปทำไม?” คนที่จับได้ตั๋ว ‘ขอบคุณที่อุดหนุน’ เป็นคนหยาบกร้านคนหนึ่ง เขาถือตั๋วใบนั้นไว้อย่างอึ้ง ๆ ไม่ค่อยเข้าใจนักว่าคนอื่นจับรางวัลได้แล้ว ไฉนยังอยากมาแลกกับตั๋วที่ไม่ใช่รางวัลของตนเองอีก?
ไม่รอให้เขาตอบตกลง ข้าง ๆ ก็มีคนเอ่ยขึ้นมาว่า “เจ้าอย่าเอาไปแลกเชียวนะ ตั๋วรางวัลในมือเจ้าคือลายมือของคุณชายเยี่ยน สามารถเอาไปขายให้พวกปัญญาชนได้”
“อะไรนะ?!” คนผู้นั้นตะลึง เขาไม่รู้จักคุณชายเยี่ยน แต่ประโยคที่ว่าสามารถขายได้เงินดึงดูดใจเขาอย่างมาก
คนข้าง ๆ อธิบายให้เขาฟัง
คนผู้นั้นก้มลงมองตั๋ว ‘ขอบคุณที่อุดหนุน’ ในมือตนเอง
จริงด้วย ภาพประกอบบนตั๋วน่ารักน่าชังทีเดียว
แม้แต่คนที่หยาบกระด้างอย่างเขาเห็นแล้วก็ยังชอบ ส่วนตัวอักษรข้าง ๆ…
ประทานโทษ เขาอ่านหนังสือไม่ออก
“เจ้าก็จับได้ตั๋ว ‘ขอบคุณที่อุดหนุน’ เหมือนกัน? น้องชาย มีคนบอกว่าตั๋วทั้งสิบใบนี้หน้าตาไม่เหมือนกันนะ ข้าก็จับได้เหมือนกัน พวกเราเอามาเทียบกันดูเถอะ”
ใครบางคนเอาตั๋ว ‘ขอบคุณที่อุดหนุน’ ของตนเองมาเทียบกับของเขา
ครั้นเทียบกันดูแล้วก็พบว่าตั๋ว ‘ขอบคุณที่อุดหนุน’ ของพวกเขาสองคนหน้าตาไม่เหมือนกัน
ด้วยเหตุนี้ คนที่สอง คนที่สาม คนที่สี่ คนอื่น ๆ ที่จับตั๋ว ‘ขอบคุณที่อุดหนุน’ ได้ล้วนวิ่งมาทางนี้เพื่อเอาตั๋วมาเทียบกัน
“ฮ่า ๆๆ…สุนัขบนตั๋วของเจ้าน่ารักเกินไปแล้วกระมัง? เห็นไหม มันทำปากยู่ด้วย”
“ของข้าต่างหากถึงจะน่ารัก เห็นไก่ตัวนี้ไหม? เมื่อครู่นี้มีบัณฑิตคนหนึ่งบอกว่า จับคู่กับตัวอักษรข้าง ๆ ถึงจะน่าสนใจ ตัวอักษรพวกนั้นคือคำพูดของนก มันกำลังพูดว่า มองอะไร? ไม่เห็นหรือว่าข้าอาบน้ำอยู่?”
“อุ๊บ…ปัญญาชนพวกนี้ช่างไม่รู้จักอายจริง ๆ”
“เจ้านั่นแหละที่ไม่เข้าใจ นกอาบน้ำเพื่อดูแลขนของพวกมันอย่างไรเล่า”
[1] ในอดีต ทางการจีนกำหนดให้คนรับจ้างลากรถรับส่งลูกค้าต้องทารถด้วยสีเหลือง เพื่อแยกแยะระหว่างรถลากสาธารณะและรถลากส่วนบุคคล คนจีนจึงเรียกรถลากว่า รถเหลือง (黄包车)