ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 83 จูเหล่าซานหมดสติ
บทที่ 83 จูเหล่าซานหมดสติ
หลิวซื่อได้ยินว่าอีกเดี๋ยวต้องไปส่งชาสมุนไพรที่ทุ่งนาก็พลันไม่ยินดี ชาสมุนไพรในปากก็ไม่อร่อยเหมือนเดิมแล้ว
นางรู้อยู่แล้ว ท่านแม่ลำเอียงแท้ ๆ ดูเอาเถอะ เรื่องดี ๆ ไม่เคยมีพวกนาง แต่เรื่องทำงานกลับใช้พวกนางตลอด
วันที่ร้อนที่สุดในรอบปีเพิ่งผ่านพ้นไปไม่นาน อากาศยังร้อนมาก
แม้ว่าพวกจูต้ากับจูเอ้อร์จะสวมหมวกงอบไว้บนศีรษะ แต่หมวกก็เพียงบังแดด กันลมไม่ได้สักนิด กระทั่งลมที่พัดมาก็ยังร้อน แล้วหมวกยังจะมีประโยชน์อะไร?
ทุกคนร้อนกันจนเหงื่อชุ่มแผ่นหลัง
จูซานลูบเหงื่อเต็มหน้าพลางเอ่ยว่า “วันนี้ร้อนยิ่งนัก!”
เขาหันไปถามจูอู่ว่าตอนที่กลับไปก่อนหน้านี้ได้บอกให้คนที่เรือนส่งน้ำมาให้บ้างหรือไม่
อากาศเช่นนี้ ถ้าไม่มีน้ำดื่มนับว่ายากจะทานทนจริง ๆ
จูอู่เงยหน้าขึ้น ขณะกำลังจะพูดอะไรก็มองเห็นเงาคนสองคนเดินมาจากไกล ๆ “มาแล้ว ๆ ท่านดู น่าจะเป็นพี่สะใภ้ใหญ่กับพี่สะใภ้รอง”
“ร้อนจะตายชัก!” จูซื่อบิดเสื้อผ้าที่เปียกชุ่มด้วยเหงื่อ “ไม่รู้ว่าน้ำที่พวกพี่สะใภ้เอามาส่งเย็นหรือไม่ อย่าได้เอาน้ำอุ่นมาอีกเชียว ตอนนี้ข้าอยากดื่มแค่น้ำบ่อเย็น ๆ เท่านั้น”
“จะสนทำไมว่าอุ่นหรือเย็น ข้าแค่อยากดื่มน้ำ” จูซานยืนพัก รอให้ทางนั้นมาส่งน้ำ
จูต้ากับจูเอ้อร์เงยหน้ามองคนอื่นแวบหนึ่ง จากนั้นก็ก้มหน้าลงทำงานต่อไป
วันที่อากาศร้อนจัดเช่นนี้ ใครก็ไม่ยินดีรั้งอยู่ข้างนอกนานเกินไป แต่ถ้าไม่เก็บเกี่ยวแล้วจะเอาข้าวมาจากไหน?
“พี่สะใภ้ใหญ่ พี่สะใภ้รอง…”
รอจนหลิ่วซื่อกับหลิวซื่อเดินเข้ามาใกล้กว่าเดิม จูซาน จูซื่อ และจูอู่จึงโยนงานในมือทิ้งแล้ววิ่งออกไปรับหน้า
ที่จริงพวกเขาไม่ได้อยากมาต้อนรับอะไรหรอก แค่อยากแอบอู้งานสักครู่เท่านั้นแหละ
หลังจากวางตะกร้าบนหลังลงพื้น หลิ่วซื่อกับหลิวซื่อก็แจกจ่ายถ้วยให้พวกเขา จากนั้นใช้กระบวยตักน้ำชาให้
“นี่คืออะไร?” จูซานเห็นสีน้ำในถ้วยดูแปลก ๆ ก็ไม่พอใจ “อากาศร้อนจัดแบบนี้ ข้าแค่อยากดื่มน้ำ จะทำน้ำแกงมาทำไม? น้ำแกงช่วยดับกระหายไม่ได้เสียหน่อย”
“นี่คือชาสมุนไพร” หลิวซื่อเอ่ยเสียงเบา “ท่านแม่เป็นคนทำ ดื่มแล้วเย็นสดชื่น อร่อยมาก”
“ชา?” จูซานคิดว่าออกจะแปลก ๆ จึงลองดื่มเข้าไปก่อนคำหนึ่ง “เอ๋ เย็นจริง ๆ ด้วย?”
“เย็นงั้นรึ?” จูซื่อรีบจิบไปคำหนึ่ง “หูย…เย็นจริง ๆ เย็นสดชื่นดีมาก โล่งเลย!”
“ที่แท้ก็คือชาสมุนไพร เจ้านี่เข้าที คราวหน้าให้ท่านแม่ต้มส่งมาอีกนะ อร่อยดี” จูอู่ดื่มเข้าไปคำโต มีความรู้สึกเหมือนลำคอถูกแช่แข็ง ในท้องเย็นสบายยิ่งนัก
แน่นอนว่าพวกเขาไม่ลืมเรียกจูเหล่าโถว จูต้า และจูเอ้อร์มาดื่มชาสมุนไพรด้วย ท่านแม่ต้มมาให้โดยเฉพาะ ดื่มแล้วเย็นสดชื่นกระปรี้กระเปร่า
“แม่เจ้าก็มีดีแค่ตรงนี้แหละ” จูเหล่าโถวดื่มแล้วก็รู้สึกเย็นสดชื่น แต่พอคิดถึงก่อนหน้านี้ที่ภรรยาของเขาอาละวาด เขาก็ยังคงหงุดหงิดรำคาญใจอยู่
ถึงจูอู่จะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็คร้านจะเข้าไปเกลี้ยกล่อม อย่างไรเสียบิดาของเขาก็เป็นแบบนี้มาทั้งชีวิต พูดไปก็ไร้ประโยชน์
จูต้ากับจูเอ้อร์รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจากปากของจูอู่ แต่พวกเขาที่เป็นลูกชายจะเข้าไปแทรกแซงเรื่องระหว่างบุพการีได้อย่างไร? จึงทำเป็นไม่ได้ยินไปเสียเลย
ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีใครพูดอะไรต่อประโยคทอดถอนใจของจูเหล่าโถว
“เฮ้อ…” จูเหล่าโถวถอนหายใจ กำลังจะพูดอะไรบางอย่างก็ได้ยินเสียงร้องดังขึ้นมาจากข้าง ๆ
“เฮ้ย พี่สาม ท่านเป็นอะไรไป? พี่สาม?!”
จูเหล่าโถวหันไปมองก็เห็นว่าน้องชายคนที่สามของเขาหรือจูเหล่าซานนอนกองอยู่บนพื้น มีจูเหล่าซื่อร้องเรียกอยู่ข้าง ๆ
เขารีบวางถ้วยลงแล้ววิ่งเข้าไปหา
ต่อให้สองบ้านจะยังมองหน้ากันไม่ติด แต่จูเหล่าซานก็เป็นน้องชายแท้ ๆ ของเขาอยู่ดีไม่ใช่หรือ?
“คงไม่ใช่จับลมร้อนหรอกนะ?”
จูเหล่าโถวลูบหลังของจูเหล่าซานก็รู้สึกกลัวขึ้นมา ช่วยกันหามคนกับจูเหล่าซื่อไปยังบริเวณแดดร่ม
จูเหล่าโถวยังร้องบอกให้ลูกชายยกน้ำมาด้วย
ในช่วงเวลานี้ โรคลมร้อนเป็นเรื่องอันตรายยิ่งนัก ถ้าระบายความร้อนไม่ทันการ คนก็อาจเสียชีวิตไปทั้งอย่างนี้ได้
จูเหล่าโถวก็ไม่ทราบว่าควรทำอย่างไรดี ได้แต่อาศัยประสบการณ์จากปีก่อน ๆ ถอดเสื้อผ้าของจูเหล่าซานออกแล้วเช็ดตัวให้เขา
จูซานจ้วงกับจูซื่อหู่ยังถอดหมวกลงมาพัดให้จูเหล่าซานไม่หยุด
เนื่องจากทางนี้ถอดเสื้อผ้ากันแล้ว หลิ่วซื่อกับหลิวซื่อที่เป็นลูกสะใภ้สาวไม่สะดวกเข้ามาหา แต่พวกนางยังไม่ลืมเตือนพวกจูต้าเรื่องที่ท่านแม่บอกไว้ว่าชาสมุนไพรใช้คลายร้อนได้
พวกจูต้ามีปฏิกิริยารวดเร็ว คนหนึ่งถือถ้วย คนหนึ่งหอบโถน้ำชา รีบรุดเข้าไปช่วยเหลือ
“ท่านพ่อ ให้อาสามดื่มชาสมุนไพรนี้เร็วเข้า พี่สะใภ้รองบอกว่า ท่านแม่พูดไว้ว่าชาสมุนไพรใช้แก้ร้อนได้…”
“ใช่แล้ว ๆ ท่านพ่อ เจ้านี่เย็นฉ่ำสดชื่น รีบให้อาสามดื่มเร็วเข้า”
……
จูเหล่าโถวรับถ้วยที่มีน้ำชาสมุนไพรอยู่เต็มปริ่มมา จากนั้นง้างคางของจูเหล่าซานเอาไว้ แล้วกรอกน้ำชาลงไปในปากของอีกฝ่าย ทั้งไม่กลัวว่าจะสิ้นเปลืองหรือไม่ กรอกลงไปได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น
จูซานยังใช้เสื้อผ้าเช็ดไปบนร่างของจูเหล่าซาน เขาคิดว่าในเมื่อดื่มชาสมุนไพรแล้วสามารถลดความร้อนได้ เช็ดตัวก็น่าจะช่วยได้ไม่มากก็น้อยกระมัง
หลังจากวุ่นวายกันไปยกหนึ่ง จูเหล่าซานที่หมดสติไปก็ฟื้นขึ้นมา เพียงแต่ถูกจูเหล่าโถวกรอกชาหนักเกินไปจนแสบจมูก จึงไอออกมาหลายที “แค่ก ๆๆ..”
ผู้คนที่ล้อมอยู่รอบ ๆ พลันถอนหายใจออกมา “ช่วยกลับมาได้แล้ว! ช่วยกลับมาได้แล้ว!”
“ประเสริฐยิ่ง ตกอกตกใจหมด! ข้าได้ยินมาว่ามีคนจากทางใต้ตายเพราะจับลมร้อนด้วย”
“โธ่เอ๋ย ปีไหนไม่เคยมีเรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นบ้าง? จูเหล่าซานผู้นี้โชคดีที่มาเจอพี่ใหญ่ของเขา…”
“เจ้าชาสมุนไพรนี่คืออะไรกัน?”
……
หลังจากเกิดเรื่องขึ้น ไม่มีใครลืมคำที่พี่น้องสกุลจูพูดประโยคนั้น ท่านแม่บอกว่าชาสมุนไพรใช้คลายร้อนได้
ระหว่างฤดูกาลเก็บเกี่ยว ผู้ใดกล้ารับประกันว่าตนเองจะไม่จับลมร้อน?
ถ้ามีของแบบนี้ไว้ดื่มก็น่าจะลดความเสี่ยงลงได้กระมัง?
ด้วยเหตุนี้ เมื่อถึงเวลากินข้าวเย็นของครอบครัวสกุลจู ก็มีคนมาเยือนอย่างต่อเนื่องเพื่อสอบถามเรื่องชาสมุนไพร
“ท่านแม่ พวกเราทำชาสมุนไพรขายกันดีไหมเจ้าคะ?” หลี่ซื่อที่ในสายตามีแต่เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ พลันพูดขึ้นมา
เย่อวี๋หรานกลอกตาใส่นาง “ล้วนเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน จะเอาอะไรกับของเล็กน้อยแค่นี้? บอกพวกเขาไปว่าวันรุ่งขึ้นข้าจะออกไปเก็บใบสะระแหน่ บ้านไหนอยากได้ก็มาเอา พวกเจ้าก็ฝากคนเอาติดมือกลับไปให้บ้านมารดาสักหน่อย ชาสมุนไพรทำง่ายมาก เหมือนต้มน้ำแกงนั่นแหละ ใส่น้ำลงไปเยอะ ๆ ต้มจนเดือดก็ได้แล้ว”
ใบสะระแหน่ไม่กี่กำมือไม่ใช่ของแปลกหายากอะไร รอจนผู้อื่นมองเห็น ‘ความลับ’ ที่แฝงอยู่ในนั้นทะลุปรุโปร่ง ยังจะมีใครมาซื้ออีกหรือ?
แทนที่จะหาเงินที่ชวนให้ละอายใจเช่นนี้ ไม่สู้เอามาเป็นน้ำใจส่งให้ผู้อื่นดีกว่า
เนื่องจากในเรือนยังเหลือใบสะระแหน่อีกครึ่งตะกร้า เย่อวี๋หรานจึงเรียกจูปาเม่ย ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าเข้ามา ให้ทั้งสามคนเอาไปส่งให้เรือนบิดามารดาของจูเหล่าโถว
ก่อนหน้านี้เย่อวี๋หรานคิดไม่ถึงว่าใบสะระแหน่จะได้รับความนิยมจึงไม่ได้ส่งไปให้ทางนั้น แต่เมื่อของสิ่งนี้ช่วยชีวิตจูเหล่าซานเอาไว้ อย่างนั้นก็ส่งใบสะระแหน่ที่เหลือไปให้ก็แล้วกัน
เมื่อจูซานเสิ่นได้ยินว่าสามีของนางจับลมร้อนเป็นลมล้มไปก็ตกใจจนน้ำตาร่วง “เจ้าแก่คนนี้ ทำไมไม่ระวังเสียบ้าง ถ้าเจ้าไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลยแล้วพวกข้าจะทำอย่างไร?”
จูเหล่าซานรีบปลอบโยนนาง “ข้าก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่นา เอาล่ะ ๆ ข้าแค่หมดสติไปเฉย ๆ ไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรงเสียหน่อย”
จูเหล่าซื่อพูดว่า “จะไม่ร้ายแรงได้อย่างไร? คนหมดสติไปแล้ว ข้ากับพี่ใหญ่เป็นคนหามเจ้าเข้าร่ม…เจ้าไม่รู้อะไร ตอนนั้นข้าตกใจแทบตาย”
จูซานจ้วงกับจูซื่อหู่ช่วยเสริมจากข้าง ๆ “ใช่แล้ว ลูกพี่ลูกน้องบ้านท่านลุงยังยกชาสมุนไพรมาให้ บอกว่าช่วยคลายร้อนได้ โถใหญ่ขนาดนั้นล้วนกรอกให้ท่านพ่อจนหมด…”