ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 835 ดูเหมือนจะถูกคน ‘ข่มเหง’ มา
บทที่ 835 ดูเหมือนจะถูกคน ‘ข่มเหง’ มา
“อะไรกัน! ยัง… ไม่ถึงเวลาต้องคลอดเลยไม่ใช่หรือ?” จูต้าแตกตื่นขึ้นมาเช่นกัน “รออะไรอยู่เล่า เหล่าเอ้อร์ รีบไปเรียกหมอตำแยมาเร็วเข้า…”
“แล้วก็ต้องเรียกหมอมาด้วย พี่รอง” จูอู่รีบบอก “ท่านห้ามลืมเด็ดขาด พี่สะใภ้รองคลอดก่อนกำหนดอย่างนี้อาจเกิดเรื่องขึ้นได้”
“รีบไปได้แล้ว อย่ามัวพูดไร้สาระ” จูต้าวิตกจึงรีบเอ่ยขัด “ถุย ๆ เรื่องร้ายอย่ากล้ำกราย มีแต่สิ่งดี ๆ เกิดขึ้น รีบไปเร็วเข้า”
“ถุย ๆ เรื่องร้ายอย่ากล้ำกราย มีแต่สิ่งดี ๆ เกิดขึ้น” จูอู่เหงื่อแตกพลั่ก
สถานการณ์คับขันอย่างนี้จะปล่อยให้เกิดเรื่องผิดพลาดได้อย่างไร
“แต่ละคนอย่ามัวอึ้ง เจ้าห้า เจ้าไปต้มน้ำ เจ้าสี่ ไปถามเมียเจ้าว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่ ดูว่าเราต้องเตรียมการอย่างไรบ้าง…” จูต้ามอบหมายให้จูซื่อไปถามภรรยาเพราะรู้สึกว่าในบรรรดาสะใภ้ทั้งหมด ภรรยาของจูซื่อเป็นคนที่มีความรู้มากที่สุด
หากถามคนอื่นคงต้องคุยกันนานกว่าจะรู้ความ ไม่แน่ว่าอาจแก้สถานการณ์นี้ไม่ออก ทว่าหากถามภรรยาของจูซื่อ ไม่ว่าเรื่องใหญ่เรื่องเล็กย่อมไม่มีสิ่งใดที่นางไม่รู้ นางจึงเป็นคนที่เหมาะสมที่สุด
“ได้” จูอู่รีบไปก่อฟืน
ด้านจูซื่อวิ่งเข้าไปในบ้านแล้วตะโกนสุดเสียง “หลี่หรูตง เกิดเรื่องอะไรขึ้น!”
“ไม่มีอะไร พี่สะใภ้รองเพียงแค่ปวดท้องแต่ไม่มีเลือดออก… ท่านไปต้มน้ำแล้วเรียกหมอตำแยกับหมอมารอไว้ให้พร้อม”
“ได้ พี่ใหญ่สั่งแล้วเราก็ไปจัดการแล้ว หากมีอะไรต้องทำอีกก็บอกข้า”
“เข้าใจแล้ว…”
……
ระหว่างที่พวกเขากำลังคุยกัน เสียงหลินซื่อก็ดังมาจากด้านใน “ไม่ได้การแล้ว ดูเหมือนพี่สะใภ้รองจะมีเลือดออก”
“ไม่มีทาง ข้าเพิ่งพูดไปหยก ๆ ว่าเลือดไม่ออก…” หลี่ซื่อรีบบอกสำทับให้คนด้านนอกรู้ “เลือดออกแล้ว พวกท่านเร่งมือเร็วเข้า”
จูซื่อได้ยินอย่างนั้นก็ส่งต่อข้อความ “พี่ใหญ่ มีเลือดออกแล้ว”
“ข้าได้ยินแล้ว ถามเร็วเข้าว่าเลือดออกมากหรือน้อย”
จูซื่อหันไปตะโกนถามอีกครั้ง “เลือดออกมากหรือไม่?!”
“ตอนนี้ข้ายังดูไม่ออก แต่ถึงอย่างไรก็ต้องเร่งมือก่อน…” หลี่ซื่อมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ที่พื้น ก่อนเงยหน้ามองบนเตียง
ไม่รู้ว่าเปี้ยนชิวอิ่งลงจากเตียงมาสวมเสื้อผ้าตั้งแต่เมื่อไหร่
นางจำได้ตั้งแต่แวบแรกว่าเสื้อตัวนอกที่อีกฝ่ายสวมอยู่ไม่ใช่ของตัวเอง แต่เป็นของหลิวซื่อต่างหาก
เมื่อก้มมองอีกครั้งนางก็คว้าเสื้อผ้าที่หลิวซื่อนั่งทับอยู่ ดูเหมือนมันจะเป็นของคนอื่นเช่นกัน
ทว่ามันไม่ใช่เรื่องสำคัญ ใครใช้ให้เจ้าตัว ‘หลับนอน’ กับสามีคนอื่นกัน สมควร ‘ชดใช้’ ด้วยเสื้อผ้าหรูหราเหล่านี้แล้ว!
“นั่งอยู่กับพื้นไม่ช่วยอะไร ทำไมไม่ไปนั่งบนเตียงเล่า” หลี่ซื่อใช้ตัวบังเปี้ยนชิวอิ่งพลางขยิบตาให้หลิ่วซื่อและหลินซื่อ
ใช่ว่านางต้องการปกป้องเปี้ยนชิวอิ่ง ทว่าในสถานการณ์เช่นนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการช่วยหลิวซื่อ ขอเพียงหลิวซื่อปลอดภัย ทุกอย่างก็สามารถพูดคุยกันภายหลังได้
หากหลิวซื่ออาการไม่สู้ดี ต่อให้เปี้ยนชิวอิ่งเอาชีวิตเข้าแลกก็เปล่าประโยชน์
บรรดาสะใภ้ต่างเข้าใจตรงกันและช่วยกันบังเปี้ยนชิวอิ่งออกไป พลางหว่านล้อมหลิวซื่อเพื่อให้ผ่านสถานการณ์ ‘ยากลำบาก’ ไปได้
ตอนนี้หลิวซื่อปวดท้องเจียนตาย ภาพตรงหน้าพร่ามัว นางไม่มีใจจะใส่ใจเรื่องเปี้ยนชิวอิ่ง
เปี้ยนชิวอิ่งฉวยโอกาสนี้ออกจากบ้านไปอย่างแนบเนียนภายใต้การบดบังของหลิ่วซื่อ หลี่ซื่อ และหลินซื่อ
จูซื่อที่เฝ้าอยู่หน้าประตูตกใจเมื่อเห็นนางผลุนผลันออกมาจากบ้าน “ทำไมเจ้าถึงได้มาอยู่ที่นี่ได้!”
นางหน้าขึ้นสีแต่ไม่ตอบ เพียงก้าวฉับ ๆ เดินออกไปข้างนอก
“เกิดอะไรขึ้นด้านในกันแน่?” จูต้าชะงักแล้วหันมาถามเช่นกัน “เจ้าเองก็อยู่ด้านในไม่ใช่หรือ ทำไมถึงได้ไม่พูดสิ่งใดเลย?”
นางมีท่าทีอึกอักคล้ายไม่รู้จะกล่าวอย่างไร
เขายิ่งงุนงง ท่าทีแบบนั้นหมายความว่าอย่างไร?
ด้านจูอู่ที่รับหน้าที่ก่อไฟก็เร่งมือก่อนจะวิ่งพรวดพราดออกมา เมื่อเห็นว่าเสื้อผ้าของเปี้ยนชิวอิ่งผิดปกติ เขาก็สังหรณ์ใจไม่ดี
“พี่ใหญ่ อย่าถามเลย นางยังเป็น ‘เด็กสาว’” เขาเอ่ยเน้นย้ำ “มีสิ่งใดอยากรู้อยากถามก็ถามพี่สะใภ้สี่เอาเถิด ว่าอย่างนั้นไหมพี่สี่?”
ว่าจบเขาก็หันไปขยิบตาให้จูซื่อ
แม้อีกฝ่ายจะไม่เข้าใจว่าเขาหมายความว่าอย่างไร แต่ก็ยังพยักหน้ารับ “อื้อ ใช่ ถูกของน้องห้า”
“ก็ได้ เอาไว้ถามน้องสะใภ้สี่แล้วกัน” จูต้าไม่ทันเห็นน้องชายส่งสายตาให้กัน จึงไม่เข้าใจว่าพวกเขามีลับลมคมในอะไรกัน
ในเมื่อจูอู่ว่ามาแบบนั้นก็ฟังมีเหตุผล เขาจึงไม่ถามซักไซ้และเปลี่ยนเรื่องพูด
เปี้ยนชิวอิ่งกำลังรอเปิดเผยบางอย่าง “…”
เดี๋ยวก่อน! เหตุใดพวกท่านไม่รบเร้าถามต่อเล่า?
“แม่นางเปี้ยน ท่านกลับเรือนไปพักผ่อนก่อนเถิด ตอนนี้เรายุ่งมาก ไม่มีเวลาพูดคุยกับท่าน” จูอู่แสร้งยิ้ม “ข้าขออภัยด้วย คราวหน้าหากมีเวลา ข้าจะเลี้ยงตอบแทนท่านเป็นอย่างดี”
เปี้ยนชิวอิ่งอยากถ่มน้ำลายใส่หน้าเขา เจ้าหมอนี่ ถนัดนักเรื่องขัดคอ! คอยดูเถิด สักวันหนึ่งข้าจะทำให้เจ้าน้ำตาตก
“แม่นางเปี้ยน?” เขาทำท่า ‘ผายมือ’
นางตาแดงราวกับเสียความรู้สึก ก่อนจะสาวเท้าเล็ก ๆ เดินออกไป
จูซื่อฉงน “เจ้าห้า ที่เจ้าพูดเมื่อครู่ ทำไมข้ารู้สึกว่าดูเหมือนนางจะถูกคน ‘ข่มเหง’ มาเลย”
“ข้าพูดอะไร ท่านหูแว่วไปหรือเปล่า?” จูอู่ถามกลับหน้าตาย
“ได้ยินเต็มหูเมื่อครู่ไงเล่าจึงไม่เข้าใจ เจ้าบอกว่าไม่ได้พูดอะไรแล้วเหตุใดนางถึงได้ดูเสียความรู้สึกแบบนั้น” จูซื่อบอก “ข้าถึงได้บอกว่าแม่นางคนนี้บอบบางและจิตใจอ่อนไหว ปกติแล้วข้าไม่ค่อยชอบเสวนากับนาง เพราะเกรงว่าจะเผลอทำให้นางไม่พอใจเข้า แล้วจะเกิดเรื่องเดือดร้อน…”
“เจ้าห้า เจ้าเห็นบางอย่างใช่ไหม?” จูต้าเองก็ไม่เข้าใจคำพูดของจูอู่ ทว่าเขารู้จักน้องชายดี หากไม่มีปัญหาเกิดขึ้น เจ้าตัวไม่มีทางมีท่าทีเช่นนี้แน่
“พวกท่านไม่เห็นหรือว่าเสื้อผ้าของนางดูแปลกไป?” จูอู่ถาม
“ตรงไหนเล่า? สวมไม่เรียบร้อยดีอย่างนั้นหรือ?” จูซื่อถาม “ใช่ว่าจะกลัดกระดุมผิดเสียหน่อย เพียงแค่เก่าไปหน่อยเท่านั้น อย่างกับเสื้อผ้าของพี่สะใภ้รอง…”
“ใช่แล้ว คล้ายเสื้อผ้าของพี่สะใภ้รองที่นางมักสวมช่วงนี้ไม่ใช่หรือ? ข้าจำได้ว่านางมาบ้านเราก็ไม่ได้สวมชุดสีนี้ไม่ใช่หรือ? แล้วก็ดูเหมือนจะเป็นเสื้อแพร…” เรื่องอื่นจูต้าอาจดูไม่ออก แต่สีและเนื้อผ้ายังเห็นเด่นชัด
ถึงอย่างไรผ้าแพรแบบนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่ครอบครัวทั่วไปอย่างพวกเขาจะมีสวมใส่ แต่เพราะเจ้าเจ็ดไปศึกษาเล่าเรียนที่โจวเสวีย จึงได้เสื้อผ้าดีหน่อยเพื่อให้สมภาคภูมิ
แม้แต่ลูกชายทั้งสองของเขาอย่างต้าเป่าและเอ้อร์เป่าก็ยังสวมเพียงเสื้อผ้าเนื้อหยาบ
ผิวพรรณของเด็ก ๆ บอบบาง มารดาของพวกเขาเองก็รู้สึกผิด นางจึงเริ่มซื้อผ้าเนื้อนุ่มมาเย็บเสื้อให้ใส่ด้านใน
“ไม่เหมือนกันก็อาจจะเป็นของพี่สะใภ้รอง” จูอู่อธิบายกับพี่ชายทั้งสอง “ผ้านั้นปาเม่ยเป็นคนย้อม ลายดอกไม้บนผ้าก็เป็นฝีมือนางปักเช่นกัน พวกท่านเองก็มีงานฝีมือของนาง จำไม่ได้หรอกหรือ?”
จูต้ากับจูซื่อ “…”
พวกเขาเป็นชายชาตรี ไฉนเลยจะได้เรียนรู้เรื่องเหล่านี้
เดี๋ยวก่อน! ในเมื่อเป็นเสื้อผ้าของหลิวซื่อ เหตุใดถึงได้มาอยู่บนตัวของแม่นางเปี้ยนได้?
เมื่อเห็นสีหน้างุนงงของพวกเขา จูอู่ก็ชักสงสัยว่าพวกเขาเกิดมาจากมารดาเดียวกันหรือไม่
มีบุพการีร่วมกันอย่างนี้ แล้วเหตุใดไหวพริบถึงได้ต่างกันเช่นนี้?
บางทีพี่ชายอาจได้เชื้อพ่อมา ส่วนเขากับพี่สามเหมือนแม่มากกว่า ถึงได้หัวไวเพียงนี้
เขาถอนหายใจก่อนจะอธิบายว่า “ยังไม่เข้าใจอีกหรือ? ต้องเกิดบางอย่างขึ้นแน่ พี่สะใภ้รองกับนางไม่ถูกกัน เอาแต่ระแวงว่านางจะมาแย่งพี่รองไป ไม่ถูกกันอย่างนั้นจะให้หยิบยืมเสื้อผ้าได้อย่างไร และใช่ว่านางไม่มีเสื้อผ้าสวมใส่ หรือต่อให้ไม่มีเสื้อผ้าก็คงไม่มายืมชุดของพี่สะใภ้รองแน่ ครั้งนี้นางสวมเสื้อผ้าของพี่สะใภ้รองออกมาจากห้องของพี่รองกับพี่สะใภ้รอง… นี่ยังไม่ชัดเจนอีกหรือ?”