ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 837 คลอดยาก
บทที่ 837 คลอดยาก
หมอชาวบ้านจับชีพจรให้หลิวซื่อหลังจากเข้ามาในห้อง
ตอนนี้นางเจ็บปวดมากจนไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น
ทำเพียงกรีดร้องและคร่ำครวญบอกว่าเจ็บเหลือเกินและไม่อยากคลอดลูกแล้ว ชีวิตนี้ไม่มีทางยอมทนทรมานแบบนี้อีกเด็ดขาด
นางสูดหายใจลึกก่อนถามหลิ่วซื่อกับหลี่ซื่อว่าคลอดลูกเจ็บปานนี้แล้วพวกนางรอดมาได้อย่างไร
ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าเติบใหญ่มากแล้ว หลิ่วซื่อจึงจำไม่ได้นัก “ไม่เป็นไรหรอกนะน้องสะใภ้ ถึงเจ็บก็เจ็บไม่มาก ผู้หญิงถูกสร้างมาให้คลอดลูกได้ ถ้าผ่านมันไปได้เจ้าก็ไม่เป็นไรแล้ว…”
“ฮือ… พี่สะใภ้ใหญ่ ข้าเจ็บมาก! ข้าไม่อยากคลอดลูกแล้ว…” น้ำตาพลันไหลออกจากหางตาหลิวซื่อ แม้นางจะเป็นห่วงลูกและกังวลว่าจะเกิดอะไรกับลูกในท้อง แต่มันก็เจ็บเหลือเกิน เจ็บเสียจนนางขยาดกับเรื่องทำนองนี้
ตอนนี้นางต้องการเพียง ‘พ้นความเจ็บปวด’ นี้ไป
เนื่องจากหลิวซื่อทั้งโวยวายทั้งดิ้น หมอชาวบ้านจับชีพจรได้เพียงไม่นานก็ทนไม่ไหว จึงตรวจดูใบหน้า ม่านตา และส่วนอื่น ๆ แทน
นางเหงื่อแตกเต็มหน้า ริมฝีปากซีดขาว ดวงตาเหนื่อยล้า ทั้งหมดเป็นสัญญาณที่ทำให้หมอชาวบ้านร้อนใจ “ข้าขอแตะหน้าท้องนางได้ไหม?”
“เกรงว่าคงไม่ได้ ท่านหมอ พี่รองของข้ายังไม่กลับมา” หลี่ซื่อจ้องเขม็งขณะรีบท้วงอีกฝ่ายที่เอื้อมมือออกไปแล้ว “ตกลงว่าอาการของพี่สะใภ้ข้าเป็นอย่างไรบ้าง?”
หมอชาวบ้านไม่กล้าตอบต่อหน้าหลิวซื่อ จึงมองหน้าหลี่ซื่อ
หลี่ซื่อตามเขาออกไปนอกห้อง
ทันทีที่จูต้าเห็นทั้งสองเดินออกมาก็ปรี่ไปหา “เป็นอย่างไรบ้าง?”
หมอชาวบ้านส่ายหน้าเบา ๆ “อาการค่อนข้างหนัก ข้าจับชีพจรแล้วแต่ตอนนี้ก็ยังยืนยันแน่ชัดไม่ได้ เดิมทีข้าอยากจะแตะหน้าท้องนางเพื่อดูอาการของเด็ก แต่จูเอ้อร์ยังมาไม่ถึง จึงทำไม่ได้… สรุปก็คือตอนนี้เกรงว่านางน่าจะคลอดยาก”
“หา?” หลี่ซื่อแทบทรงตัวไม่อยู่ “จะเป็นไปได้อย่างไร เช่นนั้นพี่สะใภ้… นางจะยังรักษาลูกเอาไว้ได้หรือไม่!”
พวกเขาคิดว่าหลิวซื่อจะไม่สามารถคลอดลูกได้หรือเกิดความผิดปกติกับเด็ก แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้กับนางจริง ๆ
ไม่สิ ไม่ใช่ว่านึกไม่ถึง แต่ไม่กล้าคิดต่างหาก
ต่อให้ที่ผ่านมามีเรื่องกระทบกระทั่งกันระหว่างสะใภ้ ทว่าไม่มีเหตุให้ต้องไร้ความเห็นอกเห็นใจกัน เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นแล้วจะทำใจได้อย่างไร
ในเวลาเดียวกัน เย่อวี๋หรานที่กำลังดื่มน้ำอยู่พลันสำลักแล้วไอออกมาจนน้ำตาเล็ด
สาวใช้ซุ่ยเอ๋อรีบโผมาดูแล “จูต้าเหนียง ท่านเป็นอะไรหรือไม่?”
เย่อวี๋หรานอาการดีขึ้นหลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง นางบอกอย่างตงิดใจ “ไม่รู้ว่าทำไมข้าถึงได้รู้สึกว่ามีเรื่องเกิดขึ้น… ซุ่ยเอ๋อ เจ้าช่วยให้คนไปดูว่าเจ้าสามกับเจ้าเจ็ดไปอยู่ที่ไหน”
“เวลานี้ คุณชายจูซานกับคุณชายจูซีคงอยู่ที่โจวเสวียเจ้าค่ะ” ซุ่ยเอ๋อตอบ “ตอนนี้เป็นเวลาเรียน คุณชายจูซานเชื่อฟังคำชี้แนะของท่าน เมื่อไม่มีสิ่งใดทำก็ไปโจวเสวีย ยังได้ซึมซับบรรยากาศการเล่าเรียน… จูต้าเหนียง บุตรชายทั้งสองของท่านว่าง่ายและมีความสามารถ สตรีมากมายในจวนนี้ได้ยินเรื่องนี้ต่างก็พากันหมายตาพวกเขา”
“เจ้าอย่ารีบทำให้ข้าเบาใจ หมายตาอะไรกัน หมายตาไปมีแต่จะลำบาก ต้องกลับไปทำไร่ไถนา”
……
หมอชาวบ้านไม่ยืนยันสิ่งใด ถึงอย่างไรเขาก็ยังไม่ได้จับท้องของนาง นอกจากจับชีพจรแล้วก็ตรวจได้เพียงอาการที่ ‘เห็น’ ภายนอกเท่านั้น
หลี่ซื่อร้อนใจ “ทำไมพี่รองยังไม่กลับมาเสียที?”
จูเอ้อร์เองก็ลนลาน ทว่าใครจะคิดว่าหมอตำแยจะล้มลงกลางทางเช่นนี้
“โอ๊ย..”
หมอตำแยนั่งยอง ๆ อยู่นานก็ยังลุกขึ้นไม่ไหว “อย่าเพิ่งขยับ ข้าเจ็บ… ช้าลงหน่อย”
“โธ่ ท่านรีบหน่อย เมียข้าจะคลอดอยู่รอมร่อแล้ว…” จูเอ้อร์ชูมือขึ้น เขาวิตกจนจะเป็นบ้าแล้ว
“ข้ารู้ แต่มันเจ็บนี่ ถ้าข้ากระดูกหัก ต่อให้ไปถึงก็เปล่าประโยชน์และช่วยเจ้าไม่ได้… หรือเอาอย่างนี้ดีหรือไม่ เจ้าร้อนใจจนรอไม่ได้ก็เปลี่ยนเป็นหมอตำแยคนอื่น…” นางแนะบอกว่าในหมู่บ้านมีคนที่ทำคลอดได้อีกคน
“ท่านจะลุกหรือไม่?” เขาเองก็ลังเล ท้ายที่สุดไม่รู้ว่าระหว่างรอนางกับเรียกหาคนใหม่ อย่างไหนจะเร็วกว่ากัน
นางพยายามแต่ก็ยังลุกไม่ค่อยไหว “ไม่ได้จริง ๆ เจ็บมาก”
“งั้นให้ข้าแบกท่านขึ้นหลังได้หรือไม่?” แม้หมู่บ้านสกุลจูจะไม่ได้ใหญ่โต จูเอ้อร์ก็ยังรู้สึกว่าหากพิรี้พิไรอยู่แบบนี้เกรงว่าคงต้องเสียเวลาไปมาก
เขากัดฟันและยังเห็นว่าตนน่าจะพาหมอตำแยไปให้ถึงที่บ้านก่อน
พี่สะใภ้ใหญ่กับน้องสะใภ้สี่ที่บ้านเคยคลอดลูกมาก่อน ต่อให้ตอนนั้นหมอตำแยไม่อาจขยับตัวไหว ให้นางคอยนั่งกำกับอยู่ข้าง ๆ ก็คงใช้ได้
“ก็ได้…” อันที่จริงหมอตำแยไม่อยากไปแม้แต่น้อย
เฮ้อ… ตอนนี้หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ไม่อยู่ สะใภ้รองของนางคลอดก่อนกำหนด หากเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้น ชื่อเสียงฉาวโฉ่อาจตกมาถึงนาง
เดินทางมาครั้งนี้เกรงว่าจะเป็นเคราะห์ร้าย
เดินทีนางคิดหา ‘ข้ออ้าง’ หวังจะหลอกจูเอ้อร์ได้ แต่กลับกลายเป็นว่า…
นางกลับถูกเขา ‘แบกขึ้นหลัง’ ไปบ้านสกุลจูเสียได้
ตอนนี้ดูเหมือนว่านางจะไม่ได้เจ็บก้นนัก พอจะเดินกะเผลก ๆ ไปไหว
“เจ้ารอง ทำไมถึงได้กลับมาเอาป่านนี้?” จูต้าจูงมือจูเอ้อร์ให้รีบเข้าไปในบ้าน “รีบเข้าไปเร็วเข้า น้องสะใภ้จะทนไม่ไหวแล้ว…”
“หมอตำแย…” จูเอ้อร์บอกได้เพียงสองคำก็ถูกพี่ชายผลักเข้าไปในห้อง
เขาตั้งท่าจะท้วงว่าตนเองเป็นชาย จะให้เข้าไปในห้องคลอดได้อย่างไร
ทว่าเมื่อเห็นหมอยืนอยู่ปลายเตียง เขาก็ชะงัก
หมอชาวบ้านแตะหน้าท้องหลิวซื่อ และพบว่าทารกอยู่ผิดตำแหน่ง ปกติแล้วเด็กใกล้คลอดนั้นศีรษะจะอยู่ด้านล่าง แต่เด็กคนนี้ศีรษะกลับอยู่ด้านบน
เขาตกใจแล้วรีบถามหลิ่วซื่อ “ได้ดูปากช่องคลอดหรือยัง ขยายมากแค่ไหนแล้ว?”
“ข้าดูแล้ว ยังไม่เปิดเลย แต่ว่ามีเลือดออก…” หลิ่วซื่อบอกด้วยท่าทีวิตก “เราพยายามห้ามเลือดแล้วก็ไม่ได้ผล… โชคดีที่เลือดไม่ได้ออกมาก ไม่อย่างนั้น…”
เมื่อได้ยินว่ามีเลือดออก หมอชาวบ้านก็รีบคว้ามือหลิวซื่อมาตรวจดู “ไม่ได้การ นิ้วมือของนางเย็นหมดแล้ว เจ้าไม่ทันได้สังเกตหรือ!”
“หา? ไม่เลย น้องสะใภ้ยังมีแรงคุยกับข้า…” หลิ่วซื่อมองหน้าหลิวซื่อ “แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะเหลือแรงไม่มากแล้ว ท่านหมอ ท่านต้องคิดหาทางช่วย”
“ท่านหมอ พี่สะใภ้รองอุ้มท้องมาด้วยความยากลำบาก ท่านต้องช่วยนางให้ได้ หากท่านยังไม่มีหนทาง พวกข้าเองก็จนปัญญา” หลี่ซื่อเอ่ยสำทับ
หลินซื่อเห็นเลือดบนผ้าห่มและร่างที่นอนทับคราบเลือดอยู่ก็พลันตกใจ “คลอดลูกมันทรมานขนาดนี้เชียวหรือ!”
ทันใดนั้นนางก็ขยาดการอุ้มท้องขึ้นมา
นางเห็นหมอชาวบ้านแตะมือพี่สะใภ้ น้ำเสียงตื่นตระหนกของทุกคนลอยเข้าหูนาง จูเอ้อร์สติแตกจนควบคุมตนเองไม่อยู่และทำสิ่งใดไม่ถูก
เขาไม่รู้ว่าจะโกรธหมอที่แตะต้องตัวภรรยา หรือโทษภรรยาที่ไม่แข็งแรงพอจะคลอดลูกได้
สตรีใต้หล้านี้ให้กำเนิดลูกกันมาแล้วมากมาย เหตุใดจึงเกิดเรื่องเช่นนี้กับนางได้?