ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 839 อู๋เป่าของสกุลจู
บทที่ 839 อู๋เป่าของสกุลจู
ทารกในอ้อมแขนเขา ‘ร้องไห้จ้า’ ขึ้นมาอีกครั้ง
หลินซื่อที่กลับเข้ามาเห็นก็พูดขึ้นว่า “พี่รอง ท่านอุ้มเขาออกมาได้อย่างไร สวรรค์ ตายแล้ว ท่านหมอบอกว่าเขายังเล็ก ยังโดนลมไม่ได้…รีบส่งให้ข้าเร็วเข้า!”
นางรับเด็กมาจากเขาแล้วก็เดินเข้าไปในห้อง
ระหว่างนั้นนางยังบ่นพึมพำว่าจูเอ้อร์โตมาจนเป็นพ่อคนแล้วยังไม่อาจพึ่งพาได้
จูเอ้อร์ “…”
จูอู่กระแอมเบา ๆ พลางเดินมากล่าวแก้ตัวให้ภรรยา “พี่รอง ท่านอย่าได้ใส่ใจ เมียข้าไม่ได้มีเจตนาอื่น นางเพียงเป็นห่วงหลานชายตัวน้อย กลัวว่าเขาจะหนาวและหิว…”
“อืม” จูเอ้อร์ขานรับเบา ๆ
เขาคงไม่อาจบอกได้ว่าตนเองเบาใจเมื่อหลินซื่ออุ้มลูกไปได้เสียที
ด้วยเหตุว่าเมื่อนึกได้ว่าการเกิดมาของลูกชายทำให้หลิวซื่อต้องถูกชายอื่นแตะเนื้อต้องตัว เขาก็ยังไม่สบายใจเล็กน้อย
ลูกคนนี้เขาก็รัก ทว่า…
อืม…
ความรู้สึกสับสนนี้ยากเกินอธิบายให้ชัดเจน!
เขาไม่ทันได้มองว่าลูกของตนกับภรรยาเป็นอย่างไรก็พาลไม่อยากเห็นหน้าเสียแล้ว
“พี่รอง ท่านไม่โกรธเมียข้าใช่ไหม คราวหน้าข้าจะบอกให้นางมาขอโทษท่าน” จูอู่ไม่รู้ความในใจ คิดว่าพี่ชายยังไม่พอใจ จึงพูดว่า “นางทำอย่างนั้นได้อย่างไร เป็นน้องสะใภ้กลับเอ่ยวาจาแบบนั้นกับพี่สามี ถึงกับแย่งลูกไปจากท่าน น่าละอายเกินไปแล้ว ท่านเป็นพ่อเด็ก จะทำร้ายลูกตนเองลงได้อย่างไร”
จูเอ้อร์ “…”
เหตุใดเขาถึงไม่ยักรู้ว่าเจ้าห้าเป็นคนพูดมากถึงเพียงนี้
จูปาเม่ยไม่รู้เรื่องรู้ราว นางเพิ่งพาซานเป่า ซื่อเป่า หลินซานเม่ย และหลินซื่อเม่ยออกไปเดินเล่น เก็บดอกไม้ และเด็ดผลไม้รอบหมู่บ้าน พอพวกเขากลับมา พี่สะใภ้รองก็คลอดลูกแล้วหรือ!
นางมีสีหน้างุนงง “คลอดลูกหรือ ยังไม่ครบกำหนดเลยไม่ใช่หรือ?”
“แต่ก็คลอดมาแล้ว ร่างกายปกติดี ยินดีด้วย เจ้ามีหลานชายอีกคนแล้ว” ในที่สุดหลี่ซื่อที่ง่วนอยู่นานก็ได้พักสมองที่เคร่งเครียดเต็มที
ตั้งแต่เอาตัวไปรับหลิวซื่อ เรื่อยไปถึงการคลอดก่อนกำหนด กระทั่งถึงเลือดออก แต่ละอย่างประดังประเดเข้ามาทำเอานางแทบหัวใจวาย
เคราะห์ดีที่สุดท้ายทุกอย่างก็สงบลง ไม่เช่นนั้นหากแม่สามีกลับมา ทุกคนคงไม่อาจหาคำอธิบายได้!
“โธ่ หลานชายหรอกหรือ?” จูปาเม่ยผิดหวังเล็กน้อย “ข้าคิดว่าพี่สะใภ้รองจะคลอดหลานสาวให้ข้าเล่นด้วยเสียอีก ข้าคิดจะเย็บชุดและที่ติดผมดอกไม้ให้แล้วแท้ ๆ…”
งานฝีมือสวย ๆ งาม ๆ ที่นางใช้ได้กับการทำชุดตุ๊กตาเท่านั้นมีอันต้องพังทลายลง
หลี่ซื่อขบขัน “มีเด็กมากมายในบ้าน ไม่เพียงพอให้เจ้าเล่นด้วยหรือ? ข้าเห็นว่าเด็กสาวสกุลหลี่ว์สามคนก็เหมือนจะมีที่ติดผมดอกไม้ใหม่กันแล้ว ฝีมือเจ้าไม่ใช่หรือ คราวหน้าเจ้าทำให้ข้าสักหน่อย ข้าจะเอากลับไปติดให้หลานสาวที่บ้านแม่ข้า”
“ถึงเวลานั้นแล้วท่านมาหยิบเอาไปได้เลย ข้าทำเอาไว้ตั้งหลายอัน”
“เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจแล้ว ขอเอาไปตามที่เจ้าบอก”
“ฮ่า ๆๆ… พี่สะใภ้สี่ ท่านเคยเกรงใจข้าตั้งแต่เมื่อไหร่ อย่าเลือกเพียงอันที่ท่านชอบ เลือกที่ไม่ชอบไปด้วยดีหรือไม่ ท่านไม่ชอบไม่ได้หมายความว่าผู้อื่นจะไม่ชอบ ท่านคัดอันที่ไม่ชอบทิ้งหมดแล้วจะเหลืออะไรให้คนอื่นเลือก เลือกเอาที่ทั้งชอบและไม่ชอบไปด้วยกันเถอะ”
หลี่ซื่อหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “เจ้านี่ช่างปากกล้าขึ้นทุกวัน ทำเอาข้าอึ้งไปเลยเชียว”
การเกิดของหลานคนที่ห้าของสกุลจูทำให้ทั้งสกุลมีความสุข
แม้เด็กคนนี้จะคลอดก่อนกำหนดจึงตัวเล็กไปเสียหน่อย แต่เขาก็ค่อย ๆ เติบโตแข็งแรงด้วยการเลี้ยงดูจากทุกคน
หลายวันผ่านไป เขาก็ตัวขาวเกลี้ยงเกลาราวกับรากบัวขนาดย่อม ๆ
หลิวซื่อกอดลูกชาย นางใจอ่อนระทวยไหลลงหลุมรัก
เขาคือลูกชายนาง น่ารักน่าชังมากทีเดียว!
ไม่มีสิ่งใดในโลกน่าเอ็นดูไปมากกว่าเขาแล้ว!
“โอ๋เอ๋ ๆ…” หลี่ซื่อเดินเข้ามาเห็นเจ้าตัวน้อยก็อดใจอ่อนพลางยิ้มและหยอกเล่นด้วยไม่ได้
“น่ารักมากเลยใช่ไหม?” หลิวซื่อไม่อาจละสายตาไปจากลูกชายได้
อีกฝ่ายยิ้ม “อืม น่ารักมาก มีแม่คนใดไม่เห็นว่าลูกตนเองไม่น่ารักบ้าง”
นางยื่นชามน้ำแกงปลาตุ๋นให้หลิวซื่อแล้วบอกให้ดื่มสักคำ
“คอยดูแลข้ามาตลอดแบบนี้ หลายวันที่ผ่านมาข้ารบกวนเจ้าแล้ว” หลิวซื่อนานทีจะกล่าวขอบคุณ
ตามหลักการแล้วเมื่อหลานชายคนนี้ลืมตาดูโลกก็ควรไปแจ้งท่านแม่ให้รับรู้ ทว่าเพราะเจ้าตัวเล็กคลอดก่อนกำหนด นางกลัวว่าข่าวจะแพร่งพรายออกไปจึงไม่ได้ทำเช่นนั้น จึงรู้กันเพียงในวงจำกัด
ตอนนี้ในหมู่บ้านสกุลจูมีน้อยคนนักที่รู้ว่านางคลอดแล้ว
ด้วยเหตุนี้ ครอบครัวฝั่งมารดาของหลิวซื่อจึงยังไม่ทราบข่าวเช่นกัน ทำให้ไม่ได้ส่งคนมาคอยดูแลในช่วงอยู่ไฟ
“อะไรกัน ตอนที่ข้าคลอดลูก เจ้าเองก็ช่วยดูแลไม่ใช่หรือ?”
หลังดื่มจนหมด หลี่ซื่อก็อยู่พูดคุยกับนางครู่หนึ่งก่อนเดินออกมา
นางวางชามไว้บนเตาแล้วถามหลิ่วซื่อที่ล้างจานอยู่ “พี่สะใภ้ใหญ่ หลายวันมานี้ท่านเห็นพี่รองเข้ามาบ้างหรือไม่?”
หลิ่วซื่อชะงัก “ไม่ ทำไมหรือ?”
แม้หลิวซื่อจะคลอดลูกแล้ว แต่นางก็ยังไม่ลืมเหตุการณ์ในวันนั้น
เพียงแค่ช่วงนี้ทุกคนสนใจเพียงหลานคนใหม่ จึงเมินเฉยเรื่องของจูเอ้อร์และเปี้ยนชิวอิ่งไปชั่วคราว ยามนี้หลี่ซื่อถามถึงแบบนี้ คิดจะทำสิ่งใดกันแน่?
“ข้าเองก็ไม่เห็นเช่นกัน ไปถามน้องสะใภ้ห้า นางก็ไม่พบ ปาเม่ยก็เหมือนกัน…” หลี่ซื่อกล่าว นางถามไปทั่ว ทว่าทุกคนให้คำตอบเดียวกับหลิ่วซื่อ
เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ก่อนเกิดเหตุ พวกเขายังไม่รู้สึกว่าจูเอ้อร์กับเปี้ยนชิวอิ่งมีสัมพันธ์กัน อยู่ ๆ พอเกิดเรื่อง เขาจะไม่ต้องการมาห้องหลิวซื่อเลยได้อย่างไร
ใช่ว่าเขาเข้าไปในห้องไม่ได้อีกต่อไปเสียหน่อย
ครั้นไตร่ตรองดูแล้วหลี่ซื่อก็ทนอยู่เฉยไม่ไหว นางบอกลาหลิ่วซื่อแล้วเดินออกจากครัวไป
เดิมทีหลิ่วซื่ออยากจะท้วงถาม สุดท้ายกลับเห็นอีกฝ่ายพรวดพราดจากไปจนไม่ทันได้อ้าปากถาม
แท้จริงนางอยากบอกว่า ‘พี่สะใภ้รองของเจ้ายังไม่เดือดร้อนก็อย่าเพิ่งตีโพยตีพายไปเอง เพียงแสร้งทำเป็นไม่ได้เกิดอะไรขึ้นก็ได้ไม่ใช่หรือ?’
หลี่ซื่อย่อมอยากทำทีเหมือนไม่เคยเกิดเหตุการณ์นั้น แต่หลังจากหลิวซื่อคลอดลูก จูเอ้อร์ก็ไม่กลับมานอนร่วมเตียงสักครั้ง แล้วนางจะแสร้งทำเหมือนไม่เคยมีเรื่องนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร
นางต้องหาทางตั้งรับ ไม่ต้องการให้ถึงคราวแล้วไม่ทันตั้งตัวโดยที่ทุกคนไม่รับรู้สิ่งใดเลย
“จริงหรือ?”
“จริงสิ!” นางพยักหน้าพลางกระซิบ “ข้าถามไปทั่วแล้ว เราที่คอยดูแลพี่สะใภ้รองเข้าออกห้องนางประจำ พี่รองมาหรือไม่ ต่อให้ข้าไม่เห็นแต่คนอื่นก็ต้องเห็น ปัญหาคือไม่มีใครเห็นเลย ตอนนี้ข้าไม่กล้าถามพี่สะใภ้รอง กลัวว่านางจะคิดมาก”
จูซื่อเอ่ยว่า “เจ้าทำถูกแล้ว ห้ามถามนางเรื่องนี้เด็ดขาด เรายังไม่รู้เหตุการณ์วันนั้นแน่ชัด หากถามนางไปแล้วนางโมโหและไม่ยอมอยู่เฉยขึ้นมาจะวุ่นวายยกใหญ่…”
“ใช่แล้ว ข้าถึงได้ไม่กล้าถาม พวกท่านพี่น้องช่วงนี้ได้เห็นพี่รองไปนอนที่ไหนหรือไม่?”
จูซื่อชะงัก
หากพูดกันตามจริงคือ เขาก็ไม่ได้สังเกตว่าพี่รองของตนไปค้างคืนที่ไหน