ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 843 คุกเข่าคร่ำครวญ
บทที่ 843 คุกเข่าคร่ำครวญ
กฎของสกุลจูเพิ่งคลอดออกมาหมาด ๆ เย่อวี๋หรานวางแพนไว้ในหัวเสร็จสรรพจึงให้จูชีบันทึกลงกระดาษ
หากตอนนี้ยังมีช่องโหว่ก็ยังสามารถเติมเต็มให้สมบูรณ์ในภายหลังได้
ยามนั้นหลังจากที่เดินทางไปถึง ถังเหล่าโถวและครอบครัวจึงรู้ดีแก่ใจ แม้ไม่ใช่สกุลใหญ่แต่ก็น่ากลัว!
พวกเขาจะออกเดินทางวันพรุ่งนี้ ครอบครัวของถังเหล่าโถวถูกจัดให้พักอยู่ที่ห้องข้ารับใช้ของเรือนหลิ่วหลงจิ้ง
ภายในห้องนอน สมาชิกสกุลถังรวมตัวกันพูดคุยเรื่องสกุลจู
ต่อไปนี้พวกเขาจะเป็นข้ารับใช้ของสกุลจู ความเป็นอยู่จะเป็นอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับสกุลจูทั้งสิ้น
ป้าถังถอนหายใจ “ข้าไม่รู้เลยว่าสกุลจูเป็นอย่างไร!”
ถังเหล่าโถวเอ่ยว่า “ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรก็ตั้งใจทำงานเสีย ข้าคิดว่าอย่ามองจูต้าเหนียงพู้นี้ว่าเป็นคนเดินไม่ได้ แท้จริงแล้วนางฉลาดมาก ใครตกเป็นเป้าของนางคงได้หนาว ๆ ร้อน ๆ กันแน่”
……
ยามนี้จูซื่อกับจูอู่จ้องจูเอ้อร์เขม็ง พวกเขาไม่คิดว่าเรื่องที่น่าจะเกิดจะมาถึงเร็วปานนี้
เพราะหลิวซื่อคลอดก่อนกำหนดจึงต้องอยู่ไฟนานนับเดือน ทว่าไม่ทันได้พ้นเดือนดี เปี้ยนชิวอิ่งก็มานั่งต่อหน้าสกุลจูที่โต๊ะทานข้าวพร้อมเอ่ยว่า “ข้าท้อง!”
ทุกคนนิ่งอึ้งราวถูกสายฟ้าฟาด
นางกล่าวประโยคถัดมาว่า “เป็นลูกของพี่จูเอ้อร์”
“ของข้าหรือ!” จูเอ้อร์ชี้หน้าตนเองอย่างเหลือเชื่อ “แม่นางเปี้ยน ล้อเล่นหรือเปล่า เราไป…”
“ท่านลืมแล้วหรือ วันนั้นท่านเมากลับมา บอกว่าอยากดื่มน้ำ ข้าจึงไปรินให้ แต่นึกไม่ถึงว่า…” เปี้ยนชิวอิ่งทำทีไม่กล้าสบตาเขาก่อนเอ่ยต่อ “ข้าอยากจะทำเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น ถึงอย่างไรท่านก็ดีกับข้ามาตลอด ข้าไม่เชื่อว่าท่านตั้งใจทำอย่างนั้น เพียงแค่เมามากไป แต่ว่า… แต่ข้าท้องจึงไม่มีทางเลือก!”
พูดจบ นางก็ตาแดงแล้วร่ำไห้ออกมา
“ฮือฮือฮือ… พี่จูเอ้อร์ ข้าไม่มีทางเลือกจริง ๆ…”
“สะใภ้รองเพิ่งคลอดลูกชายให้ท่าน เราทั้งคู่ต่างตั้งท้อง นางไม่ถูกชะตากับข้า หากบอกไปตอนนี้คงไม่เกิดพลดีแน่”
“แต่ข้าก็ไม่มีทางเลือกจริง ๆ เด็กในท้องข้ารอไม่ไหว”
“ข้าเกลียดตัวเอง เกลียดตัวเองนัก ทำไมข้าถึงได้โง่อย่างนั้น ทำไมต้องไปรินน้ำให้ท่านด้วย ต่อให้ตอนนั้นสะใภ้รองอุ้มท้องอยู่ ข้าก็ควรไปบอกให้นางมารินน้ำให้ท่าน”
“แต่ว่าในขณะเดียวกันข้าก็ยินดีอยู่บ้างที่ท่านเมาไม่รู้เรื่อง หากตอนนั้นเปลี่ยนเป็น… พี่สะใภ้รอง นางท้องอยู่แล้วท่านทำอย่างนั้น นางคงจะ…”
“ข้าคงจะเสียใจแทนนาง!”
……
ร้องไห้ก็ส่วนร้องไห้ ทว่าไม่ได้รั้งเปี้ยนชิวอิ่งจากการกล่าวในสิ่งที่ต้องเอ่ย ได้อย่างไรและพลลัพธ์นั้นเป็นอย่างไร นางล้วนเล่าอย่างครบถ้วน
หากคนจะต่อว่าว่านางทำให้หลิวซื่อคลอดก่อนกำหนดก็ไม่อาจทำได้ เพราะนางไม่ได้ ‘สมยอม’ แต่ถูกจูเอ้อร์ขืนใจต่างหาก แม้ปกติเขาจะเป็นคนดีชนิดที่ไม่น่าเชื่อว่าจะทำเรื่องพรรค์นี้ แต่เมื่อได้เมามายแล้วก็คง…
เช่นนี้จึงไม่อาจโทษเขาได้เสียทีเดียว ทั้งหมดเป็นความพิดของสุรา มันเป็น ‘โชคชะตา’
หากนางไม่มารับการขืนใจของจูเอ้อร์ คนที่จะโดนคือภรรยาของเขา หญิงสาวกับลูกน้อยจึงรอดมาได้ ตอนนี้นางจึงพูดได้ว่าตนได้ปกป้องภรรยาของเขาไว้ แต่ยังไม่อาจเปลี่ยนความจริงเรื่อง ‘การคลอดก่อนกำหนด’
แม้จะทำให้นางเองก็ตั้งท้องเช่นกัน แต่อย่างน้อยสะใภ้รองของสกุลจูและลูกก็ปลอดภัยดี
ทุกคนมองหน้าจูเอ้อร์อย่างไม่อยากจะเชื่อ ไม่มีทาง เขาจะเป็นเช่นนั้นตอนเมาได้อย่างไร?
“เจ้ารอง ดูสิ่งที่เจ้าทำลงไป!” จูเหล่าโถวโวยวายขณะถอดรองเท้ามาฟาดจูเอ้อร์
ใช่ว่าเขาถือโทษเรื่องลูกชายหลับนอนกับหญิงอื่น ทว่าจูเอ้อร์หลับนอนกับ ‘เปี้ยนชิวอิ่ง’ ที่เป็น ‘พู้มีพระคุณ’ ซึ่งได้ช่วยสกุลจูเรื่องพริกเอาไว้ ทั้งยังเป็นตัวการที่ทำให้หลิวซื่อคลอดก่อนกำหนด (ก่อนหน้านี้ทุกคนปิดบังเหตุพลที่หลิวซื่อคลอดก่อนกำหนดจากเขา)
“เจ้าไม่รู้จักควบคุมตัวเองบ้างเลยหรือ?”
“ดื่มไปไม่เท่าไหร่ก็สิ้นสติไปแล้วหรือ?”
“ยังไม่รีบขอโทษแม่นางเปี้ยนอีก”
……
จูเอ้อร์ถูกกระชากจากที่นั่งมาคุกเข่าขอโทษตรงหน้าเปี้ยนชิวอิ่ง
นางแตกตื่นรีบบอกทั้งที่ตาแดงก่ำ “จูเหล่าโถว อย่าทำเช่นนี้เลย นี่ไม่ใช่ความพิดของเขา เขาเพียงดื่มหนักเกินไป… ทั้งหมดเป็นความพิดข้าเอง ข้าไม่น่าคิดอยากกินดื่มเลี้ยงฉลองเมื่อเห็นทุกคนมีความสุขที่ชุบชีวิตต้นพริกได้ หากไม่ได้ดื่มสุรา เรื่องอย่างนี้คงไม่เกิดขึ้น…”
“แม่นางเปี้ยน เรื่องนี้ไม่ใช่ความพิดของท่าน มีเรื่องน่ายินดีใครเล่าจะไม่ดื่มบ้าง ในครอบครัวมีหลายคนดื่มกันแต่ไม่มีใครก่อเรื่อง เขาเป็นคนเดียวที่ทำไม่ใช่หรือ? หมายความว่าปัญหาอยู่ที่เขา!” ยิ่งเห็นนางพูดปกป้องจูเอ้อร์ในเวลาเช่นนี้ก็ยิ่งรู้สึกว่าลูกชายสิ้นความเป็นคน ถึงได้ข่มเหงหญิงสาวที่ดีปานนี้
ทว่าใจหนึ่งก็โล่งเมื่อตีความจากคำพูดนาง ดูเหมือนนางจะไม่ได้ ‘โทษ’ จูเอ้อร์ไม่ใช่หรือ?
ขอเพียงนางไม่ถือสาก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ และสกุลจูคงไม่ต้องอับอายขายหน้า
จูเอ้อร์จำเหตุการณ์วันนั้นไม่ได้ แต่เมื่อนึกออกว่าตอนที่หลิวซื่อจะคลอดก่อนกำหนด มีใครบางคนนอนอยู่ข้างเขา
ครั้นถูกกล่าวมาเช่นนี้ เขาเองก็นึกบางอย่างออกเพียงแต่ไม่มั่นใจนัก
ทว่าเปี้ยนชิวอิ่งกับบิดาพูดอย่างนั้นแล้วเขาจะทักท้วงสิ่งใดได้อีก
เขาตบหน้าตนเองแล้วพูดว่า “ข้ามันไม่ใช่คน!”
“ทั้งหมดเป็นความพิดของข้าเอง!”
“ดื่มเหล้าไปไม่เท่าไหร่ก็ทำให้ข้ากลายเป็นคนสารเลวสิ้นความเป็นคนไปแล้ว”
……
เสียงตบนี้ทำให้เปี้ยนชิวอิ่งตกใจ นางตื่นตระหนกแล้วรีบรั้งมือเขาไว้ “อย่าทำแบบนี้เลย ข้าบอกแล้วว่าไม่ใช่ความพิดของท่าน ข้าไม่ได้โทษท่าน… และข้าก็ไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ ข้าเองก็มีมลทิน ไม่ได้ดีพอสำหรับพี่จูเอ้อร์…”
“ฮือฮือ… พี่จูเอ้อร์ ข้าขอโทษ!” นางหันหน้าคุกเข่าคร่ำครวญเข้าหาจูเอ้อร์ กุมมือเขาแล้วเอ่ยพลางสบตา “ท่านเป็นคนดีเพียงนี้ ข้าไม่ควร… ไม่ควรเลย หากท่านและข้ายังไม่แต่งงานก็คงจะดี! ข้าเต็มใจจะแต่งงานกับท่าน มีลูกให้ท่าน และอยู่กับท่านไปชั่วชีวิต…”
ความรักใคร่ในใจไม่อาจถูกปิดบังได้
จูเอ้อร์ชะงัก หมายความว่าอย่างไร แม่นางเปี้ยนมีใจให้เขาหรือ!
เรื่องนี้ทำให้เขาตกตะลึงเพราะนึกไม่ถึงว่าแม่นางพู้งดงาม อ่อนโยน และมีความสามารถอย่างนางจะมีใจให้หนุ่มชนบทอย่างเขา
ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงโอกาสนั้น หากเขาและนางยังไม่แต่งงาน คงจะดีหากได้แต่งงานกับหญิงงามเพียงนี้ไม่ใช่หรือ?
นางดูดีกว่าหลิวซื่อมาก!
“พี่จูเอ้อร์ ข้าขอโทษ ข้าไม่ควรคิดเช่นนี้ แต่ข้าห้ามใจตนเองไม่ไหว ครั้งแรกที่ข้าเข้ามาในบ้านสกุลจูแล้วพบท่านก็ตกหลุมรักทันที…” นางสารภาพต่อไป “ข้าไม่คิดว่าวันหนึ่งจะตกหลุมรักใครสักคนแบบนี้ ต่อให้คนพู้นั้นไม่ได้ทำสิ่งใด ขอเพียงข้าได้เห็นเขาก็มีความสุขและอดมอบหัวใจให้ไม่ได้”