ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 851 แสดงเป็น ‘คนชั่ว’
บทที่ 851 แสดงเป็น ‘คนชั่ว’
ครั้นได้ยินเย่อวี๋หรานยกคำว่า ‘แยกบ้าน’ ขึ้นมา ทุกคนก็ตื่นตระหนก
จูต้า จูเอ้อร์ จูซาน จูซื่อ และจูอู่ยิ่งใจเต้นไม่เป็นส่ำ รีบคุกเข่ายอมรับผิด “ท่านแม่ พวกเราผิดไปแล้วขอรับ ท่านอย่าโกรธเลยขอรับ จะแยกบ้านอันใด ไม่แยกนะขอรับ ท่านกับท่านพ่อก็ยังอยู่ จะมาแยกบ้านได้อย่างไร…”
หลิ่วซื่อ หลิวซื่อ หลี่ซื่อ และหลินซื่อที่เป็นสะใภ้ก็พากันออกความเห็น แสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับการแยกบ้าน
แม้พวกนางจะเห็นแก่ตัวแต่ก็ล้วนไม่ได้โง่ รู้ว่าสกุลจูในยามนี้ การที่จะสามารถหาเงินได้ทั้งหมดย่อมอาศัยแม่สามี หากแม่สามีแยกบ้านไปเช่นนั้นพวกนางก็ไม่มีอันใดจริง ๆ แล้ว
“ยายเฒ่า เจ้าก็อย่าโกรธเลย เจ้าใหญ่เจ้ารองเป็นเช่นนี้ไม่ใช่เพราะเป็นห่วงเจ้าหรอกหรือ” จู่เหล่าโถวยิ่งไม่ยินยอมจะแยกบ้าน ไม่แยกบ้านแน่นอน เห็นได้ชัดว่าเขาเป็น ‘หัวหน้าครอบครัว’ ควรได้กินได้ดื่มอย่างไม่ต้องกังวลอันใดไม่ใช่หรือ
แต่หากแยกบ้านไปแล้วเช่นนั้นเขาจะไปอยู่กับบ้านไหนเล่า คนอื่นยินยอมให้เขากินมากอีกสักคำ เขาก็ได้กินมากขึ้นอีกสักคำ แต่หากไม่ยินยอม เช่นนั้นแล้ว…
เขาจ้องมองเย่อวี๋หรานพลางพูดอย่างร้อนรน “เจ้าไม่ได้พูดหรือว่านี่เป็นเรื่องเล็ก ๆ ในเมื่อเป็นเรื่องเล็กเหตุใดต้องทะเลาะกันจนแยกบ้านเล่า? ชีวิตในครอบครัวไม่ง่ายกว่าจะดีขึ้นได้ทำไมต้องทำให้วุ่นวายด้วยเล่า?”
ครั้นเห็นการตอบสนองของพวกเขา ในใจเย่อวี๋หรานจะกี่มากน้อยก็ยังรู้สึกโล่งใจ ไม่ว่าพวกเขาจะไม่ยินยอมแยกบ้านด้วยเหตุผลใด ขอเพียงพวกเขาไม่เต็มใจจะแยกบ้านเช่นนั้นก็พูดได้ว่าการทำงานปกติของนางไม่ได้สูญเปล่าแล้ว
“ในเมื่อไม่อยากแยกบ้านเช่นนั้นก็อย่ามีเรื่องทำให้คนเข้าใจผิดเช่นนี้อีก” สีหน้าของเย่อวี๋หรานเย็นชา แสดงเป็นคนชั่วต่อไป “นี่เป็น ‘เรื่องเล็กน้อย’ เท่านั้น พี่น้องยังสร้างเรื่องวุ่นวายเช่นนี้ หากไม่รู้คงคิดว่าพวกเจ้ามีความแค้นชิงชังอันใดต่อกัน ท่าทีเช่นนี้ใครจะยังกล้าให้พวกเจ้าอยู่ด้วยกันอีก?”
“ท่านแม่ ท่านเข้าใจผิดแล้วขอรับ ข้ากับเจ้าสามจะมีเรื่องอันใดได้ขอรับ ข้าแค่มองแล้วไม่ถูกใจเขา…” สีหน้าจูต้าราวกับไม่ได้รับความเป็นธรรม “เพราะเขาไม่ดูแลท่านให้ดีขอรับท่านแม่”
จูซานยังช่วยจูต้าพูดอีกด้วย “ใช่ขอรับท่านแม่ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพี่ใหญ่ เดิมทีเป็นความผิดข้า เป็นข้าที่ไม่ดูแลท่านแม่ให้ดีขอรับ”
……
ดี! สองพี่น้องเปิดปากพูดเช่นนี้ เย่อวี๋หรานก็กลายเป็น ‘คนชั่ว’ ไปแล้ว
แต่ก็มองได้ว่าพวกเขาสองคนยืนอยู่ด้วยกัน นางแสดงเป็น ‘คนชั่ว’ เช่นนี้ก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว เย่อวี๋หรานจงใจพูดด้วยสีหน้าไม่มีความสุข “ใช่ใช่ใช่ พวกเจ้าเป็นคนดีส่วนข้าเป็นคนชั่ว คนที่สร้างเรื่องทะเลาะก็คือพวกเจ้า คนที่ไม่ยินยอมจะแยกครอบครัวก็เป็นพวกเจ้า ทั้งวันไม่มีเรื่องอะไรก็เป็นข้าที่รนหาเรื่องให้พวกเจ้า…”
จูเหล่าโถวพึมพำในใจ ‘ไม่ใช่แล้ว!’
แต่คำพูดนี้เขาก็ไม่กล้าพูดออกมาจริง ๆ
และเพราะเย่อวี๋หรานขัดจังหวะเช่นนี้ จูต้าและจูซานก็ไม่ได้ ‘ทะเลาะ’ กันอีก
แม้ในใจจูต้าจะไม่พอใจ แต่ท่านแม่ของเขาก็ล้วนไม่คิดเล็กคิดน้อย เขาที่เป็นลูกชายยังจะไป ‘ตี’ น้องชายได้อย่างไร?
สองพี่น้อง ‘คืนดี’ กันและยอมรับความผิดซึ่งกันและกันต่อหน้าเย่อวี๋หราน
เย่อวี๋หรานมีสีหน้าพอใจ นางกล่าวว่า “นี่จึงจะถูกต้อง สองพี่น้องไม่ว่าจะเกิดเรื่องอันใดขึ้นก็ควรจะพูดคุยกันเสียก่อน ขัดแย้งกันเพียงเล็กน้อยไม่อาจลงไม้ลงมือกันได้ เรื่องอันใดที่ใช้ปากพูดคุยกันไม่ชัดเจนจำเป็นจะต้องใช้หมัดพูดคุยกันด้วยหรือ? ใช้หมัดแล้วเรื่องนั้นจะสามารถพูดให้ชัดเจนได้หรือ?”
ยามนี้นางพูดอย่างมีความสุขแล้ว เกรงว่าจะเป็นนางเองที่ยังคาดไม่ถึงว่าจะมีเรื่องให้ตัวเอง ‘เสียหน้า’ เร็วถึงเพียงนี้
เปี้ยนชิวอิ่งยกชาถ้วยหนึ่งเดินเข้ามา
ครั้นเห็นคนที่ไม่คุ้นหน้าในบ้าน เย่อวี๋หรานก็หาได้แปลกใจ คิดเพียงว่ามีเพื่อนบ้านมาเยี่ยมกระมัง นางเห็นชุดที่สวมบนร่างอีกฝ่าย มองดูอยู่หลายคราก็คิดในใจว่า ‘มีญาติบ้านไหนที่แต่งตัวดีขนาดนี้ด้วยหรือ?’
ตรงกันข้ามกับหลิ่วซื่อ หลี่ซื่อ และหลินซื่อที่เห็นนางแล้วในใจก็ตื่นตระหนก ‘เพ้ย! กลัวสิ่งใด สิ่งนั้นก็มา!’
แต่พวกนางก็จนปัญญา ต่อให้ไม่เต็มใจแต่เรื่องก็เกิดแล้ว
พวกนางยังไม่อยากให้ตัวเองกลายเป็น ‘คนชั่ว’ มาเปิดแผลนี้ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก หากถูกแม่สามีเจ็บแค้น ในอนาคตใครก็อย่าหวังว่าจะเป็นไปด้วยดี
ในใจจูเอ้อร์ก็ตึงเครียดเช่นกัน เขาถึงขั้นไม่กล้าเงยหน้ามองท่าทีของเย่อวี๋หราน
กลับเป็นหลิวซื่อที่ราวกับจะกินคน จ้องมองเปี้ยนชิวอิ่งอย่างดุร้าย
ไม่ว่าทุกคนจะมีการตอบสนองอย่างไร เปี้ยนชิวอิ่งก็ล้วนไม่สนใจเพราะนางดูแล้วว่า…ตราบใดที่มีเด็กในท้อง หญิงเฒ่าผู้นี้ก็จะไม่แตะต้องนาง
มุมปากของนางแย้มยิ้มอย่างอ่อนช้อยมาเบื้องหน้าของเย่อวี๋หราน
หลังจากมาถึงเบื้องหน้าก็คุกเข่าลงอย่างไม่ลังเลด้วยความรวดเร็ว ยามนี้ใบหน้าก็เปิดเผยความกระดากอายอยู่หลายส่วน ตะโกนทำความเคารพว่า “ฮูหยินผู้เฒ่า ข้าน้อยเปี้ยนชิวอิ่งขอยกชาให้ฮูหยินผู้เฒ่าเจ้าค่ะ ขอให้ท่านมีความสุขดั่งทะเลตะวันออก อายุขัยยืนยาวดั่งภูเขาทางใต้… ”
“ข้าน้อย?” เย่อวี๋หรานตกตะลึง “ช่วงที่ข้าไม่อยู่บ้าน พวกเจ้าซื้อสาวใช้มาหรือ?”
พูดคำนี้ออกไป นางก็รู้สึกถึงความผิดปกติ เพราะสาวใช้บ้านไหนจะสวมชุดที่ดีกว่าครอบครัวเจ้านายกัน?
มองดูนางอีกคราและมองไปยังคนในบ้านอีกครา หญิงสาวคนนี้งดงามแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
นางมองไปยังคนในบ้าน หวังว่าพวกเขาจะพอให้คำอธิบายได้
แต่ดูเหมือนจะไม่มีผู้ใดกล้าพูดสักคน
“ฮูหยินผู้เฒ่า ข้าน้อยหาใช่สาวใช้เจ้าค่ะ ข้าน้อย…” เปี้ยนชิวอิ่งหน้าแดงมองไปยังจูเอ้อร์อย่างเขินอาย “ข้าน้อยเป็นอนุของพี่รองจูเจ้าค่ะ”
“อนุ?” เย่อวี๋หรานตกตะลึงไปแล้ว นางพลันมองไปยังจูเอ้อร์ “จูซุ่นเหวยเข้ามานี่…”
จูเอ่อร์ไม่กล้าส่งเสียง เขาเดินไปอย่างเชื่อฟัง
“นี่มันเกิดอันใดขึ้น?” เย่อวี๋หรานถามอย่างเด็ดขาด
จูเอ้อร์ก้มศีรษะลังเลอยู่นานสองนานก็ไม่อาจอธิบายให้ชัดเจนได้
เขาจะกล้าอธิบายได้อย่างไร กฎที่แม่ของเขาตั้งขึ้นตั้งแต่แรกเขาไม่เคยคิดอยาก ‘ทำลาย’ แต่ปัญหาคือเขาเคยคาดคิดเสียที่ไหนว่าวันหนึ่งจะไปหลับนอนกับผู้หญิงคนหนึ่งเพราะดื่มมากเกินไป?
หลับนอนก็แล้วไปเถอะ แต่ยังท้องด้วย เรื่องนี้จึงลำบากแล้ว
หากยอมรับก็จะถูกท่านแม่ตำหนิ ทว่าหากไม่ยอมรับ ในท้องคนก็ยังมีลูกของเขาอยู่
“ท่านแม่ ข้าผิดไปแล้วขอรับ!” จูเอ้อร์คุกเข่าลงบนพื้น “ข้ายอมรับการลงโทษ เรื่องนี้เป็นความผิดของข้า ท่านต้องการลงโทษอย่างไร ข้าจะรับไว้ทั้งหมดขอรับ…”
เย่อวี๋หรานหน้าซีด โยนของบนโต๊ะลงไปใส่จูเอ้อร์ “เจ้าทำหูทวนลมกับคำพูดของข้าหรือ? ตั้งแต่แรกข้าพูดไว้อย่างไร? ผู้ชายสกุลจูจะรับอนุได้ก็ต่อเมื่ออายุสี่สิบแล้วยังไม่มีลูกเท่านั้น ภรรยาเจ้าก็ไม่ใช่ว่าให้กำเนิดลูกไม่ได้มิใช่หรือ เจ้ายังกล้าทำเรื่องผิดทำนองคลองธรรมเช่นนี้ เจ้าคงไม่เห็นข้าที่เป็นแม่อยู่ในสายตาแล้วใช่หรือไม่?”
“ท่านแม่ ไม่ใช่นะขอรับ ลูกจะกล้าได้อย่างไรขอรับ? ทุกคำที่ท่านแม่พูดลูกล้วนจำไว้ขึ้นใจขอรับ”
“ในเมื่อจำขึ้นใจแล้วมีเรื่องอนุผู้นี้ขึ้นมาได้อย่างไร?” เย่อวี๋หรานชี้ไปทางเปี้ยนชิวอิ่งพลางกล่าวว่า “นางโผล่ออกมาจากอากาศเองหรืออย่างไร?”
ไม่เพียงแต่จูเอ้อร์เท่านั้นที่ถูกต่อว่า ยังมีหลิวซื่อที่ถูกเรียกมาต่อว่าด้วย
“หลิวซุ่ยซุ่ย ตกลงจ้ามีสมองหรือไม่? ปกติเจ้าไม่ใช่ว่ามีอนาคตหรือทั้งวันรู้จักแต่ใช้ลูกไม้กับข้า กลั่นแกล้งคนนั้นคนนี้ เหตุใดพอถึงเรื่องของสามีของเจ้า เจ้ากลับไม่ได้เรื่อง?”
“เจ้าดูตัวเองเถอะ อนุเข้ามาในบ้านเจ้ายังยืนนิ่งอยู่ข้าง ๆ กล้าให้คนอื่นมานอนกับผู้ชายของเจ้าหรือ?”
“เจ้ายังอยากเป็นพี่สาวน้องสาวกับคนในบ้าน คอยปรนนิบัติผู้ชายของเจ้าไปด้วยกันหรือไม่?”