ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 855 มารดาท่านต้องการให้ลูกชายท่านเป็นทาส
บทที่ 855 มารดาท่านต้องการให้ลูกชายท่านเป็นทาส
เปี้ยนชิวอิ่งไม่ตอบ ทว่าเย่อวี๋หรานไม่สนใจ นางไม่ได้ตั้งใจให้เขาถามนางอยู่แล้ว
นางพยักพเยิดบอกให้จูซานหยิบพู่กันจุ่มหมึกและกระดาษเพื่อลงมือเขียนสัญญาขายตัว
“แม่นางเปี้ยน อย่าหาว่าสกุลจูของเรารังแกคนเลย กฎว่าไว้เช่นนี้จึงไม่มีทางละเว้นได้” เย่อวี๋หรานเอ่ย “ข้าทำได้เพียงเห็นใจเจ้า คิดว่าในเมื่อเจ้าสามารถเป็นวัวเป็นม้าเพื่อลูกชายข้าได้ แค่กลับคืนตำแหน่งอนุคงไม่เหลือบ่ากว่าแรงใช่หรือไม่”
ครั้นเห็นสิ่งที่จูซานหยิบมา เปี้ยนชิวอิ่งก็เบิกตากว้าง นางอดกอดจูเอ้อร์แน่นขึ้นไม่ได้
จูเอ้อร์เหลืออด “ท่านแม่ เรื่องนี้ไม่จำเป็น อิ่งเอ๋อร์…”
“เจ้าหุบปากไป!” เย่อวี๋หรานตวาดลั่น “เจ้าทำตัวเองเดือดร้อน ยังอยากให้ข้าตามเช็ดล้างให้แล้วเข้าข้างเจ้าอีกหรือ?”
เขาทำได้เพียงหดคอแล้วไม่ปริปากออกมาอีก
ความห่อเหี่ยวของเขาทำให้เปี้ยนชิวอิ่ง ‘สิ้นหวัง’
ไม่มีทาง ท่านจะยอมแพ้เช่นนี้หรือ เหตุใดจูเอ้อร์ผู้นี้ถึงได้ไร้ประโยชน์นัก
ก่อนหน้านี้ตอนที่นางกับสกุลจู ‘ขัดแย้งกัน’ เขายังคอยปกป้องนางอยู่เลยไม่ใช่หรือ
เหตุใดเมื่ออยู่ต่อหน้าแม่เฒ่าผู้นี้ถึงได้หัวหดนัก
เปี้ยนชิวอิ่งตื่นตระหนก
ไม่ได้การ นางเคยเอาชนะสกุลจูได้โดยอาศัยจูเอ้อร์ออกหน้าสู้ให้ ทว่ายามนี้เจ้าตัวไม่ยอมทำนางจึงต้องลองเสี่ยง
ทว่าหญิงแก่ผู้นี้ไม่หลงกลนางแต่อย่างใด ทั้งยังไม่เป็นไปตามที่นางคาดไว้ นางจึงไร้ซึ่งลูกไม้หลงเหลือ!
จูซานวางพู่กันจุ่มหมึกลงบนโต๊ะ “ท่านแม่ ข้าไม่เคยเขียนมาก่อนแล้วจะเขียนได้อย่างไร”
เย่อวี๋หรานบอกหน้านิ่ง “ใช่ว่าครอบครัวเราไม่มีสัญญาขายตัว ไปเอาสัญญาขายตัวของถังเหล่าโถวกับครอบครัวมาลอกเลียนแบบ”
“ใช่แล้ว! ท่านแม่ฉลาดยิ่งนักถึงได้คิดออกรวดเร็ว” เรื่องนี้นางย่อมบอกจูซานไว้นานแล้ว ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่หยิบออกมาว่องไวเช่นนี้ เขาจงใจหัวเราะพลางพลิกสัญญาขายตัวอ่านดู “ฮ่า ๆๆ ที่แท้เรื่องพรรค์นี้ก็เหมือนกันหมด ข้าคิดว่าเป็นอนุแล้วจะพิเศษสักหน่อย กลับกลายเป็นว่าอนุก็ไม่ต่างกับข้ารับใช้หญิงที่ซื้อตัวมาไว้ที่บ้าน พวกนางไม่ได้ต่างกันเลย…”
หลิ่วซื่อ หลิวซื่อ หลี่ซื่อ และหลินซื่อแอบรู้สึกประหลาดในอก
ก่อนหน้านี้เจ้าของร่างเดิมต้องการส่งจูปาเม่ยไปเป็นอนุของสกุลใหญ่ พวกเขาต่างคิดว่าการเป็นอนุนั้นดีนักหนา ทว่าวันนี้เมื่อแม่สามี ‘อธิบาย’ แท้จริงมันกลับเป็นการซื้อขายข้ารับใช้
พวกนางจึงไม่เข้าใจว่าเปี้ยนชิวอิ่งที่มาจากสกุลใหญ่น่าจะรู้กฎนี้ดี เหตุใดยังต้องการเข้ามาเป็น ‘ข้ารับใช้’ ในสกุลของพวกนางอีก จูเอ้อร์เสน่ห์ล้นเหลือถึงเพียงนั้นเลยหรือ
อย่าว่าแต่ผู้อื่นเลย แม้แต่หลิวซื่อยังมองสามีตนเอง แต่ไม่ว่าอย่างไรนางก็ไม่เข้าใจว่าสาวชาวเมืองมาติดอกติดใจอะไรผู้ชายพรรค์นี้
เย่อวี๋หรานเอ่ยเสริมจูซาน “มันก็เหมือนกัน ต่างเพียงอย่างเดียวคือได้หลับนอนส่วนอีกอย่างไม่ได้หลับนอนเท่านั้น คนที่ได้หลับนอนปรนเปรอเจ้านายให้มีความสุขได้ตกรางวัลมากกว่า และความเป็นอยู่สุขสบายมากกว่า ในขณะเดียวกันหากทำให้ไม่พอใจขึ้นมาก็มีสิทธิ์ขายทิ้งได้ จะจัดการอย่างไรก็ย่อมทำได้ตามอารมณ์ ไม่เช่นนั้นพวกสิ้นคิดที่อุ้มท้องกับเจ้านายเพื่อหวังจะได้เป็นภรรยานั้นไม่เสวยสุขกันไปหมดแล้วหรือ? สามีภรรยาในสกุลใหญ่มักเข้ากันไม่ได้ หนทางที่ดีที่สุดคือต้องทำตามกฎ สามีหลับนอนกับอนุ หากพึงพอใจก็แวะเวียนไปเป็นครั้งคราว ส่วนภรรยามีหน้าที่ควบคุมจัดการอนุ หากนางไม่พอใจจะขับไล่ไสส่งเช่นไรก็ไม่จำเป็นต้องถามความเห็นของสามีแต่อย่างใด… เขาจะหันหลังให้ภรรยาเอกเพื่ออนุได้อย่างไรกันเล่า”
“ไม่ได้หรือ?” จูซานชะงักมือที่เขียนแล้วมองจูเอ้อร์กับเปี้ยนชิวอิ่ง ก่อนหันไปมองหลิวซื่อด้วยความงุนงง “แต่พี่รองก็แตกหักกับพี่สะใภ้รองเพื่ออนุไม่ใช่หรือ?”
“มันเป็นเพียงปัญหาของการไม่เป็นไปตามกฎ คนหนึ่งรู้กฎแต่ไม่ยอมพูดและปิดบังเอาไว้ อีกคนโง่เง่าไม่รู้เรื่องรู้ราว ‘ไร้กฎไร้ระเบียบ’ ถึงได้ก่อเรื่องวุ่นวายเช่นนี้” เย่อวี๋หรานหรี่ตาลงแล้วบอกอย่างไม่สบอารมณ์ “ไม่ได้การ พอข้าไม่อยู่บ้านก็เกิดเรื่องวุ่นวายเพียงนี้ โชคดีที่ข้าไม่ได้ไปนาน หากหายไปเป็นปี หลังคาบ้านคงได้ถูกยกไปแล้ว”
……
คนหนึ่งและอีกคนที่ว่าเมื่อครู่พุ่งเป้าต่อว่าจูเอ้อร์กับเปี้ยนชิวอิ่ง
คนหนึ่งที่รู้แสร้งไม่รู้ อีกคนโง่เง่าไม่รู้เรื่องรู้ราวจริง ๆ
คำพูดของเย่อวี๋หรานทำให้ทั้งสกุลจูเข้าใจว่าอนุก็เป็นเพียงอนุ ความแตกต่างระหว่างอนุและภรรยาคือ ‘การถูกซื้อขาย’ และ ‘ฆ่า’ ได้ จึงต่างกันลิบลับ
จูเอ้อร์ทอดทิ้งหลิวซื่อถือว่าไม่ได้เรื่อง หลิวซื่อไม่จำเป็นต้องโวยวายและถูกทอดทิ้งโดยใช่เหตุ เราต่างต้องทำตามกฎ เช่นนั้นจึงจะสยบเหตุ ‘โกลาหล’ ได้
ด้วยเหตุนี้จูซานจึงยื่นสัญญาขายตัวให้เปี้ยนชิวอิ่ง “แม่นางเปี้ยน ลงลายนิ้วมือรับรองซะ ข้าจะได้ส่งให้พี่สะใภ้รองของข้า”
เปี้ยนชิวอิ่งมองสัญญาที่ร่างมาหมาด ๆ แล้วหายใจติดขัด
“แม่นางเปี้ยน?” เห็นนางไม่ขยับ เขาก็ตะโกนเร่ง
มีท่าทีตอบสนองบ้างยังดี หากนิ่งไปเช่นนี้การแสดงที่เขากับมารดาเตรียมไว้จะไม่เสียเปล่าหรือ
เปี้ยนชิวอิ่งตกใจจนถอยหนี “ไม่ ข้าไม่ลงนาม ตีข้าให้ตายก็ไม่ลงนามในสัญญาที่ฆ่าคนได้แบบนี้เด็ดขาด…”
“แม่นางเปี้ยนหมายความว่าอย่างไร? ของแบบนี้จะฆ่าคนได้อย่างไร มันเป็น ‘กฎ’ เจ้าเองก็มาจากสกุลใหญ่ไม่ใช่หรือ” เย่อวี๋หรานเอ่ย “เมื่อครู่ข้ายังเห็นเจ้ายกน้ำชาให้ข้าตาม ‘กฎ’ อยู่เลย ดียิ่งนัก เพียงแค่ครอบครัวเราไม่ได้พูดถึงกฎไม่ได้หมายความว่าไม่มีกฎ ‘กฎ’ ของการรับอนุนี้ครอบครัวเราต้องคุยให้ชัดเจนอยู่แล้ว ไม่เช่นนั้นภรรยาคงไม่เป็นภรรยา อนุคงไม่ใช่อนุ เมื่อเด็กในท้องเจ้าคลอดออกมา จะไม่สับสนกับหลาน ๆ ของข้าแย่หรือ”
“ที่ท่านว่าสับสน หมายความว่าอย่างไร!”
เปี้ยนชิวอิ่งถามมา เย่อวี๋หรานจึงตอบให้ “ในเมื่อเจ้าเป็นอนุ ลูกเจ้าก็คือลูกของอนุ ซื้อขายมารดาได้แล้วจะละเว้นลูกได้อย่างไร เขาจะได้รับการปฏิบัติเท่าเทียมกับหลานข้าได้อย่างไร ข้ารับใช้ก็คือข้ารับใช้ เติบโตมาในบ้านอย่างไรก็ยังเป็นลูกหลานของข้ารับใช้อยู่วันยังค่ำ”
“ท่าน!…” อีกฝ่ายแทบเป็นลมขณะขึ้นเสียง “เด็กในท้องข้าคือหลานชายของท่าน! เขามีสายเลือดสกุลจูในตัว สายเลือดสกุลจูเป็นลูกทาสหรือ? จูต้าเหนียง ท่านเสียสติไปแล้วหรือ ต่อให้ท่านคิดเห็นเช่นนั้นก็ยังต้องถามลูกชายท่านก่อนว่ายอมหรือไม่…”
นางรีบหันไปขอความช่วยเหลือจากจูเอ้อร์
“พี่จูเอ้อร์ ฟังให้ดี แม่ท่านต้องการให้ลูกชายท่านเป็นข้ารับใช้ไปตลอดชีวิต” ว่าจบนางก็ปล่อยโฮ “ฮือฮือ พี่จูเอ้อร์ เขาเป็นลูกของท่าน ลูกของท่านทั้งคน…”
นางเน้นย้ำราวกับกลัวว่าจูเอ้อร์จะไม่รู้ตัว