ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 873 เจ้าหน้าที่ทางการประจำหมู่บ้านสกุลจูไปรายงานยังที่ว่าการอำเภอก่อน
- Home
- ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด
- บทที่ 873 เจ้าหน้าที่ทางการประจำหมู่บ้านสกุลจูไปรายงานยังที่ว่าการอำเภอก่อน
พูดไปพูดมาก็มีคนถามเรื่องขาของเย่อวี๋หรานขึ้นมา
“จริงสิ ได้ยินว่าจูต้าเหนียงขาพิการเดินไม่ได้แล้ว เป็นเรื่องจริงหรือ?”
“จริง!” เจ้าหน้าที่ทางการประจำหมู่บ้านสกุลจูผู้นี้หาได้ปิดบัง กล่าวต่อไปว่า “ยามนี้กำลังหาตำรับยาจากทุกหนแห่ง พวกเราก็ช่วยรีบหาอยู่เช่นกัน ถ้ามีตำรับยาดี ๆ ก็ล้วนเอากลับไปให้จูต้าเหนียงลองใช้ดู หากรักษาหายก็นับว่าเป็นคุณงามความดีครั้งใหญ่ของพวกเราเช่นกัน”
“คาดไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้กับจูต้าเหนียง..” คนพูดอดทอดถอนใจไม่ได้
หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ผู้นี้มุทะลุดุดันโหดร้ายมามากว่าครึ่งชีวิต พอแก่ตัวแล้วก็เห็นว่าสงบจิตสงบใจลงแล้ว แต่นึกไม่ถึงว่าจะมาพบเจอเรื่องเช่นนี้
ก็ไม่รู้ว่าควร ‘ยินดีใจในความโชคร้ายของผู้อื่น’ มองเป็นเรื่องน่าขัน หรือควรจะเห็นใจนางดี
“แต่ไม่ใช่ว่ายามนี้ครอบครัวของพวกเขามีแม้แต่ข้ารับใช้ที่ซื้อมาดูแลจูต้าเหนียงแล้วหรือ?” เจ้าหน้าที่ทางการของหมู่บ้านสกุลจูทอดถอนใจ “หากนางไม่ซื้อ ข้าก็ว่าจะซื้อแทนนางแล้ว ยามนี้จูต้าเหนียงเป็นบ่อเงินบ่อทองของหมู่บ้านพวกเรา ทุกคนจะมีชีวิตที่ดีได้หรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับนาง หากเกิดเรื่องอันใดขึ้นกับนาง พวกเราคงตกใจตายเป็นแน่…”
ได้ยินคำว่าจะเกิดเรื่องอันใดกับเย่อวี๋หรานซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ ‘รายได้’ ของทุกคน ในใจของทุกคนก็ล้วนเต้นรัวขึ้นมา…ไม่ได้ หากเกิดเรื่องอันใดขึ้นกับจูต้าเหนียงก็ไม่มี ‘แหล่งขุมทรัพย์’ ของพวกเขาแล้ว
ไม่ได้ จะยอมให้เกิดเรื่องอันใดกับจูต้าเหนียงไม่ได้เด็ดขาด
ครั้งนี้ไม่ต้องให้เจ้าหน้าที่ทางการและผู้อาวุโสเน้นย้ำอีก คนทั้งหมู่บ้านก็ล้วนเคลื่อนไหว เพียงเพื่อให้สามารถหา ‘ตำรับยาพื้นบ้าน’ ที่สามารถรักษาอาการบาดเจ็บได้
กล่องไม้เล็ก ๆ กล่องเดียวไม่เพียงพอ เย่อวี๋หรานจึงเปลี่ยนเป็นกล่องไม้กล่องใหญ่หนึ่งกล่องเอามาใส่ ‘ตำรับยา’ ทั้งหมด
กานอี้เซียนมองกองสิ่งของมากมายถึงเพียงนั้น มุมปากก็พลันกระตุก “จูต้าเหนียง ตกลงท่านจะเตรียมพร้อมเมื่อใด? ท่านดูสิ ไม่กี่เดือนมานี้กล่องพวกนี้เปลี่ยนไปตั้งหลายคราแล้ว”
หากไม่ใช่เพราะอาการบาดเจ็บของเย่อวี๋หรานเป็นเขาที่รักษาจนหายดีแล้ว เขาคงยังคิดว่าอาการบาดเจ็บของเย่อวี๋หรานร้ายแรงถึงตาย
“อย่างน้อยก็ต้องเป็นปี” เย่อวี๋หรานมีสีหน้าสงบ “หากดีขึ้นเร็วถึงเพียงนั้น พวกเขาก็จะคิดได้ว่าตำรับยาใดที่ได้ผล ตราบใดที่ยิ่งนานวันตำรับยาก็จะยิ่งมากขึ้น ก็จะทำให้พวกเขายิ่งไม่แน่ใจว่าเป็นตำรับยาไหนกันแน่ที่ใช้ได้ผล หรืออาจเป็นหลาย ๆ ตำรับยาผสมกันจนได้ผล นอกจากจะไม่กลัวตายแล้ว ไม่เช่นนั้นคนสมองปกติคงไม่หาเทียบยาจากในกล่องที่มากมายถึงเพียงนี้จากข้า”
ลูกหลานในอนาคตที่ไม่กลัวตาย “…”
ท่านบรรพบุรุษ ท่านหลอกให้ข้ามาตาย ฮือฮือฮือ…
กานอี้เซียนกลับมาครานี้เพราะเรื่องที่หมู่บ้านสกุลจูวางแผนที่จะซื้อที่ดินส่วนรวม
หากมีเพียงเย่อวี๋หรานเป็นคนซื้อเพียงคนเดียว ครอบครัวเดียวมีพื้นที่หลายหมู่ ถึงจะได้ดูแลพื้นที่ขนาดใหญ่แต่มันก็ใหญ่ไปเสียหน่อย แต่ยามนี้ไม่เหมือนกัน ยามนี้เป็นหมู่บ้านสกุลจูซื้อร่วมกัน ถึงแม้จะแค่หนึ่งครอบครัวหนึ่งหมู่ แต่ก็ยังเป็นหลายร้อยหมู่แล้ว เช่นนั้นก็ถือเป็นพื้นที่ใหญ่ทีเดียว!
นี่ยังไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจที่สุด คนอื่น ๆ ในหมู่บ้านก็ใจเต้นเช่นกัน…รอปีหน้าก็จะได้นับเงินแล้ว ส่วนพวกเขาก็จะซื้อที่ดินด้วย
ถู่ตี้เฉินประจำหมู่บ้านทำอันใด?
ก็ปกครองผืนดินแห่งหนึ่งอย่างไรเล่า
ตราบใดที่พวกเขาเป็นชาวบ้านธรรมดาในเขตปกครอง แม้จะไม่ต้องรวบรวมความสำเร็จอันใด พวกเขาก็สามารถได้รับผืนดินผืนใหม่ซึ่งจะเข้ามาในการปกครองของเขาด้วย นี่ก็เรียกได้ว่าเป็น
‘วาสนาหล่นลงมาจากสวรรค์’
การที่ได้ที่ดินเข้ามาหลายร้อยหมู่ในเขตปกครองทำให้เขาดีใจแทบตายแล้ว
เขามีสีหน้าเปี่ยมสุข เย่อวี๋หรานจึงสงสัย “เกิดเรื่องอันใดดี ๆ ขึ้นหรือ จึงทำให้เจ้ามีความสุข?”
“มีด้วยหรือ?”
“เห็นได้ชัดเลยมิใช่หรือ? ตั้งแต่เจ้าเข้าประตูมาถึงยามนี้มุมปากยังไม่ตกลงเลย”
“ฮ่าฮ่าฮ่า…ที่ดินที่ข้าปกครองใหญ่ขึ้นแล้ว”
เย่อวี๋หรานตกตะลึง “ได้เลื่อนขั้นแล้วหรือ? เช่นนั้นก็ต้องยินดีกับเจ้าด้วยจริง ๆ ไม่เช่นนั้นเย็นนี้มากินข้าวด้วยกันเป็นอย่างไร ข้าให้สะใภ้คนโตทำอาหารมากขึ้นอีกหลายจานหน่อย…”
“ไม่ต้องหรอก ข้าอยู่ที่นี่อีกเดี๋ยวก็จะไปแล้ว” กานอี้เซียนอธิบาย “ไม่ใช่การเลื่อนตำแหน่ง แต่ข้าก็อยากเลื่อนตำแหน่งอยู่ทว่ายังไม่ถึงเวลา ข้าต้องทำให้อาณาเขตในการปกครองใหญ่ขึ้นเสียก่อน”
“เป็นเหมือนข้าราชการเหมือนกัน หากมีอาณาเขตใหญ่ขึ้นก็ต้องมีเรื่องมากมายให้ทำ นี่ก็เป็นเรื่องดีหรือ?” เย่อวี๋หรานไม่เข้าใจ หรือว่ากานอี้เซียนเป็นคนบ้างาน?
แต่เมื่อมองใบหน้างดงามของกานอี้เซียน จะอย่างไรนางก็ล้วนไม่รู้สึกอันใดนอกจากเหมือนคุณชายที่ถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก
“แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่ดี” กานอี้เซียนพูดตามความจริง “ยิ่งเขตปกครองที่ต้องดูแลใหญ่ขึ้นก็พูดได้ว่าความสามารถก็ยิ่งมากขึ้น จึงยิ่งมีความเป็นไปได้ที่จะเลื่อนตำแหน่งมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นแม้จะเป็นตำแหน่งเดียวกัน แต่ขอบเขตการดูแลไม่เหมือนกันก็พูดได้ว่าศักยภาพของพวกเขาไม่เหมือนกัน”
สำหรับการงานบนสวรรค์ สิ่งที่สำคัญไม่ได้มีเพียงตำแหน่งของเทพ แต่ยังมีอาณาเขตปกครองของพวกเขาด้วย
ตำแหน่งเทพเหมือนกันแต่ขอบเขตการปกครองต่างกัน ศักยภาพของพวกเขาก็ย่อมต่างกัน
เป็นธรรมดาที่กานอี้เซียนจะไม่ได้คาดหวังให้ตัวเองมีเพียง ‘ชื่อเสียงจอมปลอม’
“อย่างนี้นี่เอง…” เย่อวี๋หรานครุ่นคิด หากวางไว้ที่สถานที่เล็ก ๆ อย่างที่ว่าการอำเภอเช่นนี้ เสี้ยนลิ่งและเสี้ยนจ่างก็อยู่ในระดับเดียวกัน แต่พวกเขามีขอบเขตและอำนาจปกครองต่างกันจริง ๆ
เป็นอำเภอเดียวกันแต่เสี้ยนลิ่งมี ‘อำนาจและอิทธิพล’ รวมถึงขอบเขตการปกครองใหญ่กว่า
เย่อวี๋หรานกล่าวว่า “เช่นนั้นก็ว่าตามนี้ เสี้ยนลิ่งก็นับว่าได้เพิ่มระดับถึงที่สุดแล้ว อีกก้าวเดียวน่าจะได้เลื่อนตำแหน่ง นี่เป็นข่าวดี ยินดีกับเจ้าด้วย!”
กานอี้เซียนยิ้มอย่างงดงาม “แม้ว่าท่านจะกล่าวไม่ถูกต้องเสียทีเดียว แต่ก็ขอบคุณท่านสำหรับความยินดี เหอเหอเหอ…”
“เจ้าวิ่งมาถึงที่นี่เพื่อแบ่งปันข่าวดีอันเปี่ยมด้วยความน่ายินดีนี้กับข้าหรือ?” ครั้นเห็นรอยยิ้มของเขา เย่อวี๋หรานก็อดไม่ได้ที่จะใจสั่นทั้งยังยิ้มออกมา
“อื้มอื้ม!” กานอี้เซียนพยักหน้าอย่างจริงใจยิ่งนัก “ข้าอยู่ที่นี่ก็รู้จักกับท่านบ้างแล้ว นอกจากท่าน ข้าก็ไม่รู้เลยว่าข้าควรแบ่งปันเรื่องน่ายินดีกับใคร”
เหตุผลสำคัญคือเขาไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่ ดังนั้นจึงไม่อยากเกี่ยวข้องกับเทพจากสวรรค์ นอกจากเย่อวี๋หราน เขาก็ยังหาคนที่เหมาะจะคุยด้วยเป็นพิเศษไม่เจอแล้ว
“เช่นนั้นข้าก็ควรรู้สึกเป็นเกียรติ!”
“ใช่!” กานอี้เซียนเชิดหน้าอย่างเย่อหยิ่งอยู่บ้าง ราวกับจะบอกว่า ‘ข้าเป็นคุณชายที่มีชื่อเสียงโด่งดัง!’
แม้เรื่องซื้อที่ดินจะกำหนดแน่ชัดแล้ว แต่ยังเหลืออีกช่วงเวลาหนึ่งกว่าจะถึงฤดูเก็บเกี่ยวช่วงฤดูใบไม้ร่วง ถึงแม้มีคนอยากขายที่ดินก็ต้องรอหลังฤดูเก็บเกี่ยวช่วงฤดูใบไม้ร่วง รอให้ที่ดินได้ถูกเก็บเกี่ยวผลผลิตทั้งหมดแล้ว
เพราะเรื่องซื้อที่ดิน เจ้าหน้าที่ทางการประจำหมู่บ้านสกุลจูจึงไปรายงานยังที่ว่าการอำเภอก่อน เพื่อไม่ให้พอถึงเวลาแล้วทางฝั่งนั้นตกใจเกินไปจนเสียเรื่อง
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนมาถึงช่วงฤดูที่มันเทศสุกงอม
ราวกับว่าปีที่ผ่านมาทั้งหมดล้วนใช้สกุลจูเป็นสัญญาณ เป็นจูเหล่าโถวที่ลงจอบแรกไป ยามที่ขุดหัวมันขึ้นมา เทศกาลเก็บเกี่ยวก็ได้มาถึงแล้ว
“ลองดูมันเทศพวกนี้สิว่าเป็นอย่างไร เทียบกับปีก่อนได้หรือไม่?” จูเหล่าโถวยังดึงมันเทศออกมาให้เจ้าหน้าที่ทางการ ผู้อาวุโสประจำหมู่บ้านสกุลจู รวมถึงพวกจูจยาที่มาดูก็ได้ไปด้วย
ยามเก็บเกี่ยวอย่างอุดมสมบูรณ์เมื่อปีที่แล้วจูจยาก็อยู่ร่วมชมความครึกครื้นด้วย จึงเป็นธรรมดาที่จะพูดเรื่องมันเทศออกมาอย่างชัดเจน
“ใหญ่กว่าปีที่แล้วเล็กน้อย” เขาเปรียบเทียบแล้วกล่าวว่า “ปีก่อนยังเล็กอยู่บ้าง น่าจะเป็นเพราะปีนี้มีประสบการณ์แล้ว เวลาที่ใช้จึงค่อนข้างดี ดังนั้นมันจึงเติบโตได้ดียิ่งขึ้น”
“ก็อาจจะใช่” จูเหล่าโถวกล่าว “ของที่ปลูกก็เหมือนกัน ยิ่งปลูกมากจำนวนประสบการณ์ก็ยิ่งมากและยิ่งทำให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ฮ่าฮ่าฮ่า…วันนี้ใหญ่ถึงเพียงนี้ หากทั้งหมดโตเช่นนี้ก็น่าจะเก็บได้มากกว่าปีที่แล้วไม่น้อยเลย”