ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 878 ท่าทีของครอบครัวฝ่ายมารดา
เมื่อเห็นมันเทศมากมาย หลิวซื่อก็เห็นเป็นเรื่องดีในตอนแรก ทว่าหลังหลี่ซื่อบอกว่ามันเทศถูกขุดมาทั้งหมด นางก็ไม่พอใจขึ้นมาทันที “ขุดที่ยังไม่ได้ที่ออกมาได้ยังไง ระวังมากกว่านี้ไม่ได้หรือ ดูสิ มีหัวที่ใช้ได้หลงเหลืออยู่เท่าไหร่กัน…”
“ท่านไม่ต้องเป็นกังวล ปีนี้ปลูกมันเทศมากกว่าปีก่อนเป็นเท่าตัว ผลผลิตที่ใช้ไม่ได้ย่อมน้อยลง” หลื่ซื่อเอ่ย “ท่านไม่ได้เห็นผลผลิตฝั่งครอบครัวแม่ของข้า มีมันเทศกองพะเนินเทินทึก โชคดีที่แม่ข้ามีห้องว่างหลายห้อง ไม่เช่นนั้นคงไม่มีที่เก็บ”
“จริงหรือ…” หลิวซื่อชะงักไปชั่วขณะก่อนลอบเหลือบมองหลี่ซื่อหลายครั้ง
หลี่ซื่อเห็นแล้วถามอย่างฉงน “พี่สะใภ้รอง เหตุใดถึงได้จ้องข้าไม่หยุดเช่นนั้น มีอะไรติดบนหน้าข้าหรือเปล่า?”
นางยกมือขึ้นคลำแต่ก็ไม่พบสิ่งใด
หลิวซื่อยกยิ้มและเห็นว่าเช้าเพียงนี้หลิ่วซื่อและหลินซื่อคงยังไม่ออกมา จึงขยับเข้าใกล้ก่อนกระซิบถาม “เจ้าเก็บหอมรอมริบได้มากเท่าไหร่แล้ว?”
“อะไรหรือ?”
“เงินไงเล่า” หลิวซื่อย้ำ “ปีนี้มันเทศมากมายที่ขุดเอาไปขายก็มาจากทางเจ้า เจ้าคงทำเงินได้มากเลยไม่ใช่หรือ?”
“คิดอะไรของท่าน?” หลี่ซื่อไม่รู้จะร้องไห้หรือหัวเราะดี “บัญชีส่วนกลางก็เป็นบัญชีส่วนกลาง บัญชีส่วนตัวข้าก็เป็นบัญชีส่วนตัว สองอย่างเป็นคนละส่วนกัน พี่สะใภ้รองคงไม่คิดว่าข้าหาเงินได้มากเพียงเพราะข้าออกเงินซื้อที่ดินเองใช่ไหม?”
ที่แท้ในบรรดาที่ดินหลายหมู่ที่สกุลจูซื้อครั้งนี้ ครอบครัวสี่ก็ซื้อไว้สองสามหมู่ด้วยเงินของหลี่ซื่อ
ครอบครัวอื่น ๆ ไม่ได้ ‘ทุ่มทุน’ เท่านาง
เดิมทีหลิวซื่อไม่ได้คิดจะใช้เงินตนเองซื้อที่ดิน ตั้งใจรอให้แม่สามีซื้อแล้วแบ่งสรรให้ในภายหลัง ทว่านึกไม่ถึงว่าหลี่ซื่อจะซื้อนางจึงทำตาม
น่าเสียดายที่นางไม่ได้มีเงินในมือมากนัก เพราะส่วนหนึ่งถูกส่งกลับไปจุนเจือครอบครัวฝ่ายแม่ และนางยังไม่สามารถนำไปใช้ได้ทั้งหมด จึงนำเงินมาซื้อที่ดินได้เพียงหมู่เดียว นางมีที่ดินเพียงเท่านั้นแต่ครอบครัวสี่กลับมีที่ดินถึงสองสามหมู่ แล้วนางจะรู้สึกดีได้อย่างไร
ความริษยาตีตื้นขึ้นมาในใจ
“เจ้าซื้อที่ดินมากมายเพียงนั้น มีชาวบ้านสักกี่คนที่สามารถซื้อได้เยอะขนาดนั้นในคราวเดียว” หลิวซื่อย่อมไม่เชื่อคำของหลี่ซื่อ จึงท้วงขึ้น
หลี่ซื่อไม่มีทางเลือกนอกจากคิดบัญชีให้ดู
แท้จริงแล้วหลี่ซื่อมีรายได้ไม่มากนัก นางมีหน้าที่ทำบัญชีและดูแลคน ต่างจากหลิ่วซื่อ หลิวซื่อ และหลินซื่อที่เสร็จงานแล้วก็ไปทำ ‘งานส่วนตัว’ เพื่อหารายได้ส่วนตัวได้ เงินที่นางได้ส่วนใหญ่จึงมาจาก ‘ส่วนแบ่ง’ จากคนอื่น
พวกนางเป็นครอบครัวเดียวกัน จึงเรียกร้องมากนักไม่ได้ จะได้น้อยได้มากทั้งหมดขึ้นอยู่กับสถานการณ์
“เห็นไหม เงินที่พวกท่านได้จากหนึ่งส่วน ข้าต้องหาหลายส่วนกว่าจะชดเชยกันได้ แล้วจะนำเงินมากมายมาจากไหน ส่วนหนึ่งของข้าน้อยกว่า เพียงแต่มีจำนวนส่วนมากท่านถึงได้รู้สึกว่าข้าทำเงินได้มาก ทั้งที่แท้จริงไม่ได้มากเลย…”
หลิวซื่อเห็นนางคำนวณก็เชื่อขึ้นมาบ้าง “น้อยเพียงนี้เชียวหรือ เช่นนั้นเจ้าก็คงทำงานหนักมากใช่ไหม?”
“ไม่ทำงานหนักแล้วจะทำอย่างไร ข้าไม่ช่วยดูแลแล้วพวกท่านจะได้อะไร เงินก้อนเล็กแต่หากนำมารวมกันในครอบครัวก็นับว่ามาก” หลี่ซื่อเอ่ย “ที่ทุกคนมีช่องทางทำเงินและสามารถมีเงินเก็บได้นั้นไม่ดีหรอกหรือ อย่างที่ดินของครอบครัวเราตอนนี้ ท่านแม่ทุ่มเงินไปมาก ครอบครัวแต่ละคนได้คนละเล็กละน้อย แต่รวมกันก็ถือว่ามากไม่ใช่หรือ ต่อไปต่อให้เราแยกบ้าน นอกจากที่ท่านแม่ยกให้ยังมีส่วนที่ซื้อเอง ต่อให้กิจการไปไม่รอดก็ยังพึ่งพาการเพาะปลูกเพื่อเลี้ยงชีพได้”
หลี่ซื่อมองการณ์ไกลกว่าหลิวซื่อ นางเองก็ต้องการสร้างบ้านใหม่และแยกบ้านเช่นกัน
ทว่านางจะพลาดโอกาสดีที่จะซื้อที่ดินได้อย่างไร
บ้านใช้อยู่อาศัยได้อย่างอัตคัด แต่การมีที่ดินเป็นของตนเองนั้นเป็นสิ่งชี้ชะตาว่าในภายภาคหน้านางจะประทังชีวิตได้หรือไม่ หรือจะอยู่อย่างลำเค็ญโดยไม่สามารถหาเลี้ยงปากท้องได้
“ตอนนี้ข้ามีลูกสองคนแล้ว หากไม่เตรียมการไว้ล่วงหน้า เมื่อพวกเขาเติบโตขึ้นข้าจะเอาที่ดินที่ไหนไปแบ่งสรรให้พวกเขา” หลี่ซื่อกล่าวถึงซานเป่าและซื่อเป่า
หลิวซื่อเอ่ยแย้ง “อะไรกัน ใช่ว่าซานเป่าจะอยู่กับครอบครัวเจ้า ถึงยามนั้นให้น้องสามเลี้ยงดูเขาย่อมไม่เป็นปัญหา”
“นั่นก็จริง แต่ว่าข้าเลี้ยงพวกเขาทั้งคู่มาแล้วจะปฏิบัติต่างกันได้อย่างไร ข้ายกซานเป่าให้พี่สาม ข้าเองก็ต้องให้ส่วนของข้า…” หลี่ซื่อเลี้ยงซื่อเป่ามากับมือ ขาดแค่คลอดออกมาเอง แล้วจะไม่ถือว่าเป็นลูกชายได้อย่างไร
พูดกันตามตรง หลี่ซื่อเลี้ยงเขามานาน ย่อมทำให้เด็กคนนี้ ‘เสียใจ’ ไม่ลง
นางให้ซื่อเป่าน้อยกว่าอยู่บ้างแม้จะไม่ควรทำเช่นนั้น
ถึงตอนนี้หลี่ซื่อจะบอกว่ามีลูกสองคน แต่หลังจากนี้ก็อาจมีเพิ่มอีก หากนางไม่เตรียมการล่วงหน้าแล้วในอนาคตเกิดมีลูกอีก แต่หากไม่มีที่ดินยกให้พวกเขาจะไม่แย่เอาหรือ?
“ข้าไม่ได้เก่งเท่าแม่สามีที่อายุมากเพียงนั้นแล้วยังหาช่องทางให้ลูกชายและลูกสะใภ้ทำเงินได้…” หลี่ซื่อกล่าว “ข้ามีปัญญาใช้ชีวิตเรียบง่ายเท่านั้นแหละ”
หลิวซื่อ “…”
เจ้าสามารถเก็บเล็กผสมน้อยจากส่วนแบ่งเพื่อใช้ชีวิตเรียบง่ายเช่นนั้น แล้วข้าทำอะไรอยู่เล่า?
นางพลันสะเทือนใจเพราะรู้สึกว่าตนเองไม่ใช้เครื่องทำเงิน หลี่ซื่อถึงได้ซื้อที่ดินได้มากในขณะที่นางซื้อได้เพียงหมู่เดียว…
สิ่งที่ทำให้หลิวซื่อยิ่งไม่สบายใจคือครอบครัวฝ่ายแม่ของตน
ไม่รู้ว่าใครไปป่าวประกาศให้มารดานางรู้ว่านางมีเงินซื่อที่ดิน แต่ละคนถึงได้วิ่งโร่มาถามนาง “ซุ่ยซุ่ย ข้าได้ยินว่าเจ้าซื้อที่ดินหรือ ไปได้เงินมากมายมาจากไหน สกุลจูร่ำรวยขนาดนั้นเลยหรือ?”
นอกจากจะเป็นการถามซักไซ้ว่านางหาเงินมาได้อย่างไร ยังกังขาว่านาง ‘กตัญญูรู้คุณ’ ไม่เพียงพอ คล้ายต้องการให้นางจุนเจือครอบครัวมากกว่านี้
“ซุ่ยซุ่ย พ่อกับแม่แก่ปูนนี้แล้ว ร่างกายไม่แข็งแรง ไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ได้นานเพียงไหน เจ้ากลับไม่มีสิ่งใดติดตัวกลับไปเยี่ยมบ้านแม่”
“เฮ้อ… ต่อไปเมื่อกลับไปเยี่ยมบ้านก็อย่าได้ ‘ตระหนี่’ เกินไป จะทำให้พี่ชายกับพี่สะใภ้เจ้าไม่สบายใจเอาได้ ทุกคนก็เป็นครอบครัวของเจ้า เจ้าจะเก็บเงินไว้กับตัวโดยไม่ใส่ใจพวกเขาไม่ได้”
……
ทว่าเรื่องพรรค์นี้นางไม่กล้าบอกหลี่ซื่อ ไม่เช่นนั้นเรื่องที่นางมักแอบเจียดเงินไปให้มารดาจะถูกเปิดเผยเอาได้
ตอนนี้อย่าว่าแต่เจียดเงินเลย แม้แต่คนที่เคยยินดีมอบเงินให้นางก็ไม่ต้องการให้อีกต่อไปแล้ว
หลี่ซื่อรู้จักซื้อที่ดินไว้ให้ลูกชาย นางในฐานะแม่คนเหมือนกันจะยากจนได้อย่างไร
ด้วยเหตุนี้จึงลอบคำนวณในใจว่าหาก ‘เก็บ’ เงินที่เคยให้ครอบครัวฝ่ายแม่ อีกสามถึงห้าปีนางต้องสามารถซื้อที่ดินได้สักหมู่แน่
หลี่ซื่อไม่รู้ว่าหลิวซื่อจินตนาการไปถึงที่ดินในอนาคตแล้วอารมณ์ดีและสบายใจยิ่งนัก
เดิมทีนางเองไม่ได้มีเงินถุงเงินถัง ทว่าเมื่อครอบครัวฝ่ายแม่รู้ว่านางกำลังเก็บเงินซื้อที่ดิน พวกเขาก็ ‘รวมเงิน’ มาช่วยโดยไม่ต้องร้องขอ
พี่ชายของนางกล่าวว่า “เราช่วยได้เท่านี้ เจ้าจะได้นำเงินไปซื้อที่ดินเพิ่มอีกหมู่ ไม่รู้ว่าต่อไปจะมีโอกาสเช่นนี้อีกหรือไม่ เจ้ารับเอาไว้ก่อนเถิด ในอนาคตจะได้ไม่ต้องเสียดาย”
“ท่านพี่ พี่สะใภ้รู้เรื่องนี้หรือไม่?” หลี่ซื่อไม่รับเอาไว้ในทันที
แม้นางจะกลับไปบ้านแม่เพราะต้องการ ‘ยืมเงิน’ แต่หากพี่สะใภ้ไม่เห็นด้วย หากนางรับเงินมาจะไม่เป็นการสร้างความขัดแย้งในครอบครัวฝ่ายแม่หรอกหรือ
หลี่ซื่อไม่ได้ ‘เห็นแก่ตัว’ ถึงเพียงนั้น
“รู้สิ เป็นพี่สะใภ้เจ้าที่นำเงินมาสมทบด้วย เงินของครอบครัวเราล้วนเป็นพี่สะใภ้เจ้าดูแล ไม่เช่นนั้นเจ้าคิดว่าข้าจะเอาเงินมากมายขนาดนี้มาจากไหน”
หลี่ซื่อมองเงินในมือพี่ชายแล้วเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง ตามนิสัยของเขาแล้วไม่ใช่คนที่จะจัดการดูแลเรื่องเงินทองได้
ทว่าเหตุใดจึงเป็นพี่ชายที่นำเงินมาให้นาง หาใช่พี่สะใภ้ไม่?