ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 893 เจตนาของเจ้าหน้าที่ทางการ
ในเมื่อพวกเขาวางแผนจะซื้อที่ดินจำนวนมากในคราวเดียว ย่อมต้องเตรียมการสืบข้อมูลมาล่วงหน้าแล้ว
พื้นที่ใกล้เคียงเขาไท่ตังใช่ว่าจะไม่มีที่ดิน แต่ส่วนใหญ่มักตกอยู่ในมือสกุลใหญ่อย่างที่นายอำเภอกล่าว หากต้องการซื้อเพียงไม่กี่หมู่ยังหาทางได้ง่าย แต่ซื้อหลายร้อยหมู่แบบนี้ สกุลใหญ่คงไม่มีทางยอมแน่นอน
การจะได้ที่ดินที่มีการเตรียมพร้อมเสร็จสรรพนั้นเป็นไปได้ยากยิ่งนัก
“หมายความว่า…” นายอำเภอไต้เจิ้งเต๋อรู้เจตนาของพวกเขาแล้วก็ไม่แปลกใจแต่อย่างใด
ถึงอย่างไรชาวบ้านหมู่บ้านสกุลจูก็แวะเวียนมาเสมอ คราวก่อนมายังที่ว่าการ หกครอบครัวที่พอจะคุ้นเคยด้วยก็ถามไถ่ถึงเรื่องนี้
เขาพูดอ้อมค้อมอยู่ครึ่งวันเพียงต้องการขัดขวางเจ้าหน้าที่ทางการและผู้อาวุโสประจำหมู่บ้านสกุลจู ในขณะเดียวกันก็หลอกถามว่าชาวบ้านในหมู่บ้านทำอะไรกัน อยู่ ๆ ถึงได้มีเงินมากมายมาซื้อที่ดิน หากเป็นไปได้เขาเองก็ต้องการยกสิ่งนี้เป็นผลงานเพื่อ ‘เลื่อนตำแหน่ง’
ส่วนเรื่องที่เจ้าหน้าที่ทางการและผู้อาวุโสประจำหมู่บ้านสกุลจูบอกว่าจะทำให้หมู่บ้านสกุลจูและหมู่บ้านข้างเคียง ‘ร่ำรวย’ ไปด้วยกันนั้น คำพูดเหล่านี้เขาเพียงฟังผ่านหูและไม่ได้ใส่ใจนัก
หากชาวบ้านอยู่ดีกินดีแล้วจะต้องมีนายอำเภอไปทำไมกัน
“นายอำเภอไต้ เรื่องนี้ข้าต้องรบกวนท่านเป็นตัวกลางช่วยประสานงานให้ หากร่วมมือกันได้ย่อมเป็นการดีที่สุด หากไม่ได้จริง ๆ ก็ช่วยไม่ได้ ข้าน้อยได้แต่ต้องหาหนทางอื่นแล้ว”
“อย่างไรก็ต้องการที่ดินผืนนี้ให้ได้สินะ…” นายอำเภอไต้เจิ้งเต๋อมีท่าทีตอบสนองในท้ายที่สุด
เดิมทีหัวเซี่ยงหรงสวมรอยเป็น ‘ถังหัวชิง’ และตั้งบ่อนพนันอี้ชิงขึ้นมา ไม่ง่ายเลยกว่าจะเก็บเงินได้ก้อนโต
ทว่าใครจะคิดว่าจะถูกลงโทษเพียงเพราะต้องการ ‘ใส่ความ’ หญิงชนบทที่พอจะเป็นที่รู้จักและยังจับนางเข้าคุก
เบื้องลึกเบื้องหลังกลับถูกอีกฝ่ายเปิดโปง ไม่ต้องกล่าวถึงเงินทองที่สั่งสมไว้ เขายังถูกผู้อื่นจับไต๋ได้ด้วย
ที่ดินที่เจ้าหน้าที่ทางการประจำหมู่บ้านสกุลจูกล่าวถึงนั้น แท้จริงแล้วไม่ได้อยู่ในชื่อของหัวเซี่ยงหรง แต่เป็นของคนในบังคับบัญชาของเขา และคนผู้นั้นแอบยกให้เขาเพื่อหาทางเอาตัวรอด
นายอำเภอไต้เจิ้งเต๋อคิดว่าไม่มีใครรู้เรื่องนี้ จึงไม่รายงานและปิดบังเอาไว้
ส่วนแผนการในภายภาคหน้านั้นเขายังไม่ได้คิด ทว่าแผนการนั้นย่อมไม่ใช่การ ‘ขาย’ ที่ดินผืนนี้ให้หมู่บ้านสกุลจูแน่นอน
เขามองหน้าเจ้าหน้าที่ทางการประจำหมู่บ้านสกุลจู ในขณะที่อีกฝ่ายจ้องเขากลับโดยไม่หลบเลี่ยง
เป็นเช่นนี้อยู่นาน
ผู้อาวุโสประจำหมู่บ้านสกุลจูใจเต้นรัว อีกฝ่ายบอกว่าให้ซื้อสิ่งที่มีอยู่ แล้วจะเปลี่ยนใจนายอำเภอได้อย่างไร
ดูสิ ตอนนี้เกิดเรื่องแล้วไม่ใช่หรือ?
ในจังหวะที่เขาคิดว่านายอำเภอไต้จะโกรธ เจ้าตัวกลับลั่นขำ “ฮ่า ๆๆ… เจ้าเล็งที่ดินผืนนั้นอยู่ ผืนที่ข้ารู้ว่าใครเป็นเจ้าของ เพราะต้องการซื้อที่ดินผืนนั้นจึงมีแต่ต้องมาหาข้า”
เจ้าหน้าที่ทางการประจำหมู่บ้านสกุลจูกล่าวกลั้วหัวเราะเช่นกัน “เช่นนั้นต้องรบกวนนายอำเภอแล้ว ช่วยข้าน้อยติดต่อขอซื้อที่ดินจาก ‘พ่อค้าต่างถิ่น’ ให้ข้าน้อยทีเถิด ถึงอย่างไรเขาก็จะอยู่ที่นี่เพียงไม่นาน อยู่ไปก็มีแต่จะลำบาก หากอยู่ห่างไกลเกินไปย่อมไม่คุ้มค่ากับการสร้างจวน แม้จะอยู่บนที่ดินหลายร้อยหมู่ก็ตาม ไม่สู้รีบ ‘ออกไป’ จะได้เบาใจ เอาเงินไปซื้อที่ดินและสร้างจวนขึ้นใกล้ ๆ ท่าน ประหยัดทั้งเวลาและแรงงาน อีกทั้งยังไร้กังวล”
เมื่อออกมาจากที่ว่าการ ผู้อาวุโสประจำหมู่บ้านสกุลจูยังใจไม่สงบ
หลังจากขึ้นเกวียนจึงบอกกับเจ้าหน้าที่ทางการประจำหมู่บ้านสกุลจู “เมื่อครู่ท่านทำข้ากลัวแทบตาย คิดว่านายอำเภอจะโมโหเสียจนจับเราสองคนเข้าตารางแล้ว”
“ท่านคิดมากเกินไป คิดว่าเขาจะไม่อยากจัดการที่ดินหลายร้อยหมู่ในมืออย่างนั้นหรือ?” อีกฝ่ายกล่าวด้วยท่าทีใจเย็น “เดิมทีที่มาของที่ดินเหล่านั้นไม่อาจระบุได้ หากคนติดสินบนของเขาถูกเปิดโปงจะเป็นมลทินติดตัว แต่เขาต้องคายออกมาเช่นนี้ย่อมไม่เต็มใจอยู่บ้าง แต่ถ้าต้องผลัดเปลี่ยนของในมือโดยไม่ได้เงินกลับมาย่อมเป็นการทำงานหนักเสียเปล่า”
“แต่ก็ไม่จำเป็นต้องขายให้เราไม่ใช่หรือ เขาเจรจากับเศรษฐีเหล่านั้นบ่อยครั้ง ขายให้พวกเขาไม่ได้ดีกว่าหรือ?”
“ไม่จำเป็นจริง ๆ เราเป็นเพียงชาวไร่ชาวนา ต่อให้ต้องการถล่มฟ้าก็ไม่อาจก่อพายุได้ ทว่าเศรษฐีเหล่านั้นก็ไม่แน่ว่าจะถูกคนที่ติดสินบนเขาซื้อตัวไปหรือไม่ หากเคราะห์ร้ายบังเอิญตกอยู่ในมือของคนผู้นั้นขึ้นมาเล่า?” เจ้าหน้าที่ทางการประจำหมู่บ้านสกุลจูกล่าว “อย่าเห็นว่าเป็นสกุลใหญ่แล้วจะเป็นมิตรกับใครก็ได้ หากเป็นเรื่องของผลประโยชน์แล้วใครก็อาจแทงข้างหลังกันได้ทั้งนั้น”
“งานที่ท่านทำตอนนี้ใช่ว่าใครจะทำก็ได้” เมื่อได้ยินเช่นนั้นผู้อาวุโสก็กล่าวอย่างซาบซึ้ง “ทั้งทางการและสกุลใหญ่เหล่านี้ หากไม่รู้ที่ทางภายใน วันหนึ่งพวกเขาอาจถูกคนอื่นเอาคืนได้เช่นกัน”
“อย่าชมเชยข้านักเลย ก่อนข้ามาที่นี่ได้ไปพูดคุยกับจูต้าเหนียงมาครู่หนึ่ง”
“เป็นจูต้าเหนียงที่ทำให้ท่านคิดเช่นนี้หรือ?” อีกฝ่ายตกตะลึง “นางขาหักไม่ใช่หรือ? ยังมีใจจะมาพูดคุยกับท่านเรื่องนี้อีกหรือ?”
“ท่านประเมินนางต่ำไป ไม่เห็นหรือว่านางยุ่งตลอดเวลาตั้งแต่กลับมา แม้จะไม่ได้ออกไปนอกบ้านนัก แต่เรื่องในหมู่บ้านสกุลจูเคยเป็นชิ้นเป็นอันถึงเพียงนี้ไหม เราไม่รู้เรื่องนอกหมู่บ้าน แต่มีเรื่องใดในหมู่บ้านที่ไม่ผ่านมือท่านบ้าง เพียงแค่เพราะนางไม่ออกหน้าก็ใช่ว่านางจะไม่ได้ทำสิ่งใด”
“แล้วนางรู้เรื่องของที่ว่าการได้อย่างไร?”
“ท่านลืมไปแล้วหรือว่าคู่หมั้นของลูกสาวบุญธรรมของนางก็เป็นเจ้าพนักงานที่ว่าการ”
ผู้อาวุโส “…”
เจ้าหน้าที่ทางการรู้ข่าวที่เขาไม่รู้นับว่าไม่แปลก ที่แท้ก็รู้ข่าวจากจูต้าเหนียงนี่เอง
ดูเหมือนว่าเขาต้องไปรบกวนจูต้าเหนียงให้บ่อยขึ้นในยามว่างเสียแล้ว
ไม่เช่นนั้นหากเทียบกับตาเฒ่าผู้นี้ เขาจะยังมีเกียรติสมกับเป็นผู้อาวุโสประจำหมู่บ้านได้อย่างไร
เจ้าหน้าที่ทางการประจำหมู่บ้านสกุลจูยังกล่าวต่อไปว่า “จูต้าเหนียงยังบอกว่านอกจากเหตุผลนี้แล้ว ยังมีอีกเหตุผลที่นายอำเภอจะเลือกขายที่ดินให้เรา”
“อะไรหรือ?” อีกฝ่ายเหลียวหันมาถาม
เจ้าหน้าที่ทางการหันไปจ้องแล้วตอบว่า “ผลงานไงเล่า”
ผู้อาวุโสประจำหมู่บ้านสกุลจู “…”
“นายอำเภอไต้ประจำการอยู่ที่ตำบลอันจิ่วมาห้าปีแล้ว ท่านคิดว่าเขาไม่ต้องการไปจากที่นี่หรือ? เราคิดว่าที่นี่ดีแล้ว แต่คนนอกย่อมต้องการไปที่ที่ดีกว่านี้ เขาขายที่ดินให้เรานอกจากจะได้เงินแล้วยังนับเป็น ‘ผลงาน’ อีกด้วย”
“แต่ว่าเรารู้ ‘ความลับ’ ของเขา…”
“หากเราสามารถรู้ได้แล้ว ท่านคิดว่าสกุลใหญ่จะไม่รู้หรือ?” เจ้าหน้าที่ทางการอธิบายต่อ “สิ่งที่เราทำถือเป็นการเตือนเขาว่ามีคนล่วงรู้การกระทำลับ ๆ ของเขา เขาจึงควรรีบสะสางไม่ให้หลงเหลือมาสร้างความเดือดร้อนให้ตนเอง เราเป็นเพียงคนกลุ่มเล็ก ๆ ที่ต้องการซื้อที่ดินทำกิน ส่วนเรื่องที่เหลือเราไม่มีส่วนรู้เห็น”
เดิมทีเจ้าหน้าที่ทางการไม่กล้าคิดเช่นนี้ แต่เย่อวี๋หรานวิเคราะห์ให้เขาฟังและบอกถึงความเป็นไปได้ของเรื่องนี้ กอปรกับเรื่องที่ในปีสองปีที่ผ่านมา ไม่ว่านางจะต้องการทำสิ่งใดก็สำเร็จ เขาจึงพอมีหวังขึ้นมา
หมู่บ้านสกุลเจี่ยซื้อที่ดินกันได้ ไม่เพียงแต่นายอำเภอไต้เจิ้งเต๋อจะได้ ‘ความดีความชอบ’ เขาในฐานะเจ้าหน้าที่ทางการก็พลอยได้ ‘ความดีความชอบ’ ไปด้วย
เขาอายุมากแล้ว ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้อีกกี่ปี หากไม่รีบทำบางอย่างเพื่อสร้างความดีความชอบ อีกทั้งยังโดนเบื้องบน ‘หมางเมิน’ เช่นนั้นจะมีคนนึกอิจฉาในตำแหน่งประจำหมู่บ้านสกุลจูหรือ?