ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 901 เคล็ดลับลูกดก
“ต่างกันหรือ?” ฮูหยินเจี่ยงุนงง
เพราะฮูหยินเจี่ยแต่งเข้าตระกูลมานานแต่ยังไม่ตั้งครรภ์เสียที นางย่อมรีบเร่งไปหาหมอ
นางมีปัญหามดลูกเย็น*[1] ซึ่งส่งผลต่อการตั้งครรภ์ หมอจ่ายยาให้และครอบครัวฝ่ายมารดายังช่วยหาตำรับยาโบราณสารพัดอย่างมาให้ใช้ ผ่านไปหลายปีนางก็อุ้มท้องในท้ายที่สุด แต่ลูกสาวที่คลอดมาก็ป่วยออดแอด
ลูกสาวคนนี้มีชีวิตอยู่ได้ไม่นานก็ตายจากไป
ตั้งแต่นั้นมานางก็ไม่มีทีท่าว่าจะตั้งท้องอีก
“ย่อมต่างกันอยู่แล้ว ในหมู่บ้านเราข้าเองก็เป็นผู้เดียวที่ลูกดก” เย่อวี๋หรานยกตนเองเป็นตัวอย่าง “ข้าถามไปสิบลี้แปดหมู่บ้าน แม้มีลูกกันสามถึงห้าคนแต่ก็มีน้อยคนที่จะมีปัญญาเลี้ยงดู ครอบครัวส่วนใหญ่จึงมีลูกกันสองสามคนเท่านั้น”
“เช่นนั้นทำไมท่านถึงลูกดกนัก?”
“เกิดมาเป็นเช่นนี้อย่างไรเล่า?”
ฮูหยินเจี่ย “…”
“ข้าไม่ได้โกหกท่านจริง ๆ” เย่อวี๋หรานลำบากใจ “ข้าวพันธุ์เดียวเติบโตแตกต่างนับร้อย โลกนี้กว้างใหญ่ผู้คนจึงหลากหลาย ข้าไม่ได้เป็นเพียงผู้เดียวที่ลูกดก เพียงแค่ท่านบังเอิญพบข้าเท่านั้น”
ฮูหยินเจี่ยอับจนหนทาง
เย่อวี๋หรานเห็นสีหน้านั้นก็ไม่สบายใจจึงพูดว่า “ข้าอาจพูดตรงไปเสียหน่อย แต่ฮูหยินเจี่ยไม่อาจตั้งท้องได้ก็คือไม่อาจทำได้ ทุกข์ใจไปก็เปล่าประโยชน์ หากการทุกข์ทนสามารถคลี่คลายปัญหาได้ ข้าเองก็ยินดีทุกข์ทนไปกับท่านด้วย”
“แล้วข้าทำอย่างไรได้บ้าง?”
“ใช้ชีวิตให้มีความสุขอย่างไรเล่า” เย่อวี๋หรานกล่าวชัดถ้อยชัดคำ “ทุกข์ทนก็วันหนึ่ง สุขสมก็อีกวันหนึ่ง แทนที่จะทุกข์ทนและเศร้าโศกไปทุกวัน ให้โชคดีหนีห่างเมื่อพบพานท่าน ไม่สู้ใช้ชีวิตให้มีความสุข บางทีวันหนึ่งอาจเกิดปาฏิหาริย์ได้ ต่อให้ไม่มีทางเป็นไปได้อีก หากวันหน้าท่านหลับตาจินตนาการมองย้อนกลับมาแล้วเห็นว่าแม้จะไม่มีลูกแต่ท่านก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในทุกวัน มันก็คุ้มค่าแล้วไม่ใช่หรือ…”
ฮูหยินเจี่ยสติหลุดพลางส่ายหน้า “ท่านไม่เข้าใจ… ท่านมีลูกจึงไม่เข้าใจ ไม่มีลูกแล้วข้าจะมีความสุขได้อย่างไร ทุกคนตราหน้าว่าข้าเป็นแม่ไก่ไม่ออกไข่ ข้าไม่มีคุณสมบัติจะปรนนิบัติสามีด้วยซ้ำ…”
นางปาดน้ำตาขณะเอ่ยออกมาด้วยเสียงสลดหดหู่โดยไม่รู้ตัว
ทั้งยังกล่าวอย่างเศร้าสร้อยว่าเป็นที่คาดหวังของครอบครัวสามีเมื่อครั้งยังเป็นเด็กสาว
ทว่านึกไม่ถึงว่าตนจะไม่มีลูกสักคน ตั้งแต่นั้นมานางก็ถูกสามีปฏิเสธ ในจวนเต็มไปด้วยสตรีที่นางไม่อาจควบคุมดูแลได้ หากไม่ใช่เพราะครอบครัวฝ่ายมารดามีหน้ามีตาในสังคม นางคงถูกขับไล่กลับไปบ้านมารดาแล้ว
เย่อวี๋หรานกุมมือนางแน่นคล้ายต้องการบอกนางจากใจจริง “ไม่มีลูกแล้วอย่างไร คุณค่าของสตรีไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีลูก หากไม่อาจมีลูกแล้วผู้คนกล้าโทษว่าสตรีผู้นั้น ‘ไม่มีปัญญาตั้งท้อง’ นางผู้นั้นก็คง…”
ทว่านางพูดต่อไม่ออก
“ฮูหยินเจี่ย ข้ามั่นใจว่าท่านไม่ได้เป็นผู้เดียวที่ไม่มีลูก” เย่อวี๋หรานบอกอย่างมั่นอกมั่นใจ “ลองตรองดู ว่ากันว่าลูกสาวมักเหมือนมารดา ท่านแม่ของท่านคลอดท่านมา ท่านย่อมได้เชื้อของนางมาด้วย นางยังมีลูกได้แล้วท่านจะไม่อาจมีลูกได้อย่างไร”
“เช่นนั้นทำไมข้าถึงยังไม่มีลูก?” ฮูหยินเจี่ยถามราวกับคว้าฟางช่วยชีวิตเส้นสุดท้ายเอาไว้
“การตั้งท้องไม่ได้ข้องเกี่ยวกับฝ่ายหญิงฝ่ายเดียว สิ่งที่เกิดขึ้นกับท่านอาจไม่ได้เป็นเพราะท่าน” เย่อวี๋หรานสบตาอีกฝ่าย
“ไม่ใช่เพราะข้าหรือ หมายความว่า…” ฮูหยินเจี่ยคิดตามแล้วตะลึงงัน
นางพยักหน้า “ท่านคิดดู อนุในจวนของสามีท่านมีกี่คนที่ตั้งท้อง?”
“แม้จะมีไม่มากแต่ก็มีอยู่… ในเมื่อมีอยู่บ้างก็นับว่าปกติไม่ใช่หรือ?”
“ท่านมั่นใจได้อย่างไรว่าอนุเหล่านั้นอุ้มท้องลูกสามีท่าน?” นางกล่าวด้วยท่าทีขึงขัง “พวกนางรู้ไม่ใช่หรือว่าฮูหยินใหญ่อย่างท่านไม่มีลูก หากพวกนางตั้งท้องก็คงทำให้มีตำแหน่งมั่นคงไม่ใช่หรือ? ต่อให้ไม่ใช่ทุกคนที่คิดร้ายเช่นนั้นแต่ก็ต้องมีอยู่บ้าง เพียงแค่ท่านไม่รู้เท่านั้น”
ฮูหยินเจี่ยถึงกับสูดปาก
นางมักไม่อยากใส่ใจสตรีเหล่านั้น จึงไม่ได้คิดถามว่าพวกนางมีลูกกับเจี่ยฮงฟางได้อย่างไร
นางไม่ต้องการเห็นพวกนางแม้แต่น้อย ขอเพียงไม่โผล่มาให้เห็นจะเป็นการดีกว่า
คนนอกไม่รู้แต่นางรู้ดีแก่ใจ อนุเหล่านั้นจะตั้งท้องหรือไม่นั้นไม่ได้ข้องเกี่ยวกับนาง ในฐานะฮูหยินที่ไม่มีลูก นางอดใจรอให้อนุเหล่านั้นมีลูกไม่ไหว นางจะได้กอดเข่าและยังมีที่ยืนมั่นคง
ทว่าปัญหาคือไม่มีอนุคนใดในจวนที่ทำได้ การตั้งท้องว่ายากแล้ว แต่หากท้องแล้วแต่คลอดไม่ได้จะโทษใครได้
“ยิ่งไปกว่านั้นต่อให้ท่านท้องก็ยังอาจคลอดไม่สำเร็จ เราชาวไร่ชาวนารู้ดีว่าหากต้องการให้พืชงอกงามก็ต้องใช้เมล็ดพันธุ์ดี ต่อให้มีผืนดินอุดมสมบูรณ์แต่เมล็ดพันธุ์ใช้การไม่ได้ ดูแลดีเพียงใดก็ไม่อาจทำให้งอกงามได้…”
ฮูหยินเจี่ยคิด ‘เปรียบเทียบเช่นนั้นได้ด้วยหรือ!’
หากผู้อื่นมาพูดคุยและกังขาว่าการมีบุตรของนางไม่ใช่ความผิดของนางแต่เป็นสามีนาง นางคงโกรธไปแล้ว ทว่ายามนี้นางจนตรอกและกำลังจะสติแตกหากไม่อาจหาทางออกได้ คราวนี้มีคนกรุยทางให้ก้าวลงเช่นนี้มีหรือนางจะไม่เดินตาม
นางเขย่ามือเย่อวี๋หรานอย่างแรงพลางถามด้วยความลนลาน “จริงหรือ? การไม่มีบุตรบางครั้งก็ไม่ใช่ความผิดของฝ่ายหญิง แต่เกิดจากปัญหาของฝ่ายชายได้จริงหรือ?”
“ฮูหยินเจี่ย ข้าเองไม่มั่นใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับท่าน แต่ข้ามั่นใจว่าการไม่มีบุตรของผู้หญิงบางครั้งไม่ได้เกิดจากปัญหาของฝ่ายหญิง แต่อาจเกิดจากฝ่ายชายได้จริง ๆ เพียงแต่ว่าบุรุษต่างจากสตรี เมื่อไม่มีลูก สตรีอย่างเรา ๆ ไม่อายที่จะไปพบหมอ กลับยิ่งจะไปพบหมอเพื่อรักษาอย่างจริงจัง แล้วพวกผู้ชายเล่า ท่านคิดว่าจะมีสักกี่คนที่คิดว่าปัญหาเกิดจากตนเองและตัดสินใจไปพบหมอ?”
ฮูหยินเจี่ย “…”
ท่านช่างมั่นอกมั่นใจในความคิดเสียจนสามารถกล่าวออกมาโต้ง ๆ ได้!
นางจ้องหน้าเย่อวี๋หรานครู่หนึ่ง ในหัวครุ่นคิดว้าวุ่นเพราะไม่เข้าใจว่าหญิงชาวบ้านผู้นี้กล่าวถึงเรื่องพรรค์นี้ออกมาได้อย่างไร
หากถ้อยคำเหล่านี้แพร่งพรายออกไป เกรงว่าคงจะถูกปัญญาชนทั้งหลายถ่มถุยใส่
“ข้ารู้ว่าคำของข้าอาจดูขัดหูไปสักหน่อย ฮูหยินเจี่ย หากไม่เห็นแก่ท่านข้าคงไม่พูดออกมา ท่านเพียงรับฟังและจดจำเอาไว้ในใจ ไม่ต้องบอกกล่าวไปสู่สาธารณะ” เย่อวี๋หรานถอนหายใจแล้วพูดต่อ “ยุคสมัยนี้ชายเป็นใหญ่ในโลก ผู้หญิงอย่างเราไม่มีปากไม่มีเสียง เกรงว่าหากคำพูดเหล่านี้หลุดออกไปข้าคงต้องชดใช้ความผิดด้วยความตาย แม้ทำเช่นนั้นก็ยังอาจชำระมลทินไม่ได้ ข้าคงถูกชายเหล่านั้นมองหยามเหยียดและถูกสาปแช่งไปหลายชั่วโคตร…”
“เช่นนั้นท่านก็ยังพูดหรือ?” ฮูหยินเจี่ยใจเต้น
นางนึกไม่ถึงว่าจูต้าเหนียงรู้ดีถึงผลลัพธ์ แต่ก็ยังกล้าเสี่ยงที่จะกล่าวกับนางถึงเพียงนี้
หรือว่าอีกฝ่ายจะเชื่อมั่นในตัวนางมากเสียจนไม่กลัวว่านางจะเอาเรื่องนี้ไปโพนทะนาเพื่อ ‘ขาย’ อีกฝ่าย
[1] ปัญหามดลูกเย็น คือ ภาวะที่เกิดจากความไม่สมดุลของหยินและหยางในร่างกาย ทำให้มดลูกเย็น มีตกขาว ปวดประจำเดือน และเกิดภาวะมีบุตรยาก