ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 919 อย่างกับกลัวคนไม่รู้ว่ามีมารดาเก่งกาจเพียงนี้
“นึกเสียใจไปก็เปล่าประโยชน์ ใครใช้ให้เจ้าทำผิด ครอบครัวจึงส่งเจ้ามาที่นี่กันเล่า เราไม่สนใจว่าทำไมเจ้าถึงได้ถูกส่งมาที่นี่ แต่ในเมื่อถูกส่งมาที่นี่แล้วก็ต้องทำตามกฎของเรา” แม่ชีเฒ่าหลุบตาลงพลางสอดมือเข้าไปในแขนเสื้อเพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น
แม้นางจะไม่ต้องซักผ้า ทว่าแค่ยืนมองหญิงปากสว่างซักผ้าก็ถูกลมพัดใส่ไม่น้อย
นี่เป็นภาพบาดตาสำหรับหญิงปากสว่าง
นิ้วนางบวมเพราะความหนาวเย็น อีกฝ่ายกลับสอดมือเข้าแขนเสื้อเพียงเพราะลมพัด
คอยดูเถิด ข้าออกไปได้แล้วจะต้องทำลายที่แห่งนี้ทิ้งให้ได้
นางลอบสาบานในใจ
สำหรับครอบครัวจูหย่งหนิง นี่เป็นปีแรกที่ฉลองปีใหม่โดยไม่มีหญิงปากสว่างอยู่ด้วย
“ท่านแม่ ท่านย่าไม่อยู่บ้านแล้วดียิ่งนัก!”
หลานชายคนโตของบ้านมองป้ายอักษรมงคลบนประตู เขากระซิบบอกมารดาลับหลังจูหย่งหนิง
ลูกสะใภ้ของจูหย่งหนิงลูบหัวลูกชายแล้วยกยิ้มโดยไม่ออกความเห็น
พวกเขาได้ป้ายอักษรมงคลมาจากครอบครัวเย่อวี๋หราน เพราะปีนี้ครอบครัวเขาไปช่วยงานจึงได้ป้ายอักษรมงคลนี้มาโดยเปล่า ถือเป็น ‘สวัสดิการ’ ของคนงาน
นอกจากนี้ยังได้ขนมมงคลและของอื่น ๆ มาด้วย
เรียกอีกอย่างว่าแม้จะให้ค่าแรงไม่มาก แต่สกุลจูก็มอบสิ่งของให้ทุกคนหลังจากทำงานหนักกันมามาก
ทุกคนที่ได้ของไปต่างยิ้มแย้มแจ่มใส
“พ่อค้าต่างถิ่นผู้นี้ช่างใจกว้างนัก ส่งข้าวของมาให้เราตั้งมากมาย!”
หลี่ซื่อยิ้ม “ก่อนหน้านี้เราก็บอกไม่ใช่หรือว่าอย่าเห็นว่าค่าแรงไม่สูง ขอเพียงทำงานได้ดีก็จะได้ ‘สวัสดิการ’ ในภายหลังแน่นอน สวัสดิการเหล่านี้หากคำนวณเป็นเงินที่ต้องไปหาซื้อยังต้องใช้หลายตำลึง”
“ใช่แล้ว หากเข้าเมืองไปซื้อขนมมงคลและดอกไม้เหล่านี้ที่ร้าน พวกเขาจะคิดราคาถึงชั่งละเกือบสี่สิบเหรียญ” อีกฝ่ายคะเนน้ำหนักขนมในมือแล้วเอ่ยว่า “ข้าคิดว่าขนมนี้น่าจะมากกว่าครึ่งชั่ง ก็น่าจะมีค่าประมาณยี่สิบเหรียญได้”
“แค่ขนมห้ามงคลก็มีค่าเพียงนั้นแล้ว ยังไม่รวมดอกไม้พวกนี้ที่ชั่งละสี่สิบเหรียญอีก หากรวมแล้วของเหล่านี้ก็มีมูลค่ามาก…” ไม่มีใครรู้มูลค่าของเหล่านี้ดีไปกว่าหลี่ซื่อ เพราะนี่เป็นของที่ครอบครัวของนางทำขึ้นเอง
เพียงแค่ไม่ได้ให้ชาวบ้านหมู่บ้านสกุลจูทำ แต่มอบหมายให้คนภายนอกทำให้
ชาวบ้านหมู่บ้านสกุลจูไม่สามารถทำงานนี้ได้เพราะพวกนางกลัวว่าความจริงจะถูกเผิดเผย ทั้งยังเกรงว่าเคล็ดลับจะหลุดออกไปแล้วจะไม่เป็นผลดีกับสกุลจู
ไม่เพียงแต่จะมอบหมายงานให้คนภายนอกเท่านั้น ผู้ที่ออกไปควบคุมดูแลยังไม่ใช่คนของสกุลจู แต่กลับไหว้วานคนกลาง
คราวนี้พวกเขาไม่ได้พึ่งพาพี่เป้า แต่อาศัยคนรู้จักของเหวินเหรินซาน
หลี่ฉินกำลังจะแต่งงานกับเหวินเหรินซาน เย่อวี๋หรานจึงให้ส่วนแบ่งกับเขาโดยถือเป็น ‘ของขวัญแต่งงาน’ ให้พวกเขาทั้งคู่
“จูต้าเหนียง ไม่จำเป็นเลย ข้าไม่ได้ช่วยเพื่อหวังผล เพียงแค่บอกกล่าวต่อให้เท่านั้น…”
“เจ้าเด็กคนนี้ สิ่งนี้ไม่ได้มอบให้เจ้าคนเดียว มันเป็นของหลี่ฉินลูกสาวบุญธรรมข้าด้วย” เย่อวี๋หรานเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม “ทุกคนในครอบครัวข้ารู้ว่าข้าชอบเด็กผู้หญิง ไม่เช่นนั้นคงไม่มีเด็กสาวในบ้านมากมายปานนี้ ถึงหลี่ฉินจะไม่ได้อยู่ที่บ้านข้า แต่นางก็อยู่ในใจข้า ข้ามอบส่วนแบ่งนี้ให้เพราะอยากบอกเจ้าว่าต่อให้นางไม่ใช่ลูกสาวแท้ ๆ แต่นางก็ยังสำคัญกับข้า ข้าหวังว่าต่อไปเข้าจะทำดีกับนางและใช้ชีวิตคู่กับนางอย่างมีความสุข”
“จูต้าเหนียงไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจะดูแลนางเป็นอย่างดีขอรับ” เหวินเหรินซานรู้ว่าจูต้าเหนียงรักหลี่ฉินมาก แต่เขานึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะมอบ ‘ของขวัญ’ ชิ้นใหญ่ขนาดนี้ให้ ทำเอาน่ายินดียิ่งนัก
แม้จะเป็นเพียงส่วนแบ่งแต่เขาก็ไม่โง่เง่า ขอเพียงกิจการขนมมงคลนี้ไปได้ด้วยดี ไฉนเลยเขาจะไม่ได้ผลประโยชน์
ยิ่งไปกว่านั้นเขายังได้มันมา ‘โดยเปล่า’
อย่าเห็นว่าเขาเป็นถึงเจ้าหน้าที่ว่าการ ภายนอกอาจดูสวยงาม ทว่าแท้จริงเงินเดือนกลับไม่มากนัก อีกทั้งยังมีค่าใช้จ่าย แต่ละเดือนยิ่งเหลือเก็บเข้าบ้านน้อย
ด้วยเหตุนี้บางครั้งเจ้าหน้าที่เหล่านี้จึงหาทาง ‘ยักยอก’ เงินออกมา
ทว่าการทำเช่นนั้นก็สุ่มเสี่ยง หากไม่ระวังอาจตกเป็นเป้าให้ผู้อื่นเล่นงานได้…
เขาทำได้เพียงระวังแล้วระวังเล่า และยอมยักยอกออกมาให้น้อยและไม่คิดหาเรื่องเดือดร้อน
ทว่าเย่อวี๋หรานยกหุ้นให้เขาเช่นนี้ต่างออกไป มันเป็นเรื่อง ‘เปิดเผยและตรงไปตรงมา’ ต่อให้มีคนล่วงรู้ก็ไม่อาจทักท้วงอะไรได้
เย่อวี๋หรานไม่ได้ยกหุ้นให้เขาโดยเปล่า นอกจากจะเป็นการลากมาเอี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยกันแล้ว ยังต้องการหาช่องทางทำเงินให้กับตนเอง
มีทางพี่เป้าแล้ว แต่เรื่องระหว่างพี่เป้ากับฮูหยินเจี่ยก็เสี่ยงเกินไป หากไม่ระวัง สกุลจูอาจเดือดร้อนไปด้วย ส่วนด้านเมืองผู่โซ่วแม้จะไว้ใจทุกคนได้ แต่ตอนนี้สกุลจูอยู่ห่างไกลเกินไป การร่วมมือกันย่อมไม่สะดวกนัก
นางยังมีนายท่านผู้เฒ่าซุน ทว่าจะผ่านไปถึงทางนั้นก็ยังไม่สามารถตัดพี่เป้าทิ้งได้
เมื่อตรองดูแล้วจึงมีเพียงต้องหาหนทางอื่นเพิ่ม
เหวินเหรินซานทำงานในที่ว่าการ ตามเชื้อสายแล้วย่อมมีหนทางกว้างขวางกว่าคนทั่วไป สำคัญที่จะใช้มันอย่างไร หากสามารถใช้หุ้นเพื่อแลกเปลี่ยนผลกำไรให้เหวินเหรินซานกับหลี่ฉินวางใจ ในระยะยาวก็ยังนับว่าคุ้มค่า
ปีนี้มันเทศให้ผลผลิตมาก ทั้งยังมีพริกอีกจำนวนมาก เย่อวี๋หรานจึงเพิ่มอาหารจานใหม่ในร้านอีกหลายอย่าง
ขนมนี้คือหนึ่งในนั้น นางใช้แป้งมันเทศเป็นวัตถุดิบ พริกที่มีก็ถูกนำมาเพิ่มรสชาติในอาหารด้วย
หนึ่งในนั้นมี ‘พรห้าประการ’ ที่อิงมาจาก ‘รสชาติทั้งห้าในชีวิต’ ทั้งหวาน เปรี้ยว ขม เผ็ด เค็ม และอื่น ๆ การได้กินจะทำให้ได้รับทั้ง ‘ความอายุยืน’ ‘ความมั่งคั่ง’ ‘สุขภาพแข็งแรง’ ‘ศีลธรรมดีงาม’ ‘ความสงบสุข’ และ ‘ลูกหลานเต็มบ้าน’ นี่เป็นความหมายของ ‘หวานต้นขมปลาย’
ขนมที่สกุลจูมอบให้ชาวบ้านมีความหลากหลาย ต่างจากที่ขายในร้านซึ่งมีทั้ง ‘โชคทอง’ ‘โชคเงิน’ รวมถึง ‘โชคเหนือโชค’ และชุดอื่น ๆ
ราคาของขนมชุดเหล่านี้แพงกว่ามาก เป้าหมายคือการขายให้กับครอบครัวเศรษฐี
นี่เป็นครั้งแรกที่เย่อวี๋หรานกำหนดกลุ่มลูกค้าเป็น ‘ครอบครัวเศรษฐี’
นางเกรงว่าจะไม่เป็นที่ถูกใจของพวกเขา หลังจากออกแบบสินค้าแล้วยังเขียนจดหมายให้เยี่ยนเหออันช่วยแนะนำให้นาง
ไม่ต้องกล่าวถึงว่าเขาแปลกใจเล็กน้อยที่สิ่งเหล่านี้เกิดจากความคิดของหญิงชาวบ้าน
ด้วยเหตุนี้ ‘พรห้าประการ’ จึงเสร็จสมบูรณ์
ขนมนี้มีทั้งรสหวาน เปรี้ยว ขม เผ็ด เค็ม แต่ละชิ้นมีรสชาติของตนเอง ผู้คนจึงสามารถค้นพบรสที่ถูกปากตนเองได้
เยี่ยเหออันถูกใจรสเผ็ดเป็นพิเศษ รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของมันเทศที่เขาไม่เคยกินมาก่อนทำให้ติดใจมากทีเดียว
จูชีได้ยินคำชมแล้วยิ้มร่าพลางกล่าวอย่างภาคภูมิใจ “นี่เป็นสิ่งที่แม่ข้าคิดค้นมา!”
“ฮ่า ๆๆ… ใช่แล้ว แม่เจ้าเป็นคนคิดค้นมัน ทันทีที่กล่าวถึงนาง เจ้าก็ภูมิใจราวกับกลัวคนไม่รู้ว่าเจ้ามีมารดาเก่งกาจเพียงนี้!”