ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 928 ความกังขา
เจ้าหน้าที่ทางการกับผู้อาวุโสย่อมคล้อยตาม ทว่าเมื่อนึกถึงเงินในกระเป่าก็สงบใจลงอีกครั้ง
“จูต้าเหนียง บอกเพียงเราไม่ได้หรอก ไม่ว่าเด็กคนใดมีแวว ต่อให้พ่อแม่ไม่เห็นด้วยเราก็จะส่งเสียให้เรียน แต่ว่าก็มีปัญหาใหญ่…” ผู้อาวุโสกัดฟันบอก “ปัญหาใหญ่ก็คือเงิน หมู่บ้านเราจะเป็นคนออกเอง”
เดิมทีเย่อวี๋หรานกล่าวเรื่องนี้เพื่อให้ทุกคนส่งลูกหลานตนเองเล่าเรียน นางกำลังจะบอกว่าจะเป็นใครก็ไม่สำคัญ
นางกล่าวว่า “จะให้ทางหมู่บ้านออกให้ได้อย่างไร ใช่ว่าครอบครัวพวกเขายากจนจนไม่มีเงินจ่ายค่าเล่าเรียน เรื่องนี้พ่อแม่ต้องออกเอง ใครควรทำสิ่งใดก็ต้องให้ทำ ให้ทางหมู่บ้านช่วยจ่ายเงินให้แบบนี้ หากต่อไปใครเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ไม่พากันมาบอกว่าลูกตนเองเป็นอัจฉริยะ แล้วทางหมู่บ้านจะไม่แย่เอาหรือ?”
“จูต้าเหนียง ท่านยังไม่บอกว่าเด็กคนนั้นเป็นใครเลย”
นางส่ายหน้า “บอกไม่ได้”
เจ้าหน้าที่ทางการกับผู้อาวุโสงุนงง
“ลองคิดดู หากข้าบอกไปจะเป็นผลดีหรือร้ายกับเด็กคนนี้ ทุกคนรู้ว่าเขาอ่านออกเขียนได้ เขาคงรู้สึกเหลิงว่าตนเองหัวดีจึงย่อมสามารถสอบซิ่วไฉผ่านได้ในภายภาคหน้า เมื่อยึดติดกับความคิดเช่นนี้แล้วจะยังขยันอ่านเขียนอีกหรือ?” นางอธิบาย “มีโอกาสที่จะสอบซิ่วไฉผ่าน แต่เพราะเขาไม่ตั้งใจอ่านหนังสือจึงพลาดโอกาสนั้น คงน่าเสียดายแย่ หรือหากทุกคนรู้ว่าเขาเรียนเก่งจึงกดดันเขามากเกินไป เขาจึงเผลอกลัวว่าจะไม่เป็นดั่งความคาดหวังของผู้อื่น แล้วเขาจะทำอย่างไร หากเขาคิดไม่ตกแล้วหลงเดินทางผิดจะไม่เป็นการทำร้ายเขาแทนหรอกหรือ?”
“เช่นนั้นท่านจะบอกว่าปล่อยให้เป็นเช่นนี้ดีกว่าหรือ?” ผู้อาวุโสขมวดคิ้ว “ตอนที่เจ้าเจ็ดลูกท่านเข้าเรียนก็เสี่ยงมากและอาจสอบซิ่วไฉไม่ผ่านไม่ใช่หรือ?”
“ท่านก็เห็นแล้วว่าตอนนั้นมันไม่ได้เป็นปัญหา หากข้าพูดออกไป ท่านก็จะปักใจว่าเขาต้องสอบผ่าน” นางหุบยิ้ม “ตอนที่ข้าส่งเจ้าเจ็ดไปเรียน ท่านคิดว่าข้าคิดว่าเขาจะสอบผ่านหรือไม่ ไม่เลย คนส่วนใหญ่ก็ไม่คิดเช่นนั้น เพียงแค่พวกเขาไม่กล้าพูดต่อหน้าข้า นั่นจึงไม่ได้กดดัน ไม่ว่าจะสอบผ่านหรือไม่ก็ไม่สำคัญ ขอเพียงทำได้ดีกว่าที่ผู้อื่นคาดหวังก็พอ ผลปรากฏว่าเขาพยายามอย่างหนักและทำได้เกินกว่าที่ผู้อื่นคาดเอาไว้…”
เย่อวี๋หรานเอ่ยขึ้นให้ทุกคนพลันรู้สึกว่าเมื่อครั้งจูต้าเหนียงส่งจูชีไปเรียนก็ไม่มีใครเชื่อจริง ๆ ตอนนี้เมื่อนางพูดว่าจะส่งคนไปเรียนหนังสือ ทุกคนกลับคิดว่าคนผู้นั้นจะต้องสอบซิ่วไฉผ่านแน่นอน ไม่เช่นนั้นนางคงไม่กล่าวถึง
แม้คนผู้นี้มีแววจะสอบซิ่วไฉผ่าน ทว่าจะทำได้จริงหรือไม่ล้วนขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นตั้งใจและการสั่งสอนของอาจารย์
ทุกสิ่งผิดพลาดกันได้ ใช่ว่านางกล่าวถึงแล้วเขาจะทำสำเร็จแน่ชัด ยังต้องอาศัยโอกาสอีกมากมาย
“เช่นนั้นจูต้าเหนียงหมายความว่า…” ผู้อาวุโสทำได้เพียงถามนางว่าคิดจะทำอย่างไร
เย่อวี๋หรานบอกพลางยกยิ้ม “ในเมื่อบอกไม่ได้ว่าเป็นใคร แต่รู้เพียงเขาอยู่ในกลุ่มนั้น ก็ให้พวกเขาเรียนด้วยกันทั้งหมด ดูว่าใครผลการเรียนดีที่สุด ถึงจะรู้ว่าใครเป็นผู้มีความสามารถ”
ผู้อาวุโสตบเข่าฉาด “เป็นความคิดที่ไม่เลว ตอนนี้เด็กคนนั้นไม่กล้าแสดงฝีมืออาจเพราะเขาเองก็ไม่รู้ตัวเช่นกัน”
เขาเอ่ยสำทับด้วยความลังเลหลังจากนั้น “แต่ว่าคงใช้เงินไม่น้อยไม่ใช่หรือ? คนหนึ่งยังเสียค่าเล่าเรียนไม่น้อย หลายคนเช่นนี้… ข้าคิดว่าคงเป็นไปได้ยาก ชาวบ้านคงไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน”
“หากเป็นเรื่องเงินข้าคิดว่าท่านไม่ต้องกังวลมากนัก” นางเอ่ย “เราสร้างชั้นเรียนเบื้องต้นในหมู่บ้านก่อนได้ หาอาจารย์มาสอนพวกเขา ค่อย ๆ เล่าเรียนไป ดูว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร”
“แต่การจะจ้างอาจารย์ก็ใช้เงินไม่น้อยไม่ใช่หรือ?”
สิ้นเสียงผู้อาวุโส เจ้าหน้าที่ทางการก็สะกิดแขนเขา “ให้ตายเถิด ท่านลืมไปได้อย่างไรว่าจูต้าเหนียงสอนลูกหลานด้วยตนเอง รบกวนให้นางช่วยเหลือเราคงไม่เป็นไรไม่ใช่หรือ?”
“ใช่แล้ว ข้าลืมไปเสียสนิท” อีกฝ่ายตบหัวตนเองก่อนหันขวับไปถามเย่อวี๋หราน “จูต้าเหนียง หากท่านจะช่วยสอนพวกเขาให้ ท่านไม่ต้องกังวล เรารู้ว่าท่านเดินเหินไม่ได้จึงไม่สะดวกจัดการสิ่งต่าง ๆ ถึงตอนนั้นเราจะจัดหาคนมาช่วย ท่านเพียงสอนหนังสือเด็ก ๆ ก็พอ…”
เย่อวี๋หรานยิ้มบาง ๆ “ได้อยู่แล้ว แต่ว่าข้าคงต้องพาผู้ช่วยไปด้วย ท่านคงไม่ถือสาที่พวกนางเป็นเด็กสาว”
“หมายถึงจูปาเม่ยหรือ?” ความเฉลียวฉลาดของจูปาเม่ยเป็นที่เลื่องลือในหมู่บ้าน ผู้อาวุโสจึงนึกถึงนางขึ้นมาทันที
“ใช่ ยังมีหลินซานเม่ยกับหลินซื่อเม่ยด้วย พวกนางติดตามฝึกอ่านเขียนกับข้ามา แม้จะด้อยกว่าการเรียนรู้จากด้านนอกแต่ก็เพียงพอจะสอนเด็กในหมู่บ้านได้” นางชี้ขาตนเองพลางกล่าวอย่างช่วยไม่ได้ “ข้าไม่สะดวกเพราะขา แม้หมอจะบอกว่ามันกำลังฟื้นตัว แต่ในภายภาคหน้าก็ยังใช้การหนักไม่ได้ เรื่องการสอนเด็ก ๆ ยังต้องพึ่งพาพวกนางช่วย ท่านไม่ต้องกังวลเรื่องการสอน ข้าจะคอยกำชับดูแลอีกทีไม่ให้ผิดพลาด อีกทั้งเราเพียงทำชั้นเรียนเบื้องต้น หากเด็กคนใดอ่านออกเขียนได้ค่อยคิดส่งเขาไปเรียนข้างนอก”
เจ้าหน้าที่ทางการกับผู้อาวุโสไม่ได้ติดขัดเรื่องให้จูปาเม่ยช่วยสอนหนังสือ พวกเขาไม่เข้มงวดเรื่องการสอน ขอเพียงมีเย่อวี๋หรานอยู่ควบคุมดูแลตลอดการเรียนการสอน
ส่วนจูต้าเหนียง…
หากเปลี่ยนเป็นคนอื่น คนอาจกังขากันว่าเป็นผู้หญิงแล้วจะสอนหนังสือได้ดีได้อย่างไร
แต่มีซิ่วไฉให้พวกเขาเห็นคนหนึ่งแล้ว ยังมีต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าที่เรียนเก่งมาก ด้วยข้อเท็จจริงเรื่องนี้พวกเขาจะเลือกสิ่งใดได้
นอกจากนี้พวกเขายังไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้
“เอาละ ในเมื่อจูต้าเหนียงพูดเช่นนี้ก็ทำตามที่นางว่า” ผู้อาวุโส เจ้าหน้าที่ทางการ และผู้เฒ่าหลายคนหารือกันแล้วก็ตกลงปลงใจเรื่องนี้กันอย่างเป็นเอกฉันท์
เย่อวี๋หรานหัวเราะ “ได้ ในเมื่อพวกท่านตัดสินใจเช่นนี้ ข้าจะให้เจ้าเจ็ดช่วยวางแผนให้เพื่อดูว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร”
“เช่นนั้นเราจะไปแจ้งข่าวให้ทุกคนทราบก่อน” ผู้อาวุโสบอก
“ท่านต้องอธิบายให้ชัดเจน ข้าไม่รับรองว่าเด็กที่มาเรียนจะสอบซิ่วไฉผ่าน เพียงให้โอกาสเขาเท่านั้น จะสอบได้หรือไม่ล้วนขึ้นอยู่กับความสามารถของพวกเขา”
“ไม่ต้องห่วง เราจะพูดให้ไม่ขาดตกสักคำ”
……
ว่ากันตามตรง เจ้าหน้าที่ทางการกับผู้อาวุโสนึกไม่ถึงว่าจะได้สร้างชั้นเรียนทั้งที่แท้จริงตั้งใจจะมาหารือเรื่องการเพาะปลูกในปีหน้า
มีเด็กหลายคนในหมู่บ้าน มีใครที่พวกเขาไม่ต้องการให้เก่งกาจบ้าง?
ทว่าทุกคนเคยชินกับการทำไร่ทำนามาหลายชั่วอายุคน มีคนไม่มากที่คิดส่งลูกหลานไปเรียนหนังสือ
มังกรกำเนิดมังกร วิหคเพลิงกำเนิดวิหคเพลิง ลูกหนูเกิดมาเพื่อมุดรู พวกเขาทำไร่ไถนามาทั้งชีวิต จะมีลูกเป็นปัญญาชนได้อย่างไร
มันเหมือนเรื่องเพ้อฝัน มีเพียงคนโง่ที่คาดหวังกับเรื่องพรรค์นี้