ย้อนยุคมาเป็นแม่สามีสุดโหด - บทที่ 963 มีดอีโต้ออกโรงอีกครั้ง
บทที่ 963 มีดอีโต้ออกโรงอีกครั้ง
หลิวซื่อวิ่งเข้าไปหยิบมีดอีโต้ในครัว นางเลือกเล่มที่ใหญ่ที่สุด
หลินซื่อไม่อยู่เฉยเช่นกัน นางคว้าตะกร้าและผ้ามาให้ เรียกได้ว่าเป็นบริการครบวงจร
ด้วยเหตุนี้เมื่อมีดอีโต้มาถึงมือเย่อวี๋หราน มันก็อยู่ในตะกร้าพร้อมคลุมผ้าไว้เรียบร้อย ‘ไม่ต่าง’ กับเมื่อครั้งนางอาละวาดคราวก่อนแม้แต่น้อย
เห็นได้ชัดว่าภาพนางคว้ามีดอีโต้ไปมีเรื่องกับผู้อื่นกลายเป็นภาพจำติดตาของพวกเขาไปเสียแล้ว
‘การต่อสู้’ ที่จูซื่อคาดเอาไว้ไม่ได้เกิดขึ้น
เมื่อจูอู่มาถึงก็เห็นหลี่ซื่อทำหน้าบึ้งตึง ปล่อยให้แม่หลิ่วอาละวาดอยู่กับพื้น
ไม่มีทางอื่น คนร้องคร่ำครวญเสียขนาดนี้ ไม่มีทางที่นางจะโวยวายแข่งได้ นางเพียงไม่อาจสู้เสียงอีกฝ่ายได้
ในเมื่อทำไม่ได้นางจึงคร้านจะทำ กลับข่มอารมณ์อดทนเอาไว้แล้วรอให้แม่สามีมาจัดการ
“ข้าให้คนไปบอกแม่สามีเจ้าแล้ว!”
……
ต้าเหนียงที่ทำอาหารมากระซิบบอกนาง ทำให้นางถอนหายใจโล่งอกเฮือกใหญ่
หากข้าจัดการไม่ได้ก็ให้แม่สามีข้ามาจัดการเป็นอย่างไร คอยดูไปเถิด
มีเพียงเสียงร้องโหยหวนของแม่หลิ่วดังลั่นโรงงานแห่งใหม่ไปชั่วระยะหนึ่ง
จูอู่นึกโล่งอก ไม่ทันรอให้เขาออกตัวก็มีใครบางคนเห็นเขาแล้วตะโกนบอก “จูอู่มาแล้ว!”
คนสกุลหลิ่วหันขวับไปมอง
“มองข้าทำไมกัน ท่านแม่ยังไม่มาเสียหน่อย” จูอู่ที่ต้องการมาอย่างเงียบ ๆ ทำได้เพียงประกาศ “ไม่ว่าพวกท่านอยากจะถามอะไรก็คุยกับท่านแม่ข้าโดยตรง ทุกคนรู้กันดีว่าไม่ว่าบ้านข้าจะเกิดอะไรขึ้นก็ล้วนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของท่านแม่”
เขาผลักภาระให้มารดาทันที
ด้านพ่อหลิ่วขยิบตาให้ลูกชายและหลาน ๆ : จับเขาเอาไว้!
พวกเขาลงมือว่องไว กรูกันไปล้อมจูอู่ไว้พร้อมจอบในมือ
จูอู่หน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย “ทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร”
จูถงฮว่าและคนอื่น ๆ ตอบสนองทันที พวกเขากระโจนออกมา “เฮ้ย ๆ คนสกุลหลิ่ว พวกเจ้าจะทำอะไร… ที่นี่หมู่บ้านสกุลจู ทำเรื่องพรรค์นี้กับคนสกุลจูต่อหน้าคนสกุลจู ยังเห็นพวกเราอยู่ในสายตาหรือไม่”
สิ้นเสียงตะโกนของจูถงฮว่า ชาวบ้านที่อยู่ใกล้จูอู่ฮึกเหิมและลุกขึ้นปกป้องเขา
“ข้าจะบอกเจ้าให้ ข้าไม่สนใจว่าพวกเจ้าจะมาที่นี่ทำไม หากกล้ามาแตะต้องคนหมู่บ้านสกุลจูก็ถามตนเองว่าทนแรงมือแรงเท้าข้าไหวหรือไม่” จูเหวินตวนเข้ามาบังตัวจูอู่
ก่อนหน้านี้หากไม่ได้จูต้าเหนียงช่วยลูกสาวเขาไว้ ไม่รู้ว่านางจะเป็นอย่างไร เพียงเพราะ ‘หนี้ชีวิต’ ครั้งนั้น จึงไม่อาจปล่อยให้ใครทำร้ายจูอู่ต่อหน้าต่อตาเขาได้
“หลีกทางไปซะ!” หลิวต้าเห็นเช่นนี้ก็รู้ว่าจะเกิดเรื่องแย่ขึ้น หากไม่สามารถจับตัวลูกชายเย่อวี๋หรานก่อนที่นางจะมาถึง แล้วจะใช้สิ่งใดต่อรองกับนางเล่า
“เจ้าต่างหากหลีกไป!” จูถงฮว่าตอกกลับแล้วยกพวกบุกมาหาพวกเขา “บัดซบ! เรามีพวกมากให้เปล่าประโยชน์หรือ พวกเจ้าคิดว่าคนหมู่บ้านสกุลจูอย่างเราข่มเหงรังแกง่ายจึงจะลงไม้ลงมือกันสินะ”
รับชมความสนุกส่วนรับชม ทว่าหากปล่อยให้จูอู่ถูกผู้อื่นทำร้าย พวกเขาจะแก้ตัวกับจูต้าเหนียงได้อย่างไร
เมื่อก่อนจูซื่อเกือบตาย จูต้าเหนียงยังไม่ได้คิดบัญชีกับเขา ไม่มีทาง ครอบครัวของเขายากจนเพียงนี้ ค่ารักษาพยาบาลยังไม่มีปัญญาจ่ายด้วยซ้ำ
จูอู่ใจชื้นเมื่อได้รับการปกป้อง แม้เขาจะหัวไวมีไหวพริบ แต่หมัดไม่โตหัวไม่ใหญ่อย่างชายผู้อื่น ว่ากันว่า ‘สองหมัดยากจะสู้สี่มือ’ นับประสาอะไรกับคู่อริมากมายปานนี้
ตอนนี้มีคนปกป้องเขาแล้วจึงไม่ต้องกลัวอีกต่อไป
“ท่านอาหลิ่ว เกิดอะไรขึ้น เราสองครอบครัวเกี่ยวดองกัน ลูกสาวท่านแต่งเข้าเป็นพี่สะใภ้ใหญ่ของข้า มีเรื่องอะไรก็ควรค่อยพูดค่อยจากัน ท่านกลับทำเช่นนี้…” จูอู่เอ่ยปาก “ท่านนำคนบ้านท่านมาหาเรื่องกันได้อย่างไร สุดท้ายเกิดอะไรขึ้นจงพูดมาให้ชัดเจน เราสามารถพูดคุยกันได้ว่าเข้าใจผิดกันตรงไหน”
ไม่รอให้พ่อหลิ่วอธิบาย แม่หลิ่วที่นั่งอยู่กับพื้นก็โพล่งขึ้น “เข้าใจผิดอะไรกัน เจ้ายังมีหน้าบอกว่าลูกสาวข้าเป็นสะใภ้ใหญ่อีกหรือ หากเจ้าเห็นว่านางเป็นพี่สะใภ้ใหญ่จริง เหตุใดจึงให้เมียเหล่าซื่อจัดการดูแลครอบครัว หาใช่ลูกสาวข้าไม่”
จูอู่งุนงง “ท่านหมายความว่าอย่างไร กล่าวมาให้กระจ่าง ที่ว่าพี่สะใภ้สี่ ‘จัดการดูแลครอบครัว’ หมายความว่าอย่างไร”
แม่หลิ่วตบมือเสียงดัง “ยังไม่ชัดเจนอีกหรือ เจ้าดูเอง ใครเป็นคนดูแลโรงงานใหม่นี้”
นางชี้หน้าหลี่ซื่อพลางก่นด่า “นังชั่วคนนี้ไงเล่า! นางอายุเพียงเท่าไหร่ แต่งเข้ามาเป็นสะใภ้สี่ มีพี่สะใภ้ก่อนหน้าถึงสองคน ตามหลักแล้วเรื่องสำคัญเช่นนี้ไม่ควรตกเป็นหน้าที่ของนาง แล้วนางได้เป็นผู้ดูแลโรงงานใหม่นี้ได้อย่างไร ทำไมกัน…”
หลี่ซื่อกลอกตา “ข้าผิดตรงไหน ข้าได้จัดการดูแลก็แสดงว่าลูกสาวท่านทำไม่ได้ ทำไมไม่ถามนางดูเล่าว่านางทำอะไรเองบ้าง”
นางต้องการควบคุมดูแลเสียเมื่อไหร่กัน
หากพี่สะใภ้ใหญ่ไม่ทำให้แม่สามีผิดหวังมาหลายต่อหลายครั้ง จะถูกข้ามหน้าข้าตาแล้วให้ผู้อื่นทำหน้าที่แทนหรือ
ตอนที่นางเริ่มวางแผนงานก็ใช่ว่าจะไม่ได้ถามความเห็นของพี่สะใภ้ เพียงแต่มันเปล่าประโยชน์เพราะเจ้าตัวไม่ออกความเห็นแต่อย่างใด
ถ้านางไม่เห็นแก่ความเป็นพี่สะใภ้ คงไม่ต้องการมอบส่วนแบ่งผลประโยชน์หนึ่งในแปดให้ด้วยซ้ำ
อย่าเห็นว่าหลิ่วซื่อดูเรียบร้อยอ่อนโยน คงไม่กล้าไปร้องทุกข์กับคนภายนอก นึกไม่ถึงว่าวันนี้จะเผย ‘ธาตุแท้’ ไม่เพียงแต่จะร้ายราวกับหนู ยังมีกรงเล็บคมอีกด้วย
หลี่ซื่อว่าจบก็นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะโผเข้ามาตบหน้าตนฉาดใหญ่
เพียะ!…
นางไม่ทันตั้งตัวจึงถูกตบเข้าอย่างจัง “นังบ้า! กล้าดีอย่างไรมาตบข้า แม่ข้ายังไม่เคยตบข้าเช่นนี้ด้วยซ้ำ”
“ข้าจะตบเจ้าเอง! คิดว่าผู้หญิงสกุลหลิ่วกดขี่ข่มเหงง่ายหรือ รังแกลูกสาวข้าไม่พอ ยังกล้ามารังแกข้าอีก…
“งั้นข้าจะสู้ท่านกลับ!”
……
เพียงพริบตา ผู้หญิงทั้งสองคนก็เข้าปะทะกันชุลมุน
ลูกสะใภ้และหลานสะใภ้ของแม่หลิ่วกรูกันเข้ามาช่วย
“ท่านแม่ ระวัง!”
“ท่านแม่ ท่านอายุมากแล้ว เดี๋ยวหลังจะหักเอาได้!”
“เมียพี่สี่ มาทุบตีอาสะใภ้ของข้าได้อย่างไร ปล่อยเดี๋ยวนี้…”
……
เห็นว่ามันเป็นการห้ามทัพ ทว่าแท้จริง ‘ทำทีเป็นซื่อตรง’ พวกนางกลับลอบหยิกหลี่ซื่อหลายครั้งและยังรั้งมือเปิดทางให้อีกฝ่ายทำร้าย
ครั้งหนึ่งหลี่ซื่อเจ็บมาก “นังพวกนี้ กล้าดีมาลอบกัดข้า รุมข้าคนเดียว คอยดูเถิด… อย่าให้ถึงคราวข้าลงมือ ข้าเอาเจ้าตายแน่!”
แม่เฒ่าที่มาช่วยทำอาหารอยากจะช่วย แต่พวกนางเข้าร่วมไปก็ไม่ได้ช่วยแต่อย่างใด กลับทำให้ยิ่งวิวาทรุนแรงขึ้นกว่าเดิม
“โอ๊ย… แย่แล้ว! เลิกตบตีกันได้แล้ว จูต้าเหนียงจะมาถึงแล้ว พวกเจ้าจะทะเลาะกันทำไม รีบปล่อยเร็วเข้า”
“บ้าจริง! คนสกุลหลิ่วเสียสติไปแล้วหรือ ถึงได้ลงมือรุนแรงเพียงนี้!”
……
จูอู่อยากตะโกนบอกลั่นฟ้า : พี่สะใภ้สี่! ท่านทนอีกหน่อยไม่ได้หรือ เดี๋ยวท่านแม่กับคนอื่น ๆ ก็จะมาถึงกันแล้ว
ข้าสัญญากับพี่สี่ว่าจะคอยดูแลท่าน ตอนนี้จบเห่เสียแล้ว!
พี่สี่ ข้าขอโทษ ข้าคอยระวังให้ท่านไม่ได้!
เมื่อผู้หญิงทะเลาะกันผู้ชายย่อมไม่อาจเข้าไปแทรกแซง ต่อให้พวกเขาจะร้อนใจก็ตาม หากเจ้าไปร่วมวงกับผู้หญิงเช่นนั้นจะกลายเป็นผู้ชายหน้าไม่อายได้
จูอู่ไม่มีทางเลือกนอกจากอาศัยพ่อหลิ่ว “ท่านอาหลิ่ว รีบแยกคนออกมาเร็ว ปล่อยให้พวกนางตบตีกันได้อย่างไร เกิดเรื่องใหญ่โตขนาดนี้มีแต่จะทำให้ทั้งสองครอบครัวดูแย่ แล้วจะยุติเรื่องนี้อย่างไรกัน…”