ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 180 พวกเขาคือทหารของข้าจริง ๆ
บทที่ 180 พวกเขาคือทหารของข้าจริง ๆ
เมื่อเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนที่พุ่งออกมาจากกองทัพทหารชนเผ่าเป่ยหมานอย่างกะทันหัน ตอนแรกจ้าวถ่งและคนอื่นยังสามารถใช้ความโกรธในใจผลักดันพวกเขากลับไปได้
แต่เมื่อต่อสู้กันมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งทหารชนเผ่าเป่ยหมานจำนวนมากรอบข้างยังบุกเข้าโจมตีไม่หยุดหย่อน พวกเขาก็กลายเป็นว่าค่อย ๆ เสียเปรียบมากขึ้น พื้นที่ยืนถูกบีบให้แคบลงทีละน้อย
จนสุดท้าย ผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่คนต้องยืนล้อมกันเป็นวงกลมเล็ก ๆ
แต่ถึงกระนั้น พวกเขาก็ยังคงยืนหยัดปกป้องประตูที่พังทลายด้านนอกด่านฟู่เฟิงอย่างแน่วแน่ ไม่ยอมให้ทหารชนเผ่าเป่ยหมานเข้าใกล้แม้แต่ก้าวเดียว
ทันใดนั้น ดาบเล่มหนึ่งก็ฟันลงบนร่างของจ้าวถ่งทำให้เขาเจ็บปวดไปทั้งตัว
เขาตาแดงก่ำ กำดาบที่เพิ่งฟันลงบนร่างของตนไว้แน่น แม้คมดาบจะบาดเข้าถึงเนื้อและกระดูกก็ไม่ยอมปล่อยมัน
“อยากให้ข้าตาย? เจ้าก็ตายไปด้วย!”
จ้าวถ่งแลกชีวิตกับอีกฝ่าย พลิกมือแทงดาบเข้าหัวใจอีกฝ่ายอย่างไม่คาดคิด แต่การแทงครั้งนี้ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บมากขึ้น ทหารเป่ยหมานรอบข้างต่างพากันฟันดาบใส่เขา
และที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ก็เพราะคนที่จ้าวถ่งสังหารคือผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนเช่นเดียวกับเขา
“ฮ่า ๆ ๆ หนึ่งแลกหนึ่ง ข้าไม่ขาดทุน”
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสนามรบที่ฝ่ายศัตรูแข็งแกร่งกว่าเช่นนี้ การแลกชีวิตผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนกับชีวิตของตน อีกทั้งก่อนหน้านี้เขายังสังหารทหารชนเผ่าเป่ยหมานไปมากมาย ก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว อย่างน้อยก็มีเรื่องให้เล่าขานบนเส้นทางสู่ปรโลก
“เจ้าสมควรตาย!”
หลังจากสังหารผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนไปหนึ่งคน ก็มีผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนอีกคนเข้าประจันหน้ากับจ้าวถ่งอย่างรวดเร็ว
เมื่อเผชิญหน้ากับผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนคนใหม่ จ้าวถ่งที่บาดเจ็บได้แต่ตั้งรับอย่างยากลำบาก
และสถานการณ์เดียวกันนี้ก็เกิดขึ้นกับแม่ทัพต้าเฉียนคนอื่น ๆ ที่อยู่ตรงนั้นเช่นกัน
เนื่องจากทุกคนต่างตั้งใจว่าจะพลีชีพแน่ เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรู สิ่งแรกที่พวกเขาคิดจึงเป็นการทำให้ความตายของตนมีคุณค่ามากที่สุด ส่งผลให้พวกเขาเข้าแลกชีวิตกับศัตรูบ่อยครั้ง จนทำให้หลายคนตกอยู่ในสภาพเดียวกับจ้าวถ่ง
เมื่อบาดแผลบนร่างรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ มือของจ้าวถ่งก็ค่อย ๆ อ่อนแรง อาวุธถูกฝ่ายตรงข้ามปัดกระเด็นออกไป
คราวนี้ เมื่อเผชิญกับการโจมตีของฝ่ายตรงข้าม เขาไม่มีเรี่ยวแรงโต้กลับอีกแล้ว
เมื่อเห็นการโจมตีที่พุ่งเข้ามาตรงหน้า จ้าวถ่งแสดงสีหน้าสงบนิ่ง หลับตาลง ตั้งแต่ตัดสินใจอยู่ต่อในตอนนั้น เขาก็เตรียมพร้อมรับความตายแล้ว
ฉึก!
วินาทีถัดมา เขารู้สึกถึงเลือดที่สาดกระเซ็นมาบนใบหน้า
แต่ร่างกายของเขากลับไม่รู้สึกผิดปกติ เช่นนั้นนี่เป็นเลือดของผุ้ใด?
เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นเพียงชนเผ่าเป่ยหมานระดับเซียนเทียนที่เมื่อครู่ยังดูดุดันมีลูกธนูปักอยู่กลางหว่างคิ้ว โลหิตอุ่น ๆ นั้นเป็นของฝ่ายตรงข้าม
จ้าวถ่งมองเห็นภาพตรงหน้าด้วยความตะลึง ในใจรู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก
เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ในขณะนั้นเอง เสียงลูกธนูแหวกอากาศก็ดังขึ้นข้างหูเขา
มีห่าธนูกำลังพุ่งเข้ามา แต่เป้าหมายของลูกธนูเหล่านั้นไม่ใช่พวกเขา หากแต่เป็นเหล่าแม่ทัพชนเผ่าเป่ยหมานที่กำลังล้อมโจมตีพวกเขาอยู่
ชั่วพริบตา แม่ทัพชนเผ่าเป่ยหมานหลายคนก็ล้มตายด้วยลูกธนู พวกเขาแทบไม่มีโอกาสหลบหลีก ลูกธนูทุกดอกปักเข้ากลางหน้าผากอย่างแม่นยำ
ภาพนี้ทำให้เหล่าแม่ทัพต้าเฉียนที่เหลือรอดต่างตะลึงงัน
พวกเขามองไปยังทิศทางที่ลูกธนูพุ่งมาตามสัญชาตญาณ แต่กลับพบว่ารอบด้านมีเพียงทหารชนเผ่าเป่ยหมาน ไม่เห็นมีผู้ใดอื่น
“ดูนั่นสิ เกิดอะไรขึ้นตรงนั้น!”
ในตอนนั้นเอง ได้มีคนสังเกตเห็นความผิดปกติในระยะไม่ไกล
พวกเขาเห็นความวุ่นวายและได้ยินเสียงฝีเท้าม้าดังขึ้นกลางกองทัพที่ชุลมุนอยู่ไม่ไกลจากพวกเขา ตามด้วยภาพทหารชนเผ่าเป่ยหมานจำนวนมากถูกพลังบางอย่างเหวี่ยงขึ้นไปในอากาศ
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าม้า และเห็นภาพม้าล้มคนหล่น ทุกคนต่างคาดเดาว่าต้องมีกองกำลังทหารม้ากำลังบุกเข้ามาในทิศทางที่พวกเขาอยู่
แต่ทว่า เหตุใดในกองทัพของชนเผ่าเป่ยหมานจึงมีกองกำลังทหารม้าปรากฏขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ ดูท่าทางพวกเขาน่าจะเป็นศัตรูของชนเผ่าเป่ยหมาน มิเช่นนั้นคงไม่มาช่วยพวกเขา
มีคนหนึ่งอดไม่ไหวถามขึ้นมา “ท่านแม่ทัพโหว นี่คงไม่ใช่แผนสำรองของท่านกระมัง”
โหวหย่วนเลี่ยง “???”
เขามีแผนสำรองอะไรกัน? ทำไมแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้
ในตอนนั้นเอง กองทัพของชนเผ่าเป่ยหมานที่อยู่เบื้องหน้าพวกเขาก็ถูกฉีกออกเป็นช่องกลางแนวทัพ ในที่สุดพวกเขาก็มองเห็นได้ชัดเจนว่าสิ่งที่บุกฝ่าเข้ามาในกองทัพชนเผ่าเป่ยหมานคืออะไร
มันคือกองกำลังทหารม้า!
เป็นกองกำลังทหารม้าที่เพียงแค่มองปราดเดียวก็ดึงดูดสายตาผู้คนอย่างห้ามใจไม่อยู่!
เนื่องจากพวกเขาต่างก็เป็นผู้ที่มีความรู้ จึงมองเห็นกองทัพวิญญาณที่แผ่ซ่านอยู่รอบกองกำลังทหารม้านี้ได้ในแวบเดียว
กองกำลังทหารม้าเพียงสามร้อยกว่านายกลับสามารถรวมพลังเป็นกองทัพวิญญาณได้ขนาดนี้ ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกเขา สามารถบุกฝ่ากองทัพนับหมื่นมาได้
แต่พวกเขาเป็นใครกันแน่?
ในตอนนั้นเอง มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“หลี่เต้า! จางเมิ่ง! เสวียปิง!”
“เหตุใดจึงเป็นพวกเจ้า!”
“แล้วเหตุใดพวกเจ้าจึงมาปรากฏตัวที่นี่!”
ทันทีที่คำพูดนั้นดังขึ้น โหวหย่วนเลี่ยงและคนอื่น ๆ ต่างหันกลับไปมองที่จ้าวถ่งพร้อมกัน
โหวหย่วนเลี่ยงถามด้วยสีหน้าประหลาดใจ “จ้าวถ่งเจ้ารู้จักพวกเขาหรือ?”
“รู้จัก จะไม่รู้จักได้อย่างไร” จ้าวถ่งมองกลุ่มคนที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกหน้าแวบหนึ่ง ก่อนจะกล่าวตอบ “ท่านแม่ทัพโหว พวกเขาล้วนเป็นทหารใต้บังคับบัญชาของข้า ข้าย่อมต้องรู้จัก”
“ทหารใต้บังคับบัญชาของเจ้า?”
ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นแสดงสีหน้าเหมือนสงสัยในชีวิต พวกเขามองกองกำลังทหารม้าเบื้องหน้าที่เปี่ยมด้วยพละกำลังและมีกลิ่นอายแห่งการรบ แล้วหันกลับไปมองจ้าวถ่งที่สภาพดูอเนจอนาถอีกที ต่างก็แสดงสีหน้าไม่เชื่อออกมา พาในใจคิดอย่างเงียบ ๆ
เจ้าเลี้ยงทหารได้แบบนี้จริงหรือ?
จนกระทั่งคนสุดท้ายบุกฝ่าออกมาจากกองทัพชนเผ่าเป่ยหมาน หลี่เต้าจึงนำกำลังพลหยุดลงนอกด่านฟู่เฟิง
อาจเป็นเพราะท่าทีของพวกเขาดุดันเกินไป หลังจากที่พวกเขาบุกออกมา ชั่วขณะหนึ่งจึงไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามาใกล้ แม้กระทั่งกับกองทัพชนเผ่าเป่ยหมานที่เป็นศัตรู
หลี่เต้าฉวยโอกาสนี้สำรวจสถานการณ์ภายนอกด่านฟู่เฟิง เมื่อเห็นว่าด่านฟู่เฟิงเพียงแค่ประตูแตกหัก ก็รู้สึกโล่งใจ
จากนั้นก็เลื่อนสายตามองไปยังแม่ทัพที่รอดชีวิตทั้งหลายนอกด่านฟู่เฟิง
สุดท้าย สายตาของเขาก็หยุดอยู่ที่จ้าวถ่งแล้วประสานมือคำนับกล่าวว่า “ท่านจ้าวถ่ง หัวหน้าหลี่เต้านำกำลังพลจากค่ายหวงซามาช่วยเหลือด่านฟู่เฟิง”
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของทุกคนที่อยู่ในที่นั้นพลันแข็งค้างทันที เพราะสิ่งที่จ้าวถ่งพูดล้วนเป็นความจริง
ส่วนจ้าวถ่งเมื่อได้ยินคำพูดของหลี่เต้าก็อึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะดัง ๆ พลางกล่าวว่า “ข้าบอกแล้ว พวกเขาคือทหารของข้าจริง ๆ ตอนนี้พวกเจ้าคงเชื่อแล้วกระมัง”
แต่เมื่อเขามองดูสภาพของหลี่เต้าและคนอื่นในตอนนี้ ในใจก็อดคิดไม่ได้ว่าพวกเขาเป็นทหารของข้าจริงหรือ?
เพราะสภาพของจางเมิ่งและคนอื่นในตอนนี้แตกต่างจากภาพในความทรงจำของเขามากเหลือเกิน
หากไม่ใช่เพราะหน้าตาเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน เขายังเกือบจะคิดว่าผู้ใต้บังคับบัญชาของตนถูกสับเปลี่ยนตัวไปแล้ว
ในตอนนี้ โหวหย่วนเลี่ยงและทุกคนก็ได้สติกลับมา หากทหารม้ากลุ่มนี้เป็นทหารของจ้าวถ่งจริง พวกเขาก็คือพวกเดียวกัน