ระบบสังหาร: จักรพรรดิไร้พ่ายแห่งสมรภูมิ - บทที่ 190 เส้นทางภูเขา
บทที่ 190 เส้นทางภูเขา
หลินอีมองไปที่หลี่เต้าพลางกล่าว
“ท่านขุนนาง พวกเราขอมอบราชาถ่ามู่ให้แก่ท่าน ขอเพียงปล่อยให้พวกเราจากไป พวกเราสัญญาว่าหลังจากนี้จะไม่ตั้งตนเป็นศัตรูกับต้าเฉียนอีก”
ในที่สุด หลี่เต้าก็ตั้งสติตอบสนองการเคลื่อนไหวที่ลื่นไหลราวกับสายน้ำของอีกฝ่ายได้ เมื่อได้ยินคำพูดของหลินอี เขาก็ทำเพียงยิ้มบาง เอ่ยขึ้นช้า ๆ
“พวกเจ้าคิดว่าราชาถ่ามู่มีค่านักหรือ?”
เมื่อได้ยินดังนั้น หลินอีก็รู้สึกใจสั่นสะท้าน เอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
“ท่านขุนนาง คำพูดของท่านหมายความว่าอย่างไร?”
“ความหมายนั้นก็ง่าย ๆ” หลี่เต้ากวาดตามองไปที่หลินอีและเหล่าองครักษ์ทั้งหมด
“ในสายตาข้า ที่จริงแล้วพวกเจ้ามีค่ามากกว่าองค์ราชาของพวกเจ้าหลายเท่านัก ดังนั้น…”
“พวกเจ้าอยู่ที่นี่กันทั้งหมดเถอะ!”
พูดจบ หลี่เต้าก็ลงมือโดยไม่ลังเล ง้าวมังกรทมิฬในมือพุ่งตรงไปที่หลินอี
สีหน้าของหลินอีเปลี่ยนไปในทันที รีบหลบไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะถัดมา เขาถึงได้พบว่าเป้าหมายของการแทงครั้งนี้ไม่ใช่เขา แต่เป็นราชาถ่ามู่
หลี่เต้าใช้ง้าวเกี่ยวเสื้อผ้าของราชาถ่ามู่แล้วกระชากขึ้น ทำให้ราชาถ่ามู่ลอยขึ้นไปในอากาศด้วยความตื่นตระหนก พริบตาถัดมาเงาดำขนาดมหึมาก็พุ่งมาจากด้านข้าง งับตัวราชาถ่ามู่กลางอากาศ
หลังจากลงสู่พื้น ราชาถ่ามู่ก็ถูกเสี่ยวเฮยคาบไว้ในปาก
ในตอนนั้นเอง เสี่ยวเฮยพลันได้กลิ่นบางอย่าง เห็นของเหลวสีเหลืองอ่อนไหลลงมาตามขากางเกงของราชาถ่ามู่ เสี่ยวเฮยแสดงสีหน้ารังเกียจ อ้าปากโยนราชาถ่ามู่ขึ้นไปในอากาศ แล้วงับใหม่อีกครั้ง
คราวนี้ร่างท่อนบนของราชาถ่ามู่หายไป เหลือเพียงท่อนล่างห้อยอยู่นอกปากของเสี่ยวเฮย จากนั้นของเหลวสีเหลืองอ่อนก็ไหลออกมา ‘รวดเร็ว’ ยิ่งขึ้น
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จ หลี่เต้ามองไปยังหลินอีและเหล่าองครักษ์พลางกล่าวช้า ๆ
“ราชาถ่ามู่มีค่ากว่าตอนมีชีวิต แต่พวกเจ้ามีค่ามากกว่าตอนตาย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของหลินอีก็เปลี่ยนไปในทันที ไม่คิดว่าการทรยศของตนจะนำมาซึ่งผลลัพธ์เช่นนี้
เมื่อเห็นหลี่เต้าไม่มีทีท่าจะปล่อยพวกเขาไป ในที่สุดหลินอีก็กัดฟันกล่าว
“หากไม่อยากรอความตาย ก็สู้กับเขาให้ถึงที่สุด”
“ฆ่า!”
พร้อมกับคำสั่งของหลินอี เหล่าองครักษ์ก็รวบรวมพลังปราณแท้ในร่าง ตามหลินอีบุกเข้าโจมตีหลี่เต้า
แต่ในขณะที่พวกเขากำลังจะถึงตัวหลี่เต้า หลินอีที่อยู่กลางอากาศพลันใช้วิชาตัวเบาหมุนตัวอย่างรวดเร็ว แล้วหนีไปในทิศทางตรงกันข้าม
เหล่าองครักษ์ “???”
พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าหลังจากที่พวกเขาเพิ่งทรยศราชาถ่ามู่ไป จะถูกหัวหน้าหน่วยหักหลังในทันที แม้ตอนนี้พวกเขาอยากจะเปลี่ยนใจ แต่ก็ไม่มีโอกาสให้ย้อนกลับไปแก้ไขแล้ว
หลี่เต้าสะบัดง้าว ละอองเลือดหลายสายระเบิดกระจายกลางอากาศ
[ฆ่าศัตรู 6 คน ได้รับคุณสมบัติ: 95.16]
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบ หลี่เต้ามองไปยังทิศทางที่หลินอีหนีไป ไม่คิดว่าคนผู้นี้จะทรยศทั้งผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชา การทรยศครั้งนี้ชัดเจนเหลือเกิน
แต่ถึงหนีไปได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะปล่อยไป ในเมื่อจับราชาถ่ามู่ได้แล้ว ต่อไปก็ถึงเวลาเก็บเกี่ยวคุณสมบัติอย่างเต็มที่
“เสี่ยวเฮย คนผู้นั้นข้ามอบให้เจ้าพากลับไป อย่าทำให้ตายล่ะ”
หลังจากกำชับเสี่ยวเฮยแล้ว หลี่เต้าก็ไล่ตามไปในทิศทางที่หลินอีหนีไปทันที หลังจากไม่มีราชาถ่ามู่เป็นตัวถ่วงแล้ว หลินอีก็วิ่งหนีได้เร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ด้วยวรยุทธ์ระดับผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนขั้นปลาย เพียงชั่วพริบตาเขาก็วิ่งออกมาได้ไกลพอสมควร
แต่ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกหนาวสะท้านที่แผ่นหลัง ราวกับมีคนจ้องมองอยู่ เมื่อหันกลับไปมอง ก็เห็นคนผู้หนึ่งควบม้าไล่ตามมาด้วยความเร็วสูง
ยิ่งไปกว่านั้น ระหว่างทางที่ไล่ตามเขามา คนผู้นั้นยังลงมือโจมตีทหารที่กำลังหนีอยู่รอบข้างเป็นระยะ
“เป็นไปได้อย่างไร? ทำไมม้าของเขาถึงวิ่งเร็วเพียงนี้!”
หลินอีตื่นตระหนก ตัวเขาที่มีวรยุทธ์ระดับผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนขั้นปลายกลับวิ่งหนีม้าตัวหนึ่งไม่พ้น แต่ตอนนี้เขาไม่มีเวลาคิดอะไรมากแล้ว หากปล่อยให้อีกฝ่ายไล่ตามด้วยความเร็วเช่นนี้ต่อไป สักพักเขาก็ต้องถูกตามทันแน่
ทันใดนั้น หลินอีเหลือบเห็นบางสิ่ง ดวงตาเปล่งประกาย เขาพลันเปลี่ยนทิศทางวิ่งไปอีกทาง
… ด่านฟู่เฟิงถูกสร้างขึ้น ณ จุดตัดของภูเขาสองลูก
นอกด่านเป็นเส้นทางภูเขายาวสิบหลี่ กว้างหลายร้อยจั้ง นี่จึงเป็นเหตุผลที่ด่านฟู่เฟิงได้ชื่อว่าเป็นเส้นทางสำคัญที่สุดระหว่างต้าเฉียนและชนเผ่าเป่ยมหาน
ก่อนหน้านี้หลี่เต้าและคนอื่น ๆ ได้ต่อสู้กับกองทัพชนเผ่าเป่ยมหานบนเส้นทางภูเขาสายนี้
ปัจจุบัน กองทัพชนเผ่าเป่ยมหานพ่ายแพ้และกำลังหลบหนี หากต้องการหนีออกไป จำเป็นต้องหนีผ่านเส้นทางภูเขาสายนี้ก่อน จึงจะสามารถเริ่มการหลบหนีอย่างเป็นทางการได้ เพราะเมื่อเข้าสู่ทุ่งราบอันกว้างใหญ่แล้ว การไล่ล่าสังหารพวกเขาจะต้องใช้พลังงานมหาศาล
พวกเซินเหล่ยที่แอบหนีออกมาก่อนหน้านี้ ขณะนี้กำลังค่อย ๆ แอบย่องออกจากเส้นทางภูเขา เมื่อใกล้ถึงทางออกของเส้นทางภูเขา เซินเหล่ยและบรรดาแม่ทัพเผ่าถ่ามู่ก็มองเห็นทุ่งราบด้านนอกแล้ว
ในขณะที่ทุกคนกำลังแอบดีใจอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีสายลมแรงพัดผ่านเหนือศีรษะของเซินเหล่ยและคนอื่น ๆ ไป พอพวกเขามองดูอย่างละเอียด ก็พบว่าเป็นเงาร่างของคนผู้หนึ่ง
แม่ทัพคนหนึ่งมองดูเงาร่างที่พุ่งผ่านไปด้วยสีหน้างุนงง เอ่ยขึ้นว่า
“ท่านแม่ทัพเซินเหล่ย เงาร่างนั้นดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าองครักษ์ขององค์ราชา”
เซินเหล่ยสีหน้างุนงง พูดออกมาโดยไม่รู้ตัว
“หัวหน้าองครักษ์ขององค์ราชาไม่ได้อยู่กับพระองค์หรอกหรือ เหตุใดจึงวิ่งมาเพียงลำพัง”
ทันใดนั้น สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป ราวกับนึกบางอย่างได้ พร้อมกันกับเสียงฝีเท้าม้าดังเข้ามาในหูของเขา
เมื่อหันกลับไปมอง ก็เห็นดาวมรณะที่พวกเขาพยายามหลบหนีอยู่ตามหลังพวกเขามาติด ๆ
“เจ้าบัดซบหลินอี มันตั้งใจจะลากพวกเราไปเป็นเหยื่อ” เซินเหล่ยดไมได้ที่จะสบถออกมา
เมื่อเห็นหลี่เต้าเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ เขาก็เลิกพรางตัว
“ไม่ต้องซ่อนตัวอีกแล้ว หากยังซ่อนต่อไปคงได้ตายแน่ รีบหนีเถอะ”
พูดจบ เขาก็รวบรวมพลังปราณแท้ใช้วิชาตัวเบาวิ่งไล่ตามทิศทางที่หลินอีหนีไป คนที่เหลือก็รู้สึกตัวอย่างรวดเร็วและตัดสินใจทำเช่นเดียวกัน
อีกด้านหนึ่ง หลี่เต้าก็สังเกตเห็นเซินเหล่ยและคณะ
ก่อนหน้านี้เขายังสงสัยว่าพวกแม่ทัพของกองทัพชนเผ่าเป่ยมหานหนีไปที่ใดกัน ที่แท้ก็มาถึงที่นี่ก่อนแล้ว และเขาก็เข้าใจทันทีว่าทำไมคนที่หนีไปเมื่อครู่ถึงได้เปลี่ยนทิศทางกะทันหัน
เห็นได้ชัดว่าต้องการใช้คนพวกนี้มาถ่วงเวลาเขา แต่เมื่อเจอกันแล้ว เขาย่อมไม่ปล่อยเหยื่อที่มาถึงปากให้หลุดรอดไป
เมื่อเห็นทุกคนใช้วิชาตัวเบาหนีไปอย่างรวดเร็ว หลี่เต้าก็หยิบธนูไม้เหล็กพันปีออกมาจากด้านหลัง น้าวคันธนู ชั่วพริบตาถัดมา ลูกธนูหลายดอกก็พุ่งออกจากธนูไม้เหล็กด้วยความเร็วสูง
ไม่นานเสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นข้างหูหลี่เต้าอย่างต่อเนื่อง
[ฆ่าศัตรูหนึ่งคน ได้รับคุณสมบัติ: 12.46]
[ฆ่าศัตรูหนึ่งคน ได้รับคุณสมบัติ: 14.21]
[ฆ่าศัตรูหนึ่งคน ได้รับคุณสมบัติ: 23.49]
[ฆ่า…]
พลังของหลี่เต้าในตอนนี้ ถึงระดับที่ในสายตาของเขาผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนธรรมดาไม่ต่างอะไรจากทหารธรรมดา ล้วนแต่ต้องพ่ายแพ้ภายในกระบวนท่าเดียว
เพียงชั่วลมหายใจ แม่ทัพเผ่าถ่ามู่ทั้งหมดนอกเหนือจากเซินเหล่ยต่างก็ล้มตายเลือดอาบนอกด่านฟู่เฟิง เพราะพวกเขารู้แต่จะหนี จึงไม่สามารถถ่วงเวลาได้เลย
ที่สำคัญที่สุดคือ ฝ่ายตรงข้ามไม่รู้ว่าในมือเขายังมีธนูไม้เหล็กซึ่งเป็นอาวุธสังหารหมู่ที่ใช้กำจัด ‘ทหารกระจอก’
เซินเหล่ยที่วิ่งออกไปก่อน เห็นแม่ทัพเหล่านั้นล้มตายทีละคนจากหางตา หัวใจเขาก็เต้นรัวแรง เขาไม่เสียดายลูกน้องที่ตาย ในเมื่อแม้แต่ราชาถ่ามู่ยังสละทิ้งได้ แม่ทัพใต้บังคับบัญชาพวกนี้ก็ไม่ต้องพูดถึง
แต่สิ่งที่ทำให้เขาทรมานคือ หลังจากคนพวกนี้ตาย เขาก็จะกลายเป็นเป้าหมายต่อไป