ราชันย์มังกรอสูรกลืนสวรรค์ - ตอนที่ 71: ค่ายกลลวงตา
ตอนที่ 71: ค่ายกลลวงตา
หมอกหนาทึบสีเทาหม่นปกคลุมพื้นที่รอยต่อระหว่างสุสานชั้นนอกและชั้นในราวกับกำแพงยักษ์ที่มองไม่เห็นจุดสิ้นสุด เบื้องหน้าของม่านหมอกนี้ คือลานหินกว้างขวางที่บัดนี้เนืองแน่นไปด้วยผู้ฝึกยุทธ์ยอดฝีมือจากทั่วสารทิศกว่าพันคน
บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดและเสียงโอดครวญ
“อ๊ากกกก! ปล่อยข้า! อย่าเข้ามา!”
ชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดศิษย์สำนักระดับกลางวิ่งโซซัดโซเซออกมาจากม่านหมอก ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เขาใช้ดาบฟันลมอย่างบ้าคลั่งราวกับกำลังต่อสู้กับปีศาจที่มองไม่เห็น ก่อนจะล้มลงไปนอนชักกระตุก น้ำลายฟูมปาก สติแตกไปโดยสมบูรณ์
“เฮ้อ… อีกรายแล้ว”
ผู้คนที่ยืนรออยู่ด้านนอกส่ายหน้าด้วยความเวทนา
“นี่คือ ‘ค่ายกลหมอกมายาเจ็ดอารมณ์’…” ชายชราเคราขาวผู้สวมชุดนักพรตแห่งสำนักค่ายกลกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด ในมือถือเข็มทิศฮวงจุ้ยที่เข็มหมุนติ้วไม่หยุด “มันเป็นค่ายกลระดับนภาขั้นสูงที่ใช้จิตวิญญาณของผู้บุกรุกเป็นเชื้อเพลิง ใครที่มีจิตใจไม่มั่นคง หรือมีกิเลสครอบงำ จะถูกภาพหลอนทำร้ายจนจิตวิญญาณแตกสลาย!”
“แล้วจะทำยังไง? พวกเรารอมาครึ่งวันแล้วนะ!” ศิษย์จากสำนักอัสนีบาตตะโกนอย่างหัวเสีย “สมบัติกองเท่าภูเขารออยู่ข้างใน แต่เรากลับติดแหง็กอยู่ตรงนี้!”
เหล่าอัจฉริยะจากสำนักใหญ่ต่างพากันรวมกลุ่มหารือหน้าเครียด
จางหมาน แห่งสำนักดาบคลั่ง (ที่เพิ่งรักษาตัวจากการโดนลิงรุมทึ้ง) ยืนหน้าบูดบึ้ง “ใครมีความรู้เรื่องค่ายกลบ้าง? ข้าจะให้ส่วนแบ่งสมบัติ 1 ส่วน!”
แต่ไม่มีใครกล้าเสนอหน้า เพราะคนที่เข้าไปลองของก่อนหน้านี้ ล้วนมีจุดจบที่ไม่สวยงามนัก บ้างก็สติแตก บ้างก็เดินหลงทิศหายสาบสูญไปในหมอก
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่มั่นคงก็ดังขึ้นท่ามกลางความสิ้นหวัง
ชายหนุ่มในชุดคลุมสีเทาเก่าๆ สวมหมวกฟาง เดินแหวกฝูงชนเข้ามาอย่างไม่รีบร้อน ด้านหลังมีหญิงงามในชุดเกราะทองคำขาว (ที่ตอนนี้เปื้อนฝุ่นไปหน่อย) เดินตามต้อยๆ
“หลีกทางหน่อย… ขวางทางทำมาหากิน” หลงเฉินเอ่ยเสียงเรียบ
“ไอ้หมวกฟางนั่นอีกแล้ว!” จางหมานจำเสียงได้ทันที ดวงตาของมันลุกโชนด้วยไฟแค้น “ไอ้สวะ! เจ้ากล้าโผล่หัวมาที่นี่รึ! คิดว่ารอดจากฝูงลิงแล้วจะแน่แค่ไหน!”
ฝูงชนฮือฮาขึ้นมาทันที หลายคนจำได้ว่าชายคนนี้คือ “พ่อค้าหน้าเลือด” ที่ยึดบ่อน้ำพุร้อน
“เจ้าจะเข้าไปรึ?” ศิษย์เอกสำนักค่ายกลหัวเราะเยาะ “ขนาดข้าที่ศึกษาค่ายกลมาห้าสิบปียังแก้ไม่ได้ เด็กเมื่อวานซืนอย่างเจ้าจะทำอะไรได้? เดินเข้าไปก็มีแต่ตายเปล่า!”
หลงเฉินปรายตามองชายชราแวบหนึ่ง แล้วหันไปกระซิบกับหน้าอกเสื้อตัวเอง
“เสี่ยวเฮย… งานถนัดเจ้าล่ะ”
“ฮ้าววว…” เสียงหาวหวอดๆ ดังออกมาจากอกเสื้อ “ค่ายกลมายากระจอกๆ แค่นี้ทำเป็นเรื่องใหญ่โต… สมัยข้ายังหนุ่มๆ ข้าเดินเข้าออกค่ายกลสวรรค์เหมือนเดินเข้าห้องน้ำด้วยซ้ำ”
“อย่าโม้… นำทางเร็วเข้า ข้ารีบ”
“เออๆ รู้แล้วน่า… ฟังให้ดีนะ เดินตรงไป 3 ก้าว แล้วเฉียงซ้าย 45 องศา อีก 2 ก้าว… ห้ามผิดแม้แต่เซ็นเดียวนะโว้ย ไม่งั้นตกเหวมายาไม่รู้ด้วย”
หลงเฉินพยักหน้า เขาหันไปจับข้อมือองค์หญิงสาม เยี่ยนหรูอวี้
“จับให้แน่น... แล้วเดินตามรอยเท้าข้า ห้ามมองข้างทาง ห้ามสนใจเสียงเรียก เข้าใจไหม?”
องค์หญิงสามหน้าแดงเล็กน้อยที่ถูกชายหนุ่มจับมือ แต่ก็พยักหน้าหงึกๆ “ขะ… เข้าใจแล้ว”
หลงเฉินก้าวเท้าเดินเข้าสู่ม่านหมอกทันทีโดยไม่ลังเล
“เฮ้ย! มันเข้าไปแล้ว!”
“บ้าไปแล้ว! ไม่ดูทิศทางลม ไม่ใช้อุปกรณ์วัดพลัง เดินดุ่มๆ เข้าไปแบบนั้น ตายแน่!”
เหล่าอัจฉริยะต่างพากันแสยะยิ้ม รอฟังเสียงกรีดร้องของหลงเฉินด้วยความสะใจ
หนึ่งก้าว… สองก้าว… สามก้าว… (<a href=”https://novel-lucky.com/”>อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky</a>)
หลงเฉินเดินฉับๆ เข้าไปในหมอกหนา หยุดนิดหนึ่ง แล้วก้าวเฉียงซ้าย… หยุดอีกนิด แล้วกระโดดถอยหลังหนึ่งก้าว… ท่าทางของเขาดูประหลาดพิลึก เหมือนคนกำลังเต้นรำกับอากาศ
แต่ทว่า…
ไม่มีเสียงกรีดร้อง ไม่มีฟ้าผ่า ไม่มีภาพหลอน
หลงเฉินและองค์หญิงสามค่อยๆ เดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ ราวกับเดินเล่นในสวนหลังบ้าน หมอกที่ควรจะบดบังทัศนวิสัย กลับแหวกออกเป็นช่องทางเดินเล็กๆ เฉพาะตรงหน้าพวกเขาอย่างน่าอัศจรรย์
“บ้าน่า! เป็นไปไม่ได้!” ชายชราสำนักค่ายกลตาถลนแทบหลุดจากเบ้า “เขากำลังเดินบน ‘จุดบอด’ ของค่ายกล! ทุกย่างก้าวคือตำแหน่งที่ปลอดภัยที่สุด! เขาทำได้ยังไงโดยไม่ใช้อุปกรณ์!?”
“เขา… เขาเข้าไปได้แล้ว!”
ผู้คนนับพันยืนอ้าปากค้าง มองดูแผ่นหลังของหลงเฉินที่ค่อยๆ เลือนหายไปในหมอก
จางหมานกัดฟันกรอด “ตาม! ตามมันไป! ถ้ามันเดินได้ เราก็ต้องเดินได้! เหยียบตามรอยเท้ามัน!”
กลุ่มศิษย์สำนักดาบคลั่งรีบวิ่งกรูกันเข้าไป พยายามจะเหยียบตามรอยเท้าที่หลงเฉินทิ้งไว้
แต่พวกเขาลืมไปอย่างหนึ่ง… ค่ายกลนี้มีการ “หมุนเวียน” ตลอดเวลา
ทันทีที่จางหมานก้าวเท้าลงไปในจุดที่หลงเฉินเพิ่งเหยียบผ่านไปเมื่อสิบลมหายใจก่อน...
วูบ!
พื้นดินใต้เท้าจางหมานหายวับไป กลายเป็นบ่อแมงป่องพิษนับหมื่นตัว! (ภาพหลอน)
“อ๊ากกกก! แมงป่อง! ช่วยด้วย! มันกัดข้า!” จางหมานกรีดร้อง ดิ้นพราดๆ อยู่กับที่ ทั้งที่ความจริงไม่มีอะไรเลย
“ลูกพี่! ตั้งสติหน่อย!” ลูกน้องพยายามดึงตัว
ขณะเดียวกัน ด้านในม่านหมอก
หลงเฉินเดินผิวปากอย่างอารมณ์ดี ผ่านพ้นเขตอันตรายมาได้อย่างง่ายดาย
“ซ้ายอีกที… แล้วกระโดดข้ามก้อนหินนั่น… โอเค ถึงแล้ว!” เสี่ยวเฮยสั่งการ
วูบ!
หลงเฉินและเยี่ยนหรูอวี้ก้าวพ้นม่านหมอกออกมาสู่โลกอีกใบ
เบื้องหน้าของพวกเขา คือทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ที่มีซากปรักหักพังของวิหารโบราณตั้งตระหง่านอยู่ไกลลิบ กลิ่นอายของสมบัติและความตายลอยคละคลุ้งเข้มข้นกว่าภายนอกนับสิบเท่า
“ออกมาได้แล้ว…” องค์หญิงสามถอนหายใจเฮือกใหญ่ ขาอ่อนจนแทบทรุด “ข้านึกว่าจะตายซะแล้ว… เจ้าทำได้ยังไง?”
“ความลับทางการค้า” หลงเฉินยักไหล่
เขาหันกลับไปมองทางเข้าที่หมอกยังคงหมุนวน เสียงโอดครวญของจางหมานและคนอื่นๆ แว่วมาไกลๆ
“พวกโง่…” หลงเฉินส่ายหน้า “คิดจะเลียนแบบมังกร ทั้งที่เป็นแค่ไส้เดือน”
“เอาล่ะองค์หญิง…” หลงเฉินชี้ไปที่วิหารโบราณเบื้องหน้า
“ยินดีต้อนรับสู่ ‘สุสานมังกรชั้นใน’… แหล่งรวมขุมทรัพย์และหลุมฝังศพที่แท้จริง”
“จากนี้ไป… ของจริงกำลังจะเริ่มขึ้น เกาะข้าไว้ให้ดีล่ะ ถ้าไม่อยากกลายเป็นปุ๋ยให้ต้นไม้แถวนี้”
หลงเฉินขยับหมวกฟางให้เข้าที่ แววตาเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจเหยี่ยวล่าเหยื่อ
ข้างหลังเขามีอัจฉริยะนับพันติดแหง็กอยู่… ข้างหน้าเขามีสมบัติรออยู่… นี่คือโอกาสทองในการ “กวาดเรียบ” ก่อนที่ใครจะตามทัน!