ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability) - ตอนที่ 1035 วิวรณ์
- Home
- ราชันเร้นลับ 2 : วัฏจักรแห่งชะตา (Circle of Inevitability)
- ตอนที่ 1035 วิวรณ์
ตอนที่ 1035 วิวรณ์
………………..
เมื่อลูเมี่ยนเดินลงบันได ท้องฟ้าด้านนอกยังคงแจ่มใส ทางด้านฟรังก้า จินนา และอ็องโตนีกำลังจิบชายามบ่ายอย่างผ่อนคลาย
ลุดวิกก็อยู่ด้วย แต่ไม่ได้ผ่อนคลายเท่าใดนัก
“ชุมนุมของไพ่ใหญ่จบแล้วหรือ?” ฟรังก้าเอียงตัวถามด้วยความอยากรู้
ลูเมี่ยนพลันหวนนึกถึงภาพต่างๆ ในพระราชวังอันยิ่งใหญ่เหนือหมอกสีเทา พยักหน้าเล็กน้อยแล้วตอบว่า
“เสร็จแล้ว”
“มีอะไรพูดได้บ้าง? ถ้าพูดไม่ได้ก็ไม่ต้องนะ” ฟรังก้าทำหน้าเหมือนแค่อยากขยายโลกทัศน์ของตัวเอง
ลูเมี่ยนนั่งลงบนโซฟาเดี่ยว พูดด้วยถ้อยคำซึ่งเรียนรู้มาจากเมืองแดนฝัน
“ไม่มีอะไรน่าเล่าเป็นพิเศษ ชุมนุมวันนี้ค่อนข้างเรียบง่าย ส่วนใหญ่เป็นการรายงานเรื่องต่างๆ จากอาร์คาน่าใหญ่ต่อมิสเตอร์ฟูล และมิสเตอร์ฟูลก็ให้คำแนะนำอันเหมาะสม”
“คุณให้ความเคารพมิสเตอร์ฟูลมากเลยนะ” ฟรังก้าพูดเหมือนสัมผัสได้
“ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ?” ลูเมี่ยนรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
ฟรังก้าหัวเราะในลำคอ สายตามองไปยังจินนาก่อน แล้วจึงเลื่อนไปหาอ็องโตนี
“คำถามง่ายๆ แบบนี้ ฉันจำเป็นต้องตอบจริงหรือ?”
จินนาช่วยอธิบายแทนฟรังก้าอย่างเข้าอกเข้าใจ โดยพูดไปพลางอมยิ้ม
“ถ้าไม่ใช่มิสเตอร์ฟูล คุณคงต้องขยายคำว่า ‘คำแนะนำ’ มากกว่านี้ เช่น อันมองการณ์ไกล หรือครอบคลุมหลายด้าน”
นี่เป็นการหยอกล้อกันเล็กน้อย
“ฉันเคารพเทพเสมอมานะ ยกเว้นแค่บางองค์” ลูเมี่ยนหัวเราะในลำคออย่างเข้าใจ
เขาเปลี่ยนเรื่องพูด
“คนที่เพิ่งเข้าร่วมชุมนุมหน้าพระพักตร์อย่างฉัน ย่อมไม่มีอะไรจะรายงาน เพียงแต่ถามปัญหาเกี่ยวกับคุณนายปัวริสและธิดาของเธอ โอมีเบล่า โดยหวังว่าจะได้รับคำตอบจากมิสเตอร์ฟูล”
“แล้วมิสเตอร์ฟูลตอบว่าอย่างไร?” จินนาและฟรังก้าถามพร้อมกัน
ลูเมี่ยนยังไม่ทันได้ตอบ ความว่างเปล่าก็พลันปรากฏประกายแสงดาว
ประกายดาวเหล่านี้วาดเป็นร่างของมาดามเมจิกเชี่ยนในพริบตา
เธอพูดกับลูเมี่ยน ฟรังก้า และจินนาว่า
“ตอนนี้พวกเธอสามารถไปเรือ ‘โทสะสีคราม’ เพื่อสำรวจคลังสมบัติที่ ‘จักรพรรดิโลหิต’ ทิ้งไว้ได้แล้ว”
“ฉันก็จะไปด้วย เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม”
“พวกเธออยากจะเลื่อนเวลาออกไปเพื่อเตรียมตัวก่อนไหม?”
สมบัติของราชวงศ์ทูดอร์ส่วนใหญ่เป็นสิ่งของเกี่ยวข้องกับเส้นทาง ‘นักล่า’ เสริมด้วยเส้นทาง ‘นางมาร’ และเพิ่มเติมด้วยเส้นทาง ‘นักทำนาย’ ‘ผู้ฝึกหัด’ และ ‘นักโจรกรรม’
นับว่าเหมาะมากที่ ‘นางมาร’ ทั้งสามจะเข้าไปสำรวจ เพื่อให้ได้ตะกอนพลังสำหรับเลื่อนลำดับตามปกติ หรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนเส้นทาง
ส่วนการเลื่อนลำดับของอ็องโตนี มีการจัดแจงอื่นเตรียมไว้แล้ว
ส่วนการฟื้นฟูพลังของลุดวิก ต้องรอให้ลูเมี่ยนหรือฟรังก้าคนใดคนหนึ่งบรรลุลำดับ 3 ก่อน เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน
“พวกเราจะไปกันเลย” ลูเมี่ยนได้ปรึกษาเรื่องนี้กับฟรังก้าและจินนาไว้นานแล้ว
มาดามเมจิกเชี่ยนไม่พูดมากความ สร้างประตูบานใหญ่สองบาน เปล่งประกายวิจิตรงดงาม พานางมารทั้งสามมาถึงเรือ ‘โทสะสีคราม’ ที่กำลังแล่นอยู่ท่ามกลางพายุและคลื่นยักษ์
มิสเตอร์แฮงแมนในชุดกัปตันเรือ กำลังยืนรออยู่ทางเข้าห้องโดยสาร
“ยังสัมผัสถึง ‘รอยประทับกระจกเงา’ ที่เธอทิ้งไว้ในคลังสมบัติได้ไหม?” มาดามเมจิกเชี่ยนถามลูเมี่ยน
“ได้” ลูเมี่ยนหลับตาลงครึ่งหนึ่ง ลองสัมผัสความรู้สึก
เขาไม่ได้พยายาม ‘ข้ามกระจก’ เพื่อไปถึงกระจกเงาบานนั้น เพราะมิติหลังกระจก หรือโลกในกระจก ล้วนซ่อนแผนคืนชีพของ ‘จักรพรรดิโลหิต’ อลิสต้า·ทูดอร์เอาไว้
สำหรับเขา ‘รอยประทับกระจกเงา’ มีประโยชน์หลักคือการระบุตำแหน่ง ช่วยให้ผองเพื่อนสามารถเข้าสู่คลังสมบัติได้
ส่วนในอนาคต เขามีแผนจะใช้เป็นเครื่องหมายกับดัก เพื่อเอาชีวิตศัตรูแข็งแกร่ง โดยแลกกับการตายตกตามกัน
หลังจากรับรู้เสร็จ ลูเมี่ยนก็เดินเข้าไปในเรือ พลางจงใจพูดต่อจากเดิม
เขาหันไปมองฟรังก้าและจินนา
“วิวรณ์จากมิสเตอร์ฟูลคือ หลังจากกลายเป็น ‘นางมารยุพนิรันดร์’ แล้ว ให้ฉันไปเมืองเงินพิสุทธิ์ใหม่เพื่อยืม ‘พรแห่งธรณี’ แล้วนำมันไปยัง ‘เมืองเนรเทศ’ พาไปหาพี่ใหญ่ท่อนแขน”
“จริงด้วย คนหนึ่งรู้จักโอมีเบล่า อีกคนเอ่ยชื่อจีดาส ถ้าให้พวกเขาพบกัน ก็อาจจุดประกายบางสิ่งได้” ฟรังก้าพลันเข้าใจ
ในตอนนี้ มิสเตอร์แฮงแมนซึ่งเดินนำหน้าในฐานะกัปตันเรือ ‘โทสะสีคราม’ พลันหันตัวครึ่งหนึ่ง แล้วกล่าวอย่างใคร่ครวญ
“ผมคิดว่าวิวรณ์นี้ของมิสเตอร์ฟูล สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่เนื้อหาส่วนหลัง เงื่อนไขเบื้องต้นก็ไม่ควรมองข้าม”
ลูเมี่ยนกล่าวถึงวิวรณ์ของมิสเตอร์ฟูลต่อหน้ามาดามเมจิกเชี่ยนและมิสเตอร์แฮงแมน ก็เพื่อรับฟังความเห็นของพวกเขา เมื่อได้ยินจึงรีบถามทันที
“เงื่อนไขเบื้องต้นว่าต้องเป็น ‘นางมารยุพนิรันดร์’ น่ะหรือ?”
มิสเตอร์แฮงแมนผู้มีใบหน้าหยาบกร้านและดูไม่ใส่ใจเรื่องรูปลักษณ์ หัวเราะเสียงทุ้มต่ำ
“แค่ไปยืม ‘พรแห่งธรณี’ แล้วนำมันไปต่อหน้า ‘ท่อนแขนบวมเน่า’ ตัวคุณในตอนนี้ทำไม่ได้หรือไง? ความช่วยเหลือเดียวที่อาจจำเป็นคือ การติดต่อกับศาสนจักรความรู้”
“จริงด้วย” จินนาเห็นด้วยกับมิสเตอร์แฮงแมน
ลูเมี่ยนมีเงื่อนไขครบถ้วนสำหรับการใช้ ‘พรแห่งธรณี’ ชั่วคราว และสามารถได้รับอนุญาตจากเมืองเงินพิสุทธิ์ใหม่ผ่านมิสเตอร์ซัน อีกทั้งยังเป็นผู้แทนของ ‘0-01’ ไม่จำเป็นต้องรอจนถึงระดับ ‘นางมารยุพนิรันดร์’ ก็สามารถนำร่างไร้วิญญาณของโอมีเบล่าไปพบกับ ‘ท่อนแขนบวมเน่า’ ได้
“การเป็น ‘นางมารยุพนิรันดร์’ จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง…เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสำคัญ? หรือว่าต้องถึงลำดับ 3 เท่านั้น จึงจะรับมือกับเหตุไม่คาดฝัน ซึ่งจะเกิดหลังจาก ‘พรแห่งธรณี’ และ ‘ท่อนแขนบวมเน่า’ พบกัน? ไม่สิ…กรณีหลังตัดออกไปได้เลย” ลูเมี่ยนในร่าง ‘นางมารสิ้นหวัง’ ชะลอฝีเท้า ครุ่นคิดพลางพูด
ผู้แทนของ ‘0-01’ อย่างเขามีอำนาจไม่น้อย ณ ภูเขาซากศพ การเป็นลำดับ 4 หรือลำดับ 3 คงไม่ต่างกันมากนัก
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังสามารถยืมพรซึ่งถูกผนึกโดย ‘นักพรตโลกแห่งความตาย’ ชั่วคราว เพื่อกลายเป็น ‘นักบวชสงคราม’ ลำดับ 3
นั่นหมายความว่า การเพิ่มพลังจากการเลื่อนเป็น ‘นางมารยุพนิรันดร์’ ไม่ใช่สิ่งจำเป็น
“คงเป็นการเปลี่ยนแปลงบางอย่างจากคุณสมบัติเฉพาะของ ‘นางมารยุพนิรันดร์’” มาดามเมจิกเชี่ยนให้ความเห็นบ้าง
ฟรังก้าซึ่งเงียบฟังมาพักหนึ่ง เริ่มบ่นพึมพำ
“ทำไมมิสเตอร์ฟูลถึงไม่พูดให้ชัดเจนไปเลยล่ะ? ทำไมถึงให้วิวรณ์แล้วปล่อยให้พวกเราตีความเอาเอง?”
มิสเตอร์แฮงแมนมองฟรังก้าหนึ่งที
“มีคำพูดหนึ่ง ผมเรียนรู้จากเมืองแดนฝัน มันเรียกว่า ‘คำพูดสร้างกฎเกณฑ์’”
“ทุกการกระทำและทุกคำพูดของผู้ยิ่งใหญ่ ล้วนมีอิทธิพลลึกซึ้งต่อโชคชะตาและโลก”
“เมื่อก่อน ระหว่างที่มิสเตอร์ฟูลใช้เวลาเพียงสามปีเพื่อกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ คำพูดมากมายที่เขาเอ่ย ในภายหลังล้วนได้รับการยืนยันทีละเรื่อง กลายเป็นความจริงทั้งหมด”
“กล่าวอีกนัยหนึ่ง การพูดให้ชัดเจนหรือไม่ชัดเจน จะเป็นส่วนประกอบของเรื่องราวภาพรวม อิทธิพลในการรบกวนโชคชะตาย่อมแตกต่างกัน ผลลัพธ์สุดท้ายอาจเบี่ยงเบนไปเพราะคำพูดได้”
ลูเมี่ยนพยักหน้าเห็นด้วย แต่ในใจรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
เขารู้สึกว่ามิสเตอร์แฮงแมนกระตือรือร้นมากกว่าที่เคยพบกันก่อนหน้านี้
จริงอยู่ แต่ก่อนมิสเตอร์แฮงแมนไม่ตระหนี่คำประเมินและการอธิบาย แต่ขอบเขตจะอยู่แค่หน้าที่ของตัวเอง พูดแค่คำที่ควรพูด แต่ครั้งนี้กลับพูดเรื่องนอกประเด็นมากมาย
เป็นเพราะเรากลายเป็นอาร์คาน่าใหญ่แล้ว? มิสเตอร์แฮงแมนค่อนข้างให้ความสำคัญกับลำดับชั้นสินะ…ลูเมี่ยนถอนสายตากลับอย่างครุ่นคิด
มาดามเมจิกเชี่ยนเสริมว่า
“นอกจากนี้ มันยังเกี่ยวข้องกับ ‘องค์มารดาผู้ยิ่งใหญ่’ แม้แต่มิสเตอร์ฟูลก็มองเห็นได้ไม่ชัดเจนนัก ได้แค่วิวรณ์บางส่วน”
เมื่อฟังถึงตรงนี้ ฟรังก้ามองซ้ายมองขวา แล้วลดเสียงพูดลง
“การตื่นจากบรรทมของมิสเตอร์ฟูลคราวนี้ เอ่อ…ฉันไม่ได้ไม่เคารพมิสเตอร์ฟูลนะ แค่สนใจสภาพปัจจุบันของเขามากกว่า บางทีอาจมีอะไรที่ฉันช่วยได้…”
“ยังไงเสีย ฉันก็เป็น ‘ผู้ข้ามมิติ’ เหมือนเขานะ! อา…ฉันอยากถามว่า ตอนนี้มิสเตอร์ฟูลฟื้นตัวถึงระดับใดแล้ว อัตลักษณ์ ‘เดอะเวิร์ล’ ที่พวกคุณสร้างเป็นอย่างไรบ้าง?”
ลูเมี่ยนสบตากับมาดามเมจิกเชี่ยนและมิสเตอร์แฮงแมน ก่อนจะเอ่ยตอบ
“ถ้าจะถามว่าฟื้นตัวถึงระดับใดแล้ว พวกเราเองก็ไม่ทราบชัดเจน รู้เพียงว่าโดยศักดิ์แล้วยังไม่ใช่ ‘เดอะฟูล’ อย่างสมบูรณ์”
‘เดอะฟูล’ ที่ไม่มี ‘มิสเตอร์’ นำหน้า หมายถึงลำดับ 0 ‘เดอะฟูล’ ของเส้นทาง ‘นักทำนาย’
ปัจจัยที่ทำให้อาร์คาน่าใหญ่รวมถึงลูเมี่ยนได้ข้อสรุปเช่นนี้คือ หากอัตลักษณ์เกอร์มัน·สแปร์โรว์เป็น ‘เดอะฟูล’ สมบูรณ์แล้ว นั่นหมายความว่า เขาต้องได้ครอบครองอำนาจทั้งหมดของเส้นทาง ‘นักทำนาย’ ส่งผลให้มิสเตอร์ฟูลตัวจริงได้รับชัยชนะเหนือราชันสวรรค์ จนลืมตาตื่นจากบรรทมอย่างสมบูรณ์
ลูเมี่ยนพูดต่อไป
“สำหรับมิสเตอร์ฟูลในปัจจุบัน ตัวฉันมีความรู้สึกว่ายังขาดความกระฉับกระเฉง หรือพูดอีกแบบหนึ่งคือ เย็นชาและเฉยเมยเกินไป ใกล้เคียงกับเกอร์มัน·สแปร์โรว์มากกว่า”
ฟรังก้าคิดอยู่พักใหญ่แล้วเอ่ยปาก
“ฉันคิดว่า…เป็นความเข้าใจส่วนตัวนะ ตอนนี้เกอร์มัน·สแปร์โรว์เหมือนกับ AI หรือปัญญาประดิษฐ์ ที่ผสานเจตจำนงและความคิดบางอย่างของมิสเตอร์ฟูลมากกว่า”
“พวกคุณลองคิดดู หนึ่งในรากฐานที่ทำให้เกอร์มัน·สแปร์โรว์ดำรงอยู่อย่างมั่นคงคือ หลักยึดเหนี่ยวความเชื่อปริมาณมาก และคนต่างกันย่อมเข้าใจในตัวเขาต่างกัน”
“เหมือนกับ AI ที่รากฐานการดำรงอยู่คือข้อมูล—ข้อมูลปริมาณมหาศาล ซึ่งข้อมูลถูกเก็บรวบรวมจากอินเทอร์เน็ต ข้อมูลที่ป้อนให้ AI อาจจะผิด แต่งขึ้นมา จินตนาการเอาเอง ซึ่งมันจะสร้างมลทินให้กับ AI”
“เหมือนกับที่พวกคุณพูดถึงมลทินของหลักยึดเหนี่ยว”
“จุดเด่นของ AI ตอนนี้คือ ตราบใดที่พวกคุณกล้าเชื่อ มันก็กล้าแต่ง และปฏิกิริยาที่เกอร์มัน·สแปร์โรว์แสดงออก ก็ชัดเจนว่าได้รับผลกระทบจากมลทินของหลักยึดเหนี่ยวเช่นกัน แม้อาจไม่กระทบต่อการถ่ายทอดเจตจำนงและความคิดหลักของมิสเตอร์ฟูล แต่ก็อาจปรากฏลักษณะเฉพาะตัว หรือแม้กระทั่งขัดแย้งกัน”
“อา…เขาเหมือนผู้ช่วย AI ของมิสเตอร์ฟูล ยิ่งเขาพัฒนาได้ดี ยิ่งวิวัฒนาการได้เร็ว มิสเตอร์ฟูลก็จะยิ่งครอบครองและระดมอำนาจได้มาก สุดท้ายช่วยให้เขาเอาชนะราชันสวรรค์”
การตีความจากมุมมอง AI เป็นสิ่งที่อาร์คาน่าใหญ่ไม่เคยนึกถึงมาก่อน โชคดีที่คนที่อยู่ตรงนี้ล้วนเคยเข้าไปในเมืองแดนฝัน จึงพอเข้าใจสิ่งที่ฟรังก้าพูดได้
มาดามเมจิกเชี่ยนผู้เข้าใจเรื่องหลักยึดเหนี่ยวความเชื่ออย่างลึกซึ้ง พยักหน้ารับพร้อมกับกล่าว
“สิ่งที่พวกเราต้องทำต่อไปคือ ทำให้หลักยึดเหนี่ยวของเกอร์มัน·สแปร์โรว์บริสุทธิ์ ปรับการรับรู้ของเหล่าผู้คนต่อเกอร์มัน·สแปร์โรว์ในระดับต่างๆ?”
“รวมถึงการรับรู้ของพวกเราต่อเกอร์มัน·สแปร์โรว์ด้วย” มิสเตอร์แฮงแมนเสริม
ระหว่างการสนทนา ทุกคนมาถึงบันไดที่นำไปสู่ชั้นล่างของเรือ
……………………………………………………..