ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 1016 ผิดทำนองคลองธรรม
“สะพานมืดกักวิญญาณ!”
แดนเอตทัคคะช่วงท้ายสามท่านของลัทธิจิตมืดตวาดเบาๆ
เสียงตวาดพลันขานรับกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณมืด!
สะพานแปดแห่งที่สร้างขึ้นจากวิญญาณมืดถูกพลังเงามืดแทรกซอนเข้า ไปราวกับน้า
สะพานมืดที่มีลักษณะเป็นภาพมายากลายมาเป็นของจริงในชั่ว พริบตา!
ตาข่ายสีทองที่ถักทอกันขึ้นมาจาก “ค่ายกลเกิงจินชิงแสง” คล้ายจะไม่ สามารถดับท้าลายวิญญาณมืดดวงใดได้อีก ซ้าสะพานทั้งแปดยังลอด ทะลวงแสงทองตรงดิ่งเข้ามาหา
ดวงตาของผู้ฝึกลมปราณทุกคนที่อยู่ในค่ายกลต่างก็มีประกาย ประหลาดปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชียบ
จุดลึกในดวงตาของทุกคนล้วนมีสะพานมืดทั้งแปดแห่งนั้นลอยขึ้นมา เหมือนกันหมดโดยไม่มีข้อยกเว้น
ราวกับว่านาทีนี้สะพานมืดทั้งแปดได้แทรกซอนเข้ามายังจิตวิญญาณ ของผู้คนพร้อมๆ กัน
หวงจินหนันหวีดร้องเสียงหลง
เขารู้สึกได้ว่าจิตวิญญาณที่แท้จริงของตัวเองมิอาจควบคุมได้อีกต่อไป กระแสจิตวิญญาณที่รวบรวมขึ้นมานานปีเริ่มค่อยๆ ลอยหายเข้าหา สะพานมืดพวกนั้นอย่างเชื่องช้า
จิตวิญญาณที่แท้จริงซึ่งชัดเจนของเขากลับให้ความรู้สึกถึงความพร่า เลือนกะทันหัน
ผู้ที่ขอบเขตอ่อนแอที่สุดที่อยู่ที่นี่ อันดับหนึ่งคือเนี่ยเทียน เขาคือคนที่ สอง จากนั้นก็เป็นเผยฉีฉีที่มีเขตวิญญาณช่วงกลาง
เขาหันไปมองเนี่ยเทียนด้วยความตะลึงพรึงเพริด
เนี่ยเทียนแค่นเสียงเย็น กลางฝ่ามือของเขามีไข่มุกสีเขียวที่ส่อง ประกายแสงลอยขึ้นมา ก่อนที่เขาจะเอามันมาวางไว้บนหว่างคิ้วของตัวเอง
สีหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดของเนี่ยเทียนหายวับไปไม่มีเหลือ เพราะการปรากฏตัวของไข่มุกเม็ดนั้น พอไข่มุกสาดแสงไปยังหว่างคิ้ว ปัญหาด้านจิตวิญญาณของเขาก็ถูกคลี่คลายไปในทันที
เผยฉีฉียืนนิ่งไม่ขยับ เพียงแต่เขารู้สึกว่าอีกฝ่ายเหมือนก้าลังลอด ทะลวงอยู่ในห้วงมิติที่ต่างกัน
เผยฉีฉีเองก็ไม่ได้รับผลกระทบจาก “สะพานมืดกักวิญญาณ” เช่นกัน
มีเพียงเขาที่กระแสจิตวิญญาณลอยไปหาสะพานมืดทั้งแปดอย่าง ต่อเนื่อง เจ็บปวดจนพูดไม่ออก
“ออกมา!”
ดอกบัวสีทองดอกนั้นถูกเขาเรียกขานให้ปลดปล่อยกลีบสีทองอร่ามมา ห่อหุ้มตัวเขาไว้อย่างแน่นหนา
กลีบดอกไม้สีทองนาบประทับกระแสจิตที่กระจัดกระจายของเขา เอาไว้ พวกมันก่อตัวกันขึ้นเป็นม่านแสงประหลาดที่เริ่มรับมือกับสะพาน มืด
สะพานมืดแต่ละแห่งที่อยู่ในมหาสมุทรจิตวิญญาณของเขาเริ่มถูก หลอมละลาย จนกระทั่งหายไปไม่มีเหลือ
เขาแอบถอนหายใจโล่งอก แล้วจึงหันไปมองคนอื่นๆ จากนั้นก็เห็นว่า แดนว่างเปล่าลูกน้องของเขามีหลายคนที่สีหน้าเลื่อนลอย จุดลึกในดวงตา มีภาพสะพานมืดลอยขึ้นมาคล้ายจิตวิญญาณได้รับผลกระทบ จิตส้านึกจึง ไหลหายไปทีละน้อย
“ท่านลุงจ้าว!” หวงจินหนันตะโกนดังลั่น
จ้าวเหิงแดนเอตทัคคะช่วงท้ายบินออกจากค่ายกลไปลอยตัวอยู่บนฟ้า
“ซ่าๆๆ!”
เสียงน้าที่ไหลรุนแรงดังขึ้นมาพร้อมๆ กับที่น้าตกและล้าธารสายแล้ว สายเล่าถูกสาดยิงออกไปจากแดนเอตทัคคะของเขา
น้าตกและแม่น้าทุกสายล้วนนาบประทับพลังจากวิชาที่จ้าวเหิงบรรลุ มานานหลายปี ธารน้าบางเส้นล่องลอยไม่อยู่นิ่ง บางเส้นหนักอึ้งนับแสน ช่าง ทั้งยังมีบางเส้นที่คมกริบอย่างถึงที่สุด
ผู้แข็งแกร่งแดนเอตทัคคะของลัทธิจิตมืดที่มีระดับเดียวกับเขาหัวเราะ ต่้าๆ แดนเอตทัคคะของเขาที่เป็นสีเขียวหม่นอมเทาพลันขยายใหญ่ราวกับ ลูกโป่งที่ถูกสูบลม
“เชิญเทพแห่งความมืด!”
เรือนกายสูงโปร่งเรือนกายหนึ่งพลันก่อตัวขึ้นมาในแดนเอตทัคคะของ เขา
พอเงาร่างนั้นปรากฏ ปราณเย็นอึมครึมของอาณาจักรแห่งที่เก้าก็ เหมือนถูกชักน้าจึงมารวมกันจากแปดทิศ
การไหลบ่าเข้ามาของปราณเย็นเยียบท้าให้ธารน้าและน้าตกที่จ้าวเหิง สาดยิ่งออกไปแข็งค้างอยู่กลางอากาศ กลายมาเป็นเสาน้าแข็งเส้นยาว
“ผู้อาวุโสเซียว!”
หลิงโยวจากลัทธิจิตตวิสุทธิ์พลันหน้าเปลี่ยนสี บนใบหน้าเต็มไปด้วย ความตื่นตะลึง “พวกเจ้าถึงกับเอาวิญญาณของผู้อาวุโสเซียวมาชุบหลอม เป็นเทพแห่งความมืด!”
เนี่ยเทียนเองก็หน้าถอดสีไปเหมือน เขานึกไม่ถึงเลยว่าผู้ที่ปรากฏตัวอยู่ ในแดนเอตทัคคะของลัทธิจิตมืดจะเป็นเซียวซีเฮ้อผู้อาวุโสของพระราชวัง โบราณสะเก็ดดาวที่ตายไป
เพียงแต่ว่าเซียวซีเฮ้อที่อยู่เบื้องหน้าตอนนี้ไม่มีสติปัญญาใดๆ เห็นได้ชัด ว่าถูกชุบหลอมมาท้าเป็นหุ่นเชิดแล้ว
วิญญาณมืดที่ลัทธิจิตมืดหลอมออกมา หากเป็นผู้แข็งแกร่งจะสามารถ ใช้พลังตอนที่มีชีวิตอยู่ได้ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเทพแห่งความมืดนี้มีฝีมือ แข็งแกร่งกว่าระดับหนึ่ง
เซียวซีเฮ้อมาตายอยู่ในอาณาจักรแห่งที่เก้า แดนเอตทัคคะของเขาที่ พังทลายกระจายอยู่ทั่วทุกมุมของฟ้าดินแห่งนี้ และมีลางว่าได้ผสานรวม เป็นหนึ่งกับดินแดนแห่งนี้แล้ว
และก็เพราะพลังของแดนเอตทัคคะที่เหลืออยู่ของเขาถึงท้าให้คนของ ลัทธิจิตมืดสามารถสร้าง “ค้าสาปลับน้าแข็งสวรรค์” ขึ้นมาได้
ยามนี้วิญญาณของเขาที่ตายไปก็ได้ใช้ปราณความเย็นเยียบที่หลงเหลือ อยู่ในที่แห่งนี้มาลงมือกับจ้าวเหิง ใช้พลังความเย็นมาผนึกพลังของจ้าวเหิง ให้เป็นน้าแข็งตามการควบคุมของคนผู้นั้น
“เชิญเทพแห่งความมืด!”
เสียงของลูกศิษย์ลัทธิจิตมืดดังขึ้นมาจากสะพานอีกเจ็ดแห่งพร้อมๆ กัน
ในแดนเอตทัคคะและแดนว่างเปล่าของพวกเขาก็มีเงาวิญญาณ มากมายปรากฏขึ้นในเวลาเดียวกัน ทุกเงาวิญญาณล้วนชัดเจน ราวกับว่า เป็นวิญญาณที่บินออกมาจากเรือนกายของผู้แข็งแกร่ง
เพียงแต่ว่าวิญญาณทุกดวงล้วนมีพลังเงามืดเติมเต็มอยู่ด้านใน ท้าให้ คนมองรู้สึกขนลุกด้วยความสะพรึงกลัว
หวงจินหนันและพวกลูกน้องของเขาที่พอเห็นเหล่าเทพแห่งความมืด เผยกาย แต่ละคนก็มีสีหน้าไม่น่ามอง
เพราะเทพแห่งความมืดเหล่านั้นล้วนเป็นบุคคลที่พวกเขาคุ้นเคย หาก ไม่มาจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว ก็มาจากส้านักห้าธาตุหรือลัทธิจิตต วิสุทธิ์ ทุกคนล้วนเป็นผู้แข็งแกร่งของสามส้านักที่ต่อสู้จนตายอยู่ในดินแดน สวรรค์ทมิฬแห่งนี้
ทวยเทพแต่ละคนใช้พลังของดินแดนตัวเองที่แตกสลายไปมาชักน้า สะพานมืดให้ตรงเข้าประหัตประหารกับพวกลูกน้องของหวงจินหนัน
หลิงโยวสีหน้าเย็นเยียบ “ลัทธิจิตตวิสุทธิ์ของพวกเราก็มีสามคนที่ถูก ชุบหลอมเป็นเทพแห่งความมืด เทพแห่งความมืดที่ลัทธิจิตมืดหลอม ออกมามิอาจจ้าเรื่องราวตอนมีชีวิตอยู่ได้ แต่สามารถใช้เวทลับตอนที่เคยมี ชีวิตอยู่ คนพวกนั้นล้วนมาตายอยู่ที่นี่ ดินแดนของพวกเขาที่ระเบิดออกยัง มีพลังหลงเหลืออยู่ ซึ่งตอนนี้ยังสามารถเอามาเพิ่มพลังให้กับตัวเองได้ต่อ”
“อู้ๆๆ!”
วิญญาณร้ายห้าดวงบินทะยานออกมาจากไข่มุกวิญญาณมืดในมือเนี่ย เทียน
ส่วนไข่มุกวิญญาณมืดก็ลอยสูงอยู่เหนือศีรษะของเนี่ยเทียน ปลดปล่อย ประกายแสงสีเขียวขมุกขมัว
วิญญาณร้ายร้องค้าราม แสยะเขี้ยวกางเล็บตรงเข้าฉีกทึ้งวิญญาณมืดที่ อยู่ใกล้เขามากที่สุด
ลูกศิษย์ของลัทธิจิตมืดซึ่งเป็นแดนว่างเปล่าช่วงกลางที่ยืนอยู่บน สะพานมืดมองวิญญาณร้ายทั้งห้าที่บินเข้ามา สีหน้าของเขาก็ตกตะลึง อย่างเห็นได้ชัด “วิญญาณร้าย วิญญาณร้ายที่มีพลังอาฆาตเชิงลบรุนแรง วิธีการเช่นนี้…”
เขาพลันหันมาสังเกตเห็นไข่มุกวิญญาณมืดที่อยู่เหนือศีรษะเนี่ยเทียน หน้าก็ถอดสีไปอย่างสิ้นเชิง “ไข่มุกวิญญาณมืด!”
“แควกๆๆ!”
วิญญาณร้ายทั้งห้าขยับเข้ามาใกล้สะพานมืดที่อยู่ใกล้ที่สุดแล้วใช้กรง เล็บที่เป็นราวกับตะขอเหล็กฉีกกระชากสะพานมืด
พลังเงามืดที่กรอกเทเข้าหาสะพานกลายมาเป็นสะเก็ดแสงสีเขียว เหลือบเทาที่สาดกระเซ็น วิญญาณมืดที่อยู่ในสะพานกรีดร้องเสียง หวาดกลัว ตัวสั่นสะท้านอยู่ด้านใน
หลิงโยวอึ้งไปครู่ ก่อนจะหันไปมองเนี่ยเทียน “เจ้าครอบครองสมบัติล้า ค่าของเผ่าอสูรกายได้อย่างไร?”
“ได้มาโดยบังเอิญน่ะ” เนี่ยเทียนกล่าว
“ข้าหมายถึงว่าท้าไมเจ้าถึงใช้มันได้?” หลิงโยวถามอีกครั้ง
“ชุบหลอมแล้วก็ใช้ได้น่ะสิ” เนี่ยเทียนมองเขาด้วยสายตาประหลาดใจ “มีอะไรน่าแปลกใจกัน? วัตถุทุกอย่างที่อยู่บนโลกก็ไม่ใช่ว่าพอชุบหลอม แล้วก็เอามาใช้ได้หรอกหรือ?”
หนังหน้าหลิงโยวกระตุกอยู่พักใหญ่ ท้าท่าจะพูดแต่ก็เงียบไปอีก
“ผู้อาวุโสหลิง ไม่ต้องแปลกใจไป เนี่ยเทียนไม่เหมือนกับคนอื่นหรอก” เผยฉีฉีกล่าวด้วยน้าเสียงเรียบเฉย
หลิงโยวยิ้มเจื่อน พยักหน้ารับ “ก็ได้”
ภายใต้การฉีกทึ้งของวิญญาณร้ายทั้งห้าดวง สะพานแห่งนั้นกลับเกิด ลางที่จะปริแตกจริงๆ
ลูกศิษย์ลัทธิจิตมืดที่อยู่บนสะพานแห่งนั้นร้อนใจราวไฟลน มือไม้รีบ โบกตวัดควบคุมเทพแห่งความมืด ทั้งยังปลดปล่อยวิญญาณมืดออกมามาก กว่าเดิมหมายซ่อมแซมสะพาน
สะพานมืดแปดแห่งประกอบกันขึ้นเป็นค่ายกลลับอย่างหนึ่งของลัทธิ จิตมืด หากสะพานแห่งใดเกิดปัญหา ค่ายกลก็จะถูกท้าลาย
วิชาที่ลัทธิจิตมืดฝึกตนส่วนใหญ่ล้วนเกี่ยวกับการท้าความเข้าใจจิต วิญญาณ ซึ่งอิงมาจากวิชาของเผ่าอสูรกาย
และไข่มุกวิญญาณมืดก็เป็นสมบัติล้าค่าของเผ่าอสูรกายพอดี
ที่เนี่ยเทียนกล้ามาดินแดนสวรรค์ทมิฬก็เพราะได้ยินมาว่าวิชาที่ลัทธิจิต มืดฝึกตนมีความเกี่ยวข้องกับเผ่าอสูรกายอย่างใกล้ชิด ไข่มุกวิญญาณมืดก็ คือที่พึ่งที่ส้าคัญที่สุดของเขา!
แล้วก็เป็นดังคาด เมื่อเขาเอาไข่มุกวิญญาณมืดออกมาใช้ วิญญาณร้าย ทั้งห้าก็ตรงเข้าฉีกทึ้งสะพานแห่งหนึ่งทันที
“สะพานมืดทั้งแปด ไม่ว่าสะพานใดถูกท้าลาย ค่ายกลก็จะพังไปด้วย” หลิงโยวตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด จู่ๆ กลายมาเป็นคนพูดมากไปเสียได้ “พวก เจ้าน่าจะเห็นว่าเมื่อสะพานมืดทั้งแปดยืดขยายออกมา พลังจิตวิญญาณ ของลูกน้องเทพบุตรหวงจินหนันก็หายไปทีละนิด”
“เวลาที่พวกเขาต่อสู้แล้วใช้วิชาที่เป็นวิชาด้านจิตวิญญาณ อานุภาพก็ จะลดลงไปฮวบฮาบ แล้วก็เพราะเหตุนี้ พลังจิตวิญญาณที่ผสานรวมเข้าไป ในวิชาที่ใช้จึงถูกสะพานมืดทั้งแปดส่งผลกระทบ หากพลังจิตวิญญาณหลุด ออกไป สะพานมืดพวกนั้นก็จะรับเข้าไปเป็นพลังของตัวเอง”
“สะพานมืดทั้งแปดชักน้าพลังจิตวิญญาณ พอหลังจบเรื่องแล้วพลังจิต วิญญาณมีมากพอ พวกลูกศิษย์ของลัทธิจิตมืดก็จะใช้เวทลับเอาพลังจิต วิญญาณพวกนั้นมาท้าเป็นผลึกจิตวิญญาณ”
เผยฉีฉีพยักหน้ารับเบาๆ “เป็นเช่นนี้จริง”
ลูกศิษย์ของลัทธิจิตมืดมากันแค่แปดคนเท่านั้น เมื่อเทียบกับตบะของ ลูกน้องหวงจินหนันแล้วก็ไม่ได้เปรียบตรงไหนด้วยซ้า
ที่พวกเขาเป็นฝ่ายคุมสถานการณ์ได้ ด้านหนึ่งเป็นเพราะพลังของเทพ แห่งความมืด อีกด้านหนึ่งเป็นเพราะการด้ารงอยู่ของสะพานมืดทั้งแปด แห่งที่ท้าให้พลังจิตวิญญาณของลูกน้องหวงจินหนันไหลหายไปอย่าง รวดเร็ว แม้แต่อานุภาพของคาถาที่ใช้พลังจิตวิญญาณสร้างขึ้นมาก็ยังถูก ลดทอนก้าลังลงไปด้วย
“เดิมทีนึกว่า เจ้ามาที่ดินแดนสวรรค์ทมิฬแล้วจะเป็นแค่… ” หลิงโยวก ระแอมเบาๆ ไม่ได้พูดค้าว่า “ตัวภาระ” ออกมา “นึกไม่ถึงเลยว่าเมื่อเจ้า อาศัยสมบัติล้าค่าของเผ่าอสูรกายจะสร้างผลกระทบอย่างใหญ่หลวงให้กับ สถานการณ์ได้เช่นนี้ หากวิกฤตในอาณาจักรแห่งที่เก้าสามารถคลี่คลายได้ ข้าจะรายงานให้ทั้งสามท่านจดจ้าคุณความชอบของเจ้า”
“เนี่ยเทียนไม่เคยเป็นตัวภาระให้กับใคร” เผยฉีฉีพูดเสียงเย็น
หลิงโยวเงียบกริบ
“อู้ๆๆ!”
คนผู้นั้นที่สะพานมืดถูกวิญญาณร้ายทั้งห้าฉีกทึ้งรีบเรียกวิญญาณมืด ออกมาจากชายแขนเสื้อมากว่าเดิม
ทุกครั้งที่วิญญาณมืดซึ่งประกอบกันขึ้นเป็นสะพานมืดถูกวิญญาณร้าย จับได้ วิญญาณร้ายก็จะอ้าปากเขมือบกินค้าใหญ่ พอสะพานมืดเกิดรอย โหว่ เขาก็จะถูกบีบให้ต้องเอาวิญญาณมืดจ้านวนมากกว่าเดิมออกมาเติม เต็ม เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้สะพานหักพัง
นี่เป็นเรื่องที่ยากล้าบากยิ่งส้าหรับเขา
ซ้าร้ายเขายังต้องร่ายใช้เวทลับที่มีเฉพาะในลัทธิจิตมืดออกมารับมืออีก มากมาย ทว่าพอเอามาโจมตีวิญญาณร้ายทั้งห้ากลับไม่มีประโยชน์อันใด
เขาคุ้นเคยกับการควบคุมวิญญาณมืดเป็นอย่างดี วิญญาณมากมายบน โลกใบนี้เมื่ออยู่ภายใต้วิธีการของลัทธิจิตมืดของเขาก็ล้วนถูกก้าราบ ถูก พวกเขาเอามาใช้งาน
แต่เห็นได้ชัดว่าวิญญาณร้ายทั้งห้าคือข้อยกเว้น
ไม่นานนัก วิญญาณมืดที่เขาสะสมมานานปีก็เริ่มไม่พอให้ใช้อีกต่อไป
วิญญาณร้ายทั้งห้ากลืนกินสะพานมืดอย่างต่อเนื่อง ยิ่งกินพลังของพวก มันก็ยิ่งเพิ่มพูน ความเร็วในการฉีกทึ้งวิญญาณมืดก็ยิ่งมากขึ้น
เขาเริ่มลนลาน อดไม่ได้จนต้องร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ “ผู้ อาวุโสหลวน!”
ผู้แข็งแกร่งของลัทธิจิตมืดที่ควบคุมเทพแห่งความมืดเซียวซีเฮ้อก้าลัง ทุ่มเทสมาธิไว้ที่เทพแห่งความมืดและจ้าวเหิง พอได้ยินเสียงตะโกนของเขา จึงต้องแบ่งกระแสจิตออกมาส้ารวจสถานการณ์ทางฝั่งเขา
“เอ๊ะ!”
เขาร้องอุทานอย่างห้ามไม่อยู่ ไม่นานก็มองออกว่าสถานการณ์เริ่มไม่ดี
“ส้านักสาปแห่งความตาย!”
เขาส่งเสียงหวีดร้องคล้ายก้าลังเรียกขานใครบางคนที่อยู่ห่างไปไกลพัน ลี้
“ส้านักสาปแห่งความตาย! มีคนของพวกเขามาที่นี่จริงๆ ด้วย! ” หลิง โยวแค่นเสียงเย็น “ค้าสาปลับน้าแข็งสวรรค์นั่น ลัทธิจิตมืดไม่เชี่ยวชาญ พอเห็นค้าสาปลับน้าแข็งสวรรค์ ข้าก็เดาออกแล้วว่าต้องมีคนของส้านัก สาปแห่งความตายร่วมมือกับลัทธิจิตมืดด้วยแน่นอน!”
“ส้านักสาปแห่งความตาย?” เนี่ยเทียนสงสัย
“เป็นพวกผิดท้านองคลองธรรมเช่นเดียวกับลัทธิจิตมืดนี่แหละ เมื่อ หลายพันปีก่อนถูกสี่ส้านักใหญ่กวาดล้าง คนของส้านักสาปแห่งความตาย ที่เหลืออยู่ใช้ชีวิตโดดเดี่ยวล่องลอยราวภูตผี ไม่เคยกล้าแสดงหน้าตาอย่าง เปิดเผย” หลิงโยวมีสีหน้าดูแคลน “ปีนั้นตอนที่สังหารส้านักสาปแห่งความ ตาย ข้าก็เป็นหนึ่งในผู้ที่เข้าร่วม ข้าเห็นกับตาตัวเองว่าเจ้าส้านักสาปแห่ง ความตายถูกฆ่าจนไม่มีโอกาสรอดกลับมาได้อีก”
“บิดาข้าตายไปแล้วจริงๆ แต่ข้า กลับยังมีชีวิตรอด” เสียงหนึ่งที่แฝง เร้นไว้ด้วยอารมณ์เคียดแค้นสุดประมาณดังมาจากจุดที่ไกลมาก ทว่าชั่ว พริบตาเดียวกลับขยับเข้ามาใกล้
ผู้ฝึกลมปราณคนหนึ่งที่บนร่างรัดเต็มไปด้วยผ้าพันแผล บนใบหน้ามี อักขระมากมายเลื้อยขยุกขยิกดูพิลึกกึกกือพลันมาปรากฏตัวอยู่ด้านหลัง สะพานมืดทั้งแปด
ตอนที่คนผู้นั้นมาถึง เขาไม่มองใครแม้แต่คนเดียว เอาแต่จับจ้องมาที่ห ลิงโยว “ที่แท้เจ้าก็เป็นหนึ่งในผู้ร่วมขบวนการนี่เอง!”
“นายน้อยส้านักสาปแห่งความตาย เริ่นหยวนจี?” หลิงโยวกวาดตา มองเขาแวบหนึ่ง แล้วจึงพยักหน้ารับ “รู้แต่แรกแล้วว่าเจ้ายังมีชีวิตอยู่ แต่
นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะเลื่อนสู่แดนเอตทัคคะช่วงกลางแล้ว ดูจากความเร็วใน การฝึกตน พรสวรรค์ของเจ้านับว่าเหนือกว่าพ่อเจ้าระดับหนึ่ง”
“วิชาที่ส้านักสาปแห่งความตายของพวกเจ้าใช้ฝึกตน ข้ารู้จักดี เจ้า สามารถเลื่อนสู่แดนเอตทัคคะช่วงกลางได้เร็วขนาดนี้ เกรงว่าหลายปีมานี้ คงท้าชั่วไว้ไม่น้อยเลยสินะ?”
คนที่ถูกเรียกว่าเริ่นหยวนจียิ้มยิงฟัน รอยยิ้มของเขาดูดุร้ายอย่างบอก ไม่ถูก “แล้วจะอย่างไรเล่า? สี่ส้านักใหญ่อย่างพวกเจ้าตามหาดินแดนใหม่ ไปทั่ว ทว่าดินแดนมากมายก็ต้องกลายมาเป็นดินแดนที่ตายแล้วเพราะ พวกเจ้าขุดเอาทรัพยากรไปเกินขีดจ้ากัดไม่ใช่หรือ? วิชาที่ส้านักสาปแห่ง ความตายของพวกเราและลัทธิจิตมืดใช้ฝึกตน จะมีอะไรแตกต่างไปจาก พวกเจ้า?”
“อย่างน้อยพวกเราก็ไม่ฆ่าคนเผ่าเดียวกัน” หลิงโยวตอบเสียงแข็ง กระด้าง
“แล้วส้านักสาปแห่งความตายของพวกเราไม่ใช่เผ่ามนุษย์งั้นรึ?” เริ่น หยวนจีเอ่ยเย้ยหยัน
“ส้านักสาปแห่งความตายของพวกเจ้าเรียกว่าคนไม่ได้ด้วยซ้า เมื่อ เทียบกับลัทธิจิตมืดแล้ว ส้านักสาปแห่งความตายของพวกเจ้าสมควรตาย เสียยิ่งกว่า” สีหน้าของหลิงโยวเต็มไปด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์
——