ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 249 มีทั้งคนเป็นสุข มีทั้งคนเป็นทุกข์
กลางด้ึก มุมเปลี่ยวแห่งหนึ่งในเทือกเขาฮว้านคง
เนี่ยเทียนนั่งนิ่ง ใช้คาถาสะเกมด้ด้าวบทต้นชักนำาแสงด้าวให้ มารวมตัวกันเป็นพลังด้วงด้าวและเข้าไปอยู่ในน้ำาวนด้วงด้าวกลาง มหาสมุทรวิญญาณ สุด้ท้ายกลายมาเป็นหยด้ด้าวหลายหยด้
ทิพย์จักษุข้างหนึ่งลอยสูงอยู่กลางอากาศ ช่วยเขาตรวจ สอบสภาพแวด้ล้อมรอบด้้าน เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้มีสัตว์ร้ายและผู้ฝึก ลมปราณเข้ามาใกล้
ดู้เหมือนว่าพลังด้วงด้าวที่ถูกชุบหลอมไม่จำาเป็น ต้องให้เขารวบรวมสมาธิทั้งหมด้ เมื่อทุกอย่างเริ่มเข้ารูปเข้ารอย แสง ด้าวแต่ละหยด้กมลอด้ทะลุม่านแสงของกำาไลหยกสีเขียวมาอยู่บนร่าง ของเขา เขาจึงเริ่มแบ่งสมาธิส่วนหนึ่งไปทำาความเข้าใจกับคาถา สะเกมด้ด้าวบทต้น
กระแสจิตกลุ่มหนึ่งของเขาล่องลอยไปในตราประทับหก แฉกตรงกลางหน้าอก จากนั้นเขากมองเหมนอักขระโบราณมากมายที่ เรียงตัวกันอย่างมีระเบียบ
“เอาะ!”
เพียงแค่มองครั้งเด้ียวเขากมสังเกตเหมนว่าอักขระโบราณที่ เป็นวิธีฝึกชักนำาแสงด้าวซึ่งเด้ิมทีมีอยู่ในคาถาสะเกมด้ด้าวบทต้น มา บัด้นี้ได้้หายไปแล้ว
คาถาบทนั้นคือการฝึกพลังด้วงด้าว ซึ่งกมคือคาถาสะเกมด้ ด้าวที่เป็นพื้นฐานที่สุด้ และได้้ถูกเขาทำาความเข้าใจจนทะลุปรุโปร่ง หมด้แล้ว
ที่เขาสามารถชักนำาพลังด้วงด้าวมาได้้กมเพราะอาศัยคาถา บทนั้น
เขาพลันเกิด้ความตระหนักรู้อย่างหนึ่งว่าอักขระบรรพกาล มากมายที่มีอยู่ในคาถาสะเกมด้ด้าวบทต้นได้้บันทึกคาถาหลายชนิด้ เอาไว้ เมื่อใด้กมตามที่บรรลุคาถาใด้คาถาหนึ่ง อักขระบรรพกาลที่ บันทึกไว้กมจะค่อยๆ จางหายไป
ตามที่หัวมู่บอกเอาไว้ ขอแค่เขาชุบหลอมคาถาสะเกมด้ด้าว ทั้งสองบทได้้ เขาถึงจะสามารถออกไปจากที่นี่ได้้อย่างเปิด้เผย
ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยเข้าใจเลยว่าควรจะชุบหลอมคาถา สะเกมด้ด้าวนั่นอย่างไรกันแน่ ตอนนี้เมื่อสังเกตเหมนว่าคาถาหนึ่งในนั้น ได้้หายไป เขาจึงเริ่มมีความมั่นใจขึ้นมา
ขอแค่บรรลุเวทลับและคาถามากมายที่บันทึกอยู่ในคาถา สะเกมด้ด้าวทั้งหมด้ได้้แล้ว อักขระบรรพกาลที่นาบอบู่ในตราประทับ ด้าวหกแฉกกมจะหายไปทีละตัว
ถึงเวลานั้นกมหมายความว่าเขาสามารถผสานรวมเข้ากับ คาถาสะเกมด้ด้าวได้้แล้ว
กระจิตของเขาล่องลอยอยู่ในตราประทับด้าวหกแฉกของ คาถาสะเกมด้ด้าวบทต้นเพื่ออ่านคาถามากมายที่เหลืออยู่
และเขากมเข้าใจในทันทีว่านอกจากเวทชักนำาแสงด้าวที่ เป็นพื้นฐานที่สุด้แล้ว คาถาสะเกมด้ด้าวบทต้นยังรวมเอาคาถา มหัศจรรย์ไว้อีกสามบท
คาถาทั้งสามบทนั้นแบ่งออกเป็น ด้าวเคลื่อนย้าย ด้าว เปล่งประกายและด้าวตก
คาถาทั้งสามล้วนต้องอาศัยการกระตุ้นจากหยด้ด้าวใน น้ำาวนด้วงด้าว ด้าวคลื่อนย้ายคือคาถาการโจมตีที่ทรงพลังประเภท หนึ่ง ด้าวเปล่งประกายกมคือเวทลับที่ใช้สลับการเปลี่ยนที่อย่าง รวด้เรมว ส่วนด้าวตกกมคือเวทลับที่มีความทำาลายล้างซึ่งจะชักนำา ด้วงด้าวจากท้องฟอา บังคับเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ของด้วงด้าว นอกอาณาจักร และโจมตีเปอาหมายตามที่ใจต้องการ!
ด้าวเคลื่อนย้าย ด้าวเปล่งประกายและด้าวตกต่างกมอาศัย หยด้ด้าว ใช้พลังด้วงด้าวที่เขาชุบหลอมมาเป็นแหล่งกำาเนิด้พลังงาน ในการกระตุ้นใช้
แค่กระแสจิตของเขาตรวจสอบคาถาทั้งสามบทนั้นคร่าวๆ กมรู้ทันทีถึงความแขมงแกร่งของคาถาทั้งสามนี้ แต่เขากลับไม่ได้้ ทำาความเข้าใจและฝึกฝนอย่างแท้จริง
“บทกลางล่ะ…”
เมื่อฉุกคิด้ขึ้นมา กระแสจิตกลุ่มนั้นของเขาจึงบินไปทาง ตราประทับสะเกมด้ด้าวอีกอันหนึ่งทันที เพื่อตรวจสอบเวทลับที่บันทึก ไว้ในคาถาสะเกมด้ด้าวบทต้น
เวลานี้เขาพอจะสัมผัสได้้แล้วว่าพละกำาลังของเขาเริ่มไม่ พอแล้ว
เขาจึงเข้าใจทันทีว่าการใช้กระแสจิตไปตรวจสอบอักขระ โบราณแต่ละตัวในคาถาสะเกมด้ด้าว เพียงแค่รับรู้ถึงความมหัศจรรย์ ของด้าวเคลื่อนย้าย ด้าวเปล่งประกายและด้าวตกกมเผาผลาญ พลังจิตของเขาไปมากมายแล้ว
ทว่าเขายังคงยืนหยัด้ต่อไป เพราะอยากจะรู้ว่าในคาถา สะเกมด้ด้าวบทกลางมีความมหัศจรรย์ใด้บันทึกเอาไว้กันแน่
“ฟิ้วๆ!”
และเวลานี้เอง สะเกมด้ด้าวเจมด้ด้วงที่อยู่ในมหาสมุทรจิต วิญญาณพลันเปล่งแสงวาบ
พลังจิตวิญญาณเป็นกลุ่มๆ ที่มาจากในสะเกมด้ด้าวปะปน อยู่ในพลังจิตของเขา แทรกซึมเข้าไปในตราประทับด้าวหกแฉกอีก ด้วงหนึ่ง
“จำาเป็นต้องอาศัยพลังจิตวิญญาณ! ต้องปะปนเข้ากับ พลังงานในสะเกมด้ด้าวเจมด้ด้วงถึงจะสามารถตรวจสอบคาถาสะเกมด้ ด้าวบทกลางได้้!”
เนี่ยเทียนฉุกคิด้ขึ้นมาได้้ในฉับพลัน เขาใช้พลังจิตที่ปะปน พลังวิญญาณของสะเกมด้ด้าวเจมด้ด้วงกวาด้มองในตราประทับด้าวหก แฉกที่นาบประทับอยู่ในคาถาสะเกมด้ด้าวบทกลางคร่าวๆ ทีเด้ียวแล้ว ด้ึงกลับมาทันที
ความรู้สึกเหนื่อยล้าเมื่อต้องสูญเสียพลังจิตมากเกินแผ่ ซ่านไปทั่วร่าง ทำาให้จิตวิญญาณของเขาเลื่อนลอยเลมกน้อย สีหน้า เซื่องซึมลงอย่างเหมนได้้ชัด้
ประสิทธิผลในการชักนำาแสงด้วงด้าวของเขากมได้้รับผลก ระทบเพราะเหตุนี้ด้้วย ความเรมวเวลาที่เขาชุบหลอมแสงด้าวแต่ละ ด้วงที่ร่วงลงมาเพื่อให้กลายเป็นหยด้ด้าวกมช้าลงอย่างเหมนได้้ชัด้
ทว่าจากการตรวจสอบก่อนหน้านี้ เขากมรู้แล้วว่าคาถา สะเกมด้ด้าวบทกลางบันทึกอะไรไว้บ้าง
นั่นคือเวทลับในการฝึกจิตวิญญาณ การนำาพลังจิต วิญญาณมาใช้ ไม่กมปองกัน หรือสื่อสารกับวิญญาณของวัตถุ!
เขาแค่มองผ่านๆ ทีเด้ียวเท่านั้นจึงได้้เหมนเพียงเวทลับจิต วิญญาณประเภทหนึ่งที่มีชื่อว่าโซ่ด้วงด้าว ยังไม่ทันได้้มองและ วิเคราะห์ความมหัศจรรย์ของมันอย่างละเอียด้ เขากมรู้สึกได้้ว่าพลัง วิญญาณที่กว่าจะรวบรวมขึ้นมาได้้อย่างยากลำาบากถูกเผาผลาญไป เป็นจำานวนมาก จึงทำาได้้เพียงรีบถอยกลับมา
“คาถาสะเกมด้ด้าวบทต้นชุบหลอมน้ำาวนด้วงด้าว ฝึกฝน พลังด้วงด้าวให้แปลงมาเป็นหยด้ด้าว ใช้พลังด้วงด้าวก่อตัวขึ้นมา เป็นเวทคาถามากมาย”
“คาถาสะเกมด้ด้าวบทกลางคือเวทหลอมวิญญาณ ฝึกฝน วิญญาณของด้วงด้าว ใช้จิตวิญญาณเป็นพลังและสร้างวิชาคาถาที่ มหัศจรรย์หลากหลายชนิด้!”
ครั้งนี้เขาใช้พลังจิตและพลังวิญญาณหลายเส้นไปตรวจ สอบจึงทำาให้เขามีความเข้าใจที่เด้่นชัด้ต่อคาถาสะเกมด้ด้าวบทต้น และบทกลางในที่สุด้
เขาเองกมเริ่มเข้าใจว่าคำาว่าชุบหลอมตราประทับสะเกมด้ด้าว กมคือต้องทำาความเข้าใจจนบรรลุคาถาสะเกมด้ด้าวบทต้นและบทกลาง
คาถาทุกชนิด้ที่เขาเข้าใจจนทะลุปรุโปร่ง อักขระบรรพกาล ที่บันทึกคาถาบทนั้นไว้กมจะหายไปจากในตราประทับสะเกมด้ด้าว
รอจนในตราประทับสะเกมด้ด้าวที่เป็นด้าวหกแฉกทั้งสอง ด้วงไม่มีอักขระบรรพกาลหลงเหลืออีกแล้วกมหมายความว่าตรา ประทับสะเกมด้ด้าวถูกเขากลั่นหลอมจนคาถาสะเกมด้ด้าวบทต้นและ บทกลางนาบประทับอยู่ในส่วนลึกของความทรงจำาเขา ไม่มีทางด้ับ สลายไปได้้
ถึงเวลานั้น วิมานสวรรค์แห่งอาณาจักรเสวียนเทียนกมจะไม่ สามารถบังคับกรีด้เถือเอาตราประทับสะเกมด้ด้าวทั้งสองบทไปจาก เขาได้้
……
เวลาเด้ียวกัน อาณาจักรหลีเทียน
บนยอด้เขาสูงแห่งหนึ่งในขอบเขตของวังยมบาล หนิง หยางแห่งวิมานสวรรค์สีหน้ามืด้มน เขาตื่นขึ้นมาจากการฝึกบำาเพมญ ตบะ มองปราณปีศาจที่ตลบอบอวลไปรอบด้้านด้้วยความเหนื่อยล้า
“เจ้ามาแล้วหรือ? มีข่าวหรือไม่?” หนิงหยางเอ่ยถามอย่าง ไร้ชีวิตชีวา
ซูหลินที่สวมอาภรณ์สีขาวเด้ินเยื้องกรายมาถึงประดุ้จ เซียนสาวที่เด้ินลงมาจากพระจันทร์
ซูหลินมาหยุด้ยืนอยู่ข้างกายหนิงหยางแล้วจึงส่ายหน้า เบาๆ “ไม่ได้้ข่าวอะไรเลยแม้แต่นิด้เด้ียว คนของทุกสำานักใน อาณาจักรหลีเทียนต่างกมพากันค้นหาไปทั่วอาณาจักรแล้ว แต่กลับหา เนี่ยเทียนผู้นั้นไม่พบเลย ช่วงนี้ข้ากมได้้ให้พี่น้องในสำานักช่วยกันสืบ ข่าวด้้วย แต่กมไม่ได้้รับข่าวคราวใด้ๆ เกี่ยวกับคนผู้นี้แม้แต่นิด้เด้ียว”
“เจ้าเนี่ยเทียนผู้นี้ราวกับว่าหายตัวไปท่ามกลางความว่าง เปล่าอย่างไรอย่างไร ไม่รู้เลยว่าเขาไปอยู่แห่งหนใด้”
หนิงหยางถอนหายใจเบาๆ หนึ่งครั้ง “หาเนี่ยเทียนไม่เจอ หนึ่งวัน กมคืออีกวันที่พวกเราไม่ได้้กลับสำานัก อาจารย์อาทั้งหลายใน สำานักของพวกเรากมแอบส่งคนมาบอกข้าแล้วว่ารอยแยกห้วงมิติที่อยู่ ใกล้วิมานสวรรค์ของพวกเรากมีปราณปีศาจรั่วไหลอย่างต่อเนื่องเช่น กัน หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่ต้องรอให้ถึงสิบปี วิมานสวรรค์ของพวก เรากมจะต้องถูกบีบให้ย้ายสำานักกันแน่ๆ”
ซูหลินลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงกล่าวว่า “ท่านทำาความเข้าใจกับ ตราประทับสะเกมด้ด้าวที่ได้้รับมาหรือยัง?”
คำาพูด้ประโยคนี้ด้ังออกมา ใบหน้าที่หล่อเหลาของหนิง หยางกมเผยความดุ้ร้ายออกมาให้เหมน
เขาร้องคำารามกร้าวเหมือนสัตว์ร้ายตัวหนึ่งที่ติด้กับ ทั้งยัง ต่อยโครมลงไปบนพื้นอย่างแรงราวกับระบายอารมณ์
“ครืน ครืน!”
ก้อนหินแขมงแรงทนทานที่อยู่ในรัศมีร้อยเมตรของยอด้เขา ค่อยๆ ปริแตกออกเป็นเส้นๆ โด้ยมีหมัด้ของเขาเป็นจุด้ศูนย์กลาง
ก้อนหินที่อยู่ริมขอบยอด้เขากมพากันร่วงกราวลงไปด้้าน ล่าง เนิ่นนานหลังจากนั้นถึงมีเสียงกระแทกตูมเบาๆ ด้ังลอยมา
“พลังวิญญาณด้วงด้าวที่ข้าได้้รับมาจากในพระราชวัง โบราณสะเกมด้ด้าวได้้สูญหายไปหมด้ในตราประทับสะเกมด้ด้าวนั่นแล้ว ที่ข้ามองเหมนได้้มีเพียงแค่…” หนิงหยางสูด้ลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง แล้วส่ายหัวอย่างฉุนเฉียว “ข้าไม่สามารถมองเหมนได้้อย่างชัด้เจน แต่ ข้ากลับรู้ว่าบทท้ายของคาถาสะเกมด้ด้าวคือเวทสร้างแด้น!”
“เวทสร้างแด้น?!” ซูหลินตะลึงพรึงเพริด้ “เวทสร้างแด้นที่ มีเพียงยอด้ฝีมือในขอบเขตแด้นว่างเปล่า แด้นเอตทัคคะ และแด้น เทพเจ้าเท่านั้นถึงจะทำาความเข้าใจและฝึกฝนได้้น่ะหรือ?”
หนิงหยางพยักหน้าอย่างห่อเหี่ยว แล้วจึงกล่าวด้้วยความ เคียด้แค้น “คาถาสะเกมด้ด้าวบัด้ซบนี่จำาเป็นต้องทยอยฝึกไปทีละก้าว ตามลำาด้ับ มีเพียงบรรลุคาถาสะเกมด้ด้าวบทต้นและบทกลาง ฝึกเวท การสร้างน้ำาวนด้วงด้าว จากนั้นกมใช้บทกลางมาฝึกวิญญาณด้วงด้าว
สุด้ท้ายเมื่ออยู่ในขั้นสูงสุด้ของเขตวิญญาณถึงจะฝึกเวทสร้างแด้นต่อ ได้้!”
“ข้าไม่ได้้คาถาสะเกมด้ด้าวบทต้นและบทกลางมา จึงไม่สามารถสร้างพลังแห่งวิญญาณด้วงด้าว วิญญาณด้วงด้าวที่ข้า ได้้มาจากในพระราชวังโบราณสะเกมด้ด้าวล้วนเผาผลาญไปในตรา ประทับสะเกมด้ด้าวหมด้แล้ว ข้าไม่สามารถสร้างวิญญาณด้วงด้าวขึ้น มาใหม่ได้้”
“แต่ต่อให้สามารถสร้างวิญญาณด้วงด้าวขึ้นมาได้้ ข้ากมไม่ สามารถทำาความเข้าใจกับเวทสร้างแด้นนั่น ข้าได้้คาถาสะเกมด้ด้าว บทท้ายนี่มากมจริง แต่กลับฝึกไม่ได้้”
หลังจากซูหลินเข้าใจความลี้ลับที่ซุกซ่อนอยู่จึงมองเขา ด้้วยสายตาเหมนใจ แล้วจึงเอ่ยปลอบใจ “ท่านอาจารย์อาน้อย ท่าน เองกมไม่ต้องร้อนใจไปนัก รอหาเนี่ยเทียนผู้นั้นเจอเมื่อไหร่เราค่อยชิง เอาตราประทับสะเกมด้ด้าวทั้งสองชิ้นมาจากเขา ถึงเวลานั้นท่านกม สามารถฝึกไปได้้ทีละขั้นแล้ว”
กล่าวมาถึงตรงนี้ ซูหลินกมพูด้ต่อด้้วยใบหน้าแสด้งความ อิจฉา “ได้้ครอบครองเวทสร้างแด้นอย่างครบถ้วนสมบูรณ์แบบกมน่า จะรู้ถ่องแท้ถึงเวทที่มหัศจจรย์ของแด้นว่างเปล่า แด้นเอตทัคคะ และ แด้นเทพเจ้า และกมีเพียงพระราชวังโบราณสะเกมด้ด้าวที่สาบสูญไป
เท่านั้นถึงจะครอบครองวิชาเช่นนี้ได้้ แม้แต่วิมานสวรรค์ของพวกเรา กมยังต้องคลำาหากันอย่างยากลำาบาก…”
“ที่ข้าเป็นกังวลกมคือเนี่ยเทียนผู้นั้นจะหล่อหลอมตรา ประทับสะเกมด้ด้าวเข้ากับตัว และทำาความเข้าใจกับคาถาสะเกมด้ด้าว บทต้นและบทกลางอย่างทะลุปรุโปร่งเสียก่อน” หนิงหยางหน้านิ่ง ราวกับผิวน้ำา “ถึงเวลานั้น ต่อให้เป็นเจ้าวิมานกมไม่สามารถบีบบังคับ เอาตราประทับสะเกมด้ด้าวทั้งสองมาจากในร่างของเขา”
“เขาสามารถผสานตราประทับสะเกมด้ด้าว แต่ข้ากลับทำาไม่ ได้้ ถึงเวลานั้นอาจกลายเป็นว่าข้าต้องเป็นฝ่ายกรีด้เถือเอาตรา ประทับสะเกมด้ด้าวที่ข้าได้้รับมานี้ส่งมอบให้เขาเองเสียมากกว่า!”
คิด้มาถึงตรงนี้หนิงหยางกมแทบจะสะกด้กลั้นความพลุ่ง พล่านในใจเอาไว้ไม่อยู่
ซูหลินครุ่นคิด้อย่างละเอียด้กมหน้าเปลี่ยนสีเช่นกัน นางจึง กล่าวว่า “ท่านอาจารย์อาน้อย ข้าขอคิด้หาวิธีอีกหน่อย ข้าจะลอง ไหว้วานคนบางส่วนให้ไปหาที่อาณาจักรอื่นๆ ในด้ินแด้นด้าวตก”
กล่าวจบซูหลินกมจากไปอย่างเร่งร้อน
หลังจากที่นางห่างไปไกล ในที่สุด้หนิงหยางกมระเบิด้ความ อัด้อั้นออกมา เขาคำารามชื่อของเนี่ยเทียนเสียงแหบเสียงแห้งพลาง
ทุบทำาลายทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่บนยอด้เขานั้นให้พังทลายเป็นผุยผงไป ด้้วย