ราชา ผู้สยบสองภพ แห่งสวรรค์และปฐพี - บทที่ 717 การเปลี่ยนแปลงในทะเลสาบ!
“น้องชายน้อย ข้าแนะนำเจ้าว่าทางที่ดีอย่าทดลองมั่วซั่วจะดีกว่านะ”
และขณะที่เนี่ยเทียนกำลังจะลงไปในทะเลสาบ ฉู่เสวียนจีก็นิ่วหน้า คล้ายนึกอะไรออกจึงเอ่ยเตือนกะทันหัน
เนี่ยเทียนมองเขาอย่างคลางแคลงใจ
“เจ้ากับอินย่าหนันนั้นไม่เหมือนกัน ต่อให้เจ้ามีหุ่นเชิดเลือดตัวนี้ก็ใช่ ว่าจะดำไปถึงก้นทะเลสาบได้” มองออกว่าฉู่เสวียนจีเตือนด้วยความหวัง ดีอย่างแท้จริง “โดยทั่วไปแล้ว ผู้ที่ยิ่งมีเรือนกายแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ น้ำหนักก็ยิ่งมากเท่านั้น หุ่นเชิดเลือดของเจ้าที่ผ่านการชุบหลอมมาก่อน น่าจะไม่มีปัญหาอะไร”
“แต่ตัวเจ้าเองจะต้องได้รับพลังการลอยตัวที่น่ากลัวจนมิอาจ จินตนาการได้”
“เมื่ออยู่ภายใต้พลังการลอยตัวนั้น ร่างของเจ้าจะถูกผลักขึ้นมา ข้างบน หากเจ้ากระชากลากถูกอยู่กับหุ่นเชิดเลือด ร่างของเจ้าก็อาจถูก ฉีกกระชากออกเป็นชิ้นๆ”
เนี่ยเทียนนิ่งคิดไปครู่ก็เข้าใจความหมายแฝงในคำพูดของเขา
ตามความเห็นของฉู่เสวียนจี เขากับโครงกระดูกปีศาจเลือดนั้น แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เมื่อลงไปในทะเลสาบ โครงกระดูกปีศาจเลือดจะ เป็นเหมือนหินเหล็กที่จมลงไปใต้น้ำ แต่เขาจะเหมือนลูกโป่งที่ลอยขึ้นบน น้ำ
เว้นเสียแต่ว่าการเชื่อมโยงระหว่างเขากับโครงกระดูกปีศาจเลือดจะ ขาดออกจากกัน หาไม่แล้วหากคนหนึ่งดึงรั้งลงล่าง คนหนึ่งกระชากขึ้น บน ร่างของเขาก็จะเป็นฝ่ายแหลกสลาย
เขาเชื่อว่าหากเขาคือคนที่ไม่ผ่านการชุบหลอมเรือนกายอย่างพวก เฉียวอวิ๋นซี สิ่งเป่ยเฉิน ความเป็นไปได้นี้ย่อมเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ทว่าความมหัศจรรย์ในตัวเขา ไม่ใช่สิ่งที่ฉู่เสวียนจีจะรู้ได้
“ขอบพระคุณผู้อาวุโสที่เอ่ยเตือน ข้าจะระวังตัวให้มาก” เขาแย้มยิ้ม สดใส ก่อนจะออกคำสั่งให้โครงกระดูกปีศาจเลือดพาเขากระโจนลงไปใน ทะเลสาบสีมรกต
เขายังคงยืนอยู่บนไหล่ของโครงกระดูกปีศาจเลือดดังเดิม
ฉู่เสวียนจีเห็นว่าเขาไม่ฟังคำเตือนก็ขมวดคิ้วน้อยๆ คล้ายไม่ชอบใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมากความอีก
“ไอ้คนไม่รู้จักความปรารถนาดีของคนอื่น” หงเสียนจากสำนักคุม สัตว์พึมพำเบาๆ “เขานึกว่าตัวเองคือย่าหนันหรือไง? อาศัยอะไรมาคิดว่า จะใช้หุ่นเชิดเลือดตัวหนึ่งพาไปเก็บผลึกจิตวิญญาณใต้ทะเลสาบได้ ข้าว่า เขามันเพ้อเจ้อไปแล้ว”
เว่ยอวี้เองก็เห็นด้วย “อีกไม่นานเท่าไหร่ เขาต้องเป็นฝ่ายลอยขึ้นมา เอง”
หยุดไปครู่เขาก็หรี่ตา แล้วพูดขึ้นเบาๆ อีกครั้ง “แต่ว่าเขาสามารถอยู่ ตรงนี้ได้ก็นับว่าผิดปกติมากพอแล้ว หรือว่าเขาจะอาศัยพลังจิตวิญญาณ
จากหุ่นเชิดเลือด? หรือว่าศพของเผ่าโครงกระดูกนี้ยังมีจิตสำนึกหลงเหลือ ให้แอบปกป้องเขาได้?”
“มองไม่ออกเลย” ฉู่เสวียนจีส่ายหัว
“เจ้าเด็กนี่ออกจะผิดปกติอยู่บ้างจริงๆ” หงเสียนรับคำ “หุ่นเชิดเลือด นั้นร้ายกาจอยู่มาก ในความรู้สึกของข้า…ศักยภาพของมันน่าจะแข็งแกร่ง กว่าพวกเราอยู่ระดับหนึ่ง หุ่นเชิดเลือดที่ร้ายกาจขนาดนี้กลับถูกเขาพก ติดตัว ไม่ว่าเขามาจากที่ไหนก็เกรงว่าคงมีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดากระมัง?”
คำพูดของเขาดังจบ ฉู่เสวียนจีและเว่ยอวี้สองคนก็ทำท่าครุ่นคิด เช่นกัน
ในทะเลสาบสีมรกต
ม่านแสงพลังวิญญาณหลายชั้นห่อหุ้มทั่วร่างของเนี่ยเทียนไว้อย่าง แน่นหนา ม่านแสงพลังวิญญาณนั้นแบ่งแยกเขากับน้ำทะเลสาบออกจาก กันอย่างสิ้นเชิง
ที่น่าแปลกก็คือพอเขาลงมาในน้ำจริงๆ คลื่นจิตวิญญาณที่ส่งมาจาก ทะเลสาบกลับไม่ได้กระชากรั้งวิญญาณที่แท้จริงของเขาอย่างรุนแรง เท่าใดนัก
โครงกระดูกปีศาจเลือดค่อยๆ ลดตัวลงต่ำ สายตาของเขาสอดส่าย มองประเมินไปรอบด้านอย่างต่อเนื่อง
น้ำทะเลสาบค่อนข้างจะใสกระจ่าง เส้นสายตาของเขาจึงไม่ได้รับ ผลกระทบเท่าใดนัก เลยมองเห็นว่าในทะเลสาบนั้นไม่มีอะไรสักอย่าง มี
เพียงอินย่าหนันจากสำนักคุมสัตว์ที่ขี่อยู่บนร่างของงูเหลือมเลือดน้ำแข็ง ซึ่งกำลังดำดิ่งลงไปข้างล่างเรื่อยๆ
ไม่นานงูเหลือมเลือดน้ำแข็งก็จมลงไปได้หลายสิบเมตร อยู่ห่างจาก ก้นทะเลสาบอีกประมาณครึ่งทาง
โครงกระดูกปีศาจเลือดที่ตอนมีชีวิตอยู่มีสายเลือดระดับแปด พอได้ ดูดซับเอาเลือดสดของชนต่างเผ่าจำนวนมากเข้าไป ระดับความแข็งแกร่ง และน้ำหนักของเรือนกายจึงเหมือนจะเหนือกว่างูเหลือมเลือดน้ำแข็ง
นี่จึงทำให้ความเร็วในการจมดิ่งของเขาค่อยๆ ตามไปทันงูเหลือม เลือดน้ำแข็ง
อินย่าหนันที่อยู่บนร่างของงูเหลือมเลือดน้ำแข็งสังเกตเห็นเขาตั้งแต่ ตอนที่เขากระโจนลงน้ำมาแล้ว
นางเงยหน้ามองเขาและโครงกระดูกปีศาจเลือดด้วยสายตาที่เต็มไป ด้วยคำถาม
ยิ่งงูเหลือมเลือดน้ำแข็งจมลงลึกเท่าไหร่ อินย่าหนันที่ฝึกฝนวิชาเรือน กายอย่างยากลำบากมานานหลายปีก็เริ่มสัมผัสได้ถึงพลังการลอยตัวที่ รุนแรงมากขึ้นทุกขณะ นางเองก็ได้รับการช่วยเหลือดจากงูเหลือมเลือด น้ำแข็งเหมือนกันถึงได้ดำลงมาเร็วขนาดนี้
เนี่ยเทียนที่ยืนอยู่บนไหล่ของโครงกระดูกปีศาจเลือดประหนึ่งเท้าฝัง รากลงไปบนไหล่ของอีกฝ่าย และก็สามารถดำลงลึกมาได้พอๆ กับนาง นี่ จึงทำให้นางฉงนสนเท่ห์อย่างยิ่งยวด
“มีความเป็นไปได้อย่างเดียวคือไอ้หมอนี่…ต้องฝึกเวทเรือนกาย บางอย่างเหมือนกัน ร่างกายของเขาถึงได้แข็งแกร่งปานหินผา หนักยิ่ง กว่าโลหะ! และก็มีเพียงความเป็นไปได้นี้เท่านั้นที่พอได้รับพลังการ ลอยตัวมากขึ้นเรื่อยๆ เรือนกายของเขาถึงได้ยังคงอยู่ติดกับหุ่นเชิดเลือด ไม่ห่างแม้แต่ก้าวเดียว!”
อินย่าหนันได้ข้อสรุปให้กับตัวเองอย่างรวดเร็ว ตอนที่นางมองไป ยังเนี่ยเทียนอีกครั้ง สายตานั้นก็มีความเคร่งขรึมเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน
“งูเหลือมเลือดน้ำแข็งมีการรับสัมผัสที่เฉียบไวต่อปราณเลือดมาตั้งแต่ เกิด! ทุกครั้งที่มันเจอคนผู้นี้ล้วนต้องแสดงความกระหายออกมาทุกครั้ง เกรงว่าคงเพราะมีความปรารถนาในร่างกายของเขา!”
“เอ๊ะ! เจ้าเด็กนั่น เจ้าเด็กนั่นไม่ลอยขึ้นมา!” เว่ยอวี้ที่ยืนอยู่ริม ทะเลสาบร้องอุทานเสียงหลง
หงเสียนจากสำนักคุมสัตว์ก็หนังตากระตุก “ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง!”
“ที่แท้เขาก็ฝึกเวทลับเรือนกายบางอย่างเหมือนกับอินย่าหนัน เลือด เนื้อของเขาจึงแข็งแกร่ง หนักอึ้งดุจเหล็กกล้า!” ฉู่เสวียนจีเองก็พลันมี กระจ่างแจ้งทันใด
เมื่อได้เห็นสภาพการณ์ที่ผิดปกติของเนี่ยเทียน คนทั้งสามก็วิเคราะห์ ได้ทันทีว่าเนี่ยเทียนและอินย่าหนันต่างก็เป็นบุคคลที่มีความพิเศษที่สุด ของเผ่ามนุษย์
“มิน่าเล่าเขาถึงไร้ความหวาดกลัวใดๆ!” หงเสียนสูดลมหายใจเข้าลึก หนึ่งครั้ง “นังหนูเฉียวเคยบอกว่าเขาคือคนที่ผู้อาวุโสเยว่เหยียนสี่แห่ง
สำนักไฟศักดิ์สิทธิ์เชิญตัวมาด้วยตัวเอง คนผู้นี้พวกเราไม่เคยเจอใน ดินแดนปราการดวงดาวมาก่อน เกรงว่าคงมาจากดินแดนดวงดาวของเผ่า มนุษย์ในระดับที่สูงยิ่งกว่า!”
ฉู่เสวียนจีและเว่ยอวี้ต่างก็พยักหน้ารับเบาๆ แสดงว่าเห็นด้วย
ขณะที่พวกเขากำลังตกตะลึงกันอยู่นั้น ในที่สุดโครงกระดูกปีศาจ เลือดก็ขยับเข้ามาใกล้งูเหลือมเลือดน้ำแข็ง และเคียงบ่าอยู่กับงูเหลือม เลือดน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว
โครงกระดูกปีศาจเลือดและงูเหลือมเลือดน้ำแข็งที่อยู่ในน้ำลึกห่าง จากกันประมาณสิบกว่าเมตร
และเวลานี้ งูเหลือมเลือดน้ำแข็งที่ถึงแม้จะยังมีความปรารถนาต่อ เรือนกายที่เปี่ยมล้นไปด้วยพลังชีวิตของเนี่ยเทียนอย่างยิ่งยวด ทว่ามัน กลับไม่กล้าทำตัวเหลวไหล
งูเหลือมเลือดน้ำแข็งมีความเฉียบไวในการรับสัมผัสปราณเลือด รู้ดีว่า โครงกระดูกปีศาจเลือดสามารถสังหารมันได้
ขณะที่โครงกระดูกปีศาจเลือดลดตัวมาอยู่ในระดับเดียวกับมัน มันยัง กลับเป็นฝ่ายกังวลว่าเนี่ยเทียนจะสั่งให้โครงกระดูกปีศาจเลือดเล่นงานมัน จึงแอบป้องกันโครงกระดูกปีศาจเลือดอย่างลับๆ
“เจ้ากลัวเขาด้วยรึ…”
อินย่าหนันแค่นเสียงเย็นหนึ่งที รู้สึกโมโหไม่น้อย สายตาที่มองเนี่ย เทียนจึงไม่เป็นมิตรอย่างยิ่ง
เนี่ยเทียนแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นนาง เพียงสั่งให้โครงกระดูกปีศาจ เลือดลดตัวลงต่ำต่อไป
และขณะที่เรือนกายส่วนใหญ่ของโครงกระดูกปีศาจเลือดดำดิ่ง ล่วงหน้างูเหลือมเลือดน้ำแข็งไปก่อนประมาณหนึ่งก้าว เนี่ยเทียนที่ยืนอยู่ บนไหล่ของโครงกระดูกปีศาจเลือดซึ่งมีความสูงระดับเดียวกันกับอิน ย่าหนันก็พลันรู้สึกได้ถึงวิกฤตอันตราย
และเวลานี้เอง ทะเลสาบสีเขียวมรกตกระจ่างใจก็เหมือนถูกทาทับไว้ ด้วยน้ำหมึกหนึ่งชั้น
พวกหงเสียนที่อยู่ริมทะเลสาบมิอาจมองเห็นพวกเนี่ยเทียนและอิน ย่าหนันได้อีก แล้วก็มองไม่เห็นโครงกระดูกปีศาจเลือดกับงูเหลือมเลือด น้ำแข็งด้วย
หงเสียนหน้าเปลี่ยนสีในพริบตา!
ใต้ทะเลสาบ ผีร้ายดุดันหลายตัวพลันเผยกายอย่างเงียบเชียบราวฝูง ปลาฉลามที่กระหายเลือด
วิญญาณเหล่านั้นมีเรือนกายใหญ่โตพร่าเลือนคล้ายวิญญาณของสัตว์ วิเศษ แล้วก็คล้ายวิญญาณของภูตผีปีศาจ ให้ความรู้สึกที่คุ้นเคยอย่างยิ่ง กับเนี่ยเทียน
“นั่นมันพวกผีร้ายบนเตาหลอมใต้ดินของตำหนักเทพเพลิงที่ถูกไข่มุก วิญญาณมืดดูดมา!” เนี่ยเทียนเองก็ตกใจมากเหมือนกัน
เดิมทีเขานึกว่าตอนที่ซากวิญญาณแข็งแกร่งพวกนั้นบุกเข้ามาใน ทะเลสาบได้ถูกพวกผู้แข็งแกร่งจากสามสำนักอย่างหงเสียน เว่ยอวี้ และฉู่ เสวียนจีสังหารไปหมดแล้ว
นึกไม่ถึงว่าซากวิญญาณแข็งแกร่งพวกนั้นจะฝ่าเข้ามาในทะเลสาบ ทั้ง ยังไม่ถูกทะเลสาบประหลาดแห่งนี้เอาวิญญาณไปชุบหลอมเป็นสารบำรุง ให้กับผลึกจิตวิญญาณใต้ทะเลสาบด้วย
“พวกมันแข็งแกร่งยิ่งกว่าก่อนหน้านี้เสียอีก!”
มองเห็นซากวิญญาณพวกนั้น เนี่ยเทียนพลันเกิดความรู้สึกว่าเมื่ออยู่ ในทะเลสาบมหัศจรรย์แห่งนี้ พวกมันร้ายกาจและดุกร้าวยิ่งกว่าช่วงเวลา ไหนๆ
แล้วก็เป็นดังคาด
ซากวิญญาณพวกนั้นคล้ายปลาฉลามที่จับเหยื่อกินในถิ่นของตัวเอง พวกมันพุ่งเข้ามาหาเขาและอินย่าหนันอย่างรวดเร็ว
กระแสจิตที่เย็นเยียบชั่วร้ายหลายขุมพลันกลบทับไปทั่วฟ้าดินแล้ว ค่อยๆ แทรกซึมเข้ามาหาพวกเขา
“ฟ่อๆ!”
งูเหลือมเลือดน้ำแข็งตัวนั้นเหมือนถูกโจมตีอย่างหนัก การเชื่อมโยง ทางจิตวิญญาณที่มันมีต่ออินย่าหนันจึงถูกกระชากให้ขาดออก
งูเหลือมเลือดน้ำแข็งสะบัดตัวอย่างแรงอยู่ในทะเลสาบ เรือนกายที่ ใหญ่โตของมันเดี๋ยวๆ ก็ขดเข้าหากัน เดี๋ยวๆ ก็ยืดขยายออกพลางทะยาน ขึ้นไปเหนือน้ำด้วยความหวาดกลัว
อินย่าหนันที่นั่งอยู่บนร่างของมันปวดร้าวราวสมองถูกบีบเค้น ทั้งยัง ถูกมันสลัดจนร่วงออกจากร่าง
แทบจะเวลาเดียวกัน สะเก็ดดาวเก้าดวงในมหาสมุทรจิตวิญญาณของ เนี่ยเทียนก็ระเบิดแสงเจิดจ้าอย่างถึงที่สุด
เขาเองก็ได้รับการโจมตีอย่างรุนแรงครั้งหนึ่งจนร่างหลุดลอยออกจาก บ่าของโครงกระดูกปีศาจเลือดเช่นกัน ขณะที่เขาพยายามจะเชื่อม ความสัมพันธ์กับโครงกระดูกปีศาจเลือดอีกครั้งกลับพบว่าโครงกระดูก ปีศาจเลือดได้กลายมาเป็นเป้าหมายการโจมตีของซากวิญญาณพวกนั้น แล้ว มันร้องคำรามไร้เสียง แล้วก็ทะยานตัวขึ้นไปบนผิวน้ำตาม สัญชาตญาณ คล้ายต้องการสลัดให้พ้นการพัวพันจากซากวิญญาณพวก นั้น
การเชื่อมโยงทางจิตวิญญาณระหว่างเขากับมันเหมือนเชือกเส้นหนึ่ง ที่ถูกขึงกระชากจนขาดผึง
ซากวิญญาณที่แข็งแกร่งหลายตนไล่ตามหลังโครงกระดูกปีศาจเลือด และงูเหลือมเลือดน้ำแข็งไปอย่างบ้าคลั่งราวกับสนใจในจิตวิญญาณของ สิ่งมีชีวิตสองประเภทนี้เป็นพิเศษ
เห็นได้ชัดว่าเนี่ยเทียนและอินย่าหนันสองคนไม่ใช่เป้าหมายแรกของ พวกมัน พอโจมตีหนึ่งครั้งพวกมันจึงเลือกที่จะละทิ้งพวกเขาไปชั่วคราว
เมื่อสูญเสียหุ่นเชิดเลือดและสัตว์เลี้ยงไปแทบจะเวลาเดียวกัน เนี่ย เทียนและอินย่าหนันสองคนที่ถูกสลัดอยู่ทิ้งห่างจากกันประมาณสิบกว่า เมตร คนทั้งสองพลันสบตากันแล้วต่างก็มองออกถึงความหวาดกลัวจาก ใบหน้าของอีกฝ่าย
และเวลานี้อินย่าหนันก็เป็นฝ่ายกวักมือเรียกให้เนี่ยเทียนเข้าไปหา
ส่วนอินย่าหนันเองตอนที่กวักมือก็เป็นฝ่ายขยับเข้ามาใกล้เนี่ยเทียน ด้วยราวกับรีบร้อนอยากปรึกษาเนี่ยเทียนว่าอันดับต่อไปควรทำเช่นไร
——