สงครามสะเทือนสามภพ Realm of Cultivation - บทที่ 659 เทพธิดาแห่งเทียนหวน
“หลายปีมานี้ เจ้ามานะบากบั่นได้ดีมาก!” สุ่มเสียงของท่านเจ้าสำนัก
กังวานมาจากเบื้องบน เปี่ยมล้นไปด้วยความปลาบปลื้มปิติและเอื้อเอ็นดู
เหล่าศิษย์ร่วมสำนักมองดูศิษย์น้องเล็กที่ยืนอยู่กลางห้องโถงดุจ เทพธิดา
นางหนึ่ง หลายคนสีหน้าเคลิบเคลิ้มด้วยจิตปฏิพัทธ์ แต่ภายใต้ ความ
ปฏิพัทธ์ ยังซ่อนไว้ด้วยความครั่นคร้ามยำเกรงอีกส่วนหนึ่ง
เมื่อเทียบกับทัศนคติที่เลื่อนลอยไร้จิตปณิธาน ทั้งยังเต็มไปด้วยความแก่น
แก้วซุกซนเช่นในอดีต หลี่เซียนเอ๋อร์ยามนี้ดูแน่วแน่มั่นคง และงดงาม
พิลาสกว่าเดิมมาก เมื่อก่อนนางเป็นดรุณีน้อยที่ชมชอบเล่นสนุก แต่ยามนี้
เป็นสตรีเต็มสาวที่เติบใหญ่รู้ความ แฝงไว้ด้วยพลังสภาวะที่ยากจะบ่งบอก
บรรยายชนิดหนึ่ง
มองดูเงาร่างอันเยือกเย็นและมั่นคงที่อยู่ตรงกลางห้อง เหล่าศิษย์ หลาย
คนอดทอดถอนด้วยอารมณ์ความรู้สึกไม่ได้
ศิษย์น้องเล็กที่น่ารัก ซึ่งพวกมันเฝ้าประคบประหงมมาหลายปี ใน ที่สุดก็
เติบใหญ่เพื่อกลายเป็นผู้นำของทุกคนแล้ว!
บนใบหน้าสะคราญลํ้าเกลื่อนไปด้วยรอยยิ้มเปี่ยมไมตรี บันดาลให้ ผู้คน
รู้สึกสนิทสนม รอจนผู้คนละความสนใจจากนาง นางค่อยขยิบตา อย่าง
ล้อเลียนให้แก่ท่านเจ้าสำนัก ท่านเจ้าสำนักยิ้มตอบนางด้วยรอยยิ้ม รักใคร่
เอ็นดู
มันเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ หลานสาวของมันเติบใหญ่ได้สมกับที่ มัน
คาดหวัง!
อย่างไรก็ตาม มันรีบซ่อนรอยยิ้มบนริมฝีปาก วางท่าเคร่งขรึม กล่าว ว่า
“วันนี้ที่ข้าเรียกพวกเจ้ามารวมตัวกัน เนื่องเพราะมีงานให้พวกเจ้าแต่ ละ
คนไปทำ”
“ศิษย์น้อมรับฟัง!” บรรดาศิษย์ทั้งหมดกล่าวอย่างพร้อมเพรียง
“เมื่อหนึ่งเดือนก่อน อาณาจักรไม้แกร่งกร้าวถูกเผ่าปิศาจยึดเอาไป ปิศาจ
เหล่านั้นกลอกกลิ้งยิ่ง พวกมันปิดกั้นการติดต่อทุกวิถีทาง ดังนั้นเรา ไม่
ล่วงรู้อันใดจนกระทั่งเมื่อห้าวันก่อน รอจนพวกมันรุกคืบเข้ายึด อาณาจักร
ใกล้เคียง รวมถึงอาณาจักรศิลาเรืองรอง อันเป็นสถานที่สำคัญ ของสำนัก
เรา!”
เหล่าศิษย์พากันตะลึงลานใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ
พวกมันแม้ไม่ทราบว่าอาณาจักรไม้แกร่งกร้าวอยู่ที่ใด แต่ศิษย์ทุกคน ล้วน
ทราบดีว่าอาณาจักรศิลาเรื่องรองอยู่ที่ใด อาณาจักรศิลาเรืองรองที่ว่ามิ
เพียงเป็นอาณาจักรขนาดกลาง แต่ยังเป็นแหล่งผลิตจึงสือที่สำคัญของ
เทียนหวนรวมไปถึงจิงสือชนิดพิเศษที่เรียกว่าจิงสือเรืองรอง ซึ่งมีอยู่แต่
เฉพาะในอาณาศิลาเรืองรองเท่านั้น อาณาจักนศิลาเรืองรองมีทั้งจึงสือ
ธรรมดาระดับสูงและจิงสือเรืองรองปริมาณมหาศาล เป็นแหล่งทรัพยากร
ที่สำคัญยิ่งของเทียนหวน
เรื่องนี้แม้น่าตื่นตระหนกนัก แต่เสียงซุบซิบถกเถียงในห้องโถงใหญ่ก็ เงียบ
ลงอย่างรวดเร็ว
เทียนหวนเป็นหนึ่งในสี่มหาสำนัก เหล่าศิษย์ของพวกมันล้วนรู้การ ควรไม่
ควร หลังจากที่แรกตกตะลึงไปชั่ววูบ พวกมันพลันตั้งสติ สงบใจลง ทัน
ควัน
เจ้าสำนักเทียนหวนพึงพอใจกับการแสดงออกของศิษย์เหล่านี้ยิ่ง
“อาณาจักรศิลาเรืองรองมีความสำคัญต่อเรามากเพียงใด เรื่องนี้คง ไม่
ต้องให้ข้ากล่าว เชื่อว่าพวกเจ้าทั้งหมดล้วนทราบดีแก่ใจ” เจ้าสำนัก เทียน
หวนกล่าวเสียงเย็นยะเยือก “เหล่าผู้อาวุโสของสำนักแต่ละคนติด ภารกิจ
สำคัญยิ่ง ไม่อาจไปจัดการเรื่องนี้ได้ ดังนั้นภารกิจครั้งนี้จะ มอบหมาย
ให้แก่พวกเจ้าแทน เทียนหม่าน!”
“ศิษย์อยู่” สือเทียนหม่านลุกขึ้นยืน
“หากมอบหมายเรื่องนี้ให้เจ้ารับผิดชอบ เจ้ามีความมั่นใจหรือไม่?” เจ้า
สำนักเทียนหวนกล่าว
“ข้าจะไม่ทำให้ท่านเจ้าสำนักผิดหวัง” สือเทียนหม่านกล่าวอย่าง จริงจัง
“อา เจ้าสามารถเลือกคนและกองทัพที่เจ้าต้องการ ข้ามีเพียงเงื่อนไข เดียว
เท่านั้น จงนำอาณาจักรศิลาเรืองรองกลับคืนมาให้ได้ภายในหนึ่ง เดือน!”
เจ้าสำนักเทียนหวนกล่าวเสียงเย็นเยียบ
“ศิษย์รับคำสั่ง!” สือเทียนหม่านตอบรับด้วยสีหน้าสงบเยือกเย็น ไม่มี ที่ท่า
หวาดวิตกแต่น้อย
เจ้าสำนักเทียนหวนทอดตามองมันอย่างพึงพอใจ
“ท่านปู่” หลี่เซียนเอ๋อร์เขย่าแขนของเจ้าสำนักเทียนหวน พลางทำ ปาก
ยื่น
“พอแล้ว พอแล้วเจ้าขืนยังเขย่าต่อไป แขนของปู่จะหลุดเป็นชิ้น ๆ แล้ว”
เจ้าสำนักเทียนหวนกล่าวอย่างยิ้มแย้ม ดวงตาหยีลง สีหน้าผ่อน คลาย
“เจ้าทำได้ดียิ่ง กระทั่งอาจารย์อายุ่ยของเจ้ายังชมเชยเจ้า ไม่เลว ไม่เลว!”
มันกล่าวคำ “ไม่เลว” ติดต่อกันสองคำ แสดงให้เห็นชัดเจนว่ามัน
ภาคภูมิใจเพียงใด ศิษย์น้องกุ่ยยามสั่งสอนผู้คนเข้มงวดกวดขันยิ่ง ไม่เคย
ละเว้นผู้คนเพียงเพราะความสัมพันธ์อันใด ดังนั้นแม้แต่คนบุญหนักศักดิ์
ใหญ่เช่นหลีเซียนเอ๋อร์ยังถูกปฏิบัติด้วยเช่นเดียวกันกับศิษย์ธรรมดา คำ
ชมเชยจากปากศิษย์น้องกุ่ยเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญมาก แต่หลานสาว
สุดรักของมันกลับทำให้ศิษย์น้องกุ่ยผู้มีชื่อเสียงด้านความเข้มงวดต้อง
ออก ปากชมเชยด้วยตัวเอง เจ้าสำนักเทียนหวนไหนเลยจะไม่ภาคภูมิ
ลำพองได้
“ฮ่าฮ่า ย่อมแน่นอน ต้องดูด้วยว่าข้าเป็นหลานสาวของผู้ใด!” หลี เซียน
เอ๋อร์หัวร่อคิกคัก
การประจบสอพลออย่างน่ารักของนาง ยิ่งทำให้เจ้าสำนักเทียนหวน
ปลาบปลื้มปิติ แต่ยังคงแสร้งทำเป็นเคร่งขรึม กระแอมไอเบา ๆ “แต่
อย่าได้ทระนงตนเกินไป เจ้าต้องล่วงรู้ด้วยว่า….”
เห็นท่านปู่ของนางกำลังจะเปิดฉากเทศนานางอีกครั้ง หลี่เซียนเอ๋อร์ รู้สึก
ศีรษะพองโต รีบหันเหหัวเรื่องโดยพลัน “ท่านปู่ ท่านเรียกข้ากลับมา อย่าง
เร่งด่วน มิทราบมีเรื่องสำคัญใดกระมัง?”
เจ้าสำนักเทียนหวนพลันมีสีหน้าใจลอย รอยยิ้มบนใบหน้าสลาย คลาย
ทันที เผยให้เห็นร่องรอยวิตกกังวลเล็กน้อย “ศิษย์พี่เสี่ยวหรงของเจ้า กำลัง
ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ค่อยจะดีนัก!”
“ศิษย์พี่เสี่ยวหรงมีเรื่องอันใด?” หลี่เซียนเอ๋อร์รอยยิ้มหายวับ รีบ ซักถาม
อย่างร้อนใจ
“ครั้งแรกมันเพลี่ยงพล้ำให้แก่มู่ซี จากนั้นพลาดท่าให้แก่บุคคลที่ เรียกว่า
กงซุนชาอีกครั้ง แต่แม้ว่าสถานการณ์ของมันจะไม่สู้ดีนัก ยาม กะทันหัน
ยังคงไม่เป็นอันตรายร้ายแรง”
“มู่ซีแห่งตระกูลไม้วังทะเลสาบเช่นนั้นรึ?” หลี่เซียนเอ๋อร์ตอบสนอง ทัน
ควัน
“มิผิด นึกว่าไม่ถึงว่าตระกูลไม้วังทะเลสาบรุ่นนี้จะให้กำเนิดยอดแม่ ทัพที่
เด่นลํ้าออกมาคนหนึ่ง!” เจ้าสำนักเทียนหวนทอดถอนด้วยอารมณ์
“แล้วกงซุนชาเป็นใคร?” หลี่เซียนเอ๋อร์ขมวดคิ้วนิ่วหน้า นางเอียงคอ มอง
ด้วยสีหน้าสงสัยใคร่รู้ถึงยามนี้นางในที่สุดค่อยเผยสีหน้าซุกซนเช่นใน
อดีต
“คนผู้นี้ความเป็นมาเร้นลับ ไม่มีผู้ใดทราบว่ามันจู่ ๆ ผุดขึ้นจากที่ใด แต่
ฝีมือร้ายกาจยิ่ง” เจ้าสำนักเทียนหวนสีหน้าหนักอึ้ง “นับตั้งแต่ เผชิญหน้า
กันครั้งนั้น ศิษย์พี่เสี่ยวหรงของเจ้าก็ขอให้ทางสำนักช่วยสืบเสาะเรื่องของ
คนผู้นี้เป็นระยะเวลาช่วงหนึ่งแล้ว แต่กงซุนซาลึกลับเป็น ที่สุด จนถึง
ตอนนี้เราเพิ่งจะระบุได้ว่ามันสังกัดขุมกำลังใด”
“เป็นขุมกำลังใด?” หลี่เซียนเอ๋อร์กะพริบตาอย่างอยากรู้อยากเห็น เรื่องที่มู่
ซีสามารถเอาชัยศิษย์พี่เสี่ยวหรงนางแม้ประหลาดใจ แต่ไม่ถึงกับ เหนือ
ความคาดหมายมากนัก ตระกูลไม้วังทะเลสาบเป็นตระกูลใหญ่ที่ขึ้น ชื่อ
ลือนามในภพอสูร มีประวัติศาสตร์ยาวนานจนยากจะหยั่งวัด เคยให้
กำเนิดแม่ทัพบัญชาการศึกอันเด่นลํ้ามากมาย แต่เรื่องที่คนที่เรียกว่าชา
อะไรนั่น ก็ยัดเยียดความปราชัยให้แก่ศิษย์พี่เสี่ยวหรงด้วย สร้างความตื่น
ตะลึงให้แก่นางอย่างสุดระงับ
นางย่อมทราบดีว่าศิษย์พี่เสี่ยวหรงมีฝีมือร้ายกาจปานใดในบรรดา ศิษย์
รุ่นเยาว์มากมายดุจดวงดารา มีเพียงศิษย์พี่เทียนหม่านที่สามารถ ยกขึ้น
เทียบกับศิษย์พี่กงเหยี่ยเสี่ยวหรงได้
“เซี่ยวม่อเกอ!” เจ้าสำนักเทียนหวนกล่าวออกมาเพียงสามคำ หลีเซียน
เอ๋อร์สีหน้างุนงง “เซี่ยวม่อเกอ? มันเป็นใคร?”
“คนผู้นี้ยังลี้ลับยิ่งกว่า” เจ้าสำนักเทียนหวนสีหน้าหนักอึ้งกว่าเดิม “เจ้าเพิ่ง
กลับมาจากการฝึกตน มีหลายสิ่งที่ยังไม่ล่วงรู้ ประการแรก เซี่ยว ม่อเกอ
กับกู่เหลียงเตาเป็นสหายที่มีสัมพันธ์อันดีต่อกัน และเมื่อไม่นานมา นี้ กู่เห
ลียงเตาจู่ ๆ ก็ตีจากซีเซวียน! สาเหตุของเรื่องนี้เป็นเซี่ยวม่อเกอเอง!”
“อา!” หลี่เซียนเอ๋อร์อุทานเบา ๆ ไม่อาจรักษาความสงบเยือกเย็น เอาไว้ได้
อีก เหลียงเตาคือผู้ใด แน่นอนว่านางย่อมทราบกระจ่างดี ขุนพล พยัคฆ์
แห่งซีเซวียน นามนี้มิใช่ได้มาโดยง่าย นับเป็นยอดแม่ทัพผู้หนึ่งในบรรดา
คนรุ่นเยาว์ทั้งหมดอย่างไม่ต้องสงสัย! แต่คนเช่นนี้ถึงกับทรยศ สำนักของ
ตน!
หากมิใช่ว่าผู้ที่กล่าววาจาอยู่ตรงหน้าคือท่านปู่ที่นางเคารพรัก หลี เซียน
เอ๋อร์จะต้องไม่ยินยอมเชื่อเรื่องนี้แน่นอน
เจ้าสำนักเทียนหวนทำที่คล้ายมองไม่เห็นสีหน้าตื่นตะลึงของผู้เป็น หลาน
กล่าวสืบต่อ “ฉากหลังของเซี่ยวม่อเกอคืออะไร ไม่มีผู้ใดสามารถ บอกได้
จนกระทั่งถึงยามนี้เรายังไม่แน่ใจเสียด้วยซํ้าว่ามันเป็นอสูรหรือ ปิศาจกัน
แน่ มันเคยเข้าไปในคุกสิบนิ้วของเผ่าอสูรเปิดศึกทลายคุกและเอาชัยได้
อย่างงดงาม คนผู้นี้มีเพียงพลังฝีมือสูงเยี่ยม มันยังเป็นแม่ทัพ บัญชาการ
ศึกที่เด่นํ้าผู้หนึ่ง เคยปราบพิชิตอวี้เหิง แม่ทัพใหญ่แห่งกอง กำลัง
ประจำการ ผู้เป็นแม่ทัพบัญชาการศึกระดับทอง!”
หลี่เซียนเอ๋อร์อ้าปากหวอ ใบหน้าที่เคยเกลื่อนไปด้วยรอยยิ้มเต็มไป ด้วย
ความตื่นตะลึง
เจ้าสำนักเทียนหวนคล้ายยังไม่สาแก่ใจ เล่าต่อไปอีกว่า “จากนั้นเซี่ยวม่อ
เกอปรากฏตัวขึ้นที่นครมหาสันติของเผ่าปิศาจ”
หลีเซียนเอ๋อร์ในที่สุดตกตะลึงจนชินชาแล้ว นางสงบใจลงรีบถามว่า “นคร
มหาสันติที่เป็นเจ้าของหลักศิลาทักษะปิศาจมหาสันติใช่หรือไม่?”
“ถูกต้อง” เจ้าสำนักเทียนหวนกล่าวอย่างเคร่งเครียด “เจ้าล่วงรู้ เรื่องราว
ของหอสมบัติมหาสันติกระมัง?”
“ล่วงรู้อยู่บ้าง” หลี่เซียนเอ๋อร์ผงกศีรษะอย่างเรียบ ๆ ร้อย ๆ “ข้าเคย อ่าน
ในบันทึก”
เจ้าสำนักเทียนหวนพยักหน้า “ตลอดมาเราวางคนของเราไว้ที่นคร มหา
สันติไม่เคยขาด เนื่องเพราะหอสมบัติมหาสันตินี้เอง และนี่คือเหตุผล ว่า
เราไฉนล่วงรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในนครมหาสันติ”
หลีเซียนเอ๋อร์คราวนี้ไม่ซักถามขัดจังหวะ เพียงเงี่ยหูฟังอย่างกระหายใครรู้
“เซี่ยวม่อเกอผุดขึ้นในนครมหาสันติอย่างกะทันหัน มันพอปรากฏตัว ก็
กลายเป็นคนที่มากมีสีสันที่สุดในนครมหาสันติ มันก่อให้เกิด
ปรากฏการณ์หมู่ดาวประทานพร สังหารเจินอวี่ผู้สำเร็จวิชาขนราชานกยูง
กลางลานประลอง สังขารปิศาจที่มันฝึกปรือคืออุปกรณ์สวรรค์สิบอีกาอัน
พิสุทธิ์เที่ยงแท้ หลังจากนั้นมันยังทำให้หอสมบัติมหาสันติหวนคืนสู่โลก
หล้า พวกเราเองก็ส่งมือดีเข้าไปด้วย แต่คาดไม่ถึงว่าคุนหลุนจะทิ้งไพ่ใบ
ใหญ่ลงมา พวกมันถึงกับส่งหลินเชียนเข้าไปด้วยตัวเอง!”
“หลินเชียน!” คราวนี้หลีเซียนเอ๋อร์แตกตื่นจนขวัญหนีดีฝ่อแล้ว หลิน เชียน
เป็นใคร? มันก็คือศิษย์พี่ใหญ่แห่งคุนหลุน บุคคลอันดับแรกในบรรดา
ศิษย์รุ่นเยาว์ของคุนหลุนนับหมื่นนับแสนคน!
“หลินเชียนร้ายกาจสมดังคำรํ่าลือ มันสะกดข่มยอดยุทธ์เผ่าปิศาจ ทั้งหมด
แทบจะบรรลุจุดมุ่งหมายของมัน แต่ในจังหวะเวลาสำคัญที่สุด เซี่ยวม่อเก
อหลับใช้กรงเล็บพิฆาตมังกรหยุดยั้งกระบี่ของมันไว้ได้”
“กรงเล็บพิฆาตมังกร!” หลี่เซียนเอ๋อร์วิงเวียนเล็กน้อย ศาสตรามาร ชั้น
นภาแต่ละชิ้นของเผ่าปิศาจล้วนเลื่องลือระบือไกล แม้ว่าซิวเจ่อทั่วไปอาจ
ไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อน แต่สำหรับเหล่าศิษย์เอกของมหาสำนัก ไหน
เลยจะไม่ล่วงรู้เรื่องราวเหล่านี้ได้?
กระทั่งเจ้าสำนักเทียนหวนยังฝืนยิ้มขึ้น “เด็กผู้นี้อาจเรียกได้ว่าเป็น ตัว
ประหลาดผู้หนึ่ง! ด้วยพลังฝึกปรือด่านเจียง มันกลับปราบพิชิตศาสตรา
มารชั้นนภาสำเร็จ ในประวัติศาสตร์นับหมื่น ๆ ปีของเผ่าปิศาจไม่เคยมี
เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นมาก่อน ยังไม่จบเพียงเท่านั้น หลังจากนั้นนครมหาสันติ
ถูกกองโจรที่เข้มแข็งที่สุดในดินแดนร้อยเถื่อนเข้าโอบล้อม พวกมันคือ
กองโจรตระกูลหมิงที่ไม่มีผู้ใดกล้าตอแย แต่เซี่ยวม่อเกอกลับเป็นฝ่ายเอา
ชัยทัพโจรตระกูลหมิงอย่างหมดจดงดงาม รายงานบอกว่าการศึกครั้งนี้
ดุเดือดรุนแรงยิ่ง และกองทัพที่เข้าตีกองโจรตระกูลหมิงจนแตกพ่าย
ยับเยินเจ้าเองก็รู้จักพวกมันดี!”
“กองทัพที่ข้าเองก็รู้จักดี? เป็นผู้ใดกัน?” หลี่เซียนเอ๋อร์ถามอย่าง
“กองพันบาปเคราะห์แห่งวัดเสวียนคง!”
“กองพันบาปเคราะห์!” หลี่เซียนเอ๋อร์เหม่อมองอย่างโง่งม แน่นอน ว่านาง
ย่อมรู้จักกองพันบาปเคราะห์ สี่มหาสำนักมีการคบค้าสมาคมกัน แต่ ละ
ฝ่ายล้วนรู้จักกันและกันเป็นอย่างดี กองพันบาปเคราะห์มีชื่อเลื่องลือถึง
เพียงนั้น นางจะไม่รู้จักได้อย่างไร แต่ว่า.. นางได้แต่กล่าวถามด้วยสุ่มเสียง
ปานละเมอ “แม่ทัพบัญชาการกองพันบาปเคราะห์ มีใช่ผู้ที่เรียกว่าเปี๋ย
หานหรอกหรือ… ”
“มิผิด” เจ้าสำนักเทียนหวนผงกศีรษะ “เจ้าฝึกตนเนิ่นนานเกินไป จึง ยังไม่
ล่วงรู้เรื่องนี้ ครั้งแรกที่เปี่ยหานถูกส่งให้นำทัพออกศึก มันก็ฉวย โอกาสนำ
กองพันบาปเคราะห์ทรยศต่อวัดเสวียนคง”
หลีเซียนเอ๋อร์ตะลึงลานจนปากอ้าตาค้าง เซี่ยวมอใช่เป็น ผู้ชำนาญการใน
การทำให้ผู้คนทรยศต่อต้นสังกัดของตนหรือไม่? เบี๋ยหาน ทรยศวัดเสวียน
คง ขุนพลพยัคฆ์แห่งซีเซวียนเหลียงเตาก็ทรยศต่อซีเซ วียน มิหนำซํ้าศิษย์
ที่ทรยศต่อสำนักของพวกมันล้วนแล้วแต่เป็นศิษย์ที่เด่น ล้ำ …
คนผู้นี้ที่แท้มีมนตร์มารอันใดกันแน่?
ทันใดนั้นความสงสัยใคร่รู้ปะทุขึ้นในใจนาง และนับตั้งแต่ก่อตัวขึ้นก็ ไม่
อาจลบล้างออกไปได้อีก
มองดูหลานสาวสุดรักที่อ้าปากหวอ สีหน้าตะลึงลานเจ้าสำนักเทียน หวน
ฝืนยิ้มพลางกล่าวสืบต่อ “ยังไม่จบเพียงเท่านี้ จากนั้นพวกมัน เผชิญหน้า
กับอวี่ไสว้ที่นำทัพกององครักษ์หยาดพิรุณหนึ่งหมื่นคนมาด้วย ตัวเอง อวี่
ไสว้ต้องการกรงเล็บพิฆาตมังกรที่อยู่ในมือของเซี่ยวม่อเกอ ทั้ง สองฝ่ายจึง
เปิดฉากรบราฆ่าฟันกัน พวกเซี่ยวม่อเกอกลับสังหารอวี่ไสว้ กลางที่รบ
และบุกตีกององครักษ์หยาดพิรุณจนแตกพ่ายยับเยิน”
หลีเซียนเอ๋อร์รู้สึกสมองขาวว่างเปล่าอย่างสิ้นเชิง
มัน…กระทั่งจอมปีศาจด่านไสว้ยังถูกมันฆ่าทิ้ง คนผู้นี้มิใช่สามารถ
บรรยายได้ด้วยคำ ตัวประหลาด” อีกต่อไป
“เมื่อการต่อสู้จบสิ้นลง มีสองกองทัพมุ่งหน้ามาเสริมกำลังให้แก่เซี่ยว ม่อ
เกอ หนึ่งคือกงซุนชา และอีกหนึ่งเป็นกู่เหลียงเตา” เจ้าสำนักเทียนหวน
ตบท้ายอย่างมีนัย
“และนี่ยังเป็นเหตุผลที่กู่เหลียงเตาไปจากซีเซวียน”
ตัวประหลาด! ตัวประหลาดชัด ๆ!
หลีเซียนเอ๋อร์กลืนนํ้าลายอย่างฝืดคอ นางมักเข้าใจว่าตัวนางเอง ซุกซน
และร้ายกาจ แต่รอจนถึงวันนี้ นางค่อยพบว่าที่แท้นางเป็นสตรีดีงาม ยิ่ง!
เซี่ยวม่อเกอผู้นี้ไม่ว่าไปยังที่ใด ล้วนก่อกวนเป็นมรสุมโลหิตอาบฟ้าชโลม
ดิน ผู้คนที่พบพานมันล้วนพากันทรยศต่อสำนักของตน เมื่อเทียบกับ ตัว
ประหลาดสุดยอดนี้แล้ว นางทั้งเรียบ ๆ ร้อย ๆ และเชื่อฟังโดยแท้
นางจู่ ๆ บังเกิดความมุ่งมาดปรารถนาอย่างแรงกล้า ต้องการพบหน้า คน
ผู้นี้สักครา นางคิดชมดูว่าบุรุษผู้สามารถนำพามรสุมโลหิตไปทั่วทุกที่ ที่
แท้มีสารรูปเช่นไรกันแน่!
เจ้าสำนักเทียนหวนเหลือบมองหลานสาวสุดรักแวบนึ่ง มุมปากยกยิ้ม
บางเบาแทบมองไม่เห็น แต่มันรีบปั้นหน้าเคร่งขรึมจริงจังดังเดิม
“ดังนั้นคราครั้งนี้ เจ้าต้องไปเป็นตัวแทนของปู่ ไปยังแดนปิศาจ!”