สู่วิถีอมตะ - บทที่ 446 ประชันซือถูหลิงเฟิงอีกครั้ง
เจียงผิงอันจ้องมองซือถูหลิงเฟิงอย่างราบเรียบ
“ต่อให้เจ้าปล้นพลังกลืนกินของข้าไป เจ้าจะไร้เทียมทานหรือ?”
“ไร้เทียมทานหรือไม่ ฆ่าเจ้าไหวเกินพอก็แล้วกัน!”
ซือถูหลิงเฟิงได้ยินน ้าเสียงเย้ยเยาะของเจียงผิงอัน แสงเจ็ดสีอัน
เรืองรองก็ระเบิดออกจากร่าง
เขาข้ามมิติมายังเจียงผิงอัน อำนาจโกลาหลเจ็ดสีก่อตัวเป็น
กระบี่คมกริบ คลับคล้ายจะแทงทะลวงสรรพสิ่งได้
เคร้ง!
อัสนีหยินสีดำบนตัวเจียงผิงอันก่อโล่รับกระบี่นี้ไว้
อัสนีสีดำไหลตามอำนาจโกลาหลเข้าหาซือถูหลิงเฟิง
ม่านตาของซือถูหลิงเฟิงหดตัว รีบหลบเลี่ยงไป
อัสนีสีดำ?
นี่มันพลังอะไรกัน เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก พลังป้องกันแข็งแกร่ง
นัก
เจียงผิงอันใช้อัสนีพริบตามาปรากฏเบื้องหลังเขา เงื้อหมัดเข้า
โจมตี
ศึกใหญ่เจียนปะทุ
พลังโกลาหลเจ็ดสีปะทะเข้ากับอัสนีหยินดำทมิฬกลางฟ้า สาด
รัศมีเจิดจรัส คลื่นกฎเกณฑ์ทรงพลังทำให้ทั่วฟ้าดินสั่นคลอน
ทั้งสองต่างรวดเร็วสุดขั้ว ตัวตนที่มิใช่อัจฉริยะสูงสุดหรือยอด
ฝีมือระดับสูงมิอาจเห็นได้ถนัดตา
เหลยจั้งมองอัสนีหยินที่เจียงผิงอันใช้ สีหน้าก็ปรากฏความไม่
อยากเชื่อ
“อัสนีหยิน… เจียงผิงอันฝึกสำเร็จแล้วจริง ๆ!”
กาลก่อน เหลยจั้งมอบ ‘คัมภีร์มารอัสนี’ แก่เจียงผิงอัน ทว่า
แท้จริง เขาแค่หลอกอีกฝ่าย มิได้เชื่อเลยว่าเจียงผิงอันจะฝึกมันสำเร็จ
ตลอดกาลนานมา นอกจากผู้สร้างมัน ก็ไม่มีใครฝึกคัมภีร์มาร
อัสนีสำเร็จได้เลย
เจียงผิงอันเอาชนะวิญญาณร้ายได้อย่างไรกัน?
และยังเหลือเชื่อยิ่งด้วย
อัจฉริยะ อัจฉริยะอย่างแท้จริง!
ธิดาเทพเผ่ากายาคลั่งถามเฉียนอวี่ รัชทายาทแห่งต้าเฉียน “ศึก
นี้ ผู้ใดจะชนะ?”
เฉียนอวี่เคยเห็นทั้งเจียงผิงอันและซือถูหลิงเฟิงต่อสู้มาก่อน อาจ
สามารถเทียบกันได้
เฉียนอวี่ รัชทายาทแห่งต้าเฉียนส่ายหัว “ตัดสินสูงต ่ามิได้ ข้าไม่
อาจยืนยัน”
เขาเคยเห็นเจียงผิงอันสู้มาแล้ว แต่ก็เคยเห็นความน่ากลัวของซื
อถูหลิงเฟิงมาเช่นกัน และรู้สึกว่าทั้งสองมิได้ต่างกันมากนัก
เมื่อได้ยินคำประเมินของเฉียนอวี่ว่าสูสี ปวงชนก็พอทราบแล้วว่า
เจียงผิงอันแข็งแกร่งเพียงไร
พวกเขาเคยเห็นซือถูหลิงเฟิงต่อสู้มาก่อน ยามประชันเหลียง
เซียวหง หากเหลียงเซียวหงไม่ใช้ ‘หมัดจักรพรรดิ’ ออกมา บางทีผู้
ชนะอาจเป็นซือถูหลิงเฟิง
ตู้ม ตู้ม ตู้ม!
ใต้ท้องนภาเหนือภูเขาจักรพรรดิเกิดเสียงคำรามกึกก้องต่อเนื่อง
หมัดพิษของเจียงผิงอันปะทะมือซือถูหลิงเฟิงต่อเนื่อง แต่สีหน้า
ของเขายิ่งทวีความบึ้งตึง
“เจ้าไม่กลัวพิษ”
พิษของเราไร้ประโยชน์ต่อซือถูหลิงเฟิง!
“ข้าสมบูรณ์แบบ ไร้ซึ่งจุดบอดใด ๆ ข้ามิได้พ่ายต่อเหลียงเซียว
หง แต่เป็นมหาจักรพรรดิต่างหาก!”
ซือถูหลิงเฟิงสะกดโทสะในใจ ใช้วิชาลับสูงสุดวิชาหนึ่งผลักเจียง
ผิงอันออกห่าง
หากมิใช่เพราะหมัดจักรพรรดิ เขาไม่พ่ายศึกแก่เหลียงเซียวหงอ
ย่างแน่นอน
อัจฉริยะทั้งสองประชันกันด้วยความเร็วสูงล ้า ปวงชนสังเกต
พบว่าเจียงผิงอันเป็นฝ่ายเสียเปรียบเล็กน้อย
ซือถูหลิงเฟิงมีกายาสรรพสิ่งและพลังกลืนกิน หากังวลถึงการ
สิ้นเปลืองพลังไม่ สามารถเติมปราณวิญญาณได้ตลอดเวลา
ขณะที่เจียงผิงอัน แม้จะใช้วรยุทธ์ระดับสูงออกมาอย่างต่อเนื่อง
แต่ก็ให้ความรู้สึกเหมือนพะว้าพะวงอะไรอยู่เสมอ
“พอไม่มีพลังกลืนกิน ก็เป็นผลกระทบใหญ่หลวงสำหรับเจียงผิง
อันจริงแท้”
“ได้ยินว่าเจียงผิงอันปลดปล่อยวิญญาณเทวะสามร้อยหกสิบดวง
ได้ในคราวเดียว ไฉนเขาจึงไม่ใช้ความสามารถนี้?”
“ไม่กล้าใช้แน่อยู่แล้ว การทำเช่นนั้นจะเร่งการสิ้นเปลืองปราณ
วิญญาณ หากซือถูหลิงเฟิงรับไว้ได้ เจียงผิงอันจะแพ้พ่ายแน่นอน”
ยอดฝีมือสูงสุดเหล่านี้ล้วนรวยประสบการณ์ต่อสู้ เห็นจุดบอด
ของเจียงผิงอันในขณะนี้ได้ทันที
ผู้ฝึกตนจากตระกูลฉางซุนตื่นเต้นสุดขีด
“ใต้เท้าซือถู ฆ่าเจียงผิงอันล้างแค้นให้ตระกูลฉางซุนของเรา
ด้วย!”
“เจียงผิงอัน แน่จริงก็กร่างกำเริบอีกสิ ไฉนมิทำตัวสามหาวอีก
เล่า? ฮ่า ๆ”
“นี่ควรค่าถูกเรียกว่าอัจฉริยะแห่งยุคสมัยด้วยหรือ? ห่างไกลเกิน
เทียบกับใต้เท้าซือถูนัก”
มิอาจทราบว่าผู้ฝึกตนตระกูลฉางซุนจงใจหรือไม่ แต่เสียงของ
พวกเขาดังสนั่นประหนึ่งจงใจยั่วโมโหเจียงผิงอัน
ในการต่อสู้ หากอารมณ์เกิดปัญหายามใด ก็จะส่งผลกระทบใน
การศึกอย่างแน่นอน
เมิ่งจิงกำหมัดอย่างกังวล แม้นางจะเชื่อในเจียงผิงอัน แต่ยามนี้
เจียงผิงอันดูจะเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล ้า
เปรี้ยง!
หมัดอันเกรี้ยวกราดของซือถูหลิงเฟิงทะลวงผ่านมิติ ข้ามโล่
อัสนีหยินกระทบอกเจียงผิงอันจนกระเด็นไป
เส้นผมของซือถูหลิงเฟิงพลิ้วกระจาย ล้อมรอบด้วยรัศมีเรืองรอง
ยืนกลางอากาศด้วยบรรยากาศเยี่ยงผู้ไร้เทียมทาน
“สุดท้ายแล้ว ยุคสมัยนี้ก็เป็นของข้าซือถูหลิงเฟิง!”
เจียงผิงอันก็แค่นั้น ซือถูหลิงเฟิงหาสนใจไม่ ส่วนเจ้าคนที่บรรลุ
หมัดจักรพรรดิ เขาก็จะหาทางจัดการไม่ช้าก็เร็ว
ดวงตาของเหลียงเซียวหงมองท่าทีทรงพลังไร้เทียมทานของซื
อถูหลิงเฟิงอย่างเคร่งขรึม
ซือถูหลิงเฟิงมีพลังกลืนกินและร่างโกลาหล บรรลุร่างเทวะสิบร่าง
และวิชาลับมากมาย
หากมิใช่เพราะเขามีหมัดจักรพรรดิ เขาก็เอาชนะอีกฝ่ายมิได้
จริง ๆ
ในสายตาเหลียงเซียวหง ซือถูหลิงเฟิงยังคงเป็นคู่แข่งที่น่ากลัว
สำหรับเจียงผิงอันนั้น ลือกันว่าแข็งแกร่งมาก แต่พอมาเห็นด้วย
ตา ก็พบได้ว่าเขาไม่ได้แข็งแกร่งอะไรนัก
แม้จะเป็นหนึ่งในอัจฉริยะสูงสุด แต่แค่ฝีมือต ่าต้อยแค่นี้ยังประชัน
เขาเหลียงเซียวหงมิได้หรอก
อัจฉริยะทั้งหลายที่นี่ก็รู้สึกว่าเจียงผิงอันมิได้แข็งแกร่งเช่นข่าว
ลือเช่นกัน
เจียงผิงอันรีบพยุงตัว เช็ดเลือดออกจากมุมปาก มองซือถูหลิง
เฟิงด้วยสายตาเฉยชา
คนผู้นี้แข็งแกร่งกว่ายามพวกเขาประชันกันที่ทะเลบูรพา เพิ่มวร
ยุทธ์และร่างเทวะมามากมาย
เจียงผิงอันกำหมัด ลวดลายฝ่ามือจักรพรรดิและอักขระคนเถื่อน
ปรากฏขึ้น กฎทำลายล้าง กฎแห่งกำลัง แรงโน้มถ่วงและจำนง
สัประยุทธ์ควบรวม
ยามอำนาจทรงพลังนี้ปรากฏขึ้น ก็เหมือนเหล็กร้อนปะทะวารี
เย็นเยียบ กฎฟ้าดินเดือดพล่านป่วนไปหมด
เจียงผิงอันไหวกายมาตรงหน้าซือถูหลิงเฟิงในพริบตา ฟาด
‘หมัดทำลายล้าง’ อย่างสุดกำลัง ฟ้าดินคลับคล้ายร่ายรำสั่นไหว
สีหน้ายอดฝีมือทั้งหลายชะงักงันเล็กน้อย
อำนาจแข็งแกร่งอะไรอย่างนี้!
เมื่อสัมผัสฤทธิ์แข็งแกร่งนี้ได้ เนตรแห่งกฎเกณฑ์ของซือถูหลิง
เฟิงสั่นสะท้านรุนแรง
เขาใช้อำนาจมิติแหวกมิติทันที ขณะเดียวกันก็ใช้พลังกลืนกิน
สูบพลังโกลาหลมาขวางตรงหน้าตน
ภายใต้อำนาจของหมัดทำลายล้าง มิติถูกปัดเป่ากระจายผ่าน
สุญตากร่อนแหลก ขยี้พลังโกลาหลและหลุมดำกลืนกินมลายไป
ตู้ม!
อำนาจร้ายแรงกระแทกตัวซือถูหลิงเฟิงกระเด็นไป โลหิตพร่าง
พรมกลางสุญตา
ทว่าหมัดทำลายล้างทำได้เพียงฟาดซือถูหลิงเฟิงกระเด็นและ
แผลเล็กน้อย พลังที่เหลือถูกอำนาจโกลาหลและกลืนกินกลืนหาย
มิได้สร้างความเสียหายถึงชีวิต
แต่ถึงเช่นนั้น ก็ทำให้ปวงชนทั้งหลายประหลาดใจยิ่งได้แล้ว
“นี่มันหมัดอะไรกัน!”
“หมัดนี้อ่อนแอกว่าหมัดจักรพรรดิแค่นิดเดียวเองนะ”
“ในขอบเขตนี้ หมัดของเขาถึงกับแข็งแกร่งกว่า ‘หมัดคลั่ง’ ของ
เผ่ากายาคลั่งเราขั้นหนึ่งด้วย!”
เมื่อได้ยินวาทะของยอดฝีมือจากเผ่ากายาคลั่ง ปวงชนก็ทั้ง
ตกใจและงุนงงยิ่ง
หมัดคลั่ง หากไม่นับรวมหมัดจักรพรรดิ นี่ก็คือวิชาหมัดมวย
อันดับหนึ่งของโลกเสมอมา
แต่ขณะนี้ ยอดฝีมือจากเผ่ากายาคลั่งกลับบอกว่าหมัดของเจียง
ผิงอันแข็งแกร่งกว่ากระทั่งหมัดคลั่ง
เฉียนอวี่ รัชทายาทแห่งต้าเฉียนทราบสถานการณ์ กล่าวขึ้นว่า
“นี่คือวิชาหมัดที่สหายเจียงสร้างขึ้นเอง เขาบรรลุมันยามสู้กับบรรพ
ชนจระเข้”
“สร้างมันขึ้นเอง…”
ยอดฝีมือมากมายร่างสะท้านอย่างเกินควบคุม
เจียงผิงอันผู้นี้เป็นตัวประหลาดอะไรกัน แค่สร้างขอบเขตของ
ตัวเองก็ร้ายกาจจะแย่แล้ว เขาถึงกับสร้างวิชาหมัดของตัวเองด้วย!
ซ ้าร้าย วิชาหมัดของเขายังแข็งแกร่งถึงขนาดนี้
ผู้ฝึกตนระดับต ่าสร้างวรยุทธ์แข็งแกร่งระดับนี้ได้แต่ยามใดกัน?
สร้างขอบเขตของตัวเอง สร้างวรยุทธ์หมัดมวยใช้เอง… สีหน้า
ของอัจฉริยะทั้งหลายที่นี่ซับซ้อนสุดขีด
พวกเขาก็เป็นอัจฉริยะเหมือนกันแท้ ๆ แต่พวกเขากลับรู้สึกเสมอ
ว่าพวกตนกับเจียงผิงอันห่างชั้นกันเกินก้าวข้าม
ต่อให้เจียงผิงอันพ่ายศึกนี้ พวกเขาก็จะไม่รู้สึกว่าเจียงผิงอันแย่
กว่าซือถูหลิงเฟิงแต่อย่างใด
ซือถูหลิงเฟิงสะกดความตกใจไว้ในอก เนตรแห่งกฎเกณฑ์มอง
ทะลุสรรพสิ่ง
“หมัดของเจ้าใช้พลังไปหนึ่งในสาม นี่น่าจะเป็นการโจมตีสูงสุด
ของเจ้าแล้ว”
“น่าเสียดายที่เจ้ายังทะลวงการป้องกันของข้าไม่ได้ ศึกนี้เจ้าแพ้
แน่!”