สู่วิถีอมตะ - บทที่ 631 ชักชวนเข้าร่วมกลุ่ม
การสร้างรากเซียนสำเร็จทำให้เจียงผิงอันรู้สึกดียิ่ง
หากมิใช่เพราะประตูเซียนของภพบุกเบิกจะเปิดอีกครั้งก็พันปี
ข้างหน้า เขาก็อยากจะนำข่าวดีนี้กลับไปบอกที่บ้านเสียเดี๋ยวนี้เลย
ในพันปีนี้ เขาทำได้เพียงฝึกฝนอยู่ในภพเซียน
พันปีมิยาวนานสำหรับผู้ฝึกตน นอกจากนั้น ที่บ้านยังมีอวตาร
ร่างหนึ่งซึ่งคอยรวบรวมความทรงจำตลอดพันปีนี้อยู่ด้วย
เจียงผิงอันนั่งบนพื้นอันไหม้ดำ ใช้ ‘วิชาซ่อนจักรวาล’ ดูดซับ
พลัง
เมื่อใช้ ‘วิชาซ่อนจักรวาล’ ดาราทั้งสิบแปดรายล้อมรากเซียน
ของเขาก็เรืองประกายดุจเป็นดาวฤกษ์สิบแปดดวงทันที
ปราณเซียนรอบข้างราวเดือดพล่าน หลากทะลักเข้าสู่ตัวเจียงผิง
อันอย่างบ้าคลั่ง น ้าตกธารเซียนข้างตัวเขาทะยานโถมใส่ทันที
การดูดซับปราณอันรวดเร็วจนชวนขนลุกนี้ทำให้เจียงผิงอัน
ตกใจ
นี่ขนาดเขายังมิได้ใช้อวตารกลืนสวรรค์นะ หากใช้ขึ้นมาก็ไม่รู้
จะเป็นเช่นไรเลย
แม้เขาจะไม่รู้ว่าผู้อื่นดูดซับปราณวิญญาณกันเร็วเพียงไร แต่ก็
ไม่มีทางน่าขนลุกได้เท่าเขาแน่
ก่อนหน้านี้ยามสู้กับผู้ฝึกตนจากภพเซียน ความเร็วการดูดซับ
ปราณในฟ้าดินของพวกเขาสุดแสนดาษดื่นธรรมดา
แล้วเจียงผิงอันก็ต้องประหลาดใจ การใช้ ‘วิชาซ่อนจักรวาล’
กระตุ้นรากเซียนหามีอุปสรรคขัดข้องอันใดไม่ มันผสานรับกันอย่าง
สมบูรณ์แบบ
สิ่งนี้ยิ่งทำให้เจียงผิงอันเชื่อในการคาดเดาที่ว่า นักพรตเสินซวี
มิน่าใช่ผู้ฝึกตนของภพแร้นแค้น แต่เป็นเซียนมนุษย์กลับชาติผู้หนึ่ง
เหตุที่ผู้อื่นมิอาจฝึกฝนวิชาซ่อนจักรวาลได้ น่าจะเป็นเพราะนี่หา
ใช่วรยุทธ์ของภพแร้นแค้นไม่ แต่เป็นวรยุทธ์เซียน!
นักพรตเสินซวีมิได้สร้างระบบฝึกฝนเอง แต่น่าจะฝึกฝนระบบ
ของภพเซียน
ส่วนนักพรตเสินซวีมากลับชาติในภพแร้นแค้นได้อย่างไร หา
เป็นที่ทราบไม่
สรุปก็คือ วรยุทธ์ ‘วิชาซ่อนจักรวาล’ นี้ช่วยเขาได้มหาศาล
ตลอดมา แม้จะอยู่ในภพเซียน มันก็มิน่าธรรมดา
เจียงผิงอันใช้เวลาหนึ่งเดือนในการเสถียรขอบเขต
เขามีคุณสมบัติเพียงทำความเข้าใจอำนาจเขตแดนในยามนี้ ยัง
มิอาจใช้อำนาจเขตแดนใด ๆ ซึ่งก็ต้องใช้เวลาค่อย ๆ ขัดเกลาเข้าใจ
หากคิดจะบรรลุกฎเขตแดนได้เร็ว ๆ ก็ต้องประจักษ์แจ้งแก่กฎ
เขตแดน
เขาไม่มีกฎเกณฑ์เขตแดนกับตัว และต้องไปหาซื้อ
แต่ปัญหาใหญ่ที่สุดในขณะนี้คือ ทรัพยากรที่เขานำมาถูกใช้
เกลี้ยงไปแล้ว ยามมาหาคาดคิดไม่ว่าค่าใช้จ่ายที่นี่จะมหาศาลถึง
เพียงนี้
หากเป็นปกติ สมบัติลับสองสามชิ้นก็น่าจะพอให้อยู่ได้หนึ่งพันปี
แล้ว
โชคยังดี ประมุขศาลาเติงเซียนหลัวซู่ได้เตรียมการ มอบ
ศาสตราเซียนพิเศษให้เขาชิ้นหนึ่ง
ขวดกลืนสวรรค์
ขวดใบนี้สามารถหลอมสรรพสิ่งเปลี่ยนเป็นพลังได้ ซึ่งก็สามารถ
เปลี่ยนปราณเซียนเป็นผลึกเซียน นำไปแลกทรัพยากรได้เช่นกัน
หากมิใช่เพราะใช้อ่างสัมฤทธิผลในภพเซียนมิได้ ใช้อ่าง
สัมฤทธิผลจะดีกว่า
นอกจากกฎเขตแดน เขายังต้องใช้โอสถวิญญาณสุญญะเม็ด
หนึ่งเพื่อให้ร่างจริงทะลวงขอบเขตอย่างสมบูรณ์
เจียงผิงอันปล่อยร่างจริงออกมา อีกสองอวตารหวนสู่โลกใบน้อย
เพื่อทำความเข้าใจกฎเขตแดน
อันที่จริง ข้าง ๆ กันก็มีน ้าตกธารเซียนซึ่งมีปราณเซียนหนาแน่น
เขาจะเปลี่ยนมันเป็นผลึกเซียนได้มากมายแน่แท้
แต่เจียงผิงอันไม่แน่ใจว่าผู้อาวุโสเหมียวยังมองเขาอยู่หรือเปล่า
หากอีกฝ่ายอยู่แถวนี้แล้วเขาใช้ขวดกลืนสวรรค์ ขวดกลืน
สวรรค์ก็อาจเปลี่ยนเจ้าของได้
เพื่อระวังไว้ก่อน เขาออกไปหาทรัพยากรดีกว่า
เจียงผิงอันยกมือขึ้น ลากนิ้วพลิ้วบนสุญตา ทิ้งข้อความเอาไว้
“ขอบคุณผู้อาวุโสที่ให้ศิษย์เช่าที่พำนัก ศิษย์ตื้นตันอย่างยิ่ง
วันนี้ตัดสินใจมิขอเช่าต่อ ศิษย์ละอายยิ่งที่ทำลายหญ้าเซียนรอบข้าง
ไปจำนวนมาก หวังว่าผู้อาวุโสจะอภัยด้วย”
หลังเขียนข้อความเหล่านี้ เจียงผิงอันก็ผลักมันเบา ๆ ไปทางบ้าน
ไม้ข้างหลังเขา
ทัณฑ์สวรรค์เมื่อครู่ทำลายไปเพียงต้นไม้ใบหญ้า และเพราะ
เหมียวจิ่งอาศัยในบ้านไม้หลังนี้ กฎเต๋าเซียนที่หลงเหลือจึงก่อตัวเป็น
ชั้นพลังป้องกันอันแข็งแกร่งยิ่ง ทัณฑ์อัสนีมิอาจทำร้ายได้เลย
หลังทิ้งข้อความไว้ เจียงผิงอันก็รีบจรจาก
มาอาศัยบ้านผู้อาวุโสเช่นนี้ อึดอัดใจแท้
เจียงผิงอันเปลี่ยนรูปลักษณ์ มายังโถงหลักที่ตีนเขาเพื่อหา
ภารกิจ
หลังจากกวาดตามองรอบ ๆ แล้วไม่เห็นว่ามีผู้อาวุโสเหมียวอยู่
ข้างใน เจียงผิงอันก็ถอนหายใจโล่งอก ก้าวเท้าเดินเข้าไป
ไม่รู้ทำไม แต่เขาไม่อยากเจอยอดฝีมือระดับสูงเหล่านี้เลย
เจียงผิงอันมิได้มาที่นี่เพื่อทำภารกิจ แต่มาหาสถานที่ซึ่งมีพลัง
อัดแน่นจำนวนมากเพื่อใช้ขวดกลืนสวรรค์หลอมทรัพยากรสักหน่อย
ในโลกใบน้อยก่อนหน้านี้ แค่ให้ขวดกลืนสวรรค์สูบพลังโน้มถ่วง
ในธารทมิฬก็น่าจะได้พลังมามากมาย
แต่เขากลัวถูกยอดฝีมือระดับเขตแดนทั้งหลายจับได้ จึงมิกล้าทำ
ความระมัดระวังคือกุญแจที่ทำให้เขารอดชีวิตได้จนบัดนี้
“สหายเต๋าก็มาเพื่อรับภารกิจทดสอบหรือ?”
หนึ่งเสียงแว่วหวานดังขึ้น ผู้ฝึกตนหญิงผู้หนึ่งเดินยิ้มมาหาเขา
สองมือไพล่หลัง คู่เนตรพร่างพราวเปี่ยมความกระวนกระวายไร้
เดียงสา
“เปล่า” เจียงผิงอันตอบเรียบ ๆ ก่อนจะหันมองหาเจ้าหน้าที่
บริการที่อยู่รอบ ๆ
ผู้ฝึกตนหญิงผงะไป นางเพิ่งเคยเห็นชายใดไร้มารยาทเพียงนี้
พูดคำเดียวก็เมินไปแล้ว
ฟู่เถียนเข้ามาหาเจียงผิงอันอีกครั้ง ก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้มหวาน
“สหายเต๋า เรากำลังทำภารกิจประเมินของสำนักอยู่ ขอเพียงเจ้าผ่าน
เจ้าก็จะได้เข้าสำนักในนะ”
“แต่ยามนี้เราขาดคนผู้หนึ่ง สนใจมาด้วยกันหรือไม่? เราเตรียม
ตัวมาดี ยามนี้ขาดเพียงคนเท่านั้น”
“ไม่คิดสนใจ”
เจียงผิงอันตอบกลับเรียบ ๆ
เขาสังเกตเห็นพนักงานผู้หนึ่งว่างอยู่ แต่ยามจะเดินไปหา ฟู่เถีย
นก็ขวางตรงหน้าเขาอีก
“ข้าพูดจริง มิได้โกหกนะ ขอเพียงผ่านภารกิจนี้ได้ เราจะได้เข้า
สำนักในกัน!”
ฟู่เถียนกะพริบคู่เนตรกลมโตรื้นน ้า จ้องตรงมาที่เจียงผิงอัน
เมื่อถูกสตรีผู้นี้รั้งไว้ ศิษย์คนอื่นก็ปรากฏตรงหน้าพนักงานคน
นั้นอีกครั้ง
เจียงผิงอันขมวดคิ้ว ก้มลงถามสตรีตรงหน้า “พวกเจ้ามีเงินมาก
ไหม?”
ฟู่เถียนผงะไปเล็กน้อย ไฉนจู่ ๆ ชายตรงหน้าก็ถามออกมา
เช่นนี้?
“เรามิได้มีทรัพย์นักหรอก…”
“ไม่มีเงินก็อย่าชวนข้าเข้ากลุ่ม อย่ามากวนข้า” น ้าเสียงเจียงผิง
อันราบเรียบอย่างยิ่ง เขาหันกายเดินจาก
ฟู่เถียนตะลึงจังงัง
ทรัพย์สินเกี่ยวอะไรกับรวมกลุ่มด้วยล่ะนี่? อ้อ จริงสิ มีเงิน
หมายถึงมีไพ่ตายมาก โอกาสผ่านประเมินก็สูงตาม
“สหายเต๋ารอเดี๋ยว ที่จริงเราพอมีเงินอยู่บ้างนะ” ฟู่เถียนรีบไล่
ตามพลางถ่ายทอดกระแสปราณ
ได้ยินเช่นนี้ เจียงผิงอันก็ชะงักเท้า ตอบกลับไปว่า “มีมาก
เพียงไร? ทำภารกิจที่ไหน?”
ฟู่เถียนเห็นอีกฝ่ายจะตอบรับก็สุดปรีดา “เราล้วนมีอาวุธวิเศษ
ระดับเคล็ดพลังชั้นเลิศคนละชิ้น เจ้าวางใจได้ เราจะไม่ถ่วงแข้งถ่วงขา
เจ้า สถานที่ทำภารกิจครั้งนี้คือที่ภูเขาไฟเทียนหลง ตามหาเพลิงแกน
โลกา”
“พวกเจ้าจนเกินไปแล้ว ภูเขาไฟเทียนหลงมีทรัพยากรเยอะ
เพียงไร?” เจียงผิงอันถามอีกครั้ง
ฟู่เถียนซึ่งถูกเหยียดว่าจนเกือบหลุดด่า มีอาวุธวิเศษระดับเคล็ด
พลังชั้นเลิศยังถือว่าจนอีกหรือ ผู้ฝึกตนในขอบเขตนี้ส่วนใหญ่ซื้อ
อาวุธวิเศษมิไหวด้วยซ ้า
นางสะกดโทสะ ใบหน้ายังคงแย้มยิ้ม “ภูเขาไฟเทียนหลงเป็นจุด
กำเนิดมังกรไฟ ศิลาหลอมทุกหยดบรรจุอำนาจเพลิงสูงสุด”
“โดยเฉพาะเพลิงแกนโลกาซึ่งมีกฎธาตุไฟแข็งแกร่งยิ่ง เพลิง
แกนโลกาหนึ่งดวงมูลค่าสูงได้ถึงหมื่นผลึกเซียน! หากโชคดีได้มาสัก
หน่อย เราก็รวยเละกันได้เลย!”
เจียงผิงอันพยักหน้า “ได้ ข้าตกลงร่วมกลุ่ม”
“เยี่ยมเลย! มีเจ้าเพิ่มมา เราจะผ่านการประเมินเข้าสำนักในได้
แน่ ๆ ไปลงชื่อกันเถอะ”
ยามฟู่เถียนพาเจียงผิงอันไปลงนาม นางแอบชำเลืองกลับไปหา
ผู้ฝึกตนสองคนที่ประตู
มุมปากผู้ฝึกตนสองคนนั้นยกขึ้น
“มัจฉาติดเบ็ดแล้ว”
“หวังว่าเจ้านี่จะมีทรัพยากรอยู่บ้างนะ หาไม่ก็คงไปเสียเที่ยว
เปล่า”
ผู้ฝึกตนทั้งสองจ้องมองตามหลังเจียงผิงอันด้วยสายตาเปี่ยม
ความโลภ
จนวาระสุดท้าย มัจฉาตัวนี้ก็จะยังไม่รู้ว่าแท้จริง พวกเขาทั้งสาม
คือโจรซึ่งเชี่ยวชาญการสกัดขวางสังหารศิษย์คนอื่น ๆ
พวกเขาทำทีหาคนให้เข้าร่วมกลุ่มภารกิจ ทว่าแท้จริงจะลวงไป
ฆ่าในที่ลับตา พวกเขาใช้วิธีนี้ฆ่าผู้ฝึกตนมาแล้วเกินนับ
พวกเขาทั้งสามคิดจะหยุดหลังลงมือครั้งนี้ ทำภารกิจให้ลุล่วง
แล้วเข้าสำนักใน จะได้ต้อนรับเส้นทางเซียนอันงดงามกันเสียที
เมื่อคิดว่าพวกตนจะได้เข้าสำนักในกันอยู่แล้ว พวกเขาก็สุดแสน
คาดหวังลุ้นรอ