เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1683 นางไม่ต้องการแขนของตัวเองแล้วหรือ
- Home
- เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด
- บทที่ 1683 นางไม่ต้องการแขนของตัวเองแล้วหรือ
จี้ไจ่พูด “แต่สั่วอิงไม่มีพลังวิญญาณใด ๆ และไม่ได้บำเพ็ญอะไร
ด้วย”
ไจ๋โหรวแค่นเสียงหัวเราะ “ตระกูลสั่วของพวกเขาเป็นแบบนี้ ยัง
จะทำอะไรไม่ได้ล่ะ บางทีพวกเขาอาจมีวิธีอะไรที่สามารถปิดบังการ
บำเพ็ญของสั่วอิงด้วยก็ได้!”
“ถ้าไม่ใช่สั่วอิง แล้วจะเป็นใครได้อีก?”
“คนที่มีอิทธิพลต่อบุญกุศลของบุพเพสิบชาติมากขนาดนี้
นอกจากคู่บุพเพด้วยกันแล้วจะเป็นใครได้อีก!”
จี้ไจ่เงียบไป
แต่เขาก็สังเกตสั่วอิงอย่างละเอียดแล้ว เธอไม่มีร่องรอยของการ
บำเพ็ญอะไรเลยจริง ๆ เธอเป็นเพียงคนธรรมดาทั่วไป
ยิ่งว่านั้น รอบตัวของเธอก็ไม่มีแม้แต่บุญกุศล
ถ้าสั่วอิงมีบุญกุศลจริง วิญญาณของคนตระกูลเฉิงพวกนี้ก็คงไม่
สามารถทำร้ายเธอได้
เฉิงยวนคว้าแขนตรงหน้าตัวเองข้างนั้นมาดู แล้วพูดขึ้นว่า “นี่มือ
ของผู้หญิง แขนของผู้หญิง!”
“ถ้าอยากรู้ว่าใช่เธอหรือไม่ เรื่องมันก็ง่ายนิดเดียว ไปถามหาคน
ที่ตระกูลสั่วเลยไม่ได้หรือไง?”
เฉิงยวนมองไปทางฉู่ลั่ว หลังจากได้รับการพยักหน้าจากฉู่ลั่ว
แล้ว เธอก็แบกแขนที่ขาดข้างนั้นเดินออกไปทันที
ไจ๋โหรวร้องตะโกนตามหลัง “รอฉันด้วย! ถ้าเธอไปคนเดียว จะ
ถูกคนตระกูลสั่วทำร้ายจนตายได้นะ”
สวีจิ้นก็รีบลุกขึ้นยืนด้วยความรีบร้อน แล้วติดตามไป
จี้ไจ่พยักหน้าให้ฉู่ลั่ว ก่อนจะวิ่งตามพวกเขาออกไปเช่นกัน
ในห้องจึงยังเหลือหยวนเส้าหยินและเฉิงเฉิงซุน
“เจ้านิกาย เฉิงยวนจะรับหนี้เลือดมากมายขนาดนี้ไหวเหรอ
ครับ?”
เฉิงเฉิงซุนก็มองไปทางฉู่ลั่วเช่นกัน นี่ก็เป็นคำถามที่เขาอยากจะ
ถามด้วย
ฉู่ลั่วมองพวกเขากลับแล้วตอบว่า “เฉิงยวนมีจิตใจที่เข้มแข็ง อีก
ทั้งเธอยังมียันต์ของฉันติดตัวไป เธอจะไม่มีปัญหาอะไรหรอก”
หยวนเส้าหยินพยักหน้ารับเบา ๆ แล้วจึงเดินออกไปอีกคน
เฉิงเฉิงซุนก็ลุกขึ้นยืน เขาโค้งคำนับให้ฉู่ลั่ว “ขอบคุณ
ปรมาจารย์ฉู่มาก! ขอบคุณปรมาจารย์ฉู่ที่ช่วยอาหญิงของข้า
ขอบคุณปรมาจารย์ฉู่ที่ช่วยพวกเราเอาไว้”
ฉู่ลั่วยื่นมือไปพยุงเขา เอ่ยบอก “ตราบใดที่พวกคุณยังสบายดี
เฉิงยวนก็มีความสุขแล้ว ในฐานะเพื่อนของเธอ ฉันก็มีความสุขด้วย
เหมือนกัน”
เฉิงเฉิงซุนพยักหน้ารับ
ดีจริง ๆ ที่อาหญิงของเขามีเพื่อนที่ทั้งเก่งกาจและใจดีแบบนี้!
ณ บ้านตระกูลสั่ว
เฉิงยวนใช้แขนที่ขาดเคาะประตูเบา ๆ
ไม่นาน ประตูก็ถูกเปิดออก
พอคนในบ้านตระกูลสั่วเห็นเฉิงยวนมาพร้อมกับท่อนแขนที่ขาด
ในมือเธอ ก็ต่างพากันตกใจทันที “พวกคุณคิดจะทำอะไร?”
“ข้ามาหาคน! สั่วอิงอยู่ไหม?”
เฉิงยวนยื่นมือออกไปผลักพวกเขาออก แล้วก้าวเดินเข้าไปด้าน
ในบ้านตระกูลสั่วทันที
“พวกคุณทำอะไร? กล้าบุกรุกบ้านตระกูลสั่วเชียวเหรอ! ไจ๋โหรว
จี้ไจ่ พวกเธอก็จะปล่อยให้พวกเขาทำอะไรตามใจชอบแบบนี้หรือไง?”
ไจ๋โหรวชูเอกสารแผ่นหนึ่งขึ้นมาทันที “ดูให้ดี ๆ นะคะ มีคนไป
บุกรุกที่องค์กรของพวกเรา ทั้งยังลอบสังหารผู้ต้องขังขององค์กรอีก
มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นคนที่ตระกูลสั่วส่งออกไป”
“ตอนนี้พวกเรากำลังสอบสวนตระกูลสั่วแห่งลัทธิเต๋าอย่าง
ถูกต้องตามกฎหมายอยู่ค่ะ!”
“ถ้ามีข้อโต้แย้งอะไร สามารถติดต่อไปหาเจ้านิกายได้ค่ะ”
คนตระกูลสั่ว “…”
ใคร ๆ ก็รู้ว่าเจ้านิกายเป็นพวกเดียวกับพวกเขา
เฉิงยวนที่อยู่ด้านหน้าเดินเข้ามาถึงในห้องโถงใหญ่แล้ว “สั่วอิง
อยู่ที่ไหน? ไม่ใช่จะบอกว่านางไปอยู่ที่บ้านเก่าแล้วหรอกนะ? ทำไมถึง
ยังไม่ออกมาอีกล่ะ?”
คนตระกูลสั่ว “เสี่ยวอิง ช่วงนี้อารมณ์ไม่ค่อยดี เธอไม่ค่อย
ออกไปไหนทั้งนั้น!”
ในระหว่างที่พูดคุยกัน สายตาของพวกเขาก็กวาดมองไปมา
ระหว่างเฉิงยวนกับสวีจิ้น ส่วนความหมายนั้นก็ชัดเจนมาก
“แล้วนางไม่ต้องการแขนของตัวเองแล้วหรือ?” เฉิงยวนพูดจบก็
นั่งลงบนเก้าอี้ในห้องโถงโดยตรง ก่อนจะตบแขนที่ขาดข้างนั้น
“อะไรนะ! นะ นี่เป็นของเสี่ยวอิงเหรอ!” คนในตระกูลสั่วตกใจมาก
พวกเขากำลังจะพุ่งเข้าไปหาเฉิงยวนแล้ว แต่ถูกไจ๋โหรวกับจี้ไจ่
ขัดขวางเอาไว้เสียก่อน
ไจ๋โหรวพูดขึ้นว่า “นี่เป็นสิ่งที่คนบุกรุกเข้ามาในองค์กรทิ้งไว้ค่ะ
และตอนนี้เราก็สงสัยว่ามันอาจจะเป็นแขนของสั่วอิง!”
คนตระกูลสั่ว “…”
จี้ไจ่กล่าวเสริม “กรุณาไปเรียกสั่วอิงออกมาด้วยครับ ถ้าไม่ไป
เรียกเธอมา พวกเราก็จำเป็นต้องไปค้นหาตัวเธอเอง”
คนตระกูลสั่วจ้องมองพวกเขาด้วยสายตาดุดัน แต่สุดท้ายก็จำใจ
ต้องไปเรียกสั่วอิงให้ออกมาเผชิญหน้า