เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 163 ใช้อำนาจเงิน
แม่น้ำซวีทางตอนเหนือของเมืองต้าหลิน
สัญญาณโทรศัพท์ติด ๆ ดับ ๆ หานเชียนขมวดคิ้วแน่น กดรีเฟรชหน้าจอแชตอยู่ตลอด “ไม่รู้เจ้าคังผิงจะพาไป๋ลู่มาได้ไหม”
เมื่อนึกถึงท่าทีของหานคังผิงที่มีต่อเฝ่ยไป๋ลู่ก็อดปวดหัวระคนใจหายไม่ได้
กานซินที่อยู่ข้าง ๆ กลับไร้ความกังวลใด “ถ้าอธิบายเรื่องทั้งหมดให้ฟัง เธอต้องมาแน่”
เจ้าบ้านตระกูลเฝิงนามเฝิงเม่าเตี่ยนแค่นเสียงอย่างดูถูก “คนชั่วช้าคนหนึ่งมาที่นี่ก็มีแต่จะสร้างปัญหาและตายเปล่า ฉันแนะนำให้พวกนายอย่าเรียกคนที่ไม่เกี่ยวข้องมาอีกจะดีกว่า”
“คนชั่วช้า? พูดแบบนี้ได้ยังไง คนที่ผู้อาวุโสกานกับผู้อาวุโสหานเชิญมาคงไม่ใช่คนแบบนั้นหรอก” ใครบางคนพูดขึ้น
ทำไมจะไม่ใช่ล่ะ? เฝิงเม่าเตี่ยนไม่ไว้หน้าใคร เขาตะโกนเล่าเรื่องที่ควงเหวินฟู่ไปเปิดเผยเรื่องราวของเฝ่ยไป๋ลู่ให้ทุกคนฟัง ซ้ำยังนำความผิดของเฝ่ยไป๋ลู่โจมตีกานซินและหานเชียน
กานซินได้ยินแต่ก็ไม่ได้โมโห กลับกดโทรศัพท์อย่างเนิบนาบ สุดท้ายก็รีเฟรชและเจอข่าวใหม่ เขาแสดงให้เฝิงเม่าเตี่ยนดู “ขอโทษนะ แต่เมื่อกี้เฝ่ยไป๋ลู่เพิ่งจะจัดการข่าวลือได้เอง”
เขายิ้ม พูดจานิ่มนวลแต่แฝงไปด้วยพิษสง “ผู้นำตระกูลเฝิงนี่ก็นะ ทำตัวเหมือนพวกชอบสร้างข่าวลือบนอินเทอร์เน็ตไปได้ โชคดีจริง ๆ ที่คุณพูดกับพวกเราแค่นี้ ไม่อย่างนั้นถ้าเผยแพร่บนโลกโซเชียล พฤติกรรมของคุณคงจะต้องไปเป็นจำเลยบนชั้นศาลแน่”
ชายคนนั้นดูแล้วก็แปลกใจ “ทำไมมีบัญชีของมูลนิธิการกุศลแชร์โพสต์ของเธอได้ล่ะ?”
กานซินพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “น่าจะเป็นเพราะเธอบริจาคเงินหกเจ็ดสิบล้านหยวน ใช้อำนาจเงินให้เป็นประโยชน์ไง”
ชายคนนั้นกล่าว “บริจาคเยอะขนาดนี้เลย เธอเป็นคนใจบุญจริง ๆ!”
เฝิงเม่าเตี่ยนโมโหจนทำเสียงฮึดฮัด เมื่อหาเรื่องไม่ได้ก็โกรธจัด สะบัดแขนเสื้อแล้วเดินจากไป
กานซินมองตามหลังเขาแล้วยกริมฝีปากขึ้น
หานเชียนถอนหายใจ “หวังว่าคังผิงจะรีบพาไป๋ลู่มานะ”
หานคังผิงที่ถูกหานเชียนพูดถึงเวลานี้กำลังอยู่ที่บ้านพักตากอากาศบนภูเขา
“คุณชายสามเวิน สุขภาพดูดีขึ้นนะ เหมือนคุณจะหาทางแก้ไขได้แล้ว”
“อืม”
พอเห็นเขาตอบรับดวงตาของหานคังผิงก็เป็นประกาย “ไม่ทราบว่าคุณชายสามเวินหาคนจากตระกูลไหนมารักษาเหรอ? คนจากตระกูลหูในเขตคุนหลุนหรือว่าตระกูลฉีเหลียน”
ชะตากรรมของเวินสือเหนียนแปลกประหลาดยิ่ง ทางตระกูลเวินจึงใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการใช้อำนาจและอิทธิพลที่มีอยู่ค้นหาผู้มีวิชาอาคม เมื่อหลายปีก่อนหานคังผิงเคยติดตามผู้อาวุโสหานไปเยี่ยมตระกูลเวินที่เมืองหลวงเพราะเรื่องของเวินสือเหนียน แต่ก็ไม่สามารถจัดการปัญหาอะไรได้
สองตระกูลที่เขาพูดถึงเมื่อครู่เป็นตระกูลที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดที่จะสามารถช่วยแก้ปัญหาของเวินสือเหนียนได้
“ผมคงบอกอะไรไม่ได้” สีหน้าของเวินสือเหนียนเคร่งขรึม มีท่าทีเย็นชา ไม่อยากยุ่งกับใคร พูดจาตรงไปตรงมา โดยที่ไม่กลัวว่าใครจะโกรธ
หานคังผิงแม้จะถูกปฏิเสธจนอับอาย แต่ก็ยังนึกถึงความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างตระกูลของเขากับตระกูลเวินจึงไม่กล้าโวยวาย เขาก้มหน้าลงดื่มชา ไม่ซักถามอะไรอีก พร้อมบอกกับตัวเองว่า ‘คุณชายสามเวินคนนี้มีนิสัยเหมือนเขาตอนยังเด็กจริง ๆ’
เมื่อเฝ่ยไป๋ลู่เดินตามเจี่ยนต๋าเช่าเข้ามาในห้องโถง ก็พบว่าบรรยากาศในในห้องโถงเย็นยะเยือกมาก
เฝ่ยไป๋ลู่เห็นหานคังผิงประหลาดใจเล็กน้อย
ส่วนสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจมากก็คือ ผู้ชายสามคนที่ยืนอยู่ข้างหลังหานคังผิง
ใบหน้าเด็ดเดี่ยว ทั่วทั้งร่างกายเต็มไปด้วยความเที่ยงธรรม คนที่มีบุคลิกเช่นนี้ ส่วนมากจะเคยได้รับการฝึกฝนในกองทัพมา
แต่ทำไมหานคังผิงถึงได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจมาหาเธอ…
เฝ่ยไป๋ลู่ซ่อนความตกใจไว้ เบนสายตาออกพลางนั่งลงข้าง ๆ เวินสือเหนียน แล้วมองไปที่หานคังผิง “คุณมาที่นี่มีธุระอะไรเหรอคะ?”
หานคังผิงเหลือบมองเวินสือเหนียนเล็กน้อย สื่อความหมายชัดเจนว่า ต้องการให้เขาถอย
“พูดตามตรงได้เลยค่ะ” เฝ่ยไป๋ลู่ไม่คิดจะปิดบัง เวินสือเหนียนเติบโตมากับหมอผีมากมาย ถือว่าเป็นคนในแวดวงไสยเวทครึ่งหนึ่ง
จากนั้นเธอจึงถามตรงไปตรงมาว่า “เกิดอะไรขึ้นทางเหนือของแม่น้ำซวีหรือเปล่า?”
หานคังผิงเบิกตากว้าง เขาไม่คิดว่าเฝ่ยไป๋ลู่จะมองออกถึงจุดประสงค์การมาของเขาทันทีแบบนี้
ผู้นำตระกูลหานไม่พูดพร่ำทำเพลงรีบโบกมือส่งสัญญาณ ผู้ชายด้านหลังคนหนึ่งพลันส่งแฟ้มข้อมูลให้เฝ่ยไป๋ลู่ “เมื่อคืน เมืองต้าหลินเกิดฝนตกหนักมาก ฝนที่ตกลงมาจากฟ้าแทบถล่มทั้งเมือง ทั้งยังเกิดปรากฏการณ์ดาวโคจรผิดปกติ ฟ้าผ่าไม่หยุด ทำให้ผู้ฝึกตนหลายคนได้รับบาดเจ็บสาหัส”
เฝ่ยไป๋ลู่เปิดแฟ้มไปพลางรับฟังสิ่งที่เขาเล่าไปด้วย ในแฟ้มมีเอกสารลับเกี่ยวกับเมืองต้าหลิน ทั้งแผนผังฮวงจุ้ย รูปถ่ายสถานการณ์จริง และข้อมูลที่ผู้ฝึกตนเขียนบันทึกรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงของพลังในเมืองต้าหลินไว้
หลังภัยพิบัติใหญ่จะมีพลังชั่วร้าย พวกเขาเลยสงสัยว่าจะเป็นฝีมือของนักพรตมาร แต่ก็ยังสอบสวนไม่ได้เพราะฝนตกหนักจนน้ำท่วมเมือง แถมยังมีผู้ฝึกตนสียชีวิตอีก สถานการณ์ตอนนี้จึงร้ายแรงมาก
สีหน้าหานคังผิงเคร่งเครียด “ตอนนี้ชาวเมืองต้าหลินถูกอพยพไปอยู่ที่อื่นแล้ว และล้วนปลอดภัยดี แต่ถ้ายังระบายน้ำออกจากเมืองไม่ได้ ฟ้าผ่ายังไม่สลาย เหตุการณ์นี้ก็ไม่จบ”
“ทำไมต้องมาหาฉัน อยากให้ฉันทำอะไรคะ?” เฝ่ยไป๋ลู่วางแฟ้มลง ในใจหนักอึ้งเพราะมีแต่เรื่องผู้คนบาดเจ็บล้มตายอยู่ในนั้น
“เราอยากขอยืมอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของคุณไปใช้ ผู้อาวุโสบอกว่าคุณอาจมีทาง” ตอนที่พูดประโยคนี้ อารมณ์ของหานคังผิงซับซ้อนมาก เขานึกไม่ถึงว่าจะมีวันที่ต้องมาขอร้องเฝ่ยไป๋ลู่
“ได้” เฝ่ยไป๋ลู่ลุกขึ้น “เรื่องนี้ช้าไม่ได้ เดี๋ยวฉันเตรียมตัวแล้วออกเดินทางเลย”
“อ้าว” หานคังผิงไม่คิดว่าเฝ่ยไป๋ลู่จะตอบตกลงง่ายดายขนาดนี้ เขาแปลกใจปนผิดหวังนิด ๆ
เดิมเขาคิดไว้ว่า พอเธอคงเห็นสถานการณ์ตรงหน้าแล้วก็คงเกิดความกลัว
ถ้าอย่างนั้นก็มีเหตุผลให้ขอยืมตราประทับหยินจากเฝ่ยไป๋ลู่ได้ ส่วนหลังจากขอยืมไปแล้วจะคืนของหรือเปล่านั้น…
เฝ่ยไป๋ลู่ยิ้มเยาะ สายตาที่มองหานคังผิงแฝงด้วยความเย้ยหยัน “อาวุธศักดิ์สิทธิ์นั่น นอกจากฉันแล้วก็ไม่มีใครใช้ได้”
หานคังผิงสะบัดเสื้อลุกขึ้น ทำเป็นไม่เข้าใจเรื่องที่เธอพูด “ด้านนอกมีรถรออยู่ เมื่อคุณพร้อมแล้วก็ออกเดินทางได้เลย หวังว่าจะไม่ให้พวกเราต้องรอนาน”
เฝ่ยไป๋ลู่พยักหน้า
ความจริงแล้วหญิงสาวแทบไม่มีอะไรต้องเตรียม สิ่งของสำคัญเธอก็พกติดตัวอยู่แล้ว เพียงแต่เธออยากคุยกับเวินสือเหนียนสักสองสามคำ
หลังจากคนอื่น ๆ เดินออกไป เฝ่ยไป๋ลู่หันมองชายหนุ่มที่นิ่งเงียบอยู่ข้าง ๆ แล้วถอนหายใจออกมา “เหมือนฉันจะต้องเป็นหนี้บุญคุณชายสามเวินอีกแล้ว ฉันไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไหร่ ที่นั่นคงจะไม่มีสัญญาณ ส่วนเรื่องของควงเหวินฟู่…”
“ผมจะจัดการเอง” เวินสือเหนียนพูดแทรกขึ้น